P i z z a R a n g e r
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
17 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
P i z z a R a n g e r # 10

“...”
ลมเย็น ๆ กำลังพัดผ่าน……
แต่ผมหายินดียินร้ายกับความเย็นสบายของสายลมไม่..
ไม่เลย..
หากแต่ผมกำลังสนใจกับเรื่องบางเรื่องที่สับสนอยู่ภายในใจ
ผมชอบเค้าหรือไม่ ?
ผมชอบเค้า
ผมไม่ได้ชอบเค้า
ผมชอบเค้า
หรือผมไม่ได้ชอบเค้า ?

โรงเรียนในตอนเย็นหลังจากที่เลิกเรียนแล้วช่างเงียบอะไรอย่างนี้ .. ??
ท่ามกลางความเงียบ นอกจากต้นไม้ที่พัดไหวไปตามลมและนักการ
ที่กำลังกวาดลานบาสฯ ไม่เห็นจะมีอะไรที่เคลื่อนไหวอีก รวมทั้งผม
ซึ่งอยู่นั่งข้าง ๆ รถเก๋งฮุนไดสีบรอนซ์ของอาจารย์ภุชงค์ที่จอดอยู่หน้าตึก 1

ผมไม่อยากกลับรถบัสโรงเรียน
วันนี้ผมขอกลับรถอาจารย์ภุชงค์
ผมกำลังรออาจารย์ที่กำลังประชุมตอนเย็น
...เงียบ ๆ คนเดียว

เหงาจัง............
ผมวนคิดกลับไปเมื่อตอนกลางวันอีกครั้ง........

[เมื่อตอนคาบว่างก่อนพักเที่ยง]
ผมชอบคาบนี้จัง คาบว่าง ที่พวกเราจำทำอะไรก็ได้ จะไปใหนก็ได้ จะนอน
จะกินจะเล่นอะไรก็ตามสบาย ใน 1 คาบนี้ อิสระเสรีสุด ๆ ว้าว ....
วันนี้อากาศไม่ร้อน ออกเย็น ๆ ด้วยซ้ำ ผมมานั่งอยู่ไกล้ ๆ กับกลุ่มเพื่อนของเค้าคนนั้น
บริเวณหน้าลิฟท์ในโรงอาหาร บางคนก็เอานิตยสารดารามาเปิดอ่าน
บางคนก็อ่านการ์ตูน บางคนก็หาอะไรแปลก ๆ เล่นกัน ผมก็นั่งดูเขาเล่นกัน
อย่างเงียบ ๆ สักพักเค้าคนนั้นก็เดินออกมาจากห้องน้ำหญิงหน้าลิฟท์

เค้าคนนั้นกำลังเดินมาหาผม ...

“ก๊อบ มาเล่นเขียนหลังกันมั้ย”
“เขียนหลัง ?”
“ใช่ เขียนหลัง”
“เล่นไงอ่ะ ?”
“หันหลังมาดิ...”
“(ควับ!...)” ผมหันหลังให้กับเค้า จากนั้นเค้าก็เอานิ้วของเค้ามาลาก ๆ วน ๆ
เขียนอะไรบางอย่างที่หลังผม
“เสร็จแล้วว... อิอิ ทายสิว่าเขียนอะไร?”
“เอ่อ...” “ม.ม้าเหรอ”
“ผิด” “...มู๋ตังหาก 55......”
“ง่ะ ล้อใครป่าวเนี่ย...”
“มา ๆ ทายผิดมาให้ดีดมะกอกซะดีดี....”
ผมส่งมือให้กับเค้า ....
“นี่แน่ะ.....(โชะ!)”
เค้าใช้นิ้วดีดใส่ไม่แรงมาก แค่พอให้ได้ยินเสียง
“เอาล่ะ เปลี่ยนกันมั่งนะ.... ก๊อบมาเขียนหลังส้มดิ..”
“ร...เหรอ เขียนได้เหรอ?”
“อ้าว ... ได้สิ ไม่กัดหรอกน่า ..” เราสองคนสลับกันนั่งสลับกันยืน แล้วเค้าก็หันหลังให้กับผม
“หงึก ๆ ..” ผมสัมผัสอย่างแผ่วเบา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมใช้นิ้วมือ
ผมสัมผัสกับแผ่นหลังของเค้าคนนั้น ...เขียนสัญลักษณ์อะไรบางอย่างลงไป
“เสร็จแล้ว ทายดิ รูปอะไรอ่ะ..”
“.....เขียนชื่อส้ม.... ใช่มั้ย?”
“ใช่”
“55 ส้มทายถูก มาให้ดีดซะดีดี”
“ง่ะ(โชะ!...)”
“มา...ถึงตาส้มแล้ว สลับ ๆ”
“(.......................................หงึกๆ......)” ผมจับความรู้สึกได้ว่าเค้ากำลังลากต่อเนื่องขึ้นลงซ้ายขวา
“เสร็จแล้ว ทายสิอะไร...??”
“รูปดาวห้าแฉก”
“ถูก....... ว้า.... โดนซะแระ...” เค้าส่งมือมาให้ผมดีด “อ่ะ..”
“เอ่อ...” ผมจะกล้าดีดเค้ามั้ยเนี่ย ?? ไม่น่าทายถูกเลย กลัวว่าจะต้องทำร้ายเค้า (เวอร์ไปป่ะ..)
“เอ้า ดีดสิก๊อบ”
“เอ่อ..” ผมดีดอย่างแผ่วเบา กลัวเค้าจะเจ็บ “หงึก ๆ”
“ดีดอะไรเนี่ย ไม่ใช่แล้ว..ดีดแบบนี้ก็ไม่มันดิ ไม่มีเสียงเลย ” “มันต้องแบบนี้ เอามือมา ๆ”
เค้าล็อคนิ้วกลางไว้กับนิ้วโป้งแล้วดีดใส่ผมแบบเต็มแรง “เป๊าะ!!!”
“ว้ากกก....!!” ด้วยความตกใจในเสียงทำให้ผมร้องออกมา
“55 เป็นอะไร แค่ดีดมะกอกแค่นี้ ร้องไปได้” “ถึงตาก๊อบแล้ว สลับ ๆ”
จะเขียนอะไรบนหลังเค้าดีนะ ....
งั้น... รูปนั้นแล้วกัน..
“(หงึก ๆ)” “เสร็จแล้ว รูปอะไร...”
“..............” เค้านิ่งเงียบสักแป๊บแล้วมองหน้าผม
“.........”
“รูปหัวใจเหรอ....”
“......ถูก”
“55 ทายถูก มา ๆ มาให้ดีดซะดีดี”
“ง่ะ... ” “โชะ!....”

