Thailand
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
15 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
นายกฯหนีแจง'ยามแผ่นดิน' ธีรภัทร์หาญรับผิดชอบเอง [15 ก.พ. 50 - 19:04]

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (15 ก.พ.) ปฏิเสธตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าว กรณี นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ผู้ดำเนินรายการของเอเอสทีวี จัดรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ โดยเดินกลับขึ้นไปที่ตึกไทยคู่ฟ้าทันที หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชน ช่วงเช้าที่ผ่านมา



ด้าน นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเรื่องเดียวกัน กรณีมีการระบุว่า กรมประชาสัมพันธ์ ถูกสั่งให้เชื่อมสัญญาณรายการดังกล่าวจากเอเอสทีวี ว่า ไม่เป็นความจริง เป็นการร่วมผลิตรายการระหว่าง สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ กับเอเอสทีวี เดิมติดขัดปัญหาทางกฎหมายจึงได้มอบหมายให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจน เพราะการดำเนินการใดๆ ต้องไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากรัฐบาลยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ ส่วนนี้เป็นการผลิตรายการนอกสถานที่ของ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ นายสนธิต้องอาศัยทีมงานเป็นจำนวนมากในการวิเคราะห์ข่าวนำเสนอเป็นภาพเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดเป็นสีสันในการจัดรายการ จึงไม่สะดวกที่จะจัดรายการที่ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ แต่ได้จัดที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการแทน โดยต่อสัญญาณตรงผ่านไฟเบอร์ออฟติกส์ ไม่ได้เชื่อมสัญญาณ และเพื่อป้องกันข้อครหาจึงเป็นการร่วมผลิต ไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ก็ไม่มีโฆษณา นายสนธิไม่ได้รับค่าจ้างค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น



"รายการนี้จะเป็นตัวอย่างที่จะให้สถานีโทรทัศน์ทั้งหลายนำไปพิจารณาว่าจะนำเสนอรายการที่เป็นประโยชน์ที่มีรูปแบบทำนองเดียวกันหรือรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกัน ผมได้ขอความร่วมมือกับผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทุกช่องแล้ว คิดว่าทุกช่องจะไปนำเสนอรายการที่มีสาระประโยชน์เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาไพรม์ไทม์เวลา 18.00 น.-22.00 น." รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว



ผู้สื่อข่าวถามว่า ประโยชน์ที่กรมประชาสัมพันธ์จะได้รับจากการร่วมผลิตกับเอเอสทีวีคืออะไร นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เป็นประโยชน์กับสังคม เพราะต้องการให้สังคมรับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย เพิ่มสติปัญญาและมุมมองความรู้ความเข้าใจในประเด็นของข้อมูลข่าวสารในแต่ละวัน จะทำให้สังคมมีสติปัญญาเพิ่มมากขึ้น และได้พูดไปแล้วว่าละครน้ำเน่าก็ควรปรับเป็นละครที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น



"ผมพยายามที่จะทำให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องทำรายการเช่นเดียวกันนี้ เปิดเสรีให้กับผู้ผลิตรายการได้นำเสนอรายการที่ผ่านการพิจารณาอย่างโปร่งใส ไม่อย่างนั้นผู้จัดรายการที่ดีเสนอไปก็ไม่ได้รับการพิจารณา ทั้งหมดไม่ได้เป็นการล็อกสเปกให้กับค่ายผู้จัดการแต่อย่างใด เพราะเปิดโอกาสให้ผู้จัดรายการอื่นเสมอ และไม่ต้องวิตกว่าในการเสนอความคิดเห็นของฝ่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือนักการเมือง จะได้เชิญมาออกรายการให้มากขึ้น รวมทั้งในอนาคตจะเชิญพรรครัฐบาลเก่ามาออกทีวี ไม่ต้องกลัว เพราะผมต้องการเปิดประตูเสรีภาพ ไม่ปิดกั้นเหมือนรัฐบาลที่แล้วอยู่แล้ว ขอถามว่ารัฐบาลที่แล้วทำอะไรบ้างที่เป็นสติปัญญาให้สังคมและสื่อมวลชนได้มีการตรวจสอบกันบ้างไหม หากคุณสนธิตรวจสอบรัฐบาลชุดนี้หรือวิพากษ์วิจารณ์อะไร เขาก็เคยวิพากษ์วิจารณ์มาแล้ว ผมและรัฐบาลก็ยอมรับได้และไม่ปิดกั้น" นายธีรภัทร์ กล่าว



