Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
เกิดมาทำไมกันแน่

วันนี้พาพ่อไปโรงพยาบาล เพราะพ่อไอเป็นอาทิตย์ แล้วก็ซึม ๆ มาหลายวัน

พอไปถึงแล้วเรื่องมันไม่ได้เล็กอย่างที่เข้าใจ

พ่อต้องอัลตร้าซาวด์ พ่อต้องเอ๊กซ์เรย์ แล้วสุดท้ายจากที่คิดว่าไปหาหมอ

ไปหาเฉย ๆ ... สุดท้ายพ่อก็ต้องนอนโรงพยาบาล รอวินิจฉัยโรคว่าเป็นไร

จะเป็นวัณโรครึป่าว แต่เป็นเกี่ยวกับหัวใจนี่ล่ะ มีน้ำท่วมหัวใจขึ้นมาปริ่ม ๆ นิด ๆ

นั่งมองพ่อที่นอนเปลี่ยนชุดเป็นชุดของรพ. แล้ว อยากจะร้องไห้

แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ก่อน แสดงออกไปไม่ได้

ในหัวคำถามมันพรึบขึ้นมามากมายว่า เราเกิดมาทำไมกันแน่

ที่อยากจะร้องไห้เพราะไม่ได้กลัวว่าพ่อจะจากไปหรอกนะ

เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาของคนเราที่จะต้องเกิดแก่เจ็บตายอยู่แล้ว

เรื่องธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าช้าก็เร็ว แค่เราเข้าใจธรรมชาติ

ฝืนไปก็เท่านั้น ไม่มีประโยชน์ เดินออกมาจะกลับบ้าน

เดินผ่านผู้ชายคนนึงอุ้มเด็กน้อย ... เด็กน้อยจริง ๆ น่าจะเพิ่งเกิด

หัวน้อยเดียว ตัวน้อยเดียวจริง ๆ

ทำให้รู้สึกจริง ๆ เลยว่า

ไม่อยากจะเกิดอีกแล้ว การเกิดเป็นทุกข์ อยากไปบวช อยากสละภาระ

อยากอยู่ต่างจังหวัด อยากค้นหาความจริงที่สุดแห่งความทุกข์เงียบ ๆ

ไม่ได้อยากเป็น อยากมี อยากอะไรแล้ว อีกอย่างที่เรียนรู้มาได้ก็คือ

การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐจริง ๆ เพราะถ้าเราไม่สบายแล้ว

เราก็จะทำอะไรไม่ได้เลย แล้วถ้าเรื่องเล่าเรื่องภพชาติ เรื่องสวรรค์ นรก

เรื่องวัฎฎะสงสาร การเกิดตาย ชีวิตหลังความตายทุกอย่าง เป็นเรื่องจริง

นี่คือการเสียชาติเกิด เกิดใหม่ คือการเริ่มใหม่ เริ่มเรียนรู้ทุกอย่างใหม่

เป็นเด็กใหม่ เรียนรู้ชีวิตใหม่ โตใหม่ เผชิญโลกใหม่ ทุกอย่าง

แค่คิดก็น่าเบื่อจะแย่แล้ว ... แล้วแน่ใจได้ไงว่าจะเกิดแล้วมีสติปัญญาเข้าใจ

ศึกษาแก่นธรรมต่าง ๆ ที่ชี้นำความหลุดพ้น

อยากไปบวชพรุ่งนี้เลย จะเรียกว่าหนีใจตัวเองก็ได้ ต้องการความสงบอย่างแรง

แม่เค้าไปเยี่ยมแฟนเค้าเมื่อกี้ ... พ่อก็ขีดหัวใจเต้นก็ลดลง

คือพ่อหัวใจเต้นเกิน ซึ่งธรรมดาคนปกติจะอยู่ที่ 70-90

ส่วนคนออกกำลังกายจะอยู่ที่ 50 แต่พ่อสามารถขึ้นไปถึง 120 กว่า 130

มีภาวะหัวใจโต ... เกิดอะไรขึ้นกับพ่อนะ

คนเราถ้าเกิดมาแล้ว ไม่ทำความดี ไม่แสวงหาทางหลุดพ้น

แล้วจะเกิดมาทำไร เด๊วก็ตายแล้ว อยู่ไม่ถึงร้อยปีหรอก

แสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญมากมายกันไปทำไร ... เพื่ออะไร

ก็เราอยู่ในโลกสมมติทั้งนั้นนี่


เห็นคุณหมอทั้งหลายที่ทำงานในโรงพยาบาลแล้ว

อาชีพนักบำบัดจิตที่เคยคิดไว้ว่าอยากจะเรียน อยากจะลองศึกษา

มันชัดขึ้น ๆ ... แต่ก็ไม่รู้ว่า ยังจะมีโอกาสของวันนั้นอยู่รึป่าว

ในเมื่ออยู่ ๆ ก็มีภาระมากมายอย่างนี้

----------------------------------------------------------------------------

ตอนเช้า ตุ๊กตา เพื่อนรักโทรมาร้องไห้ เรื่องที่บ้าน

งง ๆ ว่า ถ้าพ่อแม่อยากให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเราเป็นไม่ได้

เราจะแซดทำไม ... เราโตเกินกว่าที่พ่อแม่จะมานั่งบงการนิสัยแล้ว

นี่คือ ตัวเรา เราเป็นแบบนี้ ... ไม่ว่าเค้าจะเห็นว่าไม่ดียังไง อย่างน้อย

ส่วนหนึ่งของวันนี้ มันมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ในครอบครัวแต่เด็กทั้งนั้น

พ่ออยากให้เปลี่ยน ... มันเปลี่ยนกันได้ง่าย ๆ เหรอ ...

