Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2548
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
จากนางในวรรณคดี จากเรื่องเล่าสู่บทเพลง

มีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่ผมจำได้ตั้งแต่สมัยเด็กๆ แต่จำได้แบบกระท่อนกระแท่นซะเหลือ
เกิน เพลงนั้นมีเนื้อร้องประมาณนี้ครับ

กล่าวฝ่ายพระอภัยมณี
มานอนเป่าปี่อยู่กับละเวง....ออ อยู่กับนางละเวง
พระเป่าเสียจนปี่ห้อย (ซ้ำ)
แล้วพระก็ม่อยหลับไปเสียเอง...ออ หลับไปเสียเอง
นางละเวงร้องเรียกพี่จ๋า (ซ้ำ)
ไหนพี่สัญญาว่าตีห้าบรรเลง...ออ ตีห้าบรรเลง
นางละเวงแสนจะแค้นใจ (ซ้ำ)
ชักปี่พระอภัยเอามาเป่าเสียเอง...ออ เอามาเป่าเสียเอง

สมัยเด็กๆ ผมก็ร้องแบบสนุกๆไปตามเรื่องตามราว เพราะตอนนั้นอาจจะยังไม่เข้าใจ
ชีวิตมากมายแบบตอนนี้ก็ได้ มาเข้าใจเนื้อหาของเพลงก็ตอนโตแล้วนี่เอง ฮ่า ฮ่า

ทั้งพระอภัยมณีและนางละเวง ก็คือตัวละครจากสุดยอดวรรณกรรมของ สุนทรภู่ เรื่อง
พระอภัยมณี ซึ่งเป็นจุดเริ่มที่ทำให้ผมหันกลับมามองเพลงเพื่อชีวิตหลายๆเพลง ที่นำ
เอาเรื่องราวจากวรรณคดีมาสอดแทรกเข้าไปในเนื้อหาของบทเพลง โดยเฉพาะการ
เปรียบเทียบเปรียบเปรยโดยใช้ตัวนางในวรรณคดีเป็นข้อเปรียบเทียบ อันเป็นที่มาของ
"จากนางในวรรณคดี สู่บทเพลงเพื่อชีวิต" กระทู้นี้ครับ

คงจะต้องออกตัวไว้ก่อนว่า ผมคงจะไม่ลงลึกมากสำหรับประเด็นนี้ แต่ขอมาเล่าสู่กันฟัง
แบบกันเองก้อแล้วกัน ส่วนไหนที่ผมไม่ทราบแต่เพื่อนๆทราบก็สามารถเสริมได้ตลอด
นะครับ

จากเรื่องราวของวรรณคดีไทยนับตั้งแต่ยุคสุโขทัยเป็นต้นมา มีเรื่องราวหลายๆประการ
ที่ยังกล่าวขานกันไม่รู้จบ บทบาทของตัวเอกจากวรรณคดีเรื่องต่างๆ ก็มักจะถูกยกมา
เปรียบเทียบกับพฤติกรรมของบุคคลทั่วไปในยุคปัจจุบัน อยู่เนืองๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น ขุนแผน พระลอ หรือพระสังข์ทอง (เจ้าเงาะ) ก็เป็น
ตัวเอกจากวรรณคดีที่มักถูกยกนำมาเปรียบเปรยกับผู้ชาย แต่แปลกกับการถูกนำเปรียบ
เปรยแบบ เจ้าชู้แบบขุนแผน ความสามารถร่วมสังวาสแบบพระลอ รูปทองดั่งเจ้าเงาะ
กลับเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะถูกอกถูกใจผู้ชายซะเหลือเกิน แม้แต่บทเพลงที่กล่าวถึงตัวเอก
ที่เป็นผู้ชายเหล่านี้ก็จะกล่าวในทำนองยกย่อง อาทิ ยอยศพระลอ เป็นต้น

แต่แปลกที่ถ้าจะมีการเปรียบเปรยกับตัวนางจากวรรณคดี กลับออกไปในทางเสียๆหายๆ
ไม่ว่า จะเป็น นางกากี นางวันทอง หรือ นางโมรา ซึ่งเป็น 3 ตัวหลักที่ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ
ถึงตรงนี้ผมขอยกเพลงที่รู้จัก แต่คงเน้นหนักในบทเพลงเพื่อชีวิต ที่กล่าวถึงนางเหล่านี้
พร้อมเรื่องราวจากวรรณคดี มาบอกเล่าบางส่วนเพื่อประกอบแง่มุมการเสวนา มาติด
ตามกันได้เลยครับ

ปล. ข้อเขียนนี้อาจจะออกเรท (x) นิดหนึ่ง อายุไม่ถึง 18 โปรดพิจารณา ฮ่า ฮ่า



Create Date : 11 กรกฎาคม 2548
Last Update : 11 กรกฎาคม 2548 22:58:08 น. 36 comments
Counter : 2795 Pageviews.

