พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
23
24
25
27
28
29
30
 
 
1 พฤศจิกายน 2555
All Blog
แนะนำตัว

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ

เสียงปลุกดังจากโทรศัพท์มือถือฝาพับสีแดงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมอนหนุนที่แสนจะนิ่มและมีกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ ยังคงทำหน้าที่ดังซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะมีใครมาหยุดมัน

ฉันเอื้อมมือไปยังต้นเสียงที่รบกวนเพื่อปิดและขยับกายบิดไปมาก่อนที่จะซุกตัวเข้าไปภายใต้ผ้าห่มราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ฝันของฉันก็สิ้นสุดทันทีหลังจากเสียงปลุกพิฆาตจากแม่ดังขึ้น

ใช่แล้วนี่เป็นวันจันทร์ จิตใต้สำนึกของฉันมันกำลังบอกว่าปิดเทอมใหญ่ได้สิ้นสุดลงแล้ว ชีวิตที่ต้องเร่งรีบกับการเดินทางกำลังจะกลับมาเยือนฉันอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ห่างหายไปนานถึงสามเดือนเต็ม         แม้จะเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่ได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายเดือน คงต้องมีเรื่องเม้าท์กันสนุกปากแน่ๆ  แต่ฉันกลับหงุดหงิดตั้งแต่เริ่มต้นหยิบเสื้อนิสิตมาใส่

“ฮึบ…อึบ…เฮือก…โฮ้…เฮ้ออ”  

 เสียงหายใจที่ต้องกลั้นตอนติดกระดุมทุกเม็ดและพอมาถึง      เม็ดที่ห้าความคิดสุดท้ายที่สมองสั่งการคือ

นี่เธออ้วนเกินไปแล้วนะ!



ฉันชื่อ “อุ้ย” เป็นเด็กมหา’ลัยที่ใช้ชีวิตธรรมดา ตอนเช้าโหนรถเมล์ต่อรถไฟฟ้า แล้วแว๊นพี่วิน มอเตอร์ไซด์บึ่งเข้ามหา’ลัย ตอนเย็นก็เช่นกัน ถ้าหากวันไหนเลิกเรียนเร็วก็มักจะเดินหาของกินบวกกับ    เป็นคนที่ชอบค้นหาร้านอร่อยตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เขาแนะนำกันว่า “ร้านไหนดีร้านไหนดังร้านไหนอร่อย”    ถ้ามีโอกาสก็จะไปตกเย็นก็จะกลับมาเต้นแอโรบิคที่ลานในชุมชนแถวบ้าน จนครูที่นำเต้นเห็นแววชวนให้ทำงานพิเศษช่วงเย็นเป็นครูนำเต้นแอโรบิคชั่วคราวแทนครูประจำคนอื่นที่เขาไม่ว่าง ทำให้ได้ออกกำลังกายทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ตลอดกิจวัตรประจำวันสมัยก่อนก็เป็นเช่นนี้ ใครจะไปรู้ว่าวันนี้ฉันจะน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น10 กว่ากิโลในเวลาแค่ 4-5 เดือน แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมจะต้องมีเหตุที่ทำให้เกิดผล


ย้อนไปเมื่อ 1 ปีก่อนฉันได้พบผู้ชายคนหนึ่งและเมื่อได้พูดคุยกันก็รู้สึกดีมากๆ แต่เราไม่เคยเจอกันเลย เราคุยกันผ่าน Facebook ทำให้ตอนนั้นฉันติดโปรแกรมนี้มากจนไม่เป็นอันทำอะไร แม้แต่ออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักของฉันจาก 42 กิโลกรัมขึ้นมาอยู่ที่ 47 กิโลกรัม เรากำลังจะนัดเจอกันในอีก 2สัปดาห์ เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้หญิงทุกคนต้องการจะดูดีที่สุดในสายตาคนที่เราชอบ แล้วคำถามที่ผุดขึ้นมาเป็นอันดับแรกในความคิดของฉันก็คือ “จะทำยังไงกับ 5กิโลที่มันเพิ่มขึ้นมาภายในเวลาแค่ 2 อาทิตย์ดีละ” และฉันก็คิดถึงหน้าเพื่อนคนหนึ่งที่เคยบอกว่าตัวเองกินยาลดความอ้วนแค่เวลาไม่นานก็ผอมลงมาก เท่านั้นแหละฉันรีบไปที่ร้านขายพวกเครื่องสำอางในห้างและซื้อมันมากินทันทีโดยที่ไม่ปรึกษาหมอหรือบอกใครเลยว่ากินยาลดความอ้วน (ยกเว้นแม่ที่มารู้ทีหลังจากกินไปแล้ว) แม้กระทั่งตอนนี้คนใกล้ตัวเพื่อนทุกคน ญาติ พี่ น้อง ฉันก็ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังบอกแต่เพียงว่าที่อ้วนขึ้นขนาดนี้ เป็นเพราะกินเยอะและไม่ได้ออกกำลังกาย ฉันอายที่จะบอกว่าเห็นเพราะไอ้ยาลดความอ้วนนั่น อายในความโง่ของตัวเอง ถ้าหากวันนั้นฉันคิดสักนิดเลือกที่จะปิดคอมพิวเตอร์แล้วใส่รองเท้าผ้าใบเดินออกไปเต้นแอโรบิควันนี้ของฉันก็จะยังคงสวยงามและไม่ต้องทนภาวะที่ใครๆ ก็เรียกว่า “โยโย่เอฟเฟ็ค” เช่นนี้