เล่นกับเค้านี่มันก็สนุกดีนะ ......
“อ๊ะก๊อบ แค่นี้ก่อนนะ เค้ามาแล้วล่ะ....”
“ใครเหรอ....” ผมเห็นส้มโบกมือให้กับรุ่นพี่คนนั้น.... !
“แฟนส้มเอง“
“!!!เฮือก!!!”
“ไปละนะ....เจอกันคาบหน้า”
ว่าแล้วเค้าทั้งสองคนก็เดินเคียงคู่กันไป ทิ้งให้ผมนั่งเหวออยู่คนเดียว.........
เพิ่งจะรู้ว่าเค้าตกลงคบกับรุ่นพี่เป็นแฟน ....
มันรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ยังไงไม่รู้ กับความจริงที่ได้รู้วันนี้..


คนที่เราแอบปลื้มเขาไปเป็นแฟนของคนอื่นแล้วมันรู้สึกแบบนี้เองหรือ ? ..


*+*+*+*+*+*+*+*


เราชอบเธอหรือไม่ หรือว่าเราไม่ได้ชอบเธอ
ถ้าเราไม่ได้ชอบเธอ แล้วทำใมเราถึง รู้สึก
รู้สึก....เหงา... อิจฉา ... หวง ... รู้สึกไม่พอใจเวลาเห็นเค้าเดินเคียงคู่ไปกับรุ่นพี่คนนั้น
ถ้าเราไม่ได้ชอบเธอ ทำใม.....เราถึงรู้สึกเจ็บ...ทำใม...
เราถึงรู้สึกผิดหวัง ที่เค้าคบกับรุ่นพี่คนนั้น เป็นแฟน...
นี่หรือความรู้สึกของคนที่เขาเรียกว่า..








อกหัก...









ใช่ มันเป็นความรู้สึกที่เราเพิ่งจะเคยสัมผัสกับมันเป็นครั้งแรก
หลังจากที่....
เราได้รู้สึกว่ามีความสุขกับการที่เรารู้สึกดีดีกับใครสักคนหนึ่ง
นี่คือผลตอบแทนอย่างนั้นหรือ....
สิ่งที่เรียกว่าความรักมันคืออะไรกันแน่ ตอนนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก
แต่ผมจะพยายามค้นหาความหมายของมันต่อไป



ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของความรักนั้น มันคือความสุข หรือมันจะนำพาซึ่งความทุกข์มาให้ ?


///////////////////////////////



มองในมุมกลับกัน มองย้อนดูตัวเราเอง จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้เป็นคนที่มีดีอะไรนี่นา
ก็แค่เด็กผู้ชายตัวอ้วน ๆ มอมแมมสกปรกคนหนึ่ง มันไม่คู่ควรกับคนที่แสนดี สวย
และน่ารักอย่างเค้าคนนั้นหรอก เราต่างกันเกินไป ต้นทุนของผมมันคงน้อยเกินไป
ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับเขา แค่ได้เป็นเพื่อนร่วมห้องแค่นี้ก็ถมเถแล้วไม่ใช่หรือ
เราควรจะยินดีกับเขาไม่ใช่หรือที่ได้คบกับคนที่คู่ควร ใช่ ก็เพราะเราไม่ได้คิดอะไรกับเค้า
ใช่ เราไม่ได้คิดอะไร เราไม่ได้ชอบเค้า เค้ากับเราเป็นเพื่อนกัน ฉะนั้น เราไม่เห็นต้อง
ไปยินดียินร้ายอะไรกับเขาสักหน่อย เพื่อนของเราจะมีแฟนก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเราเลยนี่


เราไม่ได้ชอบเค้า














มั้ง.....






[เทอม2]

เบื่อจังเลย ต้องไปโรงเรียนอีกแล้ว ปิดเทอมนี้ผมได้เพื่อนคนใหม่....
คือ Play Station ที่คุณพ่อซื้อให้ ผมเล่นกับเพื่อนคนนี้ทุกวันเลย
ซื้อมา 7,900 บาทเอง แผ่นเกมก็ถูกแสนถูก (ก๊อปฯ) แผ่นละ 100 เดียวเอง
แถมเป็นจอยรุ่นสั่นได้ด้วยนะ เล่นแล้วสนุกมาก ๆ ..