 
โมรา (มาลีฮวนน่า)

โอ้ว่าความรักความใคร่ มันอยู่กันไม่ได้เลย
ครั้นว่าจะทิ้งเธอไป ก็กลัวเธอจะน้อยใจ
กลัวเราเองจะเสียใจ โอ้เวรกรรม โอ้เวรกรรม

เหมือนนางโมราที่เล่นไฟ
เหมือนนางกากีที่ไปกับครุฑรูปงาม
ไปสู่วิมานฉิมพลี
ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย

มีดาบสองเล่มให้เธอเลือก ใจนางโมราเลือกฆ่าผัว
ได้ยินเรื่องราวแล้วเศร้าใจ
ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย
ไม่อยากให้เป็นเช่นนางโมรา

ถ้ามีผิดพลาดขออภัยด้วยครับ เพราะเขียนเนื้อเพลงโมราเพลงนี้จากความทรงจำที่ผมขึ้น
เวทีไปร้องเพลงนี้อยู่บ่อยๆ ว่าไปนั่น

เพื่อให้ผมมีเรื่องโม้ต่อไปเยอะๆ ขอพาเพื่อนๆมารู้จักนางโมรากันดีกว่า ครับ (ทั้งที่เพื่อนๆ
ส่วนใหญ่ทราบกันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครหลงมาอ่านก็ต้องทนเอาหน่อย ฮ่า ฮ่า)

อันนางโมรา เป็นตัวเอกจากวรรณคดีนิทานคำกลอนเรื่องจันทโครบ ซึ่งตามหลักฐาน
บอกไว้ว่า สุนทรภู่ เป็นผู้แต่ง แต่อ่านไปอ่านมาผมยังไม่ค่อยปักใจเชื่อ เพราะดูสำนวนกลอน
บางส่วนดูจะห่างชั้น จากสุนทรภู่ ซึ่งถ้าพูดถึงตรงนี้คงยาว ไม่ขอพูดถึงดีกว่า มาว่าถึงเนื้อหา
ของจันทโครบ กันก่อนครับ นิทานคำกลอนเรื่องนี้ว่าไว้ว่า...
จันทโครบ เป็นโอรสของพระเจ้าพรหมทัต ได้เดินทางไปเป็นลูกศิษย์ของ อัศโมพระโคดม
ที่กลางป่า เมื่อเรียนวิชาสำเร็จพระอาจารย์ได้มอบของสำคัญให้ 2 อย่าง คือ พระขรรค์ศิลป์ชัย
1 เล่ม กับ ผอบ 1 ผอบ และย้ำนักย้ำหนาให้เปิดผอบได้ตอนถึงเมืองเท่านั้น

แต่เพราะไม่เชื่อฟังคำสั่งของอาจารย์ จันทโครบจึงมาเปิดผอบที่กลางป่าระหว่างเดินทางกลับ
จนได้เจอนางโมรา มีการเกี้ยวพาราสีกัน จนเกิดบทอัศจรรย์ขึ้นกลางป่า เชื่อไหมครับคำกลอน
ช่วงต้นๆ ผมอ่านแบบผ่านๆ แต่พอมาถึงบทอัศจรรย์ตรงนี้กลับตั้งใจอ่านซะเหลือเกิน ฮ่า ฮ่า
ว่าแล้วก็ขอยกมาให้เพื่อนๆอ่านกันบ้างดีกว่า

พระว่าพลางกางหัตถ์สัมผัสพลัน..................พัลวัลพิศสวาทสวัสดี
ดังพระยามังกรช้อนวิเชียร..........................ก็ชูเศียรแหวกว่ายวารีศรี
พระทรวงแอบแนบทรวงสุดาดี.....................ดังอัคคีลามไหม้จักรวาล
หิมวันต์เลื่อนลั่นสะท้านสะเทือน...................สาครเคลื่อนลูกละลอกกระฉอกฉาน
มัจฉาโดดโลดเล่นในลำธาร.........................เสียงสะท้านเขากระทบกระทั่งกัง
ทั้งปู่เจ้าเขาเขินเนินพนม............................ถลาล้มลุกแล่นไม่เหลียวหลัง
พระฤๅษีอยู่ในถ้ำร่ำระฆัง.............................ทุกรวงรังนกร้องคะนองไพร
ทั้งพฤกษาก็ระย้าระยาบโยก.........................ลมกระโชกกิ่งก้านเขยื้อนไหว
พิลึกลั่นชั้นฟ้าสุราลัย....................................ราหูไล่คว้ารถพระสุริยา
อ้าโอษฐ์อมอับพะยับแสง..............................ทุกหล้าแหล่งมืดมิดทุกทิศา
พิรุณสาดฟาดฟองคะนองฟ้า..........................เมขลาล่อแก้วอยู่แวววาว
ตลอดแลบแปรบปราบเป็นเปลวช่วง...............อสูรหน่วงขวานขว้างไปกลางหาว
เปรี้ยงกระเดื่องเปลื่องกระดอนทุกแดนดาว......ก็เกรียวกราวนกกาถลาบิน
ในท่อน้ำลำธารฉานกระฉอก.........................คลื่นละลอกล้นลบกระทบหิน
กระแทกผึงกระทุ่มผางลงกลางดิน.................ก็เสร็จสิ้นสุขเกษมทั้งสองรา

งดงามจริงๆครับ ภาษากลอนของบุรพกวี แต่ แหมทั้งสองสมรักกัน ตั้งแต่เที่ยงจนตะวันลับฟ้า
เลยทีเดียว

ขณะรอนแรมมากลางป่า จันทโครบ เอาใจนางโมราขนาดไหน คิดดูเอาเองแล้วกันว่าช่วงไหน
ไม่มีน้ำกิน จันทโครบยังกรีดเลือดให้นางดื่มแทนน้ำ โอ้ โอ้

