Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
13 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
...My Valentine(2)...ขอบคุณที่รักกัน

งานเขียนต่อเนื่องจากเรื่องแรกครับ...

...My Valentine...

____________________________________________________________

บทสรุปของความรัก บางครั้งอาจไม่เป็นดังหวัง แต่ในห้วงความทรงจำนั้น คงมีหลายช่วงเวลา ที่อยากเอ่ยว่า...ขอบคุณ....

____________________________________________________________

...My Valentine(2)...ขอบคุณที่รักกัน

ผมก้มลงไปหยิบกล่องสีดำสนิทคาดด้วยแถบสีส้ม ขนาดกว้างคืบยาวศอก ขึ้นมาวางไว้บนตัก เพื่อพิจารณาดูใกล้ๆ ...

 

 

อีกไม่กี่วันก็วาเลนไทน์แล้ว ผมคิดในใจ ระหว่างตรวจดูผลงานของตนเอง ถึงแม้จะยังไม่ค่อยเรียบร้อยนัก อีกทั้งรูปทรงที่ดูเรียบๆไร้สีสัน ดูจืดชืดไปสักหน่อยสำหรับของขวัญในวันพิเศษ แต่ถ้าตกแต่งเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยก็น่าจะสร้างความประทับใจให้เธอได้...

 

 

ผมวางกล่องลงกับพื้น ที่ระเกะระกะไปด้วยเศษวัสดุที่ใช้ในการทำของขวัญชิ้นนี้ ทั้งเทปกาว สายไฟ แผ่นซีดี เศษกระดาษ และเศษเล็กเศษน้อยต่างๆที่กระจัดกระจายจนเกือบจะเต็มพื้นที่ว่างของห้อง ทำให้ผมได้แต่นึกขำในใจว่า ถ้าฟ้ามาเห็นเข้า คงจะบ่นเป็นหมีกินผึ้งเลยทีเดียว (มีใครเคยเห็นไหมครับ หมีกินผึ้ง?)

 

 

แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยจัดการเก็บกวาด เพราะเมื่อเช้าเธอบอกว่าจะเลิกงานดึกหน่อย เห็นว่ามีงานต้องสะสางอีกมาก ผมนึกในใจระหว่างเดินไปยังชั้นวางหนังสือที่จัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับห้องสมุดด้วยฝีมือของฟ้า เพื่อที่จะหยิบหนังสือมาอ่านผ่อนคลายก่อนหาวิธีตกแต่งของขวัญชิ้นสำคัญต่อไป ...

 

 

แม้จะเหลือการแต่งเติมเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งเล็กน้อยนี่เองที่สำคัญมาก เพียงแต่เมื่อยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรให้กล่องดำทื่อๆใบนี้ดูดีขึ้นมาได้ จึงคั่นเวลาด้วยการอ่านหนังสือไปพลาง

 

 

ครับ หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม ในยามที่คิดอะไรไม่ออก  ผมก็มักจะหมกตัวอยู่กับหนังสือเสมอ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถึงคราวเผชิญกับปัญหารุมเร้าไร้หนทางแก้ไข ผมจะหลีกลี้ผู้คน จมจ่อมอยู่ในมหาสมุทรแห่งความเงียบ ดื่มด่ำกับตัวอักษร ละความสนใจโลกภายนอก หลบอยู่ในโลกส่วนตัว หลายครั้งที่ผมอ่าน อ่าน และอ่าน จนแม้เส้นเลือดเล็กๆสีแดงก่ำแผ่กระจายทั่วดวงตา สมองอ่อนล้าหนักหน่วง แต่ก็ไม่อาจดึงผมออกมาจากโลกใบนั้นได้ ...

 

 

และผมจะรู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด หากในช่วงเวลานั้นมีใครพยายามแทรกเข้ามา อันที่จริงผมก็ไม่มีที่ว่างเหลือพอให้กับใครแม้สักคน แต่แล้ววันนั้นเอง...

 

 

ด้วยความเคร่งเครียดจากหลากหลายปัญหา ที่สั่งสมความรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจ ผลักดันให้จำต้องหลบเข้าไปอยู่ในโลกแห่งตัวอักษรอย่างเคย แต่ครั้งนี้ให้บังเอิญว่ามีใครบางคนหลงเข้ามาในโลกเงียบๆของผม และใครคนนั้นก็คือฟ้านั่นเอง...