จนลืมเรื่องบางเรื่องไปได้ชั่วคราว

///////////////////////////

วันนี้ผมก็มาเรียนหนังสือหนังหาตามปกติ ....แต่ทำตัวไม่เป็นปกติ
ผมไม่ได้เดินตามเธอห่าง ๆ ไม่ได้แอบมองเธอไกล ๆ (แบบจงใจ)
ผมปฏิบัติตัวแบบที่คนอื่น ๆ เขาทำกัน เรียนก็เรียน กินก็กิน ไม่ยุ่งกับใคร
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ผมมักจะมาขลุกตัวอยู่ห้องคอมฯของอาจารย์ภุชงค์
เพราะแอร์เย็น และมีอะไรแปลก ๆ ให้ดูเสมอในห้องคอมฯ บางครั้งก็ได้ช่วยงานอาจารย์

ตอนนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 15 นาที ผมเดินลงจากห้องคอมฯ
มาหาขนมกินก่อนขึ้นเรียนคาบบ่าย ระหว่างลงบันไดผมเห็นรุ่นพี่ม.2แก๊งหนึ่ง
ซึ่งชอบมาสุมหัวสูบบุหรี่กันที่ห้องน้ำชายหน้าบันไดชั้น 3
กำลังแซวแหย่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านบันไดไป
“ไปใหนมาจ๊ะน้องเอ๋อ ....”
“......” เธอคนนั้นเดินก้มหน้าก้มตาผ่านพวกรุ่นพี่นั้นไปโดยไม่ได้ตอบโต้อะไร
จริง ๆ ผมก็พอจะเคยเห็นเธอคนนี้นะ แต่ยังไม่เคยคุยกัน เธอเรียนอยู่ห้อง 1/5
น่าสงสารเธอนะ เธอมักจะโดนรุ่นพี่แหย่อยู่เสมอ.....
เธอเป็นผู้หญิงแปลก ๆ เงียบ ๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร ถ้าไม่ไปกับกลุ่มเพื่อนของเธอ
เธอก็มักไปใหนมาใหนคนเดียวตลอด เป็นคนที่ทำตัวดูลึกลับอย่างไรชอบกล
แถมยังมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งซึ่งแสดงถึงความไม่สนโลกของเธอก็คือ
เธอชอบประแป้งจนเต็มหน้าไปหมด เหมือนเด็กอนุบาล เต็มไปด้วยแป้งตลอดเวลา
ขาวเต็มหน้าของเธอ ซึ่งเธอก็ขาวอยู่แล้ว แล้วยังชอบทำผมยุ่ง ๆ มาปิดหน้า
ด้วยเหมือนจะปกปิดอะไรบางอย่าง ทำให้เธอมีฉายาที่เขาเรียกกันลับหลังว่า


“ยายเอ๋อ”




ลองคิดไปคิดมา การที่เป็นคนแปลก ๆ เหมือนกัน
บางที....ก็อาจจะทำให้เราเป็นเพื่อนกันได้นะ.....







////////////////////////////

พูดถึงเรื่องของเค้าคนนั้น ตอนนี้ก็ทำใจได้แล้วล่ะ
มองในแง่ดี ก็เห็นว่าไม่มีอะไรเสียหายนี่นา รุ่นพี่รูปหล่อคนนั้น
ท่าทางก็น่าจะนิสัยดี และดูแลเค้าคนนั้นอย่างดีนี่นา ไปซุ่มแอบดู
(หมายถึงแอบดูว่าอยู่โรงเรียนเขาไปใหนมาใหนกันมั่งนะ)
อยู่บางครั้ง ก็ไม่เห็นมีอะไรก็กุ๊กกิ๊ก ๆ ตามประสาคนเป็นแฟนกัน
แบบนี้ผมก็ไม่ว่าอะไร ถ้าทำให้เค้าคนนั้นมีความสุขผมก็อยากยินดีไปกับ
รุ่นพี่คนนั้น รุ่นพี่ช่างเป็นคนที่โชคดีอะไรเช่นนี้ ฝากดูแลเพื่อนผมด้วยนะครับรุ่นพี่


























(โห่ไอ้แสร่ดจะหลอกฟันเพื่อนกุเหรอไอ้เร็ว ไอ้ชัวร์ ไอ้ระกำ ไอ้ตี๋...ไอ้แห้ง ไอ้ผอม ไอ้หน้าแมว ไอ้บ้า ว้าก ๆๆๆๆๆ)









(ใหนว่าทำใจได้แล้วไง)





/////////////3 วันต่อมา//////////////
ยัยสาวน้อยประแป้งนี่มันเป็นคนลึกลับจริง ๆ ตอนพักเที่ยงเดินหามาสามวันแล้วยังไม่รู้
ว่าสิงสถิตย์อยู่ที่ใหนของโรงเรียน หรือว่าจะหายตัวได้กันนะ.... อยากเป็นเพื่อน
อยากรู้จักด้วย ผมยิ่งชอบคบหาสมาคมกับคนประหลาด ๆ อยู่ด้วย อิอิ
แต่จริง ๆ แล้วผมไม่คิดว่าเป็นคนประหลาดหรอก มันเป็นบุคลิกส่วนตัวของ
แต่ละคน เพียงแต่บางอย่างอาจจะไม่เหมือนกับทั่ว ๆ ไป อ๊ะ ๆ ใช่รึป่าวนั่น....
ผมว่าผมเจอแล้วล่ะ มานั่งหลบอยู่หลังหอประชุมนี่เอง เธอกำลังอ่านหนังสืออะไรบางอย่าง
“เธอทำอะไรอยู่คนเดียวเหรอ”
เธอวางหนังสือลงบนตักแล้วเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยความฉงน
“อ่านหนังสือดิไม่เห็นรึไง” “นี่เธอคือไอ้หมูที่อยู่ห้อง 6 นี่..ใช่มะ”
“เราชื่อก๊อบ แล้วเธอล่ะ”
“ไม่บอกดีกว่า... จะรู้ไปทำใม”
“เอ๋า ...งั้นเราขอเรียกเธอว่าอายานามิล่ะกัน”
“ ... อายานามิ ใคร ?”
ผมตั้งชื่อให้เธอเป็นชื่อตัวละครหญิงในการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่มีบุคลิกลึกลับ
“ตัวการ์ตูนน่ะ อายานามิชอบดูการ์ตูนมั้ย”
“ไม่ชอบ” ผมว่าการยืนพูดกับคนที่นั่งอยู่แบบนี้อาจจะเสียมารยาท
จึงหย่อนตัวนั่งแบบเว้นระยะห่างกับเธอ
“...แล้วอายานามิมานั่งอะไรเงียบ ๆ คนเดียวล่ะ ไม่ชอบอยู่กับเพื่อนเหรอ ?”
“อืม ไม่ชอบ คนเยอะ ๆ แล้วเรื่องมาก”
“....เหรอ.... แล้ว....กำลังอ่านหนังสืออะไรน่ะ”
“..!..” เธอทำท่าป้องหนังสือเล่มนั้นไว้ ราวกับไม่อยากให้ผมเข้าไปยุ่งยากกับโลกของเธอ
“..?..”
“อย่ารู้เลย...” เธอเก็บหนังสือเล่มนั้นลงไปในย่ามสีกรมท่าของเธอ และหยิบแป้งเย็น
กระป๋องเล็กออกมาจากย่าม เทลงใส่มือแล้วประใส่หน้า...
“....ถามอะไรหน่อยได้ป่าว?”
“อะไร” เธอกล่าวพลางประแป้งของเธอต่อไป
“ทำใมอายานามิชอบประแป้งอ่ะ”
“จะรู้ไปทำใม..?”
“ก็อยากรู้เห็นประหน้าขาวทั้งวันเลย”
“มันเย็นดี...”
“เหรอ...”
“ใกล้ได้เวลาขึ้นเรียนแล้ว เราไปก่อนนะ” “เอ้อ...”
“ทีหลังไม่ต้องเรียกอายานามินะ เราชื่อจริยา”
“ร..เหรอ”
ว่าจบเธอก็ก้มหน้าก้มเดินจ้ำ ๆ ไปอย่างรีบเร่ง

