Lilypie 4th Birthday PicLilypie 4th Birthday Ticker Lilypie 1st Birthday PicLilypie 1st Birthday Ticker
Group Blog
 
 
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
11 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

++ตำนานรักของปาป๊ากะคุณแม่ของออมมี่ค่า ^_^ ++

//my.babyfancy.com/Aommy/Wedding+Party/Rotation+of+GSI07+589.jpg.html11 Sep 2004


ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อนของวันนี้ เป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของแม่และปาป๊า เราได้ฤกษ์ดีจากที่ก๋งและคุณย่านำวันเดือนปีเกิดไปให้พระท่านดูให้ พอแม่รู้ว่าเป็นวันนี้ตอนแรกก็ไม่สบายใจเพราะมันตรงกับวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญระดับโลกเลยนั่นก็คือ 911 วันที่มีการก่อวินาศกรรมถล่มตึกเวิรด์เทรดที่สหรัฐอเมริกา แต่ปาป๊าบอกแม่ว่าวันนี้แหล่ะวันดีเป็นวันที่ใครๆต่างก็จดจำได้ง่าย อือมแม่เห็นด้วยกะปาป๊าจ๊ะ

ย้อนกลับไปอีกนิดวันที่ปาป๊าเริ่มมาทำงานที่เดียวกะแม่เป็นวันดีที่สุดอีกวันนึงก็ว่าได้นั่นคือ 16 สิงหาคม 2544 ซึ่งตรงกับวันเกิดของแม่พอดีเลย แต่นั่นก็ไม่ใช่วันแรกของแม่ที่ได้เจอกะปาป๊าหรอกนะ ผ่านไปตั้งเป็นเดือนกว่าแม่จะได้พูดคุยกะปาป๊าเป็นเรื่องเป็นราว จริงๆก่อนหน้านี้เจ้านายของแม่เอ่ยปากบอกให้แม่ช่วยดูปาป๊าด้วยว่ามาทำงานใหม่ที่นี่เป็นยังไง นั่งตรงไหน ช่วงนั้นเจ้านายยุ่งๆยังไม่ได้คุยกะปาป๊าเลย แม่ก็ยังไม่รู้หรอกว่าคนที่เจ้านายพูดคือคนไหนก็ฝากพี่ที่เค้าอยู่ตึกเดียวกะปาป๊าดูแลให้อีกที ฮ่าๆ พอต่อมาไม่นานมีโอกาสได้ขึ้นไปที่ตึกฝั่งปาป๊าได้คุยกันก็พอรู้ว่าชอบกิจกรรมยามว่างเหมือนกันนั่นคือโยนโบว์ลิ่ง เข้าทางแม่เลย(หรือเข้าทางปาป๊าที่จะจีบแม่รึป่าวก็ไม่รู้ฮ่าๆๆ) เพราะปาป๊าบอกว่ามีพี่เขยทำงานอยู่ที่เมเจอร์ได้บัตรฟรีดูหนังกะโยนโบว์ลิ่งประจำ แม่ตาลุกวาวๆๆ ฮ่าๆๆ เพราะปกติไปโยนโบว์กะเพื่อนๆส่วนมากก็ได้บัตรฟรีมาจากเพื่อนสนิทของแม่คือน้าตุ้ย หรือไม่เราก็เลือกไปโยนวันเลดี้เดย์ สมัยก่อนจะเป็นวันพุธ คิดดูว่าแม่ใจรักชอบโยนโบว์แค่ไหน บ้านอยู่รังสิตเลิกงาน 5 โมงเย็นบึ่งรถเข้าเมืองไปเมเจอร์รัชโยธินเพื่อโยนโบว์กะเพื่อนๆประจำ อุปกรณ์ก็เตรียมไปเองพร้อม ถุงเท้า รองเท้า ลูกโบว์ลิ่ง สนับมือแป้งฝุ่น กรรไกรตัดเล็บ(เผื่อเล็บฉีก)