 

 

“อ้าว ฟ้า” ผมเงยหน้าขึ้นฝืนยิ้มทักทายเธอเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาใกล้ ความรู้สึกผิดก่อขึ้นในใจ ด้วยตั้งแต่ตกลงคบหากัน ผมสุขใจทุกครั้งที่อยู่กับเธอ แต่ครั้งนี้สิ่งที่ผมต้องการกลับเป็นการได้อยู่ในโลกแห่งความเงียบงันเพียงลำพัง

 

“พี่เอก อ่านอะไรอยู่คะ หน้ายุ่งเชียว” ฟ้าถามยิ้มๆ

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ อ่านเรื่อยเปื่อยน่ะ” ผมตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย และแม้จะเห็นว่าฟ้ากำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ผมก็รีบก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป และเห็นด้วยหางตาว่าเธอมีอาการชะงักไปเล็กน้อยก่อนเอ่ย

 

“อืม เหรอคะ”...

 

 

ฟ้าไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่ยืนนิ่งมองผมอยู่เนิ่นนาน จากนั้นจึงเดินไปหยิบหนังสือ แล้วมานั่งใกล้ๆ

 

จริงนะ ผมรู้ดีว่าเธอไม่ได้ชื่นชอบการอ่านเท่าใดนัก หากไม่ใช่ครั้งนี้ ผมคงจะรีบวางหนังสือและพูดคุยกับเธอ ถ้าหากไม่ใช่ครั้งนี้...

 

 

แม้จะรู้สึกสับสนเพียงใด แต่ผมก็เลือกที่จะก้มหน้าก้มตาหายเข้าไปในโลกแห่งตัวอักษร และปล่อยให้ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เป็นความเงียบของผม และความเงียบของเธอ...

 

 

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ แต่ในท่ามกลางความเงียบนั้น ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น เป็นความอบอุ่นไร้สุ้มเสียง คืบคลานเข้ามาจากความเงียบของเธอ ค่อยๆโอบกอดความเงียบของผม...

 

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับสายตาห่วงใยลึกซึ้งของฟ้า ที่คล้ายจะรอเวลาให้ผมได้สัมผัส  และในวินาทีนั้นเอง ความขุ่นข้องหมองใจทั้งหลายก็มลายไป ...

 

 

วันนั้น ผมวางหนังสือลง และดึงตัวเธอเข้ามากอด และผมอยากจะกอดเธอไว้ให้นานเท่านาน...

 

 

ผมอ่านหนังสือไปคิดไปอยู่นาน แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรกับเจ้ากล่องดำให้ดูดีขึ้นมาได้ จนเมื่อได้ยินเสียงโครกครากเตือนขึ้นมา ว่าถึงเวลาที่ผมควรจะออกไปทานอาหารเย็นเสียที อย่างน้อยก็เพื่อปิดเสียงเตือน(แถมสั่น)นั้น

 

 

ถอนหายใจพลางมองสิ่งของที่วางเกลื่อนอยู่ที่ห้อง อย่างน้อยทานข้าวเสร็จก็คงพอจะมีเวลาเก็บกวาดก่อนที่ฟ้าจะกลับมา ผมคิดในใจก่อนจะเดินออกจากห้องไป...

 

“เฮ้ย” ผมตกตะลึงในทันทีที่เดินกลับมาเห็นรองเท้าของฟ้าวางอยู่หน้าห้อง ไหนจะของขวัญที่คิดไว้ว่าจะเซอร์ไพรส์เธอ ไหนจะเศษอะไรต่อมิอะไรที่วางเกลื่อนอยู่เต็มห้อง จะได้รู้จักหมีกินผึ้งก็คราวนี้แหละไอ้เอกเอ๋ย ผมคิด พร้อมสูดหายใจเข้าลึกๆอยู่หลายรอบ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู

 

 

“อ้าวฟ้า ทำไมกลับมาเร็วล่ะครับวันนี้ ไหนว่าจะอยู่เคลียร์งานไง” ผมฉีกยิ้มกว้างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำเป็นไม่สนใจใบหน้าบูดบึ้งของเธอ แต่ในใจนั้นเริ่มเตรียมความพร้อมในระดับสูงสุด ด้วยรู้ว่าสีหน้าระดับนี้เธอคงเจอปัญหาอะไรจากที่ทำงานมาเป็นแน่แท้...

 

 

แม้ว่าฟ้าจะเข้าอกเข้าใจผมเป็นอย่างดีในเวลาที่ผมมีปัญหา แต่ตัวผมเองกลับไม่ค่อยเข้าใจเธอเสียเลย ในยามที่เธอมีเรื่องไม่สบายใจมาระบายให้ฟัง แรกๆผมก็พยายามจะแก้ปัญหาให้เธอ ก็กลายเป็นทำให้เธอโมโหมากขึ้นไปเสียอีก ผมจึงพยายามเงียบและรับฟังเธอเฉยๆ รู้สึกว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่ก็แอบไปได้ยินเธอบ่นกับเพื่อนในทำนองว่าอย่างนี้คุยกับกำแพงก็คงเหมือนกัน ผมจึงต้องเปลี่ยนวิธีเป็นรับฟัง และมีปฎิกิริยาโต้ตอบเล็กน้อยพองาม แต่เนื่องจากวิธีนี้ต้องใช้ความอดทนพอสมควร เมื่อถึงจุดหนึ่งผมจึงต้องใช้กลยุทธ์สำคัญ คือหากสบโอกาสก็เบี่ยงเบนความสนใจของเธอไปเรื่องอื่นเสียก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที...