ท่าทางเธอจะเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงนะ....

ผมก็เป็นแบบนั้นแหละเพียงแต่การแสดงออกต่างกันไป
แต่โลกส่วนตัวของผมพร้อมที่จะให้ใครก็ได้มาเที่ยวชมทำความรู้จัก
ต่างกับเธอตรงที่คงไม่อยากจะให้ใครก้าวล้ำไปใหนโลกของเธอนัก








แต่ว่ามองไปมองมาเธอก็น่ารักดีนะ........

/////////////////////////////////////////////////








ตั้งแต่เค้าคนนั้นไปมีแฟน ผมก็พยายามอยู่ทำตัวให้อยู่ห่าง ๆ กับเค้า
ทำให้ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้เจอกันคุยกัน จริง ๆ แล้วไม่ใช่อะไรหรอก
ไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจน่ะ อยู่ห่าง ๆ ดีแล้วล่ะ ลองไปรู้จักกับเพื่อนใหม่ ๆ
ดูบ้างเผื่ออะไร ๆ มันจะดีขึ้น ...
[บ่าย3หลังจากเรียนคาบสุดท้าย]
“ทำอะไรอยู่เหรอ จริยา..” ผมส่งเสียงเรียกสาวน้อยประแป้ง เธอกำลังนั่งทำงานอะไรบางอย่างเงียบ ๆ
อยู่ที่หลังตึกเรียน 1 ซึ่งเป็นมุมอับไม่ค่อยมีใครมาแถวนี้หรอก มีแต่แปลงผักกับห้องเก็บวัสดุ
“เขียนรายงานส่งอาจารย์”
“ขยันจังเลยนะ”
“ก็ธรรมดา ว่างก็ทำ”
“นั่นสมุดพกนี่ ขอดูได้ป่าว”
“จะดูไปทำใม” เธอส่งสมุดพกมาให้ผม
“หู....... ” โห....เกรดสุดยอดเลย วิชาที่เธอสอบได้มีแต่ 3 ทั้งนั้นเลย บางวิชาก็ 4
ผิดกับผมเลยแฮะ มีแต่ 0,1 อย่างเก่งก็ 2 อย่างนี้คบไว้สอนการบ้านไม่เสียหายอ่ะ อิอิ
(หวังประโยชน์จากเขาอีก)
“ดูเสร็จยัง”
“เสร็จแล้ว ๆ เรียนเก่งจังอายานามิ เอ๊ย จริยา”
“ทำใมชอบเรียกว่าอายานามิ ๆ อยากเรียกอะไรก็เรียกแล้วกัน”


ผมพยายามที่จะทำความรู้จักกับเธอเอาไว้ พยายามชวนเธอพูดคุย
พยายามพบกับเธอบ่อย ๆ แต่ว่า เรื่องนั้นก็จบลงอย่างรวดเร็ว


[หลายๆวันต่อมา]


คาบสุดท้ายเรียนเสร็จแล้วล่ะ ผมกำลังทำเวร ฝุ่นเยอะมากจึงออกมายืนรับลมหน้าห้อง
เจอะอายานามิเดินผ่านหน้าห้องผมจึงพูดคุยทักทายตามประสาคนรู้จักกัน ก็คุยกันธรรมดา ๆ
สักพักเจ้าแว่นเดินซึ่งทำเวรอยู่กับผมก็เดินออกมา นึกสนุกอะไรไม่ทราบ มันกล่าวออกมาว่า
“เฮ้ยยายเอ๋อ สงสัยไอ้หมูมันจะชอบเธอว่ะ สังเกตมาหลายวันแระ”
“เฮ้ย มรึงพูดอะไรของมรึงวะ ไอ้บ้า...” ผมสวนกลับทันที มันจะมาเหงือกอะไรกับชีวิตผมเนี่ย
อายานามิมองผมตาเขียวปั๊ด แล้วเดินหนีไปทันที.... ซวยแล้วมั้ยเล่า ไอ้แว่นเอ๊ย ไอ้เพื่อนเวร.....





