Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
16 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
ที่เหลือก็แค่ปฏิบัติ

ช่วงนี้เมินเพลงรัก ๆ ใคร่ ๆ ไปเลย เบื่อ
เพราะติดฟัง "แว่วเสียงสวรรค์2" ที่คุณโฉเอามาลงใหม่

//www.jozho.net/index.php?mo=3&art=340733

ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ ขออนุโมทนา ด้วย

ช่วงนี้ไปกลับ รพ. เป็นว่าเล่นพักนี้
พ่อเข้า C.C.U. ไปแล้วเมื่อวาน ผ่าตัดหัวใจเสร็จแล้ววันนี้
(ซีซียู ก็เป็นญาติกับ ไอซียู ล่ะมั้ง)
พ่อก็ปลอดภัยดี ... แต่ฉันสิ แปลกไป ที่ไม่มีความเศร้าเลยแม้แต่น้อย
ยังคงร่าเริง เบิกบาน ตั้งแต่พ่อเข้า รพ. จนผ่าตัดหัวใจเสร็จ
แม้ท่อออกซิเจนจะระโยงระเยงมากมาย แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไร
ไม่ใช่เพราะว่าไม่รัก ไม่ห่วง ขั้นรุ่นแรงอะไร
แต่มันเป็นเพราะว่า ฉันเห็นว่า เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา
เป็นธรรมดาของวิบากที่แต่ละคนกระทำกันมา

เคยคิดอยู่ว่า คนเรามีเพื่อนร่วมเดินทางในเส้นทางวัฎฎะแห่งนี้
แต่จริง ๆ แล้ว เราเหมือนไม่มีใครเลย เราเป็นตัวคนเดียวแท้ ๆ
ไม่มีใครทำกรรมแทนเรา คนทุกคนรอบข้าง เป็นสิ่งเร้าให้เราทำกรรมทั้งนั้น
อย่างตอนไม่สบาย ... เราก็เจ็บคนเดียว
คนที่เรารัก หรือ รักเรา ทำได้แค่อย่างมากก็ ทรมานเป็นเพื่อน
แต่นั่นก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ คนที่มาทรมานใจเป็นเพื่อนเรา ทำใจไม่ได้
ทุกอย่างมันเป็นของมันอย่างนั้นอยู่แล้ว
เหลือแต่เราเองที่ชอบที่จะไปฝืนมัน
การพลัดพราก การเจ็บป่วย การตายจาก ฯลฯ เป็นของธรรมดาที่ต้องเกิด
แต่เราดันไปห้ามมันไม่ให้เกิด ... สิ่งที่เกิดแทนก็เลย มีชื่อว่า ทุกข์

วันนี้ฉันก็ไปนอนหน้าห้อง ซีซียู เพราะในห้องพ่อมีเก้าอี้ตัวนึง
ก็ให้แม่นั่งไป ฉันก็ขอไปงีบที่โซฟาแล้วกัน
อยู่ ๆ คำที่หลวงพ่อเคยสอนว่า ... กายไม่ใช่เรา จิตก็ไม่ใช่เรา เหมือนกัน
มันก็แว๊ปเข้ามา แล้วก็ทำให้ฉันเข้าใจได้อย่างง่าย ๆ เลยว่า
กายไม่ใช่เราเนี่ย ก็ดูง่ายอยู่แล้ว ไม่นานก็ดูออก
แต่จิตไม่ใช่เราเนี่ย ดูยาก เพราะว่า คนจะยังคิดว่าจิตเป็นเรา
ถ้าจิตไม่เป็นเราแล้วเราจะเป็นอะไร จริงมั๊ย

แต่หลังจากที่ดูจิตดูใจมาสักพักนึง เริ่มกลับมาฟังซีดีหลวงพ่อ ทำความเข้าใจ
ก็พบว่า เราเองก็ห้ามใจไม่ได้เช่นกัน ห้ามไม่ให้คิด ไม่ได้
ห้ามไม่เผลอไม่ได้ ห้ามไม่ให้อะไร ไม่ได้เลย อย่างนี้
มีแต่ว่า พอจิตมันเผลอหรือมันอะไรไป แค่เอาสติไปจับให้ทัน
ว่าได้เกิดเหตุการณ์โดยตรงกับจิตนั้นไปแล้ว ทำได้แค่นั้น

สุดท้าย อย่างที่ หลวงพ่อบอกว่า ... จิตไม่ใช่เราคืออะไร
จิตไม่ใช่เราก็คือ ในเมื่อเราบังคับมันไม่ได้เลย มันจะยังเป็นของเราอยู่ได้ไง
แล้วถ้าจิตไม่ใช่เรา แล้วเราคืออะไร เราก็ไม่เป็นอะไรเลย สรุป
ซึ่งสรุปจากสติปัญญาน้อย ๆ นี้ว่า จริง ๆ แล้ว ไม่มีเราเลย ...