 

 

และฟ้าก็เริ่มต้นระบายเรื่องราวของเธอ...

 

“ก็เจ้านายอ่ะสิ อะไรก็ไม่รู้ งานฟ้าก็เยอะอยู่แล้ว วันนี้ยังเรียกไปสั่งงานเป็นพายุบุแคม อย่างกับจะให้ทำทั้งปีอย่างนั้นแหละ...”

 

“อืม ครับ”

 

“แล้วไหนจะซัพพลายเออร์เจ้าปัญหานั่นอีก ไม่รู้จะก่อปัญหาไปถึงไหน เห็นฟ้าเป็นอิ๊กคิวซังหรือไง จะได้คอยเอาน้ำลายจิ้มหัวแก้ปัญหาให้น่ะ...” ผมถึงกับหัวเราะพรืดออกมาอย่างสุดกลั้น

 

“ขำอะไร พี่เอก?”

 

“อ๋อ เปล่าครับ แย่เนอะซัพพลายเออร์เจ้านี้”

 

“ก็ใช่อ่ะสิคะ แล้วเพื่อนร่วมงานที่รักทั้งหลายนะ แทนที่จะช่วย....”

 

 

ฟ้าพรั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นในใจให้ผมฟังอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ในท่ามกลางการเออออพองามและความพยายามที่จะเข้าใจเธออย่างเต็มที่ จนในที่สุดเวลาของผมก็มาถึง

 

“แล้วนี่กล่องอะไรคะพี่เอก ? แล้วทำไมถึงได้มีเศษอะไรเกลื่อนกลาดเต็มไปหมดเลย?...”

 

 

ไม่เซอร์ไพรซ์ยังดีกว่าไม่พอใจล่ะน่ะ ผมคิดในใจก่อนฉีกยิ้มกว้าง รีบอธิบายรายละเอียดของเจ้ากล่องดำที่จะให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ ว่ามันมีความพิเศษอย่างไรบ้าง ทั้งพูดน้ำไหลไฟดับ ทั้งสาธิต เดินไปเดินมา ราวกับนักมายากลก็ไม่ปาน ...

 

 

“...แต่นี่ยังไม่เสร็จดีนะ พอดีพี่ว่าจะตกแต่งเพิ่มอีกนิดหน่อยให้มันดูสวยกว่านี้หน่อยอ่ะ ตอนนี้มันดูทื่อๆเหมือนพี่เลยเนอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังไงเดี๋ยวพี่...” เมื่อเห็นว่าฟ้าตั้งใจฟังและคล้ายว่าจะพอใจไปกับของขวัญชิ้นนี้ ผมเลยคิดว่าจะน้ำไหลไฟดับต่อไปเท่าที่ยังนึกออก ก็พอดีที่ฟ้าเอ่ยแทรกขึ้นมา

 

 

“พี่เอกคะ”

 

“หืม?”

 

“กอดหน่อยสิคะ”

ฟ้าอ้าแขนออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม เป็นยิ้มเดียวกันกับครั้งแรกที่ผมได้พบเธอ...

 

 




Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2556 13:38:04 น. 3 comments
Counter : 557 Pageviews.

 


โดย: มาโซคิส วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:23:27:25 น.  

 
วันนี้ 14 กุมภา... เป็นวันที่ดีนะครับ...

มีดอกไม้... มีรอยยิ้ม...


... ขอบคุณนะครับ... คุณมาโซคิส...


(^_^)... ยังยิ้มได้อีก...


โดย: Singkhon2008 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:23:22:16 น.  

 
แวะมาทักทายคร๊า


โดย: @ ปั๊กกาเป้า @..อิอิ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:0:53:22 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Singkhon2008
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใครกันหนอบอกไว้ 'เมื่ออ่านมากๆเข้า ไม่นาน ตัวหนังสือจะไหลออกมาเอง' ... (มีด้วยเหรอ แบบนี้!)

ครับ เป็นเช่นนั้น ด้วยความที่ชอบอ่านมากถึงมากที่สุด เมื่อนานเข้า อาจเป็นด้วยไม่มีพื้นที่เหลือพอให้เก็บตัวอักษรอีกต่อไป จึงต้องปล่อยให้มันไหลออกมาบ้าง...

เขียนสนุกๆครับ ก็อยากให้อ่านสนุกๆเช่นกัน

ขอบคุณครับ
Friends' blogs
[Add Singkhon2008's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.