จนกระทั่งมาเจอโจรป่า โจรป่าเกิดชอบนางโมรา จึงเกิดการต่อสู้กับจันทโครบ จนจันทโครบ
พลาดท่า เรียกให้นางโมราส่งพระขรรค์ให้ ด้วยใจที่สับสนเพราะนางก็เกิดอาการชอบโจรป่า
จะส่งให้โจรก็กลัวจันทโครบถูกฆ่า จะส่งให้จันทโครบก็กลัวโจรป่าถูกฆ่า จึงวางพระขรรค์
ไว้ตรงกลาง แต่ด้ามพระขรรค์หันไปทางโจร เจ้าโจรป่าจึงคว้าพระขรรค์มาฆ่าจันทโครบ จน
สิ้นใจตาย

หลังจากจันทโครบตายเจ้าโจรป่าจึงได้สมสู่กับนางโมรา กลอนบทอัศจรรย์ตรงนี้ก็งามอีกแล้ว
จึงขอคัดลอกมาให้เพื่อนๆอ่านอีกช่วงหนึ่ง

ประเทืองต้องสองเต้าประทุมถัน.................ประคองคั้นเคล้นชมสมสมาน
นาสิกสูบจูบแก้มนางนงคราญ......................หัตถ์ประสานเกี่ยวกอดประคองนาง
สองอารมณ์สมรักประสานกร.......................สโมสรประดิพัทธ์ไม่ขัดขวาง
จะเปรียบโจรเชยชิดสนิทนาง......................ดั่งเชิงช้างสระสนานทะยานแรง
กระพือพัดผัดโบกกระโชกชิด......................ก็คว้าขวิดงวงกระหวัดอยู่กวัดแกว่ง
กำลังมันคันงามไม่ราแรง...........................กระแทกแทงเสยซ้ำปะรำซวน
ควาญขยับลงขอระย่อหยุด...........................ก็สิ้นสุดรสรักแรมสงวน

จากบทอัศจรรย์แบบอ่อนนุ่มกับจันทโครบ มาแบบรุนแรงแบบโจรป่า อ่านแล้วก็ได้แต่ร้องว่า
โอ้ โอ้

แต่เจ้าโจร เห็นอารมณ์แปรปรวนของนางโมรา ดั่งกลอนว่า "เสียดายรูปกับอารมณ์ไม่สมทรง
.......จะพลอยเป็นอัปมงคลไม่มีดี" โจรป่าจึงทิ้งนางไปกลางดึก ครั้นนางตื่นมาตอนเช้าไม่เห็น
ใคร จะเห็นก็แต่ศพจันทโครบ จึงเกิดกลัวเลยซัดเซพเนจรไปในป่าตามลำพัง

ตามธรรมดาของนิทานไทยต้องเดือดร้อนถึงผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ คือ ท้าวหัสนัยน์ หรือพระอินทร์
นั่นเอง ที่แปลงตัวมาเป็นเหยี่ยวเพื่อลองใจว่าถ้านางยอมให้ร่วมหลับนอนก็จะให้เนื้อนางกินแก้หิว
นางโมราก็ยินยอม ท้าวหัสนัยน์จึงสาปนางเป็นชะนีอยู่กลางป่า ร้องเรียกหาผัวตั้งแต่นั้นมา

เรื่องราวในนิทานเพื่อนๆหลายท่านอาจคิดว่าจบแค่นี้ แต่ยังไม่จบแค่นี้ครับ แหมมีหรือพระเอก
ของเรื่องจะตายตอนจบ เรื่องราวต่อมาคือ ก่อนกลับสวรรค์ท้าวหัสนัยน์ได้ชุบชีวิตให้จับทโครบ
ฟื้นขึ้นมาอีก และจันทโครบก็ได้เจอเนื้อคู่ชื่อ นางมุจลินล์ ลูกสาวท้าวภุชงค์ ถึงตรงนี้ถ้าเล่าคง
ยาว เลยขอสรุปว่าตอนจบของเรื่อง จันทโครบได้นางมุจลินล์เป็นเมียครองรักกันอย่างมีความสุข

และนี่คือที่มาของ นางโมราที่เล่นไฟ ต่อไปมารู้จักนางกากีกันครับ


โดย: จอมยุทธเมรัย (จอมยุทธเมรัย ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2548 เวลา:23:01:05 น.  

 
กากี

ถ้าพูดถึงนางกากี ก็มีสอดแทรกแบบเปรียบเปรยไว้ในเพลงที่อาจจะเรียกได้ว่าเพลงเพื่อชีวิต
หลายเพลงเหมือนกัน เท่าที่ผมนึกได้ตอนนี้ อาทิ

"เหมือนนางกากีที่ไปกับครุฑรูปงาม ไปสู่วิมานฉิมพลี..." จากเพลงโมรา ของ มาลีฮวนน่า

หรือ "ให้โทษโมราหรือว่ากากี เมื่อรักไร้ทฤษฎีบางทีไม่มีเหตุผล..." จากเพลงตำนานรักสะ
ท้านโลกา ของ หลง ลงลาย

แต่เพลงที่ผมจะยกมาเต็มๆตรงนี้ อาจไม่ใช่เพลงเพื่อชีวิต แต่ก็น่าจะสะท้อนความเป็นกากี
ได้ดี คือเพลงนี้ครับ