มุมสีหม่นที่สุดของชีวิตเท่าที่ฉันเคยเผชิญมาก็เห็นจะเป็นช่วงของการปรับตัวในการรับร่างใหม่นี้  ที่น้ำหนักราวๆ เกือบ 58 กิโลกรัม ร่างที่เต็มไปด้วยไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แก้มยุ้ย คางสองชั้น แขนที่ย้วยยาน และขาที่ดูจะแข็งแรงราวกับขาโต๊ะสนุ๊ก ร่างที่เทอะทะ เชื่องช้า ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนแต่ก่อน


ฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเองและหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อสืบค้นหา “ยาวิเศษ” ที่จะมารักษาอาการร่างยักษ์ของฉันจากทั่วทุกมุมโลกที่ google สามารถเข้าถึงได้ ฉันยังคงใช้ยาและเปลี่ยนยี่ห้อ ความแรงตามใจต้องการ จนร่างกายย่ำแย่ มีอาการปวดหัว นอนไม่หลับ เหงื่อออก ร้อนวูบวาบ หน้ามืด หงุดหงิดง่าย หิวน้ำตลอดเวลา ไปจนถึงเกิดภาพหลอน


         ขนาดของยาที่เขาบอกไว้ให้กินก่อนอาหารเช้า 1 เม็ด เพื่อจะไปกดประสาทไม่ให้หิว แต่นานไปฉันรู้สึกได้ว่า ฉันเริ่มดื้อยาเข้าซะแล้ว เพราะมันยังคงหิวอยู่ระหว่างวัน ซึ่งในหนึ่งวันนั้นฉันแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า วันนั้นฉันเพิ่มขนาดยาเป็นตอนเย็นอีก 1 เม็ด เป็นวันที่ฉันจำได้ดี เพราะมันไม่ได้ทำร้ายแค่ฉัน แต่มันยังทำร้ายคนที่ฉันรักอีกด้วย


            ฉันเกิดอาการหงุดหงิด กระสับกระส่ายอยู่ไม่นิ่ง และเครียดมาก เครียดขนาดถึงกับว่าอยากจะร้องไห้และตะโกนกรี๊ดดังๆ ออกมา แม่ฉันตกใจมาก ลูกเป็นอะไร ตอนนั้นฉันไม่มีสติแล้วฟูมฟายพยายามจิกแขนตัวเองและพูดอยู่ประโยคเดิมซ้ำๆ วนไปวนมา “หนูมันอ้วน หนูทำไม่ได้ หนูผอมไม่ได้ หนูเกลียดตัวเอง” และสุดท้ายสิ่งที่เรียกสติฉันกลับคืนมาในวันนั้นก็คือ อ้อมกอดอุ่นๆ ของแม่พร้อมคำปลอบโยนมากมาย น้ำตาแม่ไหลออกมาเป็นสาย…นี่ฉันทำอะไรลงไป


                    หลังจากวันนั้นฉันจึงเปลี่ยนจากการค้นหาคำว่า “ยาลดความอ้วน” เป็น “วิธีลดความอ้วนที่ถูกวิธี” และคำตอบที่ตรงกันที่สุดทั่วทุกมุมโลกที่google สามารถเข้าถึงได้ ก็คือ การออกกำลังกาย + การควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ จนถึงวันนี้แม้ว่าฉันจะยังไม่ได้ผอมเพรียวอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ฉัน    ก็มั่นใจว่าสุขภาพกายฉันแข็งแรงขึ้นเพราะฉันออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์ ส่วนสุขภาพจิตฉันก็แจ่มใสเพราะฉันรู้ดีว่าถึงแม้ว่าฉันจะผอมหรืออ้วนก็ยังมีคนมากมายที่ยังรักไม่ใช่รักเพราะรูปร่างหน้าตาหรอก แต่หากรักฉันที่เป็นฉันต่างหาก และหนึ่งในนั้นก็เป็นแม่ของฉันเอง




Create Date : 01 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 15:47:19 น.
Counter : 488 Pageviews.

5 comments
  
สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ
โดย: Clannad วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:05:39 น.
  
ขอบคุณนะค่า
โดย: JETiiZ วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:46:23 น.
  
สู้ๆจ้า
โดย: Junenaka1 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 เวลา:0:00:32 น.
  
เอากำลังใจมาให้นะคะ
เอาการที่แฟนบอกเลิก มาเป็นแรงฮึดในการลดน้ำหนักแบบถูกวิธีนะคะ แล้วพอเราผอมสวยก็ค่อยไปเดินเชิดใส่เขา ฮ่า ฮ่า สะใจดี

อ้อ..อยากบอกว่าพี่จุ๋มสูงแค่ 148 เองนะ เพราะฉะนั้นอย่าได้แคร์ว่าสูงเท่าน้องอุ้ยแล้วดูเตี้ย เพราะความเป็นจริงยังมีคนเตี้ยกว่าน้องอุ้ยอีกเยอะค่ะ

สู้สู้ ค่ะ
โดย: sangsasi วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 เวลา:5:47:19 น.
  
เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ
โดย: Max Bulliboo วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 เวลา:5:14:24 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

JETiiZ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments