Group Blog
 
 
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
26 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
ผู้สื่อข่าวแจ้งว่าได้มีนักฟุตบอลเสียชีวิตขณะกำลังแข่งขัน เป็นการเสียชีวิตของนักฟุตบอลอาชีพคนที่10.

เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้วผมได้ฟังข่าวจากทีวี ผู้สื่อข่าวแจ้งว่าได้มีนักฟุตบอลเสียชีวิตขณะกำลังแข่งขัน ซึ่งข่าวที่ได้ยินวันนั้น เป็นการเสียชีวิตของนักฟุตบอลอาชีพคนที่10แล้ว ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างมากกับครอบครัว
ผู้สูญเสีย และถ้าจะมีบุญกุศลใดเกิดขึ้นบ้างจากการเขียนบทความนี้ ผมขออุทิศให้กับผู้จากไป
จำไม่ได้ว่าครั้งแรกที่ได้ยินข่าวนี้มันกี่ปีที่แล้ว แต่จำได้ว่าเขาเป็นนักฟุตบอลผิวสี ผมคาดว่าไม่น่าจะมีแค่10คนนี้ น่าจะมีมากกว่านี้ที่ไม่เป็นข่าว เพราะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพหรือเป็นบุคคลที่สังคมรู้จัก และผมว่าคงไม่จบแค่นี้
อีกหลายคนกำลังจะตามมา ( น่าจะตามมาหรือตามไปเนี้ย ) ทำไมถึงพูดเช่นนั้น เพราะผมไม่เห็นฟีฟ่าหรือใคร ออกมาพูดว่ามันเป็นปัญหาที่ต้องรับการแก้ไข
และข้อสำคัญเรื่องอย่างนี้มันแก้ที่ตัวกฎกติกา ก็ไม่ค่อยจะได้ผลด้วย
กีฬาฟุตบอลทุกวันนี้ มันไม่ใช่แค่กีฬา แต่มันคือธุรกิจพันล้านหมื่นล้านบาท การวิ่งตามลูกฟุตบอลในสนาม ไม่ใช่แค่เพื่อเอามันส์อย่างเดียว
มันคือการวิ่งไล่ตามความฝัน มันคือลาภ ยศ สรรเสริญ สุขหรือทุกข์ของเขาพร้อมทั้งครอบครัว ผมไม่แปลกใจที่บางคนต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

สิ่งที่ผมอยากจะพูด ที่จริงแล้วไม่เกี่ยวกับนักฟุตบอลเสียเท่าไร เพียงแต่ว่า ที่นำเรื่องของนักฟุตบอลขึ้นมาจั่วหัว เพราะมันเป็นข่าวใหญ่ที่สะดุดใจผม
และคนส่วนมากรู้จัก เป็นอะไรที่เห็นชัดดี

แต่มันเกี่ยวกับสิ่งที่เราทุกคนทำอยู่จนเป็นนิสัย ไม่ใช่แต่พวกเขา
พวกเราทุกคน หรือไม่ใช่คนก็เป็น จะมียกเว้นก็แต่
พระอรหันต์เท่านั้นที่ท่านพ้นจากการเป็นทาสของกิเลสแล้ว

คนเราทุกวันนี้วิ่งไล่ตามกิเลสตัณหา อย่างเอาเป็นเอาตาย
คือ ความโลภ อยากได้ อยากมี อยากเป็น(อยากไม่เป็น)
ความโกรธ