กากีเหมือนดอกไม้ (รังษี เสรีชัย)

โอ้ มาลี นี้ใครชมเล่น
กลีบเจ้าเป็น รอยช้ำ
ใครทำให้เจ้าเฉา
หรือภุมรา แกล้งมาภิรมย์ชมเจ้า
มองแล้วพายิ่งเศร้า
เจ้าเคยพริ้งเพรา กลับมาอับเฉา
เพราะมือ คนชม
ใครอยากจะรัก ใครอยากจะดม
ใครอยากจะชม นิยม ว่าเด่นดี

เปรียบกานดา โสภางามผ่อง
โอ้ รูปทองใจทราม
มีนามว่ากากี สวยอรชร
กลิ่นขจร หอมดังมาลี
กรรมของนางเทวี เจ้างามโสภี
แต่ใจบัดสี เพราะมีอารมณ์
ใจอยากจะรัก ใจอยากจะชม
ใจกลับ ระทม เพราะลมสวาทเอย...

ตอนนี้ชักเห็นด้วยกับ ปะหล่อง ว่าถ้าเอาเพลงเพื่อชีวิตมากล่าวถึงคงไม่ได้ภาพรวมของนางจาก
วรรณคดี คิดแล้วอยากจะเปลี่ยนชื่อกระทู้ไปเลยว่า "จากนางในวรรณคดี จากเรื่องเล่าสู่บทเพลง"
จะได้เป็นภาพรวมของเพลงทั้งหมด พร้อมทั้งเรื่องเล่ากับบทกวีเพราะๆที่ผมอยากมาให้อ่านกัน
เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับ

มาเข้าเรื่องกากีกันต่อ ตรงนี้ผมจะใช้เนื้อหาจากวรรณคดีเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เรื่อง กากี
กลอนสุภาพ เป็นหลักในการนำเสนอครับ

มาเล่าเรื่องย่อๆเพื่อเพื่อนๆจะรู้จักนางกากีกันดีขึ้น เรื่องนี้ว่าไว้ว่า....
พระเจ้าพรหมทัต ครองสมบัติกรุงพาราณสี มีมเหสีชื่อกากี มีบทกลอนที่กล่าวถึงนางกากีไว้ว่า

เธอมีองค์อัคเรศวิไลลักษณ์.....................ประไพพักตร์งามเพียงอัปสรสวรรค์
ชื่อกากีศรีวิลาสดั่งดวงจันทร์....................เนื้อนั้นหอมฟุ้งจรุงใจ
เสมอเหมือนกลิ่นทิพมณฑาทอง..............ผู้ใดต้องสัมผัสพิสมัย
กลิ่นกายติดชายผู้นั้นไป..........................ก็นับได้ถึงเจ็ดทิวาวาร
ดังหทัยนัยเนตรกรุงกษัตรย์.....................พูนสวัสดิ์สังวาสเกษมศานต์
เป็นเอกองค์ในอนงค์บริพาร.....................ประมาณหมื่นหกพันกัลยา

จากกลอนที่ยกมาก็จะเห็นถึงรูปโฉม และกลิ่นกายที่พิเศษของนางกากีกันแล้วนะครับ

เพื่อไม่ให้เรื่องเล่ายืดยาวเกินไปขอตัดตอนมาสั้นๆว่า พระยาครุฑ (พระยาเวนไตย) มีนัดเล่นสกา
กับพระเจ้าพรหมทัต ที่กรุงพาราณสี เจอนางกากีเข้าก็เกิดอาการสิเน่หา เลยแอบอุ้มนางมาสู่วิมาน
สิมพลี ตรงนี้ขอพาไปสู่บทอัศจรรย์ระหว่าง พระยาครุฑ กับ นางกากี ที่วิมานสิมพลี เลยดีกว่าครับ

พลางกระหวัดรัดรวบภิรมย์ใน..................ชงฆะไขว้ในเชิงละเลิงลาน
บันดาลพลาหกเทวบุตร...........................ก็ผึ่งผุดตั้งทั่วทิศาศาล
โพยมพยับอับอึงอนธกาล.........................สะท้านถึงเมรุราชสีขรินทร์
สัตภัณฑ์บรรพตก็ไหวหวั่น........................คงคาลั่นเป็นระลอกกระฉอกสินธุ์
ฝูงมหามัจฉาในวาริน...............................ก็โดดดิ้นเล่นน้ำลำพองกาย
อันดอกดวงสิมพลีที่ตูมกลัด......................ครั้นฝนซัดเชยแช่มแย้มขยาย
ที่ตูมบานก้านกลีบขจรจาย.......................รำพายกลิ่นรื่นรสเสาวคนธ์
แมลงภู่ทิพรีบร่อนมาเอาซาบ....................อาบละอองต้องทั่วทุกขุมขน
สองสุขสองเกษมเปรมสกนธ์.....................สองกมลสองสวาทไม่คลาดกัน

ตามธรรมดาของใหม่ๆละครับ นางกากีทำเอาพระยาครุฑหลงจนหัวปักหัวปำ และชั้นเชิงของ
พระยาครุฑก็ทำเอานางติดใจในรสสวาท บทกลอนที่กล่าวถึงตรงนี้ที่เป็นบทกวีที่ดีเด่นบทหนึ่ง
นักวรรณคดีมักจะยกตัวอย่างถึงอยู่เสมอ ผมก็อดไม่ได้ที่จะคัดมาให้อ่านด้วย แม้จะไม่ใช่บท
อัศจรรย์ที่ผมโปรดปรานก็ตามเถอะ มาอ่านกันครับ

