|
เชื่อเลยว่าหลายคนต้องทำหน้าสงสัย เพราะมันขัดกับความรู้สึกสุด ๆ ลีกก็ของประเทศตัวเอง เงินก็เยอะที่สุดในโลก แต่พอถึงเวลาชูถ้วย 98win ดันเป็นโค้ชต่างชาติแทบทุกปี เหมือนเจ้าบ้านยืนปรบมือให้แขกตลอดงาน
ตั้งแต่พรีเมียร์ลีกเริ่มต้นเมื่อปี 1992 รายชื่อแชมป์ก็เต็มไปด้วยชื่อระดับตำนานจากต่างแดน ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์กูสัน, เวนเกอร์, กวาร์ดิโอลา, มูรินโญ, คล็อปป์ หรือรุ่นใหม่ ๆ ที่ตามมา ส่วนโค้ชอังกฤษนั้น บทบาทส่วนใหญ่คือ “เกือบดี” หรือ “ดีแต่ไม่สุด” มากกว่าจะไปถึงเส้นชัยจริง ๆ
ถ้าย้อนกลับไปหาชื่อสุดท้ายที่เป็นกุนซืออังกฤษได้แชมป์ลีกสูงสุด ต้องเปิดตำราเก่าไปถึง ฮาวเวิร์ด วิลกินสัน กับลีดส์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1991-92 ซึ่งตอนนั้นพรีเมียร์ลีกยังไม่ถือกำเนิดด้วยซ้ำ พูดง่าย ๆ คือ ตั้งแต่เปลี่ยนป้ายชื่อเป็นพรีเมียร์ลีกมา อังกฤษก็ยังไม่มีแชมป์ในฐานะผู้จัดการทีมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เหตุผลที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือ “โอกาสมันไม่เท่ากัน” เพราะถ้ามองทีมที่ลุ้นแชมป์จริง ๆ แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล พอถึงจังหวะเลือกกุนซือ สโมสรกลับมองออกนอกประเทศก่อนเสมอ โค้ชอังกฤษเลยมักได้คุมทีมกลางตาราง หรือทีมหนีตกชั้น มากกว่าทีมที่พร้อมล่าแชมป์
ยิ่งเทียบกับลีกอื่นในยุโรปยิ่งเห็นภาพชัด อิตาลีก็ใช้โค้ชอิตาเลียน สเปนก็สเปน เยอรมนีก็เยอรมัน ฝรั่งเศสก็ฝรั่งเศส มีแต่อังกฤษที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยไว้ใจคนของตัวเอง ทั้งที่ผลิตนักเตะและโค้ชออกมาไม่น้อย แน่นอน มันไม่ใช่แค่เรื่องพาสปอร์ต แต่เป็นเรื่อง “โปรไฟล์” โค้ชต่างชาติหลายคนข้ามน้ำข้ามทะเลมาพร้อมถ้วยยุโรป ประสบการณ์เกมใหญ่ และแนวคิดฟุตบอลที่ดูทันสมัย สโมสรที่ลงทุนมหาศาลก็เลยเลือกทางที่เสี่ยงน้อยที่สุดไว้ก่อน
แต่ช่วงหลังเริ่มมีแสงไฟริบหรี่ให้แฟนบอลได้ลุ้น เมื่อ 98win เลียม โรซีเนียร์ ได้โอกาสคุมเชลซีในวัยเพียง 41 ปี กับโปรเจกต์ระยะยาวที่สโมสรพร้อมหนุนเต็มที่ ถ้าจะมีใครสักคนมาลบคำสาปนี้ ชื่อของเขาก็ถูกหยิบมาพูดถึงทันที ขณะเดียวกัน เอ็ดดี ฮาว ก็ยังถูกยกเป็นตัวเต็งจากผลงานกับนิวคาสเซิล พาทีมคว้าแชมป์ในรอบหลายสิบปี และเคยพาไปลุยเวทียุโรปมาแล้ว ถ้าวันหนึ่งเขาได้ทีมที่พร้อมทุกด้านจริง ๆ หลายคนเชื่อว่าเขามีดีพอจะไปสุดทาง
ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด แม้เส้นทางกุนซือจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ชื่อเสียง ประสบการณ์ และการค่อย ๆ สร้างผลงานใหม่ ก็ทำให้เขายังอยู่ในเรดาร์เสมอ

สุดท้ายแล้ว ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าโค้ชอังกฤษไม่เก่ง แต่คือพวกเขายังไม่ได้รับ “จังหวะทอง” แบบที่กุนซือต่างชาติหลายคนเคยได้ พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่โหดและไม่ค่อยให้เวลาใครมากนัก ถ้าพลาดนิดเดียวก็โดนเปลี่ยนทันที วันนี้ยังตอบไม่ได้ว่าใครจะเป็นคนแรก แต่จากภาพรวมทั้งหมด 98win วันที่กุนซืออังกฤษได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีก ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป แค่รอให้วันนั้นมาถึง…และหวังว่าจะไม่ต้องรอกันอีกเป็นสิบปี
| Create Date : 15 มกราคม 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 15 มกราคม 2569 17:46:10 น. |
| Counter : 100 Pageviews. |
|
 |
|