หลังจากนั้นความสัมพันธ์แม่กะปาป๊าก็เริ่มต้นจากกิจกรรมยามว่างชวนกันไปซ้อมโยนโบว์ลิ่งประจำเพราะว่ามีนัดกระชับมิตรโยนโบว์ระหว่างบริษัทกะซัพพลายเออร์ เหตุการณ์ในวันนั้นแม่ขอเล่าและเผาปาป๊าหน่อยนะขำจริงๆงานนี้จะว่าเป็นจุดหักเหที่ทำให้แม่เลือกที่จะคบกะปาป๊าต่อหรือเลือกที่จะเลิกคบเลยก็ว่าได้ เล่ามาถึงตอนนี้ปาป๊าต้องทำหน้าตาแบบว่างงๆไรเหรอมีเหตุการณ์แบบนี้ด้วยหรอจำไม่ได้แน่ๆ เริ่มจากงานมีตอนเย็นที่ปิยรมณ์สปอต์คลับ พวกเราทำงานเลิกเที่ยงครึ่งวันเสาร์ แม่ขับรถเอาไปจอดไว้ที่บ้านเพื่อนแถวสนามเป้า นึกหาที่จอดรถไม่ออกก็จะเอามาจอดทิ้งไว้แถวบ้านป้าตุ๊กตาประจำเลยหุหุ แล้วก็นั่งรถไปกะปาป๊าไปบ้านคุณย่านิภานัยว่าคอมพิวเตอร์คุณย่าเสียมาหลายวันแล้ว ปาป๊าจะแวะไปซ่อมให้จริงๆก็รู้มาว่าปาป๊าอยากพาแม่ไปให้คุณย่านิภาดูตัวด้วย ถือเป็นการเปิดตัวกับญาติผู้ใหญ่ทางบ้านปาป๊าเป็นครั้งแรก แล้วจากนั้นก็แวะไปบ้านปาป๊าต่อ จริงๆไม่รู้จะแวะไปทำอะไรแต่เวลามันเหลือเฟืออีกตั้งหลายชั่วโมงก่อนถึงเวลาโยนโบว์ เราก็ไปนั่งดูรูปสมัยเก่าๆของปาป๊าตั้งแต่เด็กสมัยเรียนวัยรุ่นมัธยมและปริญญา นั่งได้สักพักก็ถึงเวลาไปที่ปิยรมณ์ เอ่อ ไปถึงที่นั่นตอนแรกแม่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าแม่มารถคันเดียวกะปาป๊าเพราะว่าตอนนั้นเพิ่งคบกันใหม่ๆ ยังไม่มีใครรู้แล้วก็อีกอย่างแม่ก็ยังไม่อยากเปิดเผยมากเพราะว่าปาป๊าเพิ่งมาทำงานที่บริษัทนี้ไม่นานเอง พออยู่ในงานทุกอย่างเฮฮาเครื่องดื่มทั้งที่มีแอลกฮอล์และnonแอลกฮอล์ก็กระหน่ำพร้อมเสริฟ์กันเต็มที่ ปาป๊าเพิ่งเข้ามาใหม่ก็ชนแก้วกะเค้าไปทั่วนัยว่าอยากกระชับมิตรกะพนักงานคนอื่นๆใครชวนชนเป็นชน ทั้งที่ท้องว่างไม่มีไรรองท้อง แม่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากตั้งหน้าตั้งตาทำแต้มโยนโบว์อย่างเดียว และงานนั้นก็ไม่มีพลาดได้รางวัลไฮสกอร์หญิงกลับมาด้วยเหมือนเดิม