ครุฑลืมลงเล่นอโนดาต...........................วรนาฎลืมมิ่งมไหศวรรย์
ครุฑลืมลงเล่นสัตภัณฑ์...........................สุดาจันทร์ลืมพักตร์พระภัสดา
ครุฑลืมร่อนเล่นโพยมบน........................นฤมลลืมสนมสนิทหน้า
ครุฑลืมไล่คาบนาคา...............................กัลยาลืมเล่นอุทยาน
ครุฑหลงชมทรงสมรชื่น..........................นางหลงรื่นรสทิพปักษาศาล
ครุฑละเลิงหลงเชิงยุพาพาล.....................เยาวมาลย์หลงเล่ห์ประหลาดโลม
ครุฑหลงกลิ่นแก้วขจรรื่น.........................นางหลงชื่นรสทิพอันเฉิดโฉม
ครุฑหลงกระบวนชวนตระโบม.................นางหลงโสมนัสในสกุณา
ฝ่ายพระเจ้าพรหมทัต เมื่อนางกากีหายไปก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เฝ้าแต่คร่ำครวญหาแต่นาง
แต่ก็จนใจด้วยไม่รู้ใครพรากนางไป ร้อนถึงคนธรรพ์(นาฎกุเวร) คนสนิทที่สงสัยใน
ตัวพระยาครุฑ จึงรับอาสาไปสืบเสาะหาความให้

พอครบกำหนด 7 วัน กำหนดนัดเล่นสกา พระยาครุฑก็ทำเป็นตีหน้าตายมาเล่นสกากับพระเจ้า
พรหมทัต ตอนขากลับนี่แหละครับ คนธรรพ์จึงแปลงร่างเป็นไรเกาะขนพระยาครุฑไป

เรื่องมาสนุกตรงนี้แหละครับ ไปถึงวิมานสิมพลี ตอนกลางคืนครุฑก็ร่วมสังวาสกับนาง ขณะที่
คนธรรพ์ ต้องแปลงเป็นไรซ่อนอยู่ แต่พอตอนกลางวันพอครุฑออกไปหากิน คนธรรพ์ก็กลายร่าง
มาร่วมสังวาสกับนางกากีอีก โอ้ โอ้ หนึ่งหญิงสองชาย ความจริงก็น่าสงสารนางกากีนะครับ
แต่ยังไม่อยากออกความเห็น มาเปรียบเทียบบทอัศจรรย์ระหว่างพระยาครุฑ กับ คนธรรพ์
ในตอนนี้ดีกว่า เริ่มด้วยบทอัศจรรย์ ระหว่างพระยาครุฑกับนางกากี ที่คนธรรพ์แอบซ่อนดูอยู่

ฝ่ายคนธรรพ์เป็นไรเข้าเร้นซ่อน............ที่บัญชรพิมานชัยไพศาล
ส่วนครุฑแนบนุชนงพาล........................สองสมานร่วมรสฤดีทวี
เปรียบดั่งองค์ปโรตเทวัญ.....................เมื่อฤดูวสันต์เกษมศรี
เมขลาชูช่วงดวงมณี............................อสุรีรามสูรก็โกรธา
ถือขวานเหาะทะยานขยิกไล่..................เวียนระไวในจังหวัดพระเวหา
นางแบแก้วแวววับให้จับตา...................อสุราขว้างขวานไปราญรอน
เมขลาล่อแก้วอสุรินทร์.........................ไม่สุดสิ้นที่จะร่วมสโมสร
เกิดสำหรับกัปกัลป์นิรันดร.....................เหมือนสมรสมานสุขสกุณินทร์

คนธรรพ์แอบดูอยู่คงทนไม่ไหวละครับ ตอนเช้าพอพระยาครุฑออกไป ก็รีบกลายร่างมาโอ้โลม
นาง มาอ่านบทอัศจรรย์ตรงนี้กันต่อดีกว่า

คนธรรพ์รับขวัญแล้วจุมพิต.................กรสะกิดเลี้ยวลอดสอดประสาน
เคล้าเคล้นเล่นดวงปทุมมาลย์.............ยุพาพาลแม่อย่าหมองกมลใน
ซึ่งโทษผิดชิดโฉมประโลมเล้า............ด้วยร้อนเร่าสวาทหวังไม่ยั้งได้
อย่าถือความจงประนามประนอมใจ.........พี่จะไว้ชีพด้วยวนิดา
ว่าพลางทางประจงปลงจิต...................เนื้อสนิทแนบกันกระสันหา
สองชื่นรื่นรสภิรมยา............................ดั่งราหูจู่จับพระจันทร
อ้าโอษฐ์โกรธเกรี้ยวกระหยับย้ำ...........กรกำเรือนรถจะสังหร
แสงจันทร์อับชะอ่ำในอัมพร.................ด้วยกำลังฤทธิรอนอสุรินทร์
พสุธาอากาศก็อับแสง..........................ไม่แจ่มแจ้งแหล่งหล้าวนาสินธุ์
ประจักษ์จันทร์อุปราค์ทั้งแดนดิน...........ก็อึงอินทเภรีระดมปืน
ฆ้องระฆังกังสดาลประสานเสียง...........สำเนียงโห่ลั่นหล้าไม่ฝ่าฝืน
ประเวณีคลี่คลายขยายคืน....................ก็แช่มชื่นเด่นดวงศศิธร
สองสุขสองสมภิรมย์รส........................ยังไม่หมดสุขสโมสร
คนธรรพ์ครั้นบ่ายรวีวร.........................สั่งสมรแล้วก็จรเข้าซ่อนกาย

