Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
4 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 

เที่ยวปารีส ฝรั่งเศส วันแรกที่ Jardin des Plantes + Notre Dame Cathedral + Louvre Pyramid และ Eiffel Towe

เที่ยวปารีส ฝรั่งเศส วันแรก(Paris, France Trip - First Day)
วันนี้เราเดินเที่ยวเลาะริมแม่น้ำแซน เริ่มต้นจาก(ตามแผนที่)
A.  สวนพฤกษศาสตร์(Jardin des Plantes หรือ Botanical garden)
B.  มหาวิหารนอเทรอ-ดามแห่งปารีส(Cathédrale Notre-Dame de Paris หรือ Notre Dame Cathedral)
C.  ศาลากลางเมืองปารีส(Paris City Hall, Hôtel de Ville หรือ Town hall of Paris)
D.  Église Saint-Eustache(Saint Eustace Cathedral)
E.  หอไอเฟล (The Eiffel Tower หรือ La Tour Eiffel )

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น  คลิ๊ก




บนถนนมีการแยกเลนรถจักรยาน  รถยนต์ และรถเมล์ออกจากกันค่ะ  


มีจักรยานให้เช่ามากมายเลย




     สวนพฤกษศาสตร์(Jardin des Plantes หรือ Botanical garden) ตั้งอยู่ บนถนน Rue Cuvier ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน (Seine) ภายในก็จะมีสวนพืช ดอกไม้กลางแจ้ง พืชในสวนเรือนกระจก สวนสัตว์เล็กๆสำหรับเด็กๆ และที่นี่ยังเป็นโรงเรียนเกี่ยวกับพืชอีกด้วย
     และก็ยังมี 4 พิพิธภัณฑ์นิทรรศการภายในสวนพฤกษศาสตร์นี้ ได้แก่
1. พิพิธภัณฑ์แร่วิทยา(The Mineralogy Museum)
2. พิพิธภัณฑ์บรรพชีวินวิทยา(The Paleontology Museum - ศึกษาเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์)
3. พิพิธภัณฑ์วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต(The Grande Galerie de l'Évolution อันนี้น่าสนใจมากๆ แต่เสียดายวันที่เราไปเค้าปิด)
4. และพิพิธภัณฑ์กีฏวิทยา(The Entomology Museum - สาขาวิชาหนึ่งทางสัตววิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับแมลง)

     Jardin des Plantes ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1626 โดย นักพฤกษศาสตร์ Jean Hérouard (และยังเป็นแพทย์ประจำของพระเจ้าหลุยส์ ที่ 13) วัตถุประสงค์เพื่อปลูกพืชที่ใช้ในการรักษา เพื่อนำไปใช้และเพื่อการวิจัย
สวนนี้ได้เริ่มต้นปลูกพืชจริงๆในปี ค.ศ. 1633 โดย Guy de La Brosse ซึ่งเป็นแพทย์เหมือนกัน ในสมัยก่อนสวนนี้ได้รับการเรียกว่า "สวนของพระราชา"
สวนพฤกษศาสตร์ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี ค.ศ. 1640

ค่าเข้าชมสวนฟรีค่ะ  ยกเว้นการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่ต้องจ่ายเพิ่ม
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ //en.wikipedia.org/wiki/Jardin_des_Plantes



มีคนมาออกกำลังกายที่สวนนี้เยอะเหมือนกันค่ะ


ห้องน้ำสาธารณะ





อาคารเรียน


  

พิพิธภัณฑ์วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต  เราอยากเข้าไปดูมากๆ  แต่เสียดายวันนั้นปิด



ตัวสวนค่ะ




 


พืชในสวนเรือนกระจก





สวนสัตว์เล็กๆสำหรับเด็กๆ  ที่จริงมีสัตว์เยอะกว่านี้แต่เราไม่ได้เข้าไปดูค่ะ





     จากนั้นเราเดินต่อไปที่ มหาวิหารนอเทรอ-ดามแห่งปารีส(Cathédrale Notre-Dame de Paris หรือ Notre Dame Cathedral)
ตอนที่เราไปถึงมีคนเข้าแถวรอเข้าไปชมในโบสถ์ยาวมากๆ เราเลยไม่ได้เข้าไปชมด้านในค่ะ เสียดายมาก และหวังว่าวันนึงจะได้กลับมาเที่ยวอีก
โบสถ์ตั้งอยู่กลางแม่น้ำแซน โดดเด่น วิวสวยมากๆค่ะ
     มหาวิหารนอทร์-ดามเดอปารี เป็นมหาวิหารสมัยกอธิค ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส   คำว่า Notre Dame แปลว่าพระแม่เจ้าของเรา (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระแม่มารี ปัจจุบันมหาวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์ของคริสตจักรโรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส
     มหาวิหารนอทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอธิคแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแชน วียอเลต์-เลอ-ดุค ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส
Notre Dame Cathedra มีความสูง 96 เมตร และใช้เวลาสร้างถึง 182 ปี