เมื่อถามว่า นายสนธิทำรายการนี้เพื่อชาติใช่หรือไม่ จึงไม่มีค่าตอบแทน นายธีรภัทร์ กล่าวว่า นายสนธิออกรายการของเอเอสทีวีก็อาจจะไปหาโฆษณาของเขาและความจริงแล้วการที่เอเอสทีวีมาออกรายการสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ก็อาจทำให้เสียลูกค้า เพราะดูรายการที่ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อจานรับสัญญาณเอเอสทีวี



ต่อข้อถามว่า จะขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาลเรื่องการสร้างความสมานฉันท์หรือไม่ เพราะนายสนธิเป็นแกนนำในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี การจัดรายการอาจทำให้ฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่พอใจ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ความสมานฉันท์ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าสมานฉันท์โดยที่ฝ่ายหนึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศแล้วบอกว่าไม่ต้องการให้คนรับรู้การกระทำหรือพฤติกรรมดังกล่าว จะไปสมานฉันท์เพื่ออะไร การสมานฉันท์ก็เพื่อให้คนมีสติปัญญารับรู้ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงและสามารถตัดสินใจได้



ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีผู้จัดรายการรายอื่นต้องการร่วมทำรายการเช่นเดียวกับเอเอสทีวี โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ช่อง 11 สามารถทำได้หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ถึงวัตถุประสงค์การเข้ามาจัดรายการ เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ที่ยังสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จะต่อต้าน นายธีรภัทร์ กล่าวว่า จะไปกลัวอะไร ตนทำเพื่อความถูกต้อง จึงไม่กลัว เพราะต้องการสร้างปัญญาให้กับสังคม ส่วนการที่ให้นายสนธิเข้ามาจัดรายการ เป็นเพราะความสัมพันธ์ในช่วงร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตนรู้จักทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนายสุทธิชัย หยุ่น นายเทพชัย หย่อง ผู้บริหารเครือเดอะเนชั่น นายสมเกียรติ อ่อนวิมล นายเจิมศักด์ ปิ่นทอง อดีต สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ล้วนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในการจัดรายการ แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตนรู้จักใคร แต่ควรจะสร้างสรรค์รายการใหม่ๆ ขึ้นมา



เมื่อถามว่า จะเป็นชนวนที่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือไม่ เพราะนายสนธิเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เคลื่อนไหวจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่จะทำให้ประชาชนเข้าใจอะไรได้มากขึ้น เมื่อถามต่อว่ามั่นใจหรือไม่ว่านายสนธิจะให้ปัญญากับสังคมได้ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ต้องให้เขาทำรายการไประยะหนึ่ง แล้วลองประเมินดูว่าจะให้ความสมานฉันท์และให้ปัญญากับสังคมได้จริงหรือไม่



รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อกรณีมีการระบุว่าการจัดรายการครั้งนี้ เป็นเพราะใบสั่งจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ว่า เป็นนโยบายร่วมกันของทุกฝ่าย คนที่ทำงานไม่ต้องอึดอัดและตนในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ จะต้องรับผิดชอบ เบื้องต้นจะกำหนดเวลาให้ดำเนินรายการ 3 เดือน และจะมีการประเมินผลเป็นระยะๆ ไป ส่วนนายสนธิต้องจ่ายค่าเช่าเวลาให้กับสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ หรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการจ่ายเงิน แต่ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ สามารถหารายได้ได้ หาก สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ มีโฆษณาได้ แต่ขณะนี้ ต้องการจะประชาสัมพันธ์กิจกรรมเหล่านี้ ในรายละเอียดต้องไปถามอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ส่วนกรณีข่าวระบุว่า สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ต้องจ่ายค่าดำเนินรายการให้นายสนธิตอนละ 100,000 บาท นั้น ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าไม่มีการจ่ายเงินใดๆ ทั้งสิ้น



