หัวตะหลิว
First Impression on Nudie



"Nudie Jeans" ดังขึ้นมาในหัวครั้งแรกจากการพูดคุยกัยน้องชายคนเล็ก ผู้คลั่งไคล้กางเกงยีนส์ แต่ พอถามราคาเท่านั้นหละ ถึงกับอึ้งกิมกี่ กางเกงไรวะ ตัวละ แปดเก้าพัน ความคิดที่จะซื้อมันก็หายแวบไป หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีความคิดมาเรียนต่อยุโรป ซึ่งสวีเดนก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เราเลือกเพราะ Nudies :) และเรียนฟรี (ข้อแรกเป็นเหตุผลหลักเพราะได้ข่าวว่าถูกจัดที่สวีเดน). เมื่อมาถึงสวีเดนก็เป็นไปตามคาดหมาย เด็กไทยที่นี่ทุกคนล้วนแต่มี nudies กันคนละตัวสองตัว ซึ่งราคามันก็ถูกกว่าบ้านเราจริงหละ แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ประวัติความเป็นมาของมันที่ทำให้มันโด่งดังจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นกระผมขอนำเสนอเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่ได้ จากการศึกษาก่อนซื้อครับซึ่งอาจจะทำให้ใครหลายๆคนรัก nudies ของตัวเองมาขึ้น
เริ่มจากประวัติเรื่องราวความเป็นมาของ Nudie คร่าวๆกันก่อนครับ Nudie Jeans เป็นแบรนด์เสื้อผ้าจากสวีเดนเป็นอีกบริษัทเสริมของ Svenska Jeans AB โดย Maria Erixsson อดีตลูกจ้างและเป็น AD ของ Lee ยุโรป Nudie เองก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2001 ใช้เวลาประมาณ3-4ปี ในการขึ้นมาเป็นท๊อปแบรนด์ที่ชื่นชอบของคนทั้งหลาย โดยเฉพาะปี 2004 รายได้ของบริษัทเติมโตขึ้นถึง 70% แบรนด์ Nudie เริ่มต้นด้วยการมียีนส์แค่ 4 รุ่นเท่านั้นจนปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นเป็น 11 รุ่น Nudie เชียวชาญในด้านวัตถุดิบและการฟอก denim jeans แต่สินค้าของแบรนด์ก็รวมไปถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับอย่างอื่นอีกมากมาย อย่างไรก็ตามช่วงปี 2003 ยอดขายของ Nudie กว่า 70% มาจาก Denim Jeans ปัจจุบันบริษัท Nudie ขึ้นมาอยู่เคียงคู่กับ Acne Jeans, WESC และ J. Lindeberg เหล่าบริษัทเสื้อผ้าที่ประสพความสำเร็จในสวีเดน โดยบริษัท Nudie เองได้ส่งขายปลีกมากกว่า 20 ประเทศ

รุ่นของ Nudie


Nudie ตอนนี้มีทั้งหมด 13 รุ่นนะครับ นับ LAB ด้วย
1. Average Joe ชื่อเรียกย่อ AJ กระบอกตรง กระเป๋าไม่ต่ำ
2. Bootcut Barry ชื่อเรียกย่อ BB
3. Even Steven ชื่อเรียกย่อ ES กระบอกเล็กครับ
4. Flare Glenn ชื่อเรียกย่อ FG
5. Grim Tim ชื่อเรียกย่อ GT เดฟ ขาใหญ่ กระเป๋าไม่ต่ำ
6. Narrow Boot ชื่อเรียกย่อ NB
7. Regular Ralf ชื่อเรียกย่อ RR ขาตรง ปลายม้า
8. Slim Jim ชื่อเรียกย่อ SJ กระบอกตรง กระเป๋าต่ำ
9. Straight Sven ชื่อเรียกย่อ SS
10. Super Slim ชื่อเรียกย่อ SSK เดฟมาก
11. Thin Finn ชื่อเรียกย่อ TF เดฟ กระเป๋าต่ำ
12. Tight Long John ชื่อเรียกย่อ TLJ เดฟมาก ผู้หญิงเลือกใส่รุ่นนี้เยอะ
13. Lab

ส่วนแบบ ผ้านั้นก้จะมีหลายแบบเช่นกันครับแต่ผมจะพูดถึงหลักๆนะครับ


1. Dry สีน้ำเงินธรรมดาๆครับ
2. Dry Greycast สีน้ำเงินออกเขียวคล้ำๆ จะออกแนวสนิมๆ
3. Dry Dirt Organic
4. Dry Japan ผ้าออกเขียวๆแต่สีตกเป็นสีน้ำเงิน
5. Dry Selvage สีน้ำเงินธรรมดาๆครับ แต่มีริม
6. Organic Dry Organic จะพูดต่อจากหัวข้อนี้อีกทีนะครับ แบบ เจาะลึก
7. Dry Black สีดำครับ
8. Dry Black Selvage สีดำออกๆเทา มีริม
9. Dry Black Coated สีดำใส่แล้วออกเงาๆเป็นมันๆ ใส่นานๆเหมือนหนัง
10. Dry Grey Coated สีเทาครับ ใส่แล้วออกเงาๆเป็นมันๆ
11. Ultra indigo Coated ตัวนี้จะ น้ำเงินเข้มออกดำๆเขียวๆ ใส่แล้วออกเงาๆเป็นมันๆ