และไอ้ตัวใหญ่สุด เป็นลูกพี่ของไอ้2ตัวบน (ไม่มี3ตัวล่างนะ) มัน คือไอ้หลง
(พอใส่ ”ไอ้” ไว้ข้างหน้าแล้วชื่อ เหมือนหมาวัดเลย “ไอ้หลง” อิ...อิ...)
แต่ถ้าชื่อที่เป็นทางการคือ ความหลง
หรือนามเดิมว่า “โมหะ” ทุกสิ่งที่ลูกน้องมันทำ ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะ ไอ้ลูกพี่ตัวนี้ตัวเดียวอยู่เบื้องหลังและคอยให้ท้าย
(อย่าหาว่าผมพูดไม่เพราะเลยนะ คำก็ไอ้ สองคำก็ไอ้ ขอเถอะกับไอ้พวกนี้น่ะ เพราะผมหมั่นไส้มันมานานแล้ว เป็นสาวกพวกมันมาไม่รู้กี่ร้อยกี่ภพกี่พันชาติ
และเป็นแบบถาวรและตลอดชีพ ไม่เคยนอกลู่นอกทาง แต่มันก็ไม่เคยปราณีปราศรัยผมเลย จิกหัวหลอกใช้ผมตลอด วันนี้ล่ะผมเริ่มมีลูกพี่ใหม่ที่ผมชอบหลบไปซุกปีก ท่านชื่อ “คุณสติ” คอยให้ท้ายผมต่อสู้กับเจ้า3ตัว แต่ไม่ใช่จะอยู่กับคุณสติได้ตลอดเวลาหรอกนะครับ เพราะความเคยชิน คุ้นเคยกับลูกพี่เก่า
มันพอกมามากหลายชาติภพ ก็ต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของมันต่อไป แบบไปๆมาๆ และวันนี้ผมจะขอแฉมันบ้าง)ไม่พูดพล่ามล่ะ ผมขอยกตัวอย่างบ้างพอเป็นกระษัยเลยแล้วกัน

เริ่มจาก
ความโลภ ความอยากได้ ความอยากมี ความอยากเป็น(และอยากไม่เป็น)
ที่จริงไอ้เจ้านี่ ขอบข่ายการทำงานมันกว้างมากเลย เราจะเห็นเหยื่อของมันบ่อยๆ จากชีวิตจริง จากจิตใจเรา หรือแม้แต่เพื่อนร่วมชะตากรรมตัวน้อยๆ เริ่มจากหนูก่อนก็ได้ หนูที่มันติดอยู่ในกรงดัก เพราะมันมองเห็นแต่สิ่งที่เป็นเหยื่อล่อ
ถามว่าถ้ามันพิจารณาดีๆก่อนเข้าไป มันก็คงมองเห็นตาข่ายที่เป็นกรง อย่าคิดว่าหนูโง่ทุกตัว แยกไม่ออกว่า นี่คือกรง เพราะเราดักหนูไม่ได้ทุกตัว เพราะถ้ามันได้ผลกับหนูทุกตัว ผลิตภัณฑ์กาวดักหนูและอีกหลายๆชนิดคงไม่เกิดขึ้น
นั่นแสดงให้เห็นว่าจะมีหนูบางตัวที่ฉลาด หรือพิจารณาได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันคือกรงดัก
และสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ลาภลอย (ลอยจริงๆเพราะแขวนไว้)
แต่มันคือเหยื่อล่อ มันคือสิ่งอันตรายที่ต้องหลีกให้ไกลๆ
ตัวอย่างที่เป็นคนเป็นๆอย่างพวกเรา ก็มีให้เห็นเป็นเครื่องเตือนอยู่ไม่น้อย ตามหน้าหนังสือพิมพ์ หลายคนต้องสูญเสียทรัพย์สินตั้งแต่เล็กน้อยๆ ไปจนถึงเรือนหมื่นเรือนแสน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ การตกทอง การหลอกลวงว่าได้รางวัล จนไปถึงการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิต ก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยๆ นี่คือภยันตรายในความโลภ
ฝ่ายที่เป็นผู้กระทำกรรมก็ไม่พ้นผลจากโลภ
เคยมีเรื่องเล่าเมื่อสมัยจีนโบราณว่า มีโจรคนหนึ่ง วิ่งเข้าไปชิงถุงเงินของคนอื่น ต่อหน้าต่อตาของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง(ตำรวจสมัยนี้) ก็เลยถูกจับได้ ตำรวจเขาก็ถามว่าทำไมทำเช่นนั้น ไม่เห็นตำรวจที่ยืนอยู่ข้างๆหรือ
เจ้าโจรบอกว่า “ไม่เห็น เห็นแต่ถุงเงิน”
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่มองแต่สิ่งที่อยากได้ ต้องการจะเอา จนไม่เห็นสิ่งรอบตัว

