Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 มกราคม 2552
 
All Blogs
 

พระราชวังซาริซิน่า ตอนจบ....จบแล้วจ๊า

เอาหล่ะ เรามาว่าต่อเรื่องพระราชวังของพระนางแคทเทอรีนกันต่อ ให้จบกันเลยดีกว่า หลังจากค้างเอาไว้นานแล้วโดยเริ่มจากบ้านขนมปัง สิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในนี้ นอกจากตัวพระราชวัง หรืออีกนัยนึงก็คือ โรงครัวนั่นเอง สร้างขึ้นเมื่อ คศ.1784-1785 ตัวอาคารมีลักษณะเป็นวงกลมโดยมีมุมรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งตรงกลางมีลักษณะเป็นทีว่างลักษณะคล้ายโดนัท อาคารมีลักษณะสองชั้น ชั้นแรกของอาคารกรอบหน้าต่างถูกตกแต่งในลักษณะแหลมตรงปลาย และในชั้นสองกรอบหน้าต่างถูกตกแต่ง ด้วยมีเสาสีขาวเล็ก ๆ กั้นกลาง และหน้าบันตรงส่วนกลางของบ้าน ถูกตกแต่งด้วยหินขาวซึ่งมีรูปลักษณะคล้ายกับขนมปัง อันเป็นที่มาของบ้านขนมปัง เมื่องสมัยการปกครองเป็บแบบคอมมิวนิสต์ตัวอาคารนี้ได้เป็นที่พักอาศัยของประชาชนอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ระหว่างตัวพระราชวังกับตัวโรงครัวนั้นมีทางเดินเชือมต่อกัน และตรงกลางระหว่างทางเดินมีประตูทางเข้าใหญ่รูปครึ่งวงกลมซึ่งถูกตกแต่งอย่างสวยงามจนดูหรูหราและฟู่ฟ่าจนเด่นสะดุดตากว่าสิ่งปลูกสร้างอันอื่น มีการประดับประดารูปแบบของหินตกแต่งมีลักษณะคล้ายหินงอกหินย้อย ส่วนลักษณะสถาปัตยกรรมโดยรวม ๆ ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐแดง และตกแต่งด้วยหินขาว อันเป็นเอกลักษณะของสถานที่แห่งนี้

นอกจากนี้ใกล้ ๆ กันนั้นมี ตึก Cavalier หรือก็คือ อาคารสำหรับข้าราชบริพารของพระนางแคทเทอรีนนั่นเอง ตัวอาคารมีลักษณะชั้นเดียวสร้างด้วยอิฐแดง และตกแต่งด้วยหินสีขาวซึ่งมีลักษณะเป็นรั่วบ้าง เป็นลักษระหน้าจั่วคล้ายปิรามิดบ้าง ลักษณะเป็นหอคอยตรงยอดบ้าง และตรงประตูทางเข้าด้านหน้ามีการตกแต่งด้วยรูปพระอาทิตย์ และดาว



นอกจากนี้ในบริเวณพระราชวังยังมีโบสถ์ตรีโฮนิตี้ ซึ่งถูกสร้างขึ้นอีกครั้งเมื่อปี 1722 ลักษณะไม่ใหญ่มากนัก และ รูปทรงแปดเหลี่ยม มียอดโดมในสไตล์รัสเซีย
ไม่ไกลจากตัวพระราชวังเท่าไหร่นัก มีอาคารพระราชวังเล็ก หรือมัลลึย ซึ่งเป็นอาคารรูปวงกลม ที่พิเศษกว่าที่อื่นนั้น ตรงด้านบนของอาคาร ตกแต่งด้วยหินขาวซึ่งเป็นรูปแสงรัศมี และมีลายเซ็นต์ที่ทำจากหินขาวของพระนางแคทเทอรีนที่ 2 จากนั้นใกล้ ๆ กันนั้นมี โอเปร่าโดม หรืออาคารโอเปร่าเฮ้าส์ ตัวอาคารมีลักษณะสองชั้น ซึ่งมีห้องโถงใหญ่ สำหรับแสดงคอนเสริต สำหรับแขกผู้มาเยือน และตัวพระนางเอง จุดเด่นของอาคารอยู่ด้านบนของอาคารสองด้าน ซึ่งมีรูปสัญลักษณ์อินทรีสองหัวที่ทำจากหินสีขาวตกแต่งไว้
ใกล้ ๆ กับทางเข้าสวน สถาปนิกได้สรรสร้าง สถาปัตยกรรมชิ้นเองอีกหนึ่งชิ้น นั่น ก็คือประตูองุ่น ซึ่งมีลักษณะเป็นหอคอยสองหอซึ่งตรงยอดมีลักษณะแหลม และตกแต่งด้วยหินด้วยอย่างสวยงามเป็นรูปพวงองุ่น อันเป็นที่มาของชื่อ

ดั่งที่กล่าวไว้แล้วในครั้งก่อนว่าทำไมถึงได้มีการสิ่งให้รื้ออาคารเก่าและสร้างอาคารใหม่ขึ้นหลังจากที่พระนางแคทเทอรีนได้มาเห็นตัวพระราชวัง และทำให้สถาปนิกเอกของเรา บาเชโนฟ ถึงกับเก็บข้าวของ หลีกหนีผู้คนไปปลีกวิเวกอยู่คนเดียว และไม่สร้างสิ่งใดขึ้นอีกเลย และในปี 1786 ได้มีการสั่งให้รื้อตัวอาคารเก่าลง และสร้างใหม่ในปี 1787 ซึ่งขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก มีลักษณะสองชั้นเป็นอาคารสองหลังที่มีทางเดินเชื่อมยาว และมีหอคอยรูปแปดเหลี่ยมอยู่มุม และส่วนประกอบอื่นก็ตกแต่งตามไสตล์ของที่นี่ ตรงด้านหน้าของพระราชวังตรงบริเวณสะพานใหญ่ กาซาโกฟ ต้องการให้เห็นทิวทัศน์อย่างชัดเจน จึงไม่ได้ทำการสร้างสิ่งใด ๆ โดยรวม ๆ แล้วกาซาโกฟ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย เพราะต้องการรักษา รูปแบบเดิม ๆ ของสถาปนิกคนเก่าซึ่งก็คือ บาเชโนฟ เอาไว้ หลังจากที่พระนางแคทเทอรีนสิ้นพระชนม์ ตัวอาคารก็ยังคงสร้างไม่เสร็จ จึงถูกปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่มีการนสร้างต่ออีกเลย




 

Create Date : 15 มกราคม 2552
0 comments
Last Update : 23 มกราคม 2552 20:51:49 น.
Counter : 751 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jokee2000
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใครที่ชอบรัสเซีย แวะอ่านที่นี่ได้
Friends' blogs
[Add jokee2000's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.