Dry = ผ้าดิบ
Selvage = มีริม
Coated = ใส่แล้วเป็นมันๆเงาๆ
Organic = วัสดุเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

มาว่ากันถึงเรื่อง Organic นะครับ ตาม ปกติแล้วเนี่ย เป็นที่รู้กันว่ายีนส์ หรือเดนิม จะทำมาจาก Cotton หรือฝ้าย นั่นเอง ซึ่งในการปลูกฝ้ายเนี่ย ได้ทำร้ายโลกของเราทีละเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำ (ใช้ถึง 7000 - 29000 ลิตร ต่อเสื้อผ้า 1 กิโลกรัม) รวมไปถึงการใช้สารพิษต่างๆ และการใช้ยาฆ่าแมลง คุณรู้หรือไม่ว่า ไร่ฝ้ายรวมกันทั้งโลกนั้น ใช้ยาฆ่าแมลงเป็น 25% ของการใช้ทั้งโลก! เพราะฉะนั้น ชาวนูดดี้ เค้าก็เลยเล็งเห็นว่า เราต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง เพื่อโลกของเราแล้ว ก็เลยริเริ่มพัฒนา ยีนส์ออร์แกนิก ตามหลังผักผลไม้ต่างๆมาติดๆ ซึ่งยีนส์นี้ผลิตมาจากฝ้ายออร์แกนิก 100% และส่วนผสมของด้ายดิบหลายชนิด ฝ้ายออร์แกนิกที พวกเค้าเลือกมาใช้นั้น มาจากซัพพลายเออร์ 3 เจ้าหลักด้วยกัน ทุกขั้นตอนในการผลิตยีนส์ออร์แกนิกนี้ ล้วนแล้วแต่ทำตามขั้นตอนปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ฝ้าย ที่ใช้ นำมาจากไร่ฝ้ายออร์แกนิก การปั่นฝ้าย การย้อมสี ต้องทำตามขั้นตอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เช่นแป้งที่ใช้ลงแป้งในยีนส์ และการใช้คราม ยกเลิกการใช้ส่วนผสมรุนแรงหรือสารเคมีต่างๆ เพื่อซื่อสัตย์ต่อเป้าหมายที่พวกเค้าวางเอาไว้ว่าบริสุทธิ์ 100% ส่วนการฟอกยีนส์ก็จะเป็นการฟอกโดยใช้วิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย บางตัวก็ใช้เอนไซม์ และน้ำตาล แทนที่การใช้คลอรีน

ข้อแตกต่างระหว่างยีนส์ออร์แกนิกต่างๆ ของนูดดี้



Dry Dirt Organic
เป็น ผ้ายีนส์ออร์แกนิกจากอิตาลี จะดูดิบๆ และวินเทจ ขั้นตอนการทำผ้าตัวนี้จะค่อนข้างเป็นแบบดั้งเดิม เกือบๆจะแฮนด์เมคเลย (ทำผ้านะคะ ไม่ใช่ยีนส์) สีครามของมันก็เลยจะดูเข้มและลึก มีมิติ

Aged Organic Dry
เป็นยีนส์ 12.5 ออนซ์ ผลิตผ้าจากตุรกี จะมีสีที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ ครามทำมาจากพืชผัก

Organic Dry
เป็นยีนส์ 13.5 ออนซ์ จากตุรกีเหมือนกัน ซึ่งทำมาจากฝ้ายออร์แกนิก 100% ย้อมสีด้วยมือ แบบเดียวกับกรรมวิธีโบราณของญี่ปุ่น

Organic Eco Wash
ยีนส์ 12.5 ออนซ์ ทำในตุรกีเหมือนกัน จากฝ้ายออร์แกนิก 100% ทอโดยวิธีพื้นบ้าน และฟอกโดยไม่ใช้สารเคมีเลย

Organic Rinsed
เป็น เดนิมจากอิตาลี ทำมาจากฝ้ายออร์แกนิก 98% ผสมกับ elasten 2% เพื่อความยืดหยุ่น และกรรมวิธีในการทำ ได้ผ่านการล้างน้ำมาแล้ว เพื่อความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่