“ว้ากกกกกกกกกกกก ป... ปล่อยกู๊” ผมกำลังเล่นงานเจ้าแว่นด้วยการรัดคอมัน ไอ้ตัวซวยเอ๊ย...!
“กู๊หายจายมะอ๊อกกกกกก อ็อก ๆๆ....”
“มรึงพูดอย่างนั้นได้ไงฟระ เสียเรื่องหมดเลย โธ่ ๆๆๆ........ย้ากกกกกกๆๆๆๆๆๆ” ต้องเอาให้เข็ดไอ้บ้าปากแมวนี่








///////////////////// วันต่อมา //////////////////////

หลังจากเรียนคาบสุดท้าย ผมมานั่งเหม่อลอยอะไรบางอย่างริมสระน้ำ......
“หมู” มีเสียงผู้หญิงเรียกผมข้างหลัง ใครน่ะ ออ... เพื่อนห้อง 1/5 นี่เอง
“อีฟขอคุยด้วยหน่อย”
“เหรอ ที่ใหนอ่ะ?”
“หลังตึก...”

/ / / /

“มีอะไรเหรออายานามิ” ผมถามเธอหลังจากที่เดินมาเจอเธอกำลังยืนรอผมที่หลังตึก
“เราขอถามตรง ๆ นะ”
“ได้”
“เธอชอบเราเรอะ”
“......” “จะตอบยังไงดีล่ะ..” จริง ๆ คือผมชอบเธอและอยากเป็นเพื่อนกับเธอ
แต่คงไม่ได้ชอบแบบอยากเป็นแฟน (ก็ผมมีคนที่ชอบแล้ว)
แล้วผมต้องตอบยังไงดีล่ะ...?

“เธอชอบเราหรือไม่ ตอบมาตรง ๆ” เธอกล่าวต่อ แถมยังทำหน้าจริงจังเหมือนคนกำลังหาเรื่อง
“เปล่าซะหน่อย เราไม่ได้ชอบเธอแบบนั้น”
“ไม่ตอบตรง ๆ ใช่มั้ย”
“....” ผมเงียบเพราะกำลังคิดหาคำตอบที่ลงตัว ๆ สักหน่อย ให้ตอบตรง ๆ ใช่มั้ย
“เออชอบ เราอยากเป็นเพื่อนกับเธอ”
“......” เธอนิ่งเงียบ ใบหน้าของเธอช่างเย็นชาเสียยิ่งกว่าอะไร...
“.......?.......”
“เราจะบอกอะไรให้นะ” “เราไม่ได้ชอบเธอ” “ไม่เคยคิดอะไรกับเธอ” “และไม่มีวันด้วย”
“(อะไรของมันฟระ..)”
“ห้ามมาชอบเรา”
“เฮ้ย...(อะไรเนี่ย)”
“ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกะเราอีกนะ” “แค่นี้แหละ” ว่าเสร็จเธอก็เดินจากผมไป ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่อย่างนั้น...
“(อะไรของแม่ฟระ....)”
นี่เป็นครั้งแรกที่มีเพศตรงข้ามแสดงเจตนารังเกียจผมแบบตรง ๆ ทั้งที่ผมก็ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเธอ
ผมนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่ ผมทำอะไรผิดผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเหมือนกัน



/ / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / /



วันนี้ผมยังไม่ได้คุยอะไรกับเค้าเลยสักคำตั้งแต่เช้า ตอนนี้ก็เรียนคาบสุดท้ายเสร็จแล้ว
เค้าเดินขึ้นชั้นบนเอาการบ้านไปส่งอาจารย์ ผมนั่งรอเค้าอยู่หน้าห้อง.....
สักพักเค้าก็เดินลงมาและเดินผ่านผมเข้าไปเก็บกระเป๋าในห้องโดยไม่ได้พูดอะไร ?
แป๊บนึงเค้าก็เดินออกมาจากห้องและกำลังจะเดินลงไปข้างล่าง ผมจึงทักเค้า
“ไปใหนมาเหรอ”
“....” เค้าเดินทำหน้าบุ้ยผ่านไปโดยไม่ตอบ ? แปลกจัง
“ส้ม.....”
วันนี้แปลก ๆ แฮะ แถมยังไปใหนมาใหนคนเดียว ไม่ยิ้มแย้มเหมือนปกติเลย ?
ผมนั่งงงอยู่สักครู่........
“(ไปหาอะไรกินที่โรงอาหารดีกว่า)”
หลังจากถึงโรงอาหารผมซื้อขนมปังกับนมสตรอเบอร์รี่ มานั่งกินข้าง ๆ
โต๊ะที่เค้านั่งบ่อย ๆ สักพักเค้าจึงเดินออกมาจากห้องน้ำหน้าลิฟท์โดยที่ผมไม่ได้คาดไว้
“(อ้าว เจอกันอีกแล้ว)”
“กินขนมมั้ย”
“ส้ม...”
“ไม่เอา!”
“(เหวอ....เป็นอะไรของเขากันนะ..)”
“...ส้ม เป็นอะไรเหรอ?”
“เฮ้ยอย่ามายุ่งกะเราได้ป่ะ! รำคาญว่ะ! จะไปใหนก็ไป.....”
“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”


///////////////////////////////////









โรงเรียนเลิกตั้งนานแล้ว ผมยังไม่กลับ ยังไม่อยากกลับ กำลังสับสน
ผมเป็นนักเรียนคนเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ที่โรงเรียน เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย ๆ
(ไม่ต้องห่วงว่าผมจะไม่มีรถกลับ ผมติดต่อพี่ชัยเจ้าของร้านขายน้ำไว้แล้ว
แกกลับเย็น ผมจะขออาศัยรถแกกลับ)