     การก่อสร้างเริ่มจากเมื่อปี ค.ศ. 1160 บิชอปมอรีซ เดอ ซุลยี (Maurice de Sully) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นบิชอปแห่งปารีส ท่านเห็นว่าโบสถ์ที่ตั้งอยู่เดิมไม่สมฐานะจึงสั่งให้รื้อทิ้งไม่นานหลังจากที่ท่านได้รับตำแหน่งใหม่
     มหาวิหารเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1163 ระหว่างรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 วัดนี้มีสถาปนีกหลายคนที่มีส่วนในการก่อสร้าง จะเห็นได้จากความเปลี่ยนแปลงของรูปทรงไปตามสมัยนิยมของสถาปนิก เป็นต้นว่าหอสองหอทางด้านตะวันตกจะไม่เท่ากัน
ระหว่างปี ค.ศ. 1210 ค.ศ. 1220 สถาปนิกคนที่สี่เป็นผู้ดุแลการสร้างระดับหน้าต่างกุหลาบ และโถงภายใต้หอ หอสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1245 และมหาวิหารเมื่อปี ค.ศ. 1345
     ราวปี ค.ศ. 1790 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศสโบสถ์ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก มหาวิหารได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนมีสภาพเหมือนก่อนหน้าที่ถูกทำลาย
//th.wikipedia.org/wiki/มหาวิหารนอเทรอ-ดามแห่งปารีส






มหาวิหารนอทร์-ดาม



วิวจากริมแม่น้ำแซน





คนล่องเรือเยอะมากวันนี้





ด้านข้างของโบสถ์



คนรอเข้าชมด้านในเยอะมากๆค่ะ





     จากนั้นเราก็เดินข้ามสะพานไปชม ศาลากลางเมืองปารีส(Paris City Hall) ที่นี่เป็นอาคารที่เป็นที่บริหารงานราชการของปารีส
ขนาดเราอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ มองเห็นตัวอาคารโดดเด่นเป็นสง่ามากๆเลยคะ ให้ความรู้สึกอยากข้ามไปดูใกล้ๆ ตัวอาคารดูมีความเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งใหญ่และดูวิจิตรดี ค่ะ
     ประวัติของศาลากลางนี้ เริ่มเมื่อปี ค.ศ. 1357 นาย Étienne Marcel หัวหน้าการพาณิชย์ของปารีส ได้ซื้อตึกที่เรียกว่า maison aux piliers ("House of Pillars") ในชื่อของเทศบาล เพื่อใช้เป็นท่าการขนถ่ายข้าวสาลีและไม้
ต่อมาได้รวมกับจตุรัส Place de Greve(Square of the Strand) ซึ่งเป็นสถานที่พบปะชุมนุม บางคนก็มาหางานที่นี่ และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นลานประหารอีกด้วย
และในปี ค.ศ. 1357 นี้ ฝ่ายบริหารรัฐของเมืองปารีสก็ย้ายมาทำงานที่ตึก Hôtel de Ville แห่งนี้ด้วยค่ะ
     ภายหลังในปี ค.ศ. 1533 พระราชา ฟรานซิส ที่ 1 ก็ประสงค์ที่จะทำให้ศาลากลางแห่งนี้ดูมีค่าสมฐานะเมืองปารีส พระองค์จึงทรงให้สองสถาปนิกชาวอิตาลี Dominique de Cortone และ Frenchman Pierre Chambiges     สถาปนิกทั้งสองได้ออกแบบตึกให้เป็นรูปแบบของยุคเรอเนสซองซ์(Renaissance - ยุคฟื้นฟูศิลปะ) ที่ซึ่งอาคารจะมีความสูง กว้างใหญ่ โอ่อ่า เต็มไปด้วยความสว่างไสว อลังการ และมีความประณีต
     งานสร้างได้เสร็จสิ้นจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1628 ในรัชสมัยของพระเจ้า หลุยส์ ที่ 13 รวมระยะเวลา 95 ปี
ในสองร้อยปีหลังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับอาคารศาลากลางแห่งนี้ ที่ซึ่งได้เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงหลายเหตุการณ์ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส (โดยเฉพาะการฆาตกรรมของหัวหน้าการพาณิชย์ Jacques de Flesselles โดยฝูงชนที่โกรธเคืองเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 1789
และการรัฐประหาร วันที่ 27 July 1794(9 Thermidor Year II ) เมื่อ Robespierre ถูกยิงและโดนจับกุมใน Hotel de Ville กับผู้ติดตามของเขา)
     ในที่สุดปี 1835 บนความคิดริเริ่มของ Rambuteau, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ก็ได้เพิ่มสองปีกให้แก่อาคารหลักเชื่อมโยงไปยังด้านหน้าของตึกโดยเฉลียง เพื่อให้เพิ่มพื้นที่มากขึ้นสำหรับการขยายตัวของการปกครอง โดยได้สถาปนิกคือ Étienne - Hippolyte Godde และ Jean - Baptiste Lesueur
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่    //en.wikipedia.org/wiki/H%C3%B4tel_de_Ville,_Paris