Organic Dry Ecru Embo
ผ้า เดนิมน้ำหนักเบา 10.5 ออนซ์ ผลิตในตุรกี ทำมาจากฝ้ายออร์แกนิก 98% ผสมกับ elasten 2% ใช้ด้ายสีน้ำตาลอ่อนในการตัดเย็บ ผ้าที่ใช้เป็นกระเป๋า ทั้งหมดเป็นออร์แกนิก 100% กระดุมเหล็กทั้งหมดทำมาจาก ทองแดงล้วนๆ

Organic Eco Bright Wash
ผ้า เดนิม 11.5 ออนซ์ ทำในตุรกี ผ้าที่ใช้เป็นกระเป๋า เป็นออร์แกนิก 100% และป้ายยี่ห้อทำมาจากหนังแท้ กระดุมและหมุดเหล็กทำมาจากทองแดง ฟอกโดยวิธีธรรมชาติ และไม่ใช้สารเคมีอันตราย

Organic Dry Navy Embo
ผ้าเดนิม 11.5 ออนซ์ ทำในตุรกี ตัดเย็บด้วยด้ายสีน้ำเงินเข้ม ผ้าที่ใช้เป็นกระเป๋า เป็นออร์แกนิก 100% และป้ายยี่ห้อทำมาจากหนังแท้

Organic Light Eco Wash
เป็นเดนิมจากอิตาลี ทำมาจากฝ้ายออร์แกนิก 98% ผสมกับ elasten 2% ผ่านการล้างน้ำมาแล้วเช่นกัน ใช้กรรมวิธีการทอผ้าและย้อมสีแบบโบราณ

จบเรื่อง Organic ครับ

มาต่อด้วยเรื่อง indigo นะครับ


indigo จิงๆคือสีคับ แต่จะไม่ใช่สีที่เป็นทางการแบบสีแดงสีน้ำเงิน จะเป็นชื่อสีที่จะรู้จักกันในพวกผู้ผลิตเสื้อผ้า สีจะออกไปทางสีน้าเงิน
สี indigo เมื่อก่อนจะเป็นการรวมเอาพืชหลายๆชนิดมาผ่านกรรมวิธีจนได้สีน้ำเงินเข้มๆ แต่เดี๋ยวนี้กางเกงยีน 99.99% เป็น indigo แบบใหม่คือ synthetic indigo พูดง่ายๆคือ indigo แบบสังเคราะห์ ถ้าจะหาแบบที่ทำมาจากพีชจะเรียกว่า natural indigo ราคาก็จะแพงมากๆ ประมาณ 15000++ คับ
พวก premium jeans ของยี่ปุ่นก็จะมีรุ่น natural indigo ประมาณยี่ห้อละ 1-2 รุ่นเท่านั้น
สำหรับ nudie ก็จะมีอยู่รุ่นเดียวคือ Regular ralf dry viggie indigo คับ

ความรู้อื่นๆเพิ่มเติม



คนที่ต้นขาใหญ่มากๆหรือคนที่อ้วนตัวใหญ่ๆนะครับแนะนำ Slim Jim กับ Even Steven 2 รุ่นนี้เหมาะมากครับ
จะเป้นทรงกระบอกออกม้านิดๆนะครับ

ส่วนผุ้ที่ต้องการแบบเดฟๆ เรยก้มีทั้งหมด 3 รุ่นที่แนะนำ มี tight long john , Grimtim และ Thinfinn
3 ทรงนี้จะออกเดฟนะครับ จริงๆแล้วคนขาใหญ่อยากเดฟก็ได้นะ แต่ว่า ต้องไปลองใส่ดูที่ร้านนะครับท่านอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้

Nudie ขาเดฟ รุ่นหลังๆมานี้จะผสมผ้ายืด 2% หมดนะครับ
เมื่อก่อนจะไม่ยืดครับ ผ้ามันจะแข็งและมันจะบาดขาตรงหลังเข่าทำให้เป็นแผล จึงเลยผสมผ้ายืด 2% เพื่อความสะดวกสบายครับ


เรียงลำดับจาก เดฟ มาก >> เดฟ น้อยนะครับ
tight long john >>>>>Super Slim Kim >>>>> Grimtim >>>>> Thinfinn >>>>> Slimjim

เรื่องความเหมาะสมของ รุ่นกับ Size ตัวเอง


อันนี้อยุ่ที่ว่าความชอบของตัวบุคคลนะครับต้องไปลองเองที่ร้าน ว่าตัวเองนั้นเหมาะสมกับรุ่นไหน
คือ พวกผมก็ไม่สามารถบอกเจาะจงได้ ถึงจะ บอก น้ำหนัก หรือ ส่วนสูงมาก็ตาม อยุ่ที่ชอบแบบไหนมากกว่า
แล้วอีกอย่าง ควรลด ซัก 1-2 size ลงมาเพราะว่าพอใส่ได้ซัก อาทิด 2 อาทิด มันก็จะขยายใส่พอดีตัวพอดี
ความยาวของขานั้น ที่เห็นอยุ่ในปัจจุบันคือสั้นสุด 32 ไม่ว่าเอวจะเท่าไหร่ก็ตาม โดยส่วนใหญ่จะไม่ตัดขากันนะครับ
ปล่อยๆไว้ตามนั้น ให้มันกองๆ ส่วนตัวผมว่ากองๆนั้นเท่ดี แต่อยุ่กับแล้วแต่ตัวบุคคลครับ อยากไปตัดก็แล้วแต่ครับ
แนะนำให้ไปตัดที่ร้านดีๆ หน่อยนะครับ เย็บ ให้เป็น ตะเข็บลูกโซ่เหมือนเดิม