พอใกล้เลิกงานเค้าประกาศรางวัลและทานอาหารค่ำกันเรียบร้อยแม่ก็ยังไม่เห็นปาป๊าในงานเลย ถามพนักงานที่บริษัทก็รู้ว่าปาป๊าหนูไปฟุบคาอ่างในห้องน้ำตั้งนานแล้ว โดยมีคนคอยนวดไหล่เอาน้ำล้างหน้าเอาชาร้อนไปให้ดื่มแต่ทำไงก็ไม่ดีขึ้น มีหลายคนมีอาการเหมือนกะปาป๊าแต่เคสปาป๊านี่หนักสุด จนทุกคนจะกลับกันหมดแล้วก็มีคนหิ้วปีกปาป๊ามาส่งระหว่างนั้นทุกคนก็ถามกันว่าจะทำไงพาปาป๊ากลับบ้านยังไงดี แม่จะขับรถพาปาป๊ากลับบ้านก็ไม่ได้เพราะรถเป็นเกียร์กระปุกแม่ขับเป็นแต่ออโต้ เดือดร้อนให้พี่ที่บริษัทซัพลลายเออร์เป็นคนขับพาไปส่งที่บ้านแล้วเราก็ต่อแท๊กซี่ไปเอารถที่บ้านเพื่อนแม่แล้วแม่ก็ขับไปส่งพี่เค้าไปเอารถที่บ้านเพื่อนอีกที โชคดีว่าบ้านเพื่อนเค้าอยู่แถวซอยอารีย์ไม่ไกลจากที่แม่เอารถจอดทิ้งไว้ จากนั้นแม่ก็กลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืนระหว่างทางก็นั่งนึกไปตลอดว่านี่เราคบคนขี้เมาหรอเนี่ย เกลียดที่สุดเลยคนไรกินแล้วก็เมาเหล้าไม่ชอบอย่างมากเลยขี้เหล้าเนี่ย จนเช้าวันรุ่งขึ้นตื่นนอนมาแม่ก็เป็นห่วงใจนึงอยากโทรหาปาป๊ามากๆว่าเป็นไงบ้าง แต่อีกใจก็เอ๊ะนี่เราตัดใจจะไม่คบคนนี้แล้วนี่นา แล้วอารมณ์ก็ชนะเหนือเหตุผลฮ่าๆๆ แม่โทรหาปาป๊าตอนสายๆ ปรากฎว่าปาป๊าอยู่สนามกอล์ฟค่ะ มีแรงออกไปตีกอล์ฟกะเพื่อนๆได้แต่เช้าตรู่ทำเอาแม่งงไปหมดว่าเฮ้ย เมื่อคืนสภาพยังเมาแอ๋ไม่รู้เรื่องเลยแล้วนี่ยังไงมีแรงลุกไปตีกอล์ฟได้แต่เช้า จากนั้นตอนบ่ายปาป๊าก็มาหาและรับออกไปทานข้าวข้างนอกด้วยกันแล้วก็ดูหนังต่อรึป่าวไม่แน่ใจ จากงานโยนโบว์ครั้งนั้นในที่ทำงานก็เริ่มแซวแม่กะปาป๊ากันทีนี้ไปไหนก็ไม่ต้องคอยแอบๆแล้วฮ่าๆ ใครๆต่างก็แซวว่าปาป๊าวางแผนมาเนียนดีจริงๆสมกะที่อยู่ Planning เลย แม่ทำงานที่นี่มาก่อนปาป๊าตั้งนานยังไม่มีใครจีบติดเลยแต่ปาป๊ามาแป๊บเดียวคว้าไปซะแระ >

ต่อมาถึงคราวที่แม่ต้องพาปาป๊าไปให้เพื่อนดูตัวบ้างแล้วว่าเป็นยังไงตอนนั้นเดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนที่มีฝนดาวตกแล้วประเทศไทยก็เป็นอีกจุดนึงที่มองเห็นชัดมากๆๆ ทริปนั้นเพื่อนแม่น้าตุ๊กตาชวนกันไปนอนดูฝนดาวตกกันริมทะเลครั้งนั้นเราไปกันหลายคนมีแม่ น้าตุ๊กตา น้าตุ้ย น้าหยก ลุงวุ่นและก็ปาป๊า พากันไปนอนดูฝนดาวตกริมทะเลที่รร.อนันตรา ไม่มีใครตื่นเต้นมานอนดูฝนดาวตกกันเลยแขกฝรั่งส่วนใหญ่ก็มองกันจากริมหน้าต่างหรือระเบียงห้องพัก มีแต่กลุ่มแม่ที่เตรียมเสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ไปนอนดูส่งเสียงกรี๊ดดกร๊าดดกันเมื่อมีฝนดาวตกร่วงลงมา จะบอกว่าเป็นทริปที่ประทับใจมากๆ ตอนนั้นไม่อยากจะคิดว่าในชีวิตนี้เราจะได้มีโอกาสเห็นฝนดาวตกที่หล่นมาเยอะแยะมากมายดวงใหญ่ด้วย แล้วก็เห็นชัดเจนเพราะท้องฟ้าโล่งโปร่งใส นอนคุ่กะปาป๊ากะน้าหยกระหว่างนั้นน้าหยกก็คอยสัมภาษณ์ปาป๊าให้แม่สืบประวัติซักไซ้ไล่เลียงกันจนหมดทุกซอกทุกมุม ต้องขอบคุณน้าหยกครั้งนั้นด้วยเพราะถ้าเป็นแม่ๆคงไม่กล้าถามรายละเอียดซอกแซกได้จนครบแบบนั้นแน่ๆ
และเสียดายทริปนั้นไม่มีรูปถ่ายตอนฝนดาวตกเพราะปาป๊าลืมเอาสายลั่นชัตเตอร์ไปด้วย