จิต เป็น สิ่งที่คอยไปรู้ ตัวที่มากระทบ แล้วก็ห้ามไม่ได้ด้วยนะ

แล้วพอยิ่งฟัง "แว่วเสียงสวรรค์" อันใหม่นี้นะ
รู้สึกเลยว่า สวรรค์ ไม่ใช่ที่ ๆ น่าไปเท่าไหร่ เพราะไปแล้วก็เหมือนฝัน
ฝันจนลืมความเป็นจริง ไม่ได้ขจัดกิเลสอะไรเลย ไปแค่เสียเวลา
เพราะด้วยความสุขสบาย กิเลส ก็ยังไม่ได้หลุดออกจากใจหมด
แค่ถูกระงับไว้ชั่วคราว มีโอกาสผุดได้เสมอ เมื่อบุญหมด
ที่ ๆ น่าไปที่สุด คือ นิพพาน จบสิ้นกันไปเลย ไม่ต้องมาวนอีก
แม้แต่ได้ไปติดใน พรหมโลก ก็ยังเสียเวลาอยู่ดี
เพราะเป็นภพของการข่มกิเลส ไม่มีเรื่องให้เห็นข้อเสีย นำมาขัดเกลา
เราโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาเจอพระพุทธศาสนา และ เกิดมาเป็นมนุษย์
มีสติปัญญาเพียงพอที่จะเรียนรู้ความจริงของโลก
จะไปหวังสวรรค์ พรหม ทำไม ในเมื่อที่สุดท้ายของการหลุดพ้น คือ ที่นี่
การเกิดเป็นมนุษย์แบบนี้ และในตอนนี้ก็เป็นมนุษย์อยู่

ที่เหลือก็แค่ปฏิบัติ ในเมื่ออยู่ดี ๆ ก็เข้าใจว่า จิตไม่ใช่เรา เพราะอย่างนี้เอง
ซะงั้น ตอนนี้อาจจะรู้ อาจจะเข้าใจแค่ผิวเผิน แต่ถ้าปฏิบัติไปเรื่อย ๆ
ทุกอย่างก็คงจะเริ่มชัดขึ้น ๆ เอง

เข้าใจเลย ที่เคยฟังซีดีหลวงพ่อผ่าน ๆ จนต้องกลับไปฟังใหม่
ที่หลวงพ่อเคยถามพี่คนนึงว่า "เป็นไง แม่ตายเบิกบานมั๊ย" ...
แม่ตาย เบิกบาน ? เป็นไปได้ไง แม่ตายต้องเศร้าสิ
ตอนนี้ของฉันก็อาจจะเป็นว่า "เป็นไง พ่อป่วยหนัก เบิกบานมั๊ย"
เบิกบานมากค่ะ เข้าใจเลยว่าทำไมเบิกบาน ก็เพราะทำใจได้ไง
ธรรมะพระพุทธองค์ มหัศจรรย์ จริง ๆ เลย

ตั้งแต่พ่อเข้าห้องฉุกเฉิน เข้าซีซียู ฯลฯ มากมาย
แต่ฉันเริงร่า หัวเราะเฮฮา เหมือนเดิมตลอด (เหมือนจะบ้า แต่ไม่ได้บ้านะ)
มีสติ และ เบิกบานอยู่ ... ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ให้พ่อให้แม่หัวเราะตามประสา
เพราะไม่ว่าพ่อจะเป็นอะไรหรือไม่ ฉันรับได้ทั้งนั้น
อาจจะดูแปลก แต่ก็เป็นข้อดีนะ ลองมาคิด ๆ ดูว่า ถ้าคนป่วยหนัก ๆ มาก ๆ
แล้วเราดั๊นไปร้องไห้ข้าง ๆ จะเป็นจะตายอ้อนวอน อย่างพี่สาวเนี่ย
ไปร้องไห้ แล้วพ่อก็เลยร้องไห้ด้วยเลย จะซึ้งกันไปไหน พ่อยังไม่ตาย
แทนที่คนป่วยจะจิตใจดีขึ้น ๆ มีกำลังใจ กลับต้องมาอาลัยอาวรณ์สงสาร
อย่างนี้ ถ้าอยู่ ๆ ตายไป ก็ไม่ลงอบายภูมิเหรอเนี่ย ตายเศร้าหมองนะ