ว่าจะเล่าให้สั้นๆ แต่ติดพันจนยาวขนาดนี้ได้ แต่ยังไม่จบครับ มาเล่าต่อดีกว่า
เมื่อถึงกำหนด 7 วัน พระยาครุฑก็จำต้องมาเล่นสกากับพระเจ้าพรหมทัต คนธรรพ์ก็แปลงเป็นไร
เกาะปีกพระยาครุฑ กลับมาด้วย และวางแผนจับผิดพระยาครุฑระหว่างการเล่นสกา ระหว่างบรรเลง
ดนตรีกล่อม โดยคนธรรพ์แต่งเพลงยั่วยุให้พระยาครุฑโกรธ โดยพรรณาถึงเรื่องราวระหว่างตน
กับนางกากี พระยาครุฑโกรธมากที่นางกากีทรยศต่อตัวเอง เมื่อกลับไปก็คาดคั้นเอาความจริง
กับนางกากี แต่นางกากียอมรับตอนหลังอ้างว่าถูกบังคับ ซึ่งพระยาครุฑไม่เชื่อและส่งนางกากี
กลับคืน พระเจ้าพรหมทัตทั้งรักทั้งแค้นทั้งอับอาย ทรงตัดเยื่อใยนางกากีและสั่งให้มหาดเล็ก
นำไปลอยแพในมหาสมุทร

เรื่องของนางกากีฉบับ กากีคำกลอน ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) จบลงแค่นี้ครับ แต่เรื่องราว
ยังไม่จบจริงๆ ยังมีการแต่งเติมเสริมต่อ ผมขอเล่าย่อๆให้เพื่อนฟังกันจนจบแล้วกันครับ

หลังจากถูกลอยแพ นางกากีต้องเผชิญเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัส เมื่อนายสำเภามาพบนาง
สลบไสลบนแพ เรือนร่างที่สวยงามย่อมเป็นที่หมายปองของนายสำเภา เขาจึงได้นางกากีเป็นภรรยา
ต่อมาโจรสลัดได้ปล้นเรือนายสำเภาและหัวหน้าโจรบังคับนางกากีให้เป็นภรรยาอีก ท่ามกลาง
ความอิจฉาริษยาของสมุนโจร เพราะหัวหน้าโจรไม่ยอมแบ่งผู้หญิงให้เหมือนรายอื่นๆ

ในที่สุดก็เกิดการแก่งแย่งนางกากีกันในหมู่โจร ถึงกับฆ่าฟันกันเอง นางกากีฉวยโอกาสหลบหนี
พวกโจรได้ แต่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายในป่าจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด โชคดียังเป็นของนางกากี
ที่บังเอิญมีกษัตริย์ชรานามว่าท้าวทศวงศ์ผู้เป็นหม้ายแห่งเมืองไพศาลีเสด็จมาเที่ยวป่า ได้นำนางกากี
ไปชุบเลี้ยงเป็นถึงมเหสี

นางกากีไม่บอกความจริงให้ท้าวทศวงศ์เพราะกลัวความไม่ดีของตนเองจะทำให้ท้าวทศวงศ์ไม่รับ
อุปการะ จิตใจของนางยังไม่เป็นสุขถึงจะได้เป็นถึงมเหสี แต่ท้าวทศวงศ์ก็ทรงโปรดปรานมเหสีร่างงาม
และกลิ่นกายหอม

นับตั้งแต่พระเจ้าพรหมทัตลอยแพนางกากีไป ก็ไม่มีความสุขกลับต้องระทมทุกข์ ถึงกับประชวรและ
สวรรคตในเวลาต่อมา เนื่องจากพระองค์ไม่มีทายาท ข้าราชบริพารจึงได้เลือกผู้ที่เป็นที่รักใคร่ของ
ประชาชนและมีปัญญาเฉียบแหลมขึ้นครองราชย์แทน ปรากฎว่าคนธรรพ์ (นาฏกุเวร) ได้รับเลือกเป็น
กษัตริย์แทน คนธรรพ์ผู้เป็นกษัตริย์ยังรักอาลัยนางกากีอยู่ ได้สืบจนทราบว่านางกากีได้เป็นมเหสีของ
พระเจ้าทศวงศ์ จึงส่งสารทวงนางกากีในฐานะที่เคยเป็นมเหสีของกษัตริย์เมืองพาราณสีมาก่อน แต่
เมืองไพศาลีไม่ยอม จึงได้เกิดสงครามระหว่างสองเมือง ในที่สุดนาฏกุเวรก็ยึดเมืองไพศาลีได้ และ
รับนางกากีกลับมาเป็นมเหสีสมใจปรารถนา
นี่แหละครับโทษของความสาวความสวย และกลิ่นกายที่พิเศษของนางกากี ความจริงจะโทษนางกากี
ทั้งหมดก็ไม่ถูกนัก จริงๆแล้วต้องโทษมานพหนุ่มทั้งหลายนั่นแหละ ตั้งแต่พระยาครุฑที่ลุอำนาจ
อุ้มนางมาจากพระเจ้าพรหมทัต และนำมากักขังไว้ที่วิมานสิมพลี ดีที่คนธรรพ์ไปพบนางเข้า และถ้า
นางขัดขืนไม่ยอมคนทั้ง 2 นางเองก็คงจะไม่รอด และคนอื่นๆที่ได้นางเป็นเมียก็เหตุจากความจำยอม
ทั้งสิ้น