จบจากทริปนั้นสิ้นปีเราไปต่อกันที่น้ำหนาวเพชรบูรณ์ ก๊วนร่วมทริปก็เหมือนเดิม ลุงวุ่น น้าตุ้ย น้าตุ๊กตา น้าหยก ล่วงหน้ากันไปก่อนวันศุกร์ แม่กะตามไปวันเสาร์แต่พอเย็นๆวันศุกร์น้าตุ๊กตาโทรศัพท์มาตามพร้อมกะส่งเสียงกรี๊ดดดกร๊าดดมาตามสายว่าสวยมากๆๆๆ บรรยากาศดีมากๆๆๆ เธอต้องรีบมาเดี๋ยวนี้เลย ทำเอาแม่แพคกระเป๋าแทบไม่ทันปาป๊าเลิกงานแล้วรีบบึ่งกลับบ้านแพคกระเป๋าแล้วมารับแม่เราออกเดินทางเกือบสองทุ่ม(ถ้าจำไม่ผิด) ไปถึงที่หมายก็ดึกมากๆจำไม่ได้ว่าที่ไหนเหมือนมีค่ายทหารด้วย มีเตนท์กางเรียงกันเต็มไปหมด โทรหาน้าตุ้ยว่าเตนท์เธออยู่ตรงไหนสีอะไรแม่จะได้เอาเตนท์ไปกางใกล้ๆกันแล้วก็รีบนอนต่อจะได้ตื่นแต่เช้ามาดูบรรยากาศทะเลหมอก ซึ่งตอนนั้นมันกลางคืนมืดมิดมองไม่เห็นไรเลย พอตื่นมาไม่เห็นจะมีไรบรรยากาศโดยรอบไม่ได้สวยงานเลอเลิศเพอร์เฟคแบบที่น้าตุ๊กตาบอก สรุปคือโดนหลอกฮ่ะ หลอกให้รีบมาให้เจอะบรรยากาศเดียวกัน ฮ่าๆ จากนั้นเราก็ตระเวณเที่ยวไปตามแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบรูณ์ แล้วก็ย้ายไปนอนกันที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ขอผ่านตรงนี้ไปนะคะแบบว่าไปถึงอุทยานแล้วคนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกๆๆๆ ดีเราไปจองพื้นที่กันช่วงบ่ายๆแล้วออกไปเที่ยวข้างนอกกลับเข้ามาตอนเย็นคนที่มาทีหลังกางเตนท์นอนกันข้างหน้าอุทยานกันเลยด้านนอกถนนเลยหน่ะคิดดูว่าคนแห่กันไปเที่ยวที่นี่เยอะแค่ไหน แต่ก็หนาวได้ใจจริงๆน้ำหนาวสมชื่อ

จากนั้นเรากลับมากรุงเทพค่ำวันนั้จะไปเคาท์ดาวน์กันที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์แต่ก็เข้าไม่ถึงเลยคนเยอะมากๆๆ โทรนัดกะพวกเพื่อนแม่ก็ไม่เจอคนเยอะขนาดที่ว่าทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าพังกันไปเลยต้องเปิดให้เดินเข้าไปกันง่ายๆสรุปหมดทริปไปอีกเป็นปีแรกที่เที่ยวกะปาป๊าเยอะที่สุด แล้ว็ต่อมามีทริปที่เราไปเที่ยวเกาะเต่าเกาะนางยวนด้วยแต่แม่จำช่วงเวลาไม่ได้มีแต่ภาพถ่ายเหล่านี้ แล้วก็ทริปแรลลี่อีกหลายทริป










ไปตีกอล์ฟที่เขาเขียวกะเขาสอยดาว






สองปีกว่าผ่านไป ความรักของแม่กะปาป๊าอยู่ในสายตาผู้ใหญ่มาตลอดจนคุณยายเปรยๆว่าแต่งงานซะทีดีไม๊ตะลอนๆเที่ยวกันอยู่บ่อยๆแล้วเสาร์อาทิตย์ก็เจอกัน วันทำงานก็เจอกันตอนเย็นก็เจอกันตลอด จนได้ฤกษ์ปาป๊าพาผู้ใหญ่มาทาบทามและสู่ขอและก็ดูฤกษ์ให้จนได้วันที่ฤกษ์ดี 11 กันยายน 2547 เล่าเรื่องด้วยภาพตามนี้เลยนะจ๊ะ
++ไปถ่ายรูปที่สตูดิโอแถวทองหล่อ++


++งานหมั้นตอนเช้าเสร็จงานแล้วขึ้นมาถ่ายรูปเล่นบนห้องพัก++






++งานเลี้ยงตอนเย็น++










 

Create Date : 11 กันยายน 2550
13 comments
Last Update : 11 กันยายน 2550 21:18:01 น.
Counter : 727 Pageviews.