ผมนี่มันเป็นตัวอะไรกันนะ ทำใมใคร ๆ ก็เกลียดผม ผมไม่ได้คิดร้าย
กับใครสักหน่อย ผมแค่อยากมีเพื่อน อยากมีใครสักคนที่เข้าใจ
ตอนนี้กำลังสับสน คิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น ผมถูกเกลียด
คนคนนั้นเกลียดผมผมไม่แคร์เท่าไหร่ แต่คนอีกคนที่เกลียดผมกลับ
เป็นคนที่ผมแคร์ คนที่ผมรู้สึกดีด้วย คนที่ผมชอบ ผมรู้สึกเจ็บที่หน้าอก
แปลบ ๆ เวลานึกถึงคำพูดคำนั้น มันทำให้ผมแทบบ้าเวลาคำคำนั้นดังก้อง
อยู่ในโสตประสาทของผม ผมแน่ใจว่าผมไม่ได้เคยทำอะไรไม่ดีกับเธอเลย
แต่ทำใม ทำใม...เค้าถึงขับใสไล่ส่งผมแบบนั้น ผมรู้สึกอยากจะขับอะไรสักอย่าง
ออกมาจากภายใน ผมเริ่มวิ่ง วิ่ง และวิ่ง.. ผมวิ่งจนถึงตึก 1 และเริ่มวิ่งขึ้นบันได
ผมวิ่งแบบลืมความเหนื่อย ไม่สนใจว่าหัวใจกำลังเต้นอย่างแรง ผมวิ่งไม่หยุด
วิ่งผ่านชั้นแล้วชั้นเล่า จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด
ผมไม่เคยทำแบบนี้ได้มาก่อนเลย ? ลำพังวิ่งขึ้น 3 – 4 ชั้นก็แทบตายแล้ว
ผมเหนื่อย หัวใจกำลังเต้นรัว จริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่ผมกำลังจะร้องไห้
ผมจึงวิ่งเพื่อให้ลืมความรู้สึกนั้นไป ตอนนี้ผมไม่อยากร้องไห้
ผมต้องการอ๊อกซิเจนมากกว่า ผมเหนื่อยมาก เหนื่อยแทบขาดใจ....

/////

ผมนั่งหอบอยู่กับพื้นสักพัก จึงลุกขึ้นยืนและเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า
..น้ำเย็น ๆ ไหลซู่จากก๊อกที่อ่างล้างหน้า ผมก้มหัวลงให้น้ำไหลผ่านหัว
เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย รู้สึกสดชื่นขึ้นมาระดับหนึ่ง
ผมล้างหน้าล้างตาให้พอสดชื่น และกำลังมองคนคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกระจก

ผมรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าไอ้หมอนี่จริง ๆ แก...แกมันเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง
อ้วนก็อ้วน เรียนก็แย่ หน้าตาก็ขี้เหร่ มีแต่คนเขาเกลียดแก เข้าใจมั้ย
แม้แต่คนที่แกชอบเขาก็เกลียดแก.................
ผมรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าตัวเองอย่างแรง แก!! แก!!! อย่าอยู่เลย!!!!!!!!!!!












เพล้ง!!!!!!!!!!!!!!!!.............







//////////////////////



หลังจากล้างมือล้างเศษแก้วกระจกและเลือดที่ติดเปื้อนอยู่กับมือของผมเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว ผมจึงเดินออกมาจากห้องน้ำ ปล่อยกระจกที่แตกกองไว้อยู่อย่างนั้น
รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ผมทิ้งความรู้สึกนั้นไว้ในห้องน้ำ
ต่อไปนี้เราจะต้องเข้มแข็ง...
และเราจะต้องเป็นคนใหม่. ...



/////////////////






วันนี้ผมก็มาเรียนตามปกติ แต่วันนี้ผมค่อนข้างเป็นจุดเด่นพอสมควร
ผมไม่ได้ตัดผมทรงนักเรียน แต่ตัดทรงอเมริกัน-ลานบิน ซึ่งไม่ผิดระเบียบด้วย
แถมยังนุ่งกางเกงสั่งตัดขาสั้นกุด โชว์ถุงเท้าคู่ใหม่ที่ยาวเกือบถึงหัวเข่าและร้องเท้า
เบรกเกอร์โฟร์วีล รองเท้ารุ่นใหม่สุดเท่ที่เพิ่งจะออกใหม่ ๆ
ผมอยากลองเปลี่ยนลุคตัวเองใหม่ ๆ ดู เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวเอง
(เพื่อน ๆ ชมว่าเท่กันหลายคนเลย...)
ต่อไปนี้เราจะเป็นคนใหม่ให้ได้.......เราจะต้องเป็นคนใหม่ไม่มีเค้าคนนั้นอยู่ในหัวใจ...








////////////////////

พักเที่ยงหลังจากกินข้าวเสร็จผมก็ขึ้นไปอยู่ห้องคอมฯตามปกติ แต่ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดอยู่นั้น
ผมพบว่าเค้าคนนั้นกำลังเดินลงบันไดมา ผมเดินผ่านไปเหมือนกับไม่มีอะเกิดขึ้น ไม่ได้พูดคุย
อะไรเดินผ่านไปเฉย ๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.....