พูดถึงยุคปัจจุบัน ผู้หญิงที่ประพฤติตัวเพราะเหตุจำยอมอย่างกากีก็คงมีอยู่ จะไปโทษผู้หญิงก็ไม่ได้
จะโทษก็ต้องโทษบรรดาผู้ชายทั้งหลายที่ก่อเรื่องและบีบบังคับให้ผู้หญิงประพฤติเช่นนั้นมากกว่า

แต่ขออย่าเป็นแบบ "เรือรักกระดาษ" เลยครับ แค่นี้สังคมก็เสื่อมทรามมากแล้ว

เรือรักกระดาษ (มาลีฮวนน่า)

เรือรักกระดาษ คลื่นสาดในธารมายา
โลกีย์บังตา บังใจอ่อนไหวไหวเอน
นาวาสุขสม ไม่นานก็ล่มสลาย
อยากจูบรูปกาย ไขว่คว้าได้เพียงรูปเงา

ห่างกัน แปรผันบอกรักคนอื่น
ข้ามคืน หยิบยื่นความสาวให้ชม
ดอกไม้กลิ่นแรงล่อแมงตัวผู้มาดม
แลกร่างเสพสมยอมตรมเพื่อหารักจริง

ยามรักหนีจากรักฝากปวดร้าวนานา
เก็บซ่อนน้ำตาเย็นชากับความรักลวง
รักแสนสุดหวงรักลวง รู้ตัวเมื่อสาย
เสน่ห์เรือนกายเสพได้แค่เพียงกามา...


โดย: จอมยุทธเมรัย (จอมยุทธเมรัย ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2548 เวลา:23:04:44 น.  

 
ข้อเขียนนี้ จอมยุทธฯ ใช้ชื่ออื่นเขียนไว้ที่เวปบอร์ดแห่งหนึ่ง
เลยขอนำมารวบรวมเก็บไว้ตรงนี้ด้วย ครับ


โดย: จอมยุทธเมรัย วันที่: 11 กรกฎาคม 2548 เวลา:23:07:32 น.  

 

ดีมากโว้ย


โดย: ดอก ทอง IP: 203.188.59.161 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:9:30:12 น.  

 


โดย: เด IP: 58.147.119.248 วันที่: 8 สิงหาคม 2549 เวลา:19:17:11 น.  

 
เรารักใหลวง


โดย: 8o IP: 203.172.161.149 วันที่: 4 กันยายน 2549 เวลา:13:34:13 น.  

 
แจ๋วจริงๆ


โดย: 6/10 ปี49 IP: 124.157.248.61 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:55:29 น.  

 
ค้นคว้ามานานกว่าจะเข้าใจ ขอบคุณครับ


โดย: เชียงรายซอย11 IP: 203.170.255.65 วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:10:52:44 น.  

 
ชอบจัง


โดย: ZeRynThiA IP: 58.9.169.235 วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:20:42:00 น.  

 
ก้อดีอะ


โดย: เจ้าหญิงดอกไม้ขาว IP: 125.24.165.253 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:40:49 น.  

 


โดย: 123 IP: 124.157.148.200 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:7:12:11 น.  

 

สา ด


โดย: ..... IP: 124.121.63.232 วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:19:47:06 น.  

 


โดย: 123 IP: 125.25.83.43 วันที่: 4 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:18:12 น.  

 


โดย: โหดร้าย IP: 58.9.187.10 วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:22:04 น.  

 
เนื้อเรื่องสนุกมากๆแต่อย่างว่าอะนะ เนื้อเรื่องไม่ครบก็เลยไม่ค่อยสนุกแต่ก็ใช้ได้


โดย: คนชอบกากี IP: 58.8.229.96 วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:20:38 น.  

 
เนื้อเรื่องสนุกมากๆแต่อย่างว่าอะนะ เนื้อเรื่องไม่ครบก็เลยไม่ค่อยสนุกแต่ก็ใช้ได้


โดย: คนชอบกากี IP: 58.8.229.96 วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:20:51 น.  

 
เยี่ยม ขอเป็นกำลังใจ


โดย: คนธรรพ์บรรเลง IP: 203.113.17.173 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:37:57 น.  

 
เอ อืม ไม่ดี


โดย: lin IP: 58.10.12.108 วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:30:43 น.  

 
ไพเราะมากค่ะ


โดย: ploy IP: 58.10.12.108 วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:33:59 น.  

 
บทอัศจรรย์ของเรื่องจันทโครบคล้ายๆกับเรื่องขุนช้างขุนแผนมาก


โดย: มุกมิก IP: 124.157.129.108 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:11:15:59 น.  