ทำได้มากที่สุด แค่ปรับล่ะ เปลี่ยนปุ๊ปปั๊ป จะเป็นไปได้ยังไง

ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ แล้วคนที่พูดดันเป็นบุพการี ก็ทำได้แค่ฟัง

ฟังแล้วก็ ผ่านเลยไป ... ปรับได้ก็พยายามปรับ แค่นั้น แต่จะให้เปลี่ยนก็ยาก

ก็พูดไปแบบนี้ ผ่านไปสักพัก เพื่อนโทรกลับมาบอกว่า รักแกหว่ะ

ลองนั่งคิด ๆ ดูแล้วมันก็จริง ... ขอบคุณมาก ...

คือก็ไม่คิดว่า คำพูดที่ออกมาจากเรา จะทำให้เพื่อนสบายใจได้เยอะ

เพราะยังไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไหร่เลย แค่คิดแต่ว่า ก็ฉันคิดแบบนี้

ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะคิดอย่างนี้ ฉันจะไม่เศร้ากับเรื่องนี้เลย

ปรากฏว่า เวิก แฮะ ... รักแกเหมือนกัน ... รักแบบไม่มีผลประโยชน์ด้วย

แค่อยากให้เพื่อนมีความสุข พบเจอแต่สิ่งดี ๆ ไม่ทุกข์กับเรื่องง่าย ๆ ล้วน ๆ

----------------------------------------------------------------------------

แม่เผยออกมาว่า ทำไมแม่ถึงยอมแลกแบบนี้

เพราะว่า เราจะได้ไม่เป็นหมาเน่าข้างถนน ... เราก็ต้องยอมแลกรับภาระ

เพื่อความสะดวกสบายที่เกิดขึ้น ไม่งั้นป่านนี้เราคงไม่มีปัญญาหาหมอแพง ๆ

เราก็คงต้องไปพึ่งบัตรทอง นอนห้องรวม รอหมอ ที่นาน ๆ กว่าจะมา

อย่างที่พอจะสมฐานะของเรา เราก็ต้องเจอหมอไม่ใส่ใจ เพราะเราไม่มีเงิน

แต่ตอนนี้เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่เคยคิดเลยว่าฉันรวย ฉันยังอยากเป็นคนเดิม

แต่ก็ติดที่ครอบครัว ที่มีกันหลายชีวิตเหลือเกิน

-----------------------------------------------------------------------------

ปล. ตอนนี้อยากไปบวชมากจริง ๆ นะ แต่พ่อก็เข้าโรงพยาบาล

ไม่มีคนรับส่งหลาน มีสอนห้าวันต่อสัปดาห์ แม้จะวันละ ชม. สองชม.

มีเรียน สามอย่าง ต่อสัปดาห์ ... วันอาทิตย์ก็มีคอนเสิตต้องไปเล่นอีก

อย่างนี้แล้วจะไปได้ยังไง

งานลาได้ แต่ก็เพิ่งเก็บเงินเค้ามา เพิ่งเริ่มเดือนใหม่จะมาลาแล้ว ก็ตลก

เฮ้ย ไม่อยากทำ ไม่อยากพูด อยากอยู่คนเดียวสักสิบวันอีกแล้ว

ที่ ๆ มีแต่ฉันคนเดียว ... ที่ ๆ ฉันได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ หยุดความคิดจริง ๆ

อยากพัก ... แบบไม่ต้องพูดอะไรกับใครเลย ...

-----------------------------------------------------------------------------


Create Date : 31 สิงหาคม 2552
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 20:59:19 น. 4 comments
Counter : 177 Pageviews.

 
เศร้าจัง

แต่เด๊่ยวมันก็คงผ่านพ้นนะ

: )

ขอให้พ่อหายเร็วๆครับ^


โดย: arm_u2 IP: 125.24.77.133 วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:22:13:17 น.  

 
เข้าใจอย่างแรงงงงง...

เป็นกำลังใจให้นะ


โดย: นิพพานัง IP: 202.57.137.226 วันที่: 1 กันยายน 2552 เวลา:17:13:28 น.  

 


โดย: นายแจม วันที่: 1 กันยายน 2552 เวลา:22:25:27 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกกลับมามองตัวเอง... ทำให้มีกำลังใจว่าปัญหาของฮานะจังยังแค่น้อยนิด...

แต่ขอเป็นกำลังใจให้คุณjeniepoko ได้ทำในสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จให้จงได้นะค่ะ ... เราเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ... ในวันนึงเราอาจจะได้พบกัน

ขอให้คุณพระรักษาค่ะ


โดย: ฮานะจังแห่งPWC วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:24:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jenniepoko
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจะไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันได้ฝากเอาไว้อยู่บนพื้นดิน และ ท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ...

Friends' blogs
[Add jenniepoko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.