ผู้สื่อข่าวถามว่า กรมประชาสัมพันธ์จะเสียประโยชน์หรือไม่ เพราะได้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดไป นายธีรภัทร์ กล่าวว่า กรมประชาสัมพันธ์ทำเพื่อประโยชน์ของสังคม นโยบายของรัฐบาลก็ต้องการให้เกิดประโยชน์กับสังคม บางรายการก็ถ่ายทอดโดยไม่มีการเสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลไม่เคยไปชี้นิ้วสั่งใคร มีแต่เชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจ ตนไม่มีอำนาจไปชี้นิ้ว



นายธีรภัทร์ กล่าวต่อกรณีจะมีการควบคุมเนื้อหาของรายการหรือไม่ เพราะอาจจะมีเนื้อหาที่ทำให้เกิดความไม่สมานฉันท์ ว่า ขณะนี้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้วว่าการจัดรายการใดๆ ต้องไม่กระทบกับบุคคลอื่น ตนกำลังให้สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งคณะกรรมการจากบุคคลภายนอกมาคอยตรวจสอบข้อเสนอรายการใหม่ๆ และจัดระบบ กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจนต่อไป ไม่มีผลประโยชน์ใต้โต๊ะอย่างที่เคยทำกันมา



ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายสนธิจัดรายการครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อกรณีที่กรมประชาสัมพันธ์ฟ้องร้องเอเอสทีวี กรณี 11 นิวส์วัน เกี่ยวกับการทำผิด พ.ร.บ.กิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน เมื่อถามว่า ไม่กลัวว่ารัฐบาลจะถูกมองว่ากำลังเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ไม่มีการเอื้อประโยชน์ เพราะไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ตนดูการจัดรายการของนายสนธิเมื่อคืนที่ผ่านมาเห็นว่าดี เพราะนายสนธิ นำเสนออย่างมีวุฒิภาวะนำเสนอข้อมูลหลายด้าน ตนได้พูดคุยกับนายสนธิแล้วสบายใจ เพราะนายสนธิยังสามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้



เมื่อถามว่า จะเปิดเผยสัญญาระหว่างเอเอสทีวีกับ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ต้องถามกรมประชาสัมพันธ์ แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องมีสัญญาก็ได้ เมื่อถามต่อว่าจะเปิดให้ผู้ผลิตสื่อเอกชนรายอื่นๆ เข้ามาทำรายการด้วยหรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ยินดี สถานีโทรทัศน์อื่นๆ น่าจะไปดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยจัดรายการในช่วงเวลา 20.30 น.เหมือนกัน เพื่อการแข่งขันในเชิงคุณภาพ เพราะตนได้ให้นโยบายกับสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนสาระประโยชน์เพิ่มขึ้น



ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดเหตุการณ์หรือมีความแตกแยกในสังคมในฐานะรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตนเป็นคนรับผิดชอบอยู่แล้ว และรอให้เกิดเหตุการณ์ก่อน เวลานี้ยังไม่เกิดเหตุการณ์อะไร เมื่อถามว่าได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบมาก่อนหรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่ดูแลหน่วยงานนี้ พร้อมรับผิดชอบ ไม่ต้องไปถึงคนอื่น หากสื่อมวลชนจะไปสอบถามคนอื่นก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิ์ของสื่อมวลชน



เมื่อถามว่า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อึดอัดกับนโยบายนี้ จะมีการทบทวนหรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าสื่อมวลชนรู้ใจของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ดีนะ ตนจะไปสอบถามอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อีกครั้ง นักการเมืองในรัฐบาลนี้ พูดกันด้วยเหตุผล สร้างสรรค์ ไม่ใช่นักการเมืองในรัฐบาลอื่นที่ใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม แล้วไม่ช่วยกันตรวจสอบ
//www.thairath.com/online.php?section=newsthairathonline&content=37092


Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2550 21:13:36 น. 0 comments
Counter : 139 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จอบศักดิ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Thailand
Friends' blogs
[Add จอบศักดิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.