Thailand
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
ตีแผ่คดียึดทรัพย์ (1) [31 ส.ค. 50 - 17:45]

ตีแผ่คดียึดทรัพย์ (1) [31 ส.ค. 50 - 17:45]

ไม่ว่าใคร หากได้อ่านนิตยสารกระทรวงยุติธรรม ที่ชื่อ ดุลพาห เล่ม 5 ปีที่ 40 กันยายน-ตุลาคม 2536 รับรองว่า จะได้ความรู้ เกี่ยวกับข้อกฎหมายเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า โดยเฉพาะนิตยสารฉบับนี้ ได้ลงบทความกรณีศึกษาคดียึดทรัพย์ประวัติศาสตร์สมัย รสช. เอาไว้ละเอียดยิบทุกแง่ทุกมุม

เริ่มจากบทความของนายวิชา มหาคุณ ที่เขียนเรื่องการตรวจสอบในทางตุลาการ : ศึกษาจากกรณีประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 เอาไว้ว่า ศาลฎีกาเริ่มใช้อำนาจตรวจสอบในทางตุลาการเป็นครั้งแรกในคดีอาชญากรสงคราม เมื่อปี 2489

จากนั้น ปี 2536 ศาลฎีกาจึงหวนกลับมาใช้อำนาจตรวจสอบในทางตุลาการ ในกรณีประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 โดยไม่ส่งให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2534 ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า

1. ขณะที่ รสช.ออกประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 เป็นช่วงเวลาที่ไม่มี กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือธรรมนูญการปกครองฉบับใดใช้บังคับ นั่นหมายความว่า คณะ รสช.ซึ่งเป็นคณะผู้เผด็จการอันเป็นรัฏฐาธิปัตย์ในขณะนั้น ออกคำสั่งโดยไม่มีผู้ใดหรือองค์กรใดตรวจสอบว่าชอบหรือมิชอบประการใด

2. ต่อมาระหว่างที่ประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 มีผลใช้บังคับอยู่นั้น ได้มีประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2534 ดังนั้น ประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 จึงอยู่ภายใต้บังคับของธรรมนูญการปกครองฯ และจะขัดหรือแย้งต่อธรรมนูญการปกครองฯไม่ได้

ต่อมา ได้มีคำสั่งศาลฎีการะบุว่า ประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 ข้อ 2 และข้อ 6 ขัดต่อประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย และขัดหรือแย้งต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2534 จึงไม่สามารถใช้บังคับได้

ส่วนเหตุผลก็มาจากคำวินิจฉัยยึดทรัพย์ของ คตส. เป็นการสั่งลงโทษริบทรัพย์ในทางอาญา โดยไม่ให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงนำคดีไปฟ้องร้องให้เป็นอย่างอื่นได้ นอกจากนี้ คตส.ยังใช้อำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ซึ่งตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย เป็นอำนาจของศาล จึงเป็นสิ่งที่ขัดต่อประเพณีการปกครองฯ ไม่สามารถกระทำได้

และข้อสำคัญที่สุดก็คือ การออกและใช้ประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 ข้อ 6 ที่ให้ทรัพย์สินของนักการเมืองซึ่งได้มาหรือมีเพิ่มขึ้นก่อนประกาศดังกล่าวใช้บังคับ เป็นการออกและใช้กฎหมายที่มีโทษในทางอาญาย้อนหลังไปลงโทษบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับมีบทบัญญัติห้ามออกกฎหมาย ที่มีโทษอาญาให้มีผลย้อนหลัง เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

จึงถือได้ว่า ประกาศดังกล่าวขัดต่อประเพณีการปกครองประเทศ ไทยในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ให้ออกกฎหมายย้อนหลังลงโทษบุคคล

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่น่าสนใจซึ่งมีผู้สงสัยกันมากอีกประการหนึ่งก็คือ ในเมื่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2534 ได้บัญญัติรับรองให้ประกาศ ที่ออกก่อนวันใช้รัฐธรรมนูญการปกครองนี้เป็นประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วเหตุใดศาลฎีกาจึงวินิจฉัยได้ว่า ประกาศนี้ไม่มีผลบังคับ

ข้อนี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า บทบัญญัติในธรรมนูญการปกครองดังกล่าว เป็นเพียงการรองรับโดยทั่วไปว่า ประกาศของ รสช.มีผลให้ใช้บังคับได้ เช่น กฎหมายเท่านั้น มิได้บัญญัติรับรองไปถึงว่าให้ใช้บังคับได้ แม้เนื้อหาตามประกาศนั้นขัดแย้งต่อธรรมนูญการปกครอง เพราะปัญหาที่ว่าประกาศ รสช.ใช้บังคับได้เพียงใด ต่างกันกับปัญหาที่ว่าประกาศนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

พรุ่งนี้ เรามาดูกันว่า นายวิชา มหาคุณ ได้สรุปบทความในคดียึดทรัพย์ครั้งประวัติศาสตร์เอาไว้น่าสนใจแค่ไหน.

"เห่าดง"











Create Date : 06 กันยายน 2550
Last Update : 6 กันยายน 2550 16:55:48 น. 0 comments
Counter : 152 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จอบศักดิ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Thailand
Friends' blogs
[Add จอบศักดิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.