///////////ชั้น6////////////////////////

ห้องคอมปิดหรือนี่ ? อาจารย์ไม่อยู่ ? ลงสิครับ...
ไปใหนดีกว่า ผมเดินลงมาเรื่อย ๆ ถึงชั้นล่าง เมื่อลงบันไดมาก็พบกับ
เค้าคนนั้น กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับแฟนที่โต๊ะหน้าลิฟท์ เค้าคนนั้นมองมาทางผม ?
“(เจออีกแระอะไรฟ่ะ...)”
ผมเลี้ยวซ้ายเดินออกไปจากโรงอาหารโดยที่ไม่ได้สนใจอะไร หาที่นั่งเล่นดีกว่า..
ระหว่างทางก็เจอยายอายานามิเดินสวนกันมากอีก
เมื่อเธอเห็นผม เธอก็เดินก้มหน้าก้มตาสวนผ่านผมไป.. ??
“(นี่เรามันเป็นตัวอะไรไปฟะทำใมมีแต่คนเกลียด ไม่เข้าใจจริง ๆ ช่างแม้วเหอะ)”

///////////////////////////////
กริ่งเลิกคาบสุดท้ายดังขึ้นแล้ว......
//////////////////////////////
หลังจากทำเวรเสร็จแล้วผมว่าจะไปนั่งเล่นห้องคอมฯ
ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งจะไปตึก 2 เพื่อไปห้องคอมฯ......
ระหว่างที่กำลังจะถึงบันได ผมก็เจอเค้าคนนั้นกำลังเดินลงบันไดมา(อีกแระ....)
“ก๊อบ...”
ผมทำเป็นไม่ได้ยินเสียงที่เรียกผมจากทางด้านหลังและวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

















“หัวหน้า ๆ เธอเรียกไอ้ก๊อบมันทำใมเหรอ?”
ยายเตยเดินผ่านมาเห็นส้มเรียกเจ้าบ๊องนั่นพอดีจึงถาม
“....ก๊อบมันไม่ได้รูดซิปน่ะ..........”







//////////////////////
กอล์ฟแนวใหม่ผ่านพ้นไปได้ 1 วัน
/////////////////////

วันต่อมา.......

แดดในตอนเช้าวันนี้ร้อนแรงสะใจจริง ๆ ผมมายืนเคารพธงชาติที่ลานอเนกประสงค์(สนามบาส)
หน้าเสาธง พลางคิดในใจว่าเมื่อไหร่โรงเรียนเราจะมีโดมมาสร้างคลุมไอ้ลานบ้านี่ซะที
ร้อนชิบ...... ระหว่างที่ยืนร้อนอยู่อย่างนั้น เค้าคนนั้นก็เดินผ่านมาเพื่อเช็คชื่อเพื่อนนักเรียน
เค้าเดินผ่านและมองมาทางผม ผมจึงหลบสายตามองไปทางอื่น สักพักเค้าก็เดินเช็คชื่อคนอื่นต่อไป

////พักเที่ยงอีกแระ////
(ในโรงอาหาร)
โอย.... หิวจังเลย วันนี้กินอะไรดีหว่า...?? ผมเดินไปครุ่นคิดไปพลาง เอาข้าวราดแกงละกัน
“ก๊อบ.. ” ผมรู้ว่าใครเรียกผมจากข้างหลัง แต่ผมทำเป็นไม่ได้ยิน....ต่อแถวซื้อข้าวต่อไป...
“...งอนเหรอ” ผมนิ่งเงียบไม่สนใจกับเสียงที่มาจากด้านหลัง ผมจ่ายเงินค่าข้าว
และเดินออกจากที่ตรงนั้น .....
“ก๊อบ....”


///////////////////////

หลังจากพักเที่ยง วิชาต่อไปเป็นวิชาสังคม วิชานี้ว่างครับอาจารย์ไม่อยู่ ผมจึงอยู่ห้องคอมฯ
อาจารย์ภุชงค์สงสัยจึงถามผมว่า
“อ้าว ก๊อบ พักเที่ยงเสร็จแล้วไม่ไปเรียนต่อเหรอ”
“อ๋อ คาบต่อไปว่างครับอาจารย์ไม่อยู่”
“โอเค งั้นเดี๋ยวสักพักอาจารย์จะวานให้ช่วยงานหน่อยนะ”
“ยินดีครับจารย์”
ว่าแล้วอาจารย์ก็ทำงานคอมฯของท่านต่อไป ไม่ทราบว่าพิมพ์อะไรอยู่ ?
ผมจึงเดินไปเดินมาตากแอร์อยู่ในห้องคอมฯ ....
/////////////
“ก๊อบ ๆ” อาจารย์ส่งเสียงเรียกผมจากในห้องพัก
“ครับ”
“เอาล่ะเสร็จแล้ว ช่วยเอาเอกสารรายชื่อนักเรียนนี้ไปให้หัวหน้าห้องเธอหน่อยนะ...”
“หัวหน้าห้องเหรอครับ?”
“ใช่ วรรณวิสานั่นแหละ ช่วยหน่อยนะ อาจารย์ขอทำงานก่อน”
”(ง่ะ....)”
/////////////////




















ผมเดินลงบันไดมาเรื่อย ๆ และทำใจมาเรื่อย ๆ
“(เราจะต้องไปพบกับเค้าอีกครั้งหรือนี่?)”
“(เราจะต้องพูดยังไงดี?)”
“(เราจะทำยังไงดี?)”
ลงบันไดมาก็พบกับโต๊ะหน้าลิฟท์ที่เค้าชอบนั่งตรงนั้นเป็นประจำ แล้วก็เจอจริง ๆ !!!!!










“เอื๊อก...” ผมกลืนน้ำลายนิดหนึ่งและเดินตรงเข้าไปที่ที่เค้านั่งอยู่
“....”
“..!..”
เค้าหันมามองผมด้วยทีท่าประหลาดใจ...

“คุณวรรณวิสา อาจารย์ภุชงค์ฝากเอกสารนี้มาให้คุณ” ผมกล่าวกับเค้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ผมวางเอกสารลงที่โต๊ะและเดินออกมาทันที..

“ก๊อบ..!” ผมเดินออกมาโดยที่(พยายาม)ไม่สนใจกับเสียงที่เรียกผมจากด้านหลัง....