ที่เห็นไกลๆโน่นคือ ศาลากลางเมืองปารีส(Paris City Hall)





ด้านหน้าศาลากลาง  ตรงนี้เคยเป็นที่ชุมนุมและลานประหารด้วยค่ะ



พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย Centre Pompidou(Centre Georges Pompidou)





     เราเดินต่อไปที่ Église Saint-Eustache(Saint Eustace Cathedral)
ข้างในโบสถ์มีภาพวาดของรูเบนส์ด้วยค่ะ แต่เสียดายมากๆที่เราไม่ได้เข้าไปชมข้างใน
L'Eglise Saint - Eustache เป็นโบสถ์ในเขตท้องถิ่นการปกครอง ที่ 1 ของกรุงปารีสสร้างขึ้นระหว่าง ปี ค.ศ. 1532 ถึง 1632
     โบสถ์ตั้งอยู่ที่ทางไปตลาดโบราณของปารีส (Les Halles) และบนจุดเริ่มต้นของถนน Rue Montorgueil, Église de Saint - Eustache ถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมโกธิคตอนปลาย
ชื่อเสียงของโบสถ์ได้โด่งดังพอที่จะได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีศีลมหาสนิทของพระเจ้าหลุยส์ ที่ 14
โมสาร์ทยังเลือกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับงานศพแม่ของเขา ในบรรดาผู้ที่มาเข้าพิธีล้างบาปที่นี่เมื่อครั้งเป็นเด็ก ได้แก่ Richelieu, Jeanne - Antoinette Poisson ซึ่งในอนาคตคือ มาดาม แห่ง ปอมปาดอร์ และ มอเลียร์ ที่ภายหลังได้มาแต่งงานที่นี่ในศตวรรษที่ 17 อีกด้วยค่ะ
มีภาพพิธีกรรมครั้งสุดท้ายสำหรับแอนน์แห่งออสเตรีย ภาพนายพล Turenne และ ท่าน Mirabeau ได้ปรากฏเด่นชัดภายในบนผนังของโบสถ์แห่งนี้
และร่างของ Marie de Gournay ก็ได้ฝังอยู่ที่นี่ด้วย
     โบสถ์นี้เป็นตัวอย่างของโครงสร้างโกธิค  สมัยเรเนซองส์ ซึ่งเขียนแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี  Domenico da Cortona
ตัวโบสถ์ค่อนข้างสั้นในความยาวแค่ 105 เมตร และภายในที่สูง 33.45 เมตรเป็นหลังคารูปโค้ง
ที่ด้านหน้าหลักที่หอด้านซ้ายได้เสร็จสมบูรณ์ในสไตล์เรเนสซองในขณะที่หอขวายังคงเป็นทรงโคนตัดค่ะ
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่    //en.wikipedia.org/wiki/%C3%89glise_Saint-Eustache,_Paris


Saint Eustace Cathedral




รูปห้องน้ำสาธารณะของฝรั่งเศสค่ะ



รูปของ Saint-Jacques Tower






     เราแวะทานข้าวที่ร้านอาหารไทย "Thaï Classic" ตั้งอยู่ที่ 26 Rue Lombards
เจ้าของเป็นคนไทย น่ารักและเป็นกันเองมากๆค่ะ ข้างในจัดเป็นแบบไทยๆ สะอาดสะอ้านดีค่ะ
อาหารก็อร่อย ได้รสชาติไทยแท้ๆ ถูกใจมากๆค่ะ(ที่พูดแบบนี้เพราะเคยไปทานอาหารไทยที่ทำโดยคนชาติอื่นแล้วรู้สึกมันไม่ใช่แบบที่เราชอบ)
แฟนเราสั่งส้มตำ เราสั่งลาบ อร่อยดีค่ะ ใครไปเที่ยวแถวนั้นก็ลองแวะทานดูนะคะ
เว็บของร้านพี่เค้าค่ะ    //www.thaiclassic.fr





 





ทานอิ่มแล้วเราก็มุ่งหน้าเดินไป พีระมิดลูฟวร์(Louvre Pyramid) วันนี้เป็นวันอาทิตย์ทุกๆที่ก็เลยมีคนเยอะมากๆค่ะ