 
สงสารนางกากีเว้ย....iiii


โดย: ....*o* IP: 124.121.90.231 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:13:25 น.  

 
อยากเห็นนมกากี


โดย: ดำกพะพะ IP: 58.9.99.44 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:57:01 น.  

 
ขอบคุณมากๆครับได้เรื่องไปทำรายงานด้วยครับ...........................................


โดย: a-ka-tsu-ki_sharingan@hot... IP: 124.121.156.9 วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:19:00:54 น.  

 
เรื่องกากีต่อจากเจ้าพระยาพระคลัง(หน)เป็นใครแต่งต่อครับ......ช่วยกรุณาบอกหน่อยได้ไหมครับ.......จะเป็นพระคุณอย่างสูงมากๆครับ.........


โดย: a-ka-tsu-ki_sharingan@hot... IP: 124.121.156.9 วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:19:02:47 น.  

 
ถูกใจเรื่องนางกากีมากฮะ
ไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน ได้ยินแต่คำพูดที่ว่า
หญิงรูปงามใจทรามมีอยู่สามคนก็คือ
นางกาีกี โมราห์ แล้วก็นางวันทองสองใจ
สองคนหลังพอรู้เรื่องมาก่อน
(แต่เราไม่คิดว่านางวันทองเลวนะ ออกแนวโดนบีบบังคับมากกว่า)
ส่วนนางกากีนี่ รู้แต่ว่าเลว ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเลวแบบไหน
พอได้มาอ่านแบบนี้แล้ว ยกนิ้วให้เลยครับ
ถึงความทนทานของนางต่อบรรดาชายที่มาขืนใจทั้งหลาย
อ่านแล้ว คารวะ
ไงก็ตาม เราว่า นางโมราห์เลวสุดอ่ะ ในความคิดเรา
ขอบคุณสำหรับบล็อกดีๆ ฮะ
เลยได้หาความรู้ไปทำข้อสอบ ^.^


โดย: JoO-On IP: 125.27.91.48 วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:14:51:10 น.  

 
รักวรรณกรรมไทย


โดย: นัท IP: 61.7.241.30 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:17:18:57 น.  

 
ชอบๆๆๆๆๆชอบๆๆ


โดย: พลอย IP: 202.5.81.116 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:19:41:19 น.  

 
ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว
ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว ฟหกด่าสว


โดย: ดก IP: 58.10.158.254 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:8:43:20 น.  

 
ร้ากทุกคน


โดย: เด็กช้ายนาททท IP: 202.143.129.19 วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:8:06:06 น.  

 
รักคนแต่ง ยอดเยี่ยมมมมม


โดย: นากา IP: 117.47.61.153 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:20:02:11 น.  

 
สุดยอดจริงๆ เพราะผู้ชายในวรรณคดีเป็นคนเจ้าชู้ทำไมมีแต่คนยกย่อง (น่าเห็นใจ นางวันทอง นางกากี และนางโมรา)


โดย: หนุงหนิง IP: 58.147.36.58 วันที่: 23 มิถุนายน 2551 เวลา:13:38:46 น.  

 
ขอบคุณมากที่ให้ข้อมูล จนทำการบ้านเสร็จ


โดย: คนอยากรู้ IP: 210.246.77.240 วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:20:25:05 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้มากมายและทำให้ได้สติและข้อคิดเราเป็นอีกคนที่มีรูป กลิ่นเช่นนางกากี ในวรรณคดีหากแต่เราเลือกที่จะเป็นได้มากกว่าจริงๆ รักไม่เป็นไม่เคยอกหักคติของคนสวยสมัยใหม่จ๊ะ


โดย: ทุเรียน IP: 124.121.35.225 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:52:06 น.  

 
กากีเช่นดอกไม้หอม หอมดั่งราตรีผสมซ่อนชู้ รูปงามดั่งปักษาสวรรค์ รัญจวนใจหีบไม้งาม อย่างไรก็ตามก็กระดังงาลนไฟ


โดย: ทุเรียน IP: 124.121.35.225 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:00:02 น.  

 
ชอบมากเลยที่นำมาเล่าสู่กัน ทำเพิ่มนะคะจะเข้าชมอีก ที่จริงผู้หญิงทั้งสามไม่ได้เลวหรอกแต่ทำไปเพราะความจำเป็น นางพืมแม่บังบัง ขุนช้างหลอก ส่วนโมราเป็คนปลุกเสกไม่รู้ชั่วดีหรอก เป็นเกิดปั๊บเสียตัวปุ๊บนางไม่เคยได้รับการสั่งสอนเลย จึงถือว่าคนที่เปิดนางออกมากลางป่าผิด ผิดเพราะไม่เชื่อคำครูเลยต้องถูกโจรฆ่าตาย ส่วนกากีก็คงจำเป็นไม่สามารถขัดขืนได้เพราะแต่ละคนกลัดมันทั้งนั้น คนมีสามีแก่ เจออะไรแบบนี้ก็น่าเห็นใจ ธรรมชาติ แต่หากเป็นคนจริง ๆ ก็เป็นเรื่องวัดใจกันใจว่าดีหรือเลว


โดย: ป้าพิมพ์ IP: 112.142.51.97 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:13:52 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: เร IP: 202.149.25.225 วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:20:55:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จอมยุทธเมรัย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add จอมยุทธเมรัย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.