 

มาแอบซึ้งครับ

จำทุกรายละเอียดดีจัง

สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานครับ

 

โดย: jantzen 11 กันยายน 2550 17:48:11 น.  

 

Happy Anniversary ปีที่ 3 นะคะพี่อ้อมกะพี่ชาย ปีนี้มีตัวน้อยเพิ่มมาฉลองอีกคนเนอะ อีกไม่นานออมมี่ก็มีน้องให้เล่นแล้วเนอะ

แล้วก็ตามมาดูตำนานรักของพี่อ้อมกะพี่ชายคะ อิอิ หวานซึ้งมากๆเลยพี่ อิอิ



 

โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) 11 กันยายน 2550 18:06:27 น.  

 

กว่าจะลุ้นจนจบ

 

โดย: เก่งกว่าผมตายไปหมดแล้ว 11 กันยายน 2550 21:13:54 น.  

 

มานั่งแอบดูวันหวานๆ ค่ะ

น่ารักจังเลย ความรักราบรื่น

ดีจัง ไม่เหมือนเรายังกะผ่าน

สงครามโลกครั้งที่สองมาแน่ะ

 

โดย: ฟ้าสวยมาก 12 กันยายน 2550 0:26:36 น.  

 

ยังอ่านไม่จบค่ะ ว่างๆ จะแว่บเข้ามาใหม่ แต่แอบดูรูปก่อนแล้ว อิอิ

สวยกับหล่อ เหมาะกันมากๆๆ ค่ะ มิน่าล่ะลูกถึงได้น่ารักแบบนี้

 

โดย: YGHarding 12 กันยายน 2550 9:14:35 น.  

 

เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ จนเล่าได้ละเอีบดยิบเลยนะคะ
วันงานสวยทั้งสองชุดเลยค่ะ

 

โดย: มนวินนี่ (tomdome ) 14 กันยายน 2550 2:39:11 น.  

 

เพลงนี้สำหรับอ้อมกะพี่ฉัตรน่ะ

 

โดย: Sistine 14 กันยายน 2550 14:26:45 น.  

 

อ่านแล้ว ก้น่ารักกันดีวุ๊ย

เล่าได้ละเอียดดีมากครับ

 

โดย: nuipaph IP: 125.26.14.190 26 กันยายน 2550 9:28:19 น.  

 

น่ารักจังเลย

อ่านตั้งแต่ต้นยันจบ

ผ่านทริปมาตั้งหลายทริป

บอกได้คำเดียวว่า อิจฉา 555

 

โดย: melo 1 ตุลาคม 2550 14:56:15 น.  

 

ว้าว...จำวันเริ่มงานของปะป๊าได้แม่นเชียว ที่แท้ก็ปิ๊งกันในที่ทำงานนี่เอง
แต่งงานปี 47 เหมือนกันเลยค่ะ
รูปสตูดิโอสวยสุดๆ รูปงานแต่งก็สวยมากค่ะ

 

โดย: มนวินนี่ (tomdome ) 2 ตุลาคม 2550 8:02:20 น.  

 

ขอให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้น อยู่ตลอดกาล
ขอให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นรักนิรันดร์

 

โดย: Mamy Aey IP: 124.121.177.7 2 ตุลาคม 2550 12:42:36 น.  

 

อ่านแล้วยิ้มตามไปด้วยเลยค่ะ เราแต่งงานใกล้ๆ กันเลยค่ะ แต่ละภาพหวานน่าประทับใจ ภาพงานแต่งคุณแม่สวยมากๆ ค่ะ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแชมป์โบว์ลิ่งหญิงอยู่นี่เอง



ช่วงนี้สบายใจขึ้นรึยังค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: ประมุขขวัญ 4 ตุลาคม 2550 3:33:28 น.  

 

อัพอัพได้แล้วค่า

คิดถึงน้องออมมี่แล้วนะ

 

โดย: melo 5 พฤศจิกายน 2550 11:52:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


JJH
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add JJH's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.