//////////////////






[หลังจากเรียนคาบสุดท้าย]

หิวอีกแล้ว ไม่พ้นโรงอาหารเสียทีนะผม..... วันนี้จะกินอะไรดี ชา ดีมั้ย ชาเย็น เย็นชา ... ช่วงนี้
คงต้องซื้อชาเย็นมากินเพื่อเพิ่มพลังแห่งความเย็นชา ....
“จ๊วบ...” อืมไอ้ชาเย็นนี้มันก็อร่อยดีนะ หวาน ๆ มัน ๆ ผมนั่งดื่มชาเย็นชมวิวไปข้างโรงอาหารไปเรื่อย ๆ
“ก๊อบ ๆ” มีเสียงเรียกผมจากด้านหลัง ไม่ใช่เค้าคนนั้นหรอก น่าจะเป็นเสียงเพื่อนผู้หญิงในห้องผม
“มีอะไรเหรอ”
“หัวหน้าห้องเค้าขอคุยอะไรด้วยน่ะ...”
“เหรอ...” งานเข้าแล้วมั้ยละ.... จำเอายังไงดีนะ....
“จะไปมั้ย”
“แป๊บนึงนะ” ผมครุ่นคิดสักครู่ เอายังไงดีน้า.......






“....”







“ที่ใหน....?”
/////////////////////////////////////////////////////////////////
ผมเดินมาที่จุดนัดพบ ไม่ใช่ที่ใหนหรอกก็โต๊ะหน้าลิฟท์นั่นแหละ ที่ประจำของเค้า
เค้ากำลังยืนรออยู่พอดี

“ก๊อบ”
“...”
“ก๊อบ...”
“มีธุระอะไรคุณวรรณวิสา...” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
แท้ที่จริงแล้วผมกำลังฝืนความรู้สึกของตัวเองอยู่.....
“...งอนเหรอ?...”
“....” ผมเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วตอบคำถามไปว่า “...เปล่า...”
“.....”
“......”
“เอ่อ... พอดีวันนั้นส้มอารมณ์ไม่ดีอยู่และก็....หงุดหงิดด้วย”
“...”
“ก็เลยพลั้งปากพูดอย่างนั้นไป.....” เค้าก้มหน้าก้มตาพลางพูดไปพลาง
“---------” ผมพยายามเก็บอาการ รู้สึกจะควบคุมตัวเองไม่ได้
หัวใจผมกำลังเต้น เค้าไม่ได้รังเกียจเราจริง ๆ หรอกเหรอ ?
“ก๊อบ....”
“หืม...?”
“ส้ม ... ส้มขอโทษน้ะ......”
“อะ.....เอ่อ.....”
“ให้อภัยส้มด้วยนะ ขอโทษ ผิดไปแล้ว.....”
“-.-.-.-.-.-.-.-.-.-” ผมรู้สึกว่าของเหลวที่อยู่ในลูกตากำลังจะเอ่อออกมาด้วยความปิติ
ผมพยายามควบคุมตัวเองอีกครั้ง
“^_^” เค้ายกนิ้วก้อยข้างขวาขึ้นมาและยิ้มให้กับผม...
“..ดีกันน้า...”
“.............”


























“...อื้ม....” นิ้วก้อยของเด็กผู้ชายคนหนึ่งเกี่ยวเข้ากับนิ้วก้อยของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง








...เด็กผู้ชายคนนั้น
















เค้า...ตกหลุมรักเด็กผู้หญิงคนนั้นเสียแล้วล่ะ..........







ความรักมันเป็นอย่างนี้เองหรือ ?







นี่ใช่มั้ย.... “รัก” ....






ผมหลงรักเธอตั้งแต่บัดนั้น........




“ก๊อบ..” เค้ากำลังมองหน้าผมและส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับผม รอยยิ้มนั้นสวยมาก นอกจากรอยยิ้มของแม่
เกิดมาผมไม่เคยเจอยิ้มของใครสวยเท่ารอยยิ้มของเค้ามาก่อนเลย นิ้วก้อยยังคงเกี่ยวกันไว้เบา ๆ
“หายงอนรึยาง...”
“อื้ม....หายแล้วล่ะ ....เราก็ขอโทษเช่นกันนะ”
“ส้มตังหากที่ต้องขอโทษ ต่อไปนี้เรียกเราว่าส้มนะ ไม่ต้องเรียกเราว่าหัวหน้าหรือวรรณวิสาก็ได้”
“ส้ม”
“ก๊อบ....”
“หืม..? อะไรเหรอ ส้ม”
“ทำใมตาแดง ๆ อ่ะ”
“ป..เปล่า” ผมขยี้ตาเล็กน้อย รู้สึกว่ากำลังจะมีของเหลวออกมาจากตา...
“ไปกินขนมกัน เดี๋ยวส้มเป็นเจ้ามือเลี้ยงก๊อบเอง....”
























ผมแน่ใจแล้วล่ะว่า
ผมกำลังมีความรัก....
ผมพอจะรู้แล้วล่ะว่าคำว่าชอบ
และคำว่ารักต่างกันตรงใหน
สิ่งที่ทำให้ผมชอบเธอ ใช่ ความสวย ความน่ารัก
แต่สิ่งที่ทำให้ผมรักเธอ ไม่ใช่ความสวยความน่ารักของเธอเลย
หากแต่เป็น อุปนิสัย ความจริงใจ
แคร์ความรู้สึกคนอื่น ความโอบอ้อมอารีของเธอ
และรอยยิ้มพิมพ์ใจของเธอ
ผมเชื่อว่าผมจะไม่มีวันลืมรอยยิ้มของเธอ....ไปจนชั่วชีวิต















To be continued…………






Create Date : 17 ธันวาคม 2551
Last Update : 17 ธันวาคม 2551 23:08:56 น. 0 comments
Counter : 213 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จอมยุทธตะเกียบคู่
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add จอมยุทธตะเกียบคู่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.