โบสถ์ Saint Germain le Rond  ตั้งอยู่ด้านหลัง พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์



ทางเข้าด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์







พีระมิดลูฟวร์(Louvre Pyramid)



พีระมิดลูฟวร์(Louvre Pyramid)



Arc de Triomphe du Carrousel


Arc de Triomphe du Carrousel



ถ่ายจาก Jardin des Tuileries






     จากนั้นก็เดินไปหอไอเฟลค่ะ ครั้งนี้เราเลี่ยงที่จะเดินบนถนนช็อง เซลีเซ(Champs-Élysées) เนื่องจากคนเยอะเกิ๊นนค่ะ   และอีกอย่างเราต้องรีบทำเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ
ครั้งนี้เราเดินเลาะริมแม่น้ำแซนไปเรื่อยๆ  ถือโอกาสเก็บภาพเรือและสะพานของที่นี่มาฝากด้วยค่ะ :)
     หอไอเฟล (Tour Eiffel, ตูร์แอฟแฟล; หรือ Eiffel Tower) หอคอยโครงสร้างเหล็กนี้ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส
หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย
หอไอเฟลมีความสูง 300 เมตร (ไม่รวมเสาอากาศ) ก็สูงประมาณตึกใบหยกบ้านเรานะ(ตึกใบหยก สูง 304 เมตร)
     หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นมากๆเลยค่ะ เนื่องจากความสูงถึง 300 เมตร ทำให้มองเห็นง่ายๆแม้เราจะอยู่ไกล เหมาะสำหรับคนที่ชอบหลงทางแบบเรา แฮ่ๆ
ใครที่พอมีเวลาเราแนะนำให้ลองขึ้นไปชมวิวบนหอไอเฟลค่ะ เค้าว่าวิวสวยมากๆ เสียดายที่เราไม่ได้ขึ้นไปเนื่องจากคิวยาวมากๆๆๆๆ
ราคาค่าขึ้นโดยทางลิฟท์ประมาณ €8,20 สำหรับขึ้นไปชั้นสอง(ประมาณ 360 บาท) และราคา €13,40 สำหรับชั้นบนสุด(ประมาณ 590 บาท)
และราคาขึ้นทางบันได ไปชั้น 2 ราคา €4,70 (ประมาณ 210 บาทค่ะ)
เวลาเปิดทำการ หอไอเฟลเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9.30 ถึง 23.00 และ ในช่วงฤดูร้อน เปิดเวลา 9.00 ถึง เที่ยงคืนค่ะ
ถ้าทำได้เราอยากมีซักวันที่ได้ใช้เวลาทั้งวันอยู่บนหอไอเฟล เพราะเราคิดว่าเราคงจะได้เห็นวิวเมืองปารีสในช่วงกลางวัน ตอนเย็น และตอนกลางคืน สวยแบบแตกต่างกันไปค่ะ
ข้อมูลเพิ่มเติม //th.wikipedia.org/wiki/หอไอเฟล












ล่องเรือชมเมือง





 


เราค่อยๆเดินเลาะตามแม่น้ำแซนไปยังหอไอเฟลค่ะ





ตึกเขียวขจี



ในที่สุดเราก็มาถึงซะที "หอไอเฟล"


ยิ่งใหญ่ดีค่ะ



เมื่อเทียบกับคน


ผู้สร้างหอไอเฟล  "กุสตาฟ ไอเฟล"



คิวยาวมากๆ



ผู้โชคดีที่ได้ขึ้นไปบนนั้น


นี่คือชั้นสองค่ะ



ชั้นบนสุดค่ะ





บริเวณหอไอเฟลมีท่าเรือพาชมเมืองด้วยค่ะ










สรุปวันนี้เราใช้เวลาในการเดินทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง    เผาผลาญไขมันไปประมาณ 1,320 แคลอรี่(ฮ่าๆๆๆ)
กลับไปถึงบ้านอาบน้ำแล้วนอนหลับก็ง่ายมาก(ปกติเราจะอยู่หน้าจอคอมก่อนนอนทุกคืน แถมเป็นคนที่หลับยากด้วย)   นี่แหละหนาข้อดีของการออกกำลังกาย ;)

พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวรอบปารีสอีกรอบ  แต่จะเปลี่ยนเส้นทาง  ยังไงก็ติดตามได้ที่นี่ค่ะ :)



ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2554
1 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2554 14:44:05 น.
Counter : 2121 Pageviews.

 

อากาศดีทีเดียวครับ เที่ยวด้วยนับแคลอรี่ไปด้วย วิน-วินกันเลย

 

โดย: Derek 5 สิงหาคม 2554 16:27:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jigabelle
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ค้นหาภายในบล็อกนี้ได้ที่ตรงนี้เลยค่ะ

Custom Search

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

Friends' blogs
[Add jigabelle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.