รุ่นที่เป็นกระดุมจะมี


Regular Ralf, Straight Sven, Grim Tim, Average Joe และ Even Steven
นอกนั้นจะเป็นซิปทั้งหมดนะครับ

เรื่อง สีตก ริ้ว


เรื่องสีตก นั้น ถ้าบอกว่าเป็นผ้า Dry ละก็ ตกหมดครับอยุ่ที่ว่าจะตกมากตกน้อยแล้วแต่ นะครับ
ส่วน ริ้วคือ รอยที่เราใส่ไว้ก่อนซักนั่นแหละที่ยับๆหน่ะครับพอซักแล้วสีที่เคลือบกางเกง ยีนส์จะตกครับ แล้วจะเห็นร่องรอยที่เราทำไว้ = ริ้ว
ระยะเวลาควรจะ6เดือนขึ้นไปครับเพราะถ้าไม่ลุยจริงๆ มันจะไม่ได้ผลออกมาแบบที่ต้องการแต่ก็แล้วแต่ชนิดของผ้าด้วยครับ
ผ้าที่ต่างกันเวลาซักก็จะออกมาต่างกันครับ ส่วนรอยที่กระเป๋า หลัง คือใส่วัสดุสิ่งของอะไรไปก็ได้ในกระเป๋าพอใส่ไปซักพักจะขึ้น fade ออกมา

เรื่อง ออนซ์


จำนวนออนซ์คือความหนาของผ้าครับ ซึ่งยีนส์ญี่ปุ่นจะมีความหนามากกว่าทางยุโรปครับยีนส์ยุโรปทั่วๆไปพวกnudie ก็ประมาน 12.5 ครับ
แต่ก็จะมีบางรุ่นบางแบรนด์เช่น Levi 505 ปี67 จะหนา14.5 ครับ ส่วนของยี่ปุ่นนี่14.5ถือว่าทั่วไปครับทั้ง Skull หรือ Samurai
อย่างพวก Evisu ก็หนาถึง19ออนซ์เลยก็มีครับ

เรื่องความทน


แต่ละตัวคุณภาพการผลิตน่ะเท่ากันครับ แต่ผ้าแต่ละรุ่นเนี่ยไม่ได้เท่ากันนะครับ ผ้าแต่ละแบบก็มีความทนทานที่แตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับความหนาของผ้า ที่มาของผ้า เช่น ตุรกี อิตาลี ญี่ปุ่น ฯลฯ คุณภาพก็ไม่เท่าเทียมกัน จึงอยุ่ที่การสวมใส่ลุยแค่ไหน
มากกว่า แล้วที่ใส่แล้วมี ขุยๆ นั่นไม่เป็นไรครับ เป็นกันหมด แล้ว

เรื่องการทำความสะอาด


ถ้าเลอะไม่อยากซักให้ แช่ในน้ำเย็นทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ต้องไปขยี้ ทิ้งไว้ 15-30 นาที แล้วไป พาดราวตากให้แห้งแล้วใส่ต่อได้เรยครับ
แต่ถ้าเอะแบบมากๆๆ แนะนำให้ไป ซักแห้งครับแช่ในน้ำเย็น จะทำให้ หด นิสนึงใส่อีกแป็ปก็กลับมาเหมือนเดิม
ส่วนเวลาซักจริงๆ ตอนซักกลับด้านเอาด้านในออกมาด้านนอกนะครับแล้วผงซักฟอกนั้น อย่า!!ใส่พวกสารฟอกขาวนะครับ
ซักเสร็จก็พาดราวรอแห้งก็สามารถใส่ได้ต่อเรย ป.ล. เวลาซักแล้ว อาจจะหดลง 3% โดยประมานแต่ใส่แล้วก็จะขยายออกมาเหมือนพึ่งซื้อแรกๆครับ




Create Date : 22 กรกฎาคม 2554
Last Update : 24 กรกฎาคม 2554 16:07:22 น. 1 comments
Counter : 1366 Pageviews.

 
Test Test


โดย: Test (หัวตะหลิว ) วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:5:10:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หัวตะหลิว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Online Users
All Views
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หัวตะหลิว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.