ต่อมาคือไอ้ความโกรธ ความโกรธหรือโทสะ ความคิดร้าย ความคิดจะทำร้ายผู้ที่ทำให้ตนโกรธ ขุ่นเคืองใจ ความอาฆาตมาดร้าย ไอ้เจ้านี่ขอบข่ายการทำงานก็ไม่เบาเลย มีหลายคนบาดเจ็บล้มตายหรือสิ้นอิสรภาพ (ติดคุกนะไม่ใช่เมียขัง) เพราะมองเห็นแต่ความความโกรธตรงหน้า ไม่เห็นมีดที่มือของฝ่ายตรงข้าม
หรือมองไม่ออกว่าทำไปแล้วอะไรจะตามมา คิดแต่ว่า ตอนนี้ “กรูต้องฆ่า มรึง” หรือ ต้องเข้าไปจัดการ มีให้เห็นอยู่บ่อยมาก แค่จอดรถนาน ขับรถปาดกัน
แค่หมาข้างบ้านเห่าดังไปหน่อย แค่เด็กทะเลาะกัน แค่เรียนคนละที่ แค่หมั่นไส้ แค่มองหน้า ฯลฯ

สารพัด ”แค่” ก็ฆ่ากันได้ หรือลงมือทำร้ายกันรุนแรง คิดแล้วก็น่าใจหาย

ส่วนลูกพี่ใหญ่ “โมหะ”ก็คือความหลง ความมัวเมา เร็วๆนี้ ได้ยินข่าวว่า มีชายจีนคนหนึ่งเสียชีวิตคาเครื่องคอมฯ เหตุเพราะไม่หยุดกินข้าวกินปลาเลย
เด็กบางคนก็ติดเกมจนต้องไปขโมยของเพื่อหาเงินมาเล่นเกม ฯลฯ

นอกจากออกทำงานด้วยตัวเองแล้ว มันยังบงการอยู่เบื้องหลังเจ้า 2 ตัวนี่ด้วย
ทุกสิ่งทุกการกระทำที่เกิดขึ้น มันมาจากเจ้าตัวนี้เป็นจุดเริ่มต้น เป็นตัวจุดชนวน ตราบใดที่เราคิดหรือทำอะไร บนพื้นฐานของความเป็น”เรา” เพื่อตัวเรา
“ครอบครัวเรา” “ลูกเรา” สามีภรรยาเรา ตระกูลเรา บริษัทเรา หมู่บ้านเรา อำเภอเรา จังหวัดเรา บ้านเมืองเรา ประเทศเรา โลกของเรา นั่นแหละจะมีมันอยู่ด้วยทุกครั้ง...

มันไม่แปลกหรอกที่เรายังเป็นปุถุชน และจะทำอะไรที่ถูก ก.ม.บนพื้นฐานของความเป็นเรา หรือจะวิ่งไล่ตามกิเลสตัณหา เพราะมันเป็นนายเรามาตั้งกี่ร้อยกี่พันชาติภพแล้วจะยอมละทิ้งมันง่ายๆได้ไง ลงทุนไปตั้งเยอะแล้ว

แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ การที่คนเราปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งเย้ายวนที่อยู่ตรงหน้ามากเกินไป จนลืมย้อนมอง ดูกาย ดูใจของตัวเอง ใจมันก็ไปติดอยู่กับสิ่งที่ต้องการที่อยู่ข้างหน้าตลอดเวลา จนลืมมองอันตรายรอบตัว
ลืมมองว่ามันมีเพชฌฆาตอยู่ข้างตัว


ก็เหมือนกับที่เวลาเราถ่ายรูป เราจับโฟกัสกับสิ่งที่เราต้องการถ่าย
จะมีของอยู่สิ่งเดียวที่มันชัดที่สุดคือจุดโฟกัส
นอกนั้นจะเป็นภาพที่เบลอๆ
ไอ้เจ้าภาพเบลอๆนั่นอาจจะภาพของท่านยมฯอยู่ก็ได้....ใครจะรู้

ย้อนกลับมาดูกายดูใจของตัวเองบ้าง ในหนึ่งวันก็มีสัก4-5ครั้งก็ยังดี

.มาฝึกสติกันเถอะ

.
.
.
.
.สาธุ
ลูกศิษย์หลวงพ่อปราโมทย์ 26 กันยายน 2550
10.13




Create Date : 26 กันยายน 2550
Last Update : 26 กันยายน 2550 10:47:15 น. 0 comments
Counter : 132 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
รังสิโยภาส
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รังสิโยภาส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.