เมื่อวาน ตาแม่บ้าง แม่มาพูดว่า ถ้าตอนแม่จะตายไม่ต้องเอาแม่ไปปั๊มหัวใจ
หรือไปยื้อแม่ไว้นะ เอาแม่ส่งไปจุฬาเลยนะ แม่อยากเป็นอาจารย์ใหญ่
บอกเลยว่า ถ้าเมื่อก่อน แม่พูดแบบนี้จะเคืองมาก
แล้วก็จะกลัว กลัวการไม่มีแม่ .. แต่เมื่อวาน มันเฉย ๆ มาได้ระดับนึง
คือมันก็กลัวการสูญเสียนิดหน่อยแหละ แต่ว่า มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกแล้ว
การพลัดพราก วันนึง แต่ละคนก็ต้องไปตามทาง
เมื่อก่อนจะน้อยใจด้วยว่า โหย "แต่ละคนก็ต้องไปตามทาง"
พูดอย่างนี้ไม่ได้รักกันเลยใช่มั๊ย ... เราเห็นแก่ตัวชะมัด คนจะตาย
ยังจะอยากรั้งไว้ทำเพื่อ ตอนนี้ เอิ่มม มันก็จริง แต่ละคนก็ต้องไปตามทาง
ตายแล้วก็ จบกัน ขึ้นภพ ขึ้นชาติใหม่ วนเวียน
แต่ถ้าเลือกได้ ไม่ขอขึ้นภพชาติใหม่แล้วล่ะ เริ่มเห็นข้อดีของนิพพาน
นิพพาน ก็หลุดพ้นได้ด้วย วิปัสสนา

//audio.palungjit.com/f24/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87-2567.html

ขอมอบความรักของฉัน แด่ทุกสิ่งพลันในโลกนี้
พ่อแม่ คุณครู เพื่อนมิตรไมตรี สรรพสัตว์และเทพยดา
ขอมอบ ความรักแด่แผ่นดิน ต้นน้ำ ลำธาร ท้องฟ้า
ให้อยู่คู่กันเพื่อสุขพึ่งพา ขอแผ่เมตตา สิ้นทุกข์สุขเทอญ



Create Date : 16 กันยายน 2552
Last Update : 16 กันยายน 2552 22:02:15 น. 3 comments
Counter : 375 Pageviews.

 
เออ จริงด้วยว่ะ ~


โดย: แพนด้า500 IP: 125.25.235.47 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:11:33:25 น.  

 
จริงด้วยเจน โดนมากตรงคำที่ว่า การพลัดพราก การเจ็บป่วย การตายจาก ฯลฯ เป็นของธรรมดาที่ต้องเกิด
แต่เราดันไปห้ามมันไม่ให้เกิด ... สิ่งที่เกิดแทนก็เลย มีชื่อว่า ทุกข์


โดย: maomew IP: 125.25.35.171 วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:0:07:49 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณเจนอย่างมากค่ะ เพราะตัวเองประสบเหตุให้ทุกข์ใจอย่างหนักเลยค่ะ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีเรื่องทุกข์ได้ขนาดนี้ แต่ตนเองก้อโชคดีที่มีโอกาสได้เห็นพระธรรม ใช้ธรรมะเข้ามาช่วยแก้ทุกข์ได้ ได้อ่าน blog ของคุณเจนแล้วเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ
แล้วคุณเจนไปวิปัสนามาบ้างหรือยังคะ
ส่วนเราไปมาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน กลับมาทีไร สุขใจทุกทีเลย


โดย: Nang ka (nangkarang ) วันที่: 18 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:48:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jenniepoko
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจะไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันได้ฝากเอาไว้อยู่บนพื้นดิน และ ท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ...

Friends' blogs
[Add jenniepoko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.