Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
ถือศีลไปเพื่อตัดกิเลสเหรอ

วันพระอาทิตย์ที่แล้ว ในมาดของ ฆราวาส ที่น้อมใจถือศีล 8
แล้วมันปรากฏว่า "ดูปฏิทินผิด" - -" ดันไปถือวันโกน ...
ก็เลยนับเป็นวันพระที่ 1 ไม่ได้ โดยทั้งหมด 12 วันพระ

วันนี้เช่นเดียวกัน ฆราวาส ถือศีลแปด วันนี้วันพระแน่ ๆ ล่ะ
แล้วก็ยังไม่หลุดศีลซักข้อเดียว แต่มีพร้อย ๆ ข้อ 4 ไปบ้างแว๊ปนึง
เพราะดันไปพูดเล่นตอนคุย MSN

ก็นึกว่าง่าย เพราะตอนไปบวชตอนนั้น การถือศีล 8 ชิวมาก
ไม่คิดว่า อุโบสถศีล ในครัวเรือนมันจะยากเช่นนี้
จากชีวิตทุก ๆ วันที่หมกมุ่นอยู่กับว่าวันนี้จะกินอะไรดี ดนตรี หนัง ทีวี
อินเตอร์เนต วันนี้สามสี่อย่างแรกถูกตัดออกไปอย่างสิ้นเชิง

ด้วยข้อที่ว่า ห้ามดูการเล่นที่เป็นข้าศึกต่อกุศล
คือก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ดูเป็นข้าศึกต่อกุศลรึป่าว แต่ก็กันไว้ก่อน ศีลจะได้ไม่พร้อย
งดทีวี งดเปียโน งดเพลง งดยูทูป ...

ด้วยข้อที่ว่า ห้ามบริโภคอาหารในเวลาวิกาล
วิกาลนี่หมายถึง เที่ยงเป็นต้นไป จนถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ เลยเหรอเนี่ย
วันนี้กว่าจะตื่นก็ ... 10 โมงได้แล้ว ... กินข้าวเป็นพออิ่ม ไปมื้อนึง
นอนฟังธรรม อ่านหนังสือเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกที อ่าว เที่ยงนิด ๆ ซะแล้ว
หมดโอกาสกินเพื่อความบันเทิง แต่มันก็ยังไม่หิวมาก ก็โอเค ไม่เป็นไร
แต่ตอนนี้ ทุกคนกำลังกินข้าวเย็นกัน ... แต่เรา ... อดทนต่อไป
(แม่ชวนกินทุเรียนทอดตั้งแต่เช้าด้วย แต่ด้วยความที่ก็อิ่มข้าวแล้ว ก็ไม่กิน)

ตั้งแต่เมื่อคืนที่รับศีล ... ก็เอาเบาะมาปูนอนพื้น แทนที่จะนอนบนเตียงนุ่ม ๆ
ปรากฏว่า นอนเยอะไม่ได้เพราะว่ากระดูกมันก็ทิ่มพื้น
ผอมนี่ จริง ๆ แล้วก็ดูดีตอนใส่เสื้อผ้าอ่ะนะ แต่พอเข้าเรื่องนี้ ทรมานนัก
ตอนอ้วน ๆ ไม่เห็นเคยรู้สึกมาก่อน ว่ากระดูกทิ่มพื้น
สรุปว่า ก็ดีกันคนละแบบ คนละช่วงเวลา ...

อานิสงส์เยอะมั๊ยไม่รู้ แทบไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลย
รู้แต่ว่า รับสัจจะมาแล้วก็ต้องทำให้ครบ
ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นคนไม่มีสัจจะ บอกว่าทำได้ แล้วผัดวันประกันพรุ่ง
กลายเป็นคนทำไม่ได้ แล้วสุดท้ายก็จะลงเอยด้วย การที่เป็นคนไม่น่าเชื่อถือ

จะว่าไป เราเอง ไม่เคยมีสัจจะจริง ๆ จัง ๆ เลยด้วยซ้ำมั้ง - -
แต่อย่างน้อยวันนี้ และอาทิตย์ที่แล้วก็ได้เริ่ม
ได้เรียนรู้แล้วว่า ไม่กิน ไม่ดูทีวี ไม่ฟังเพลง ก็อยู่ได้วะ

วันนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี นอกจากอ่านหนังสือ เดินไปเดินมา นอนฟังธรรม
เล่น MSN คุยกับพี่กี้ พี่เอก พี่แอม แล้วอะไรอีกก็นึกไม่ออกแล้ว
1. งดพูดมากเกินความจำเป็น
2. งดกินตั้งแต่เที่ยง
3. งดเล่นเปียโน
4. งดฟังเพลง ร้องเพลง
5. ดูละคร ดูยูทูป ดูเคเบิ้ลทีวี

5 อย่างหลัก ๆ ดูชีวิตขาดหายไปเกือบครึ่ง
วันนี้ก็ตัดสินใจไม่ไปเรียน ด้วยเหตุผลที่ว่า ครูจะเปิดหนังให้ดู
แล้ววันนี้ งดดูการเล่น (ข้ออ้างชัด ๆ) แต่หนังเรื่องนี้ตอนเรียนวิชาที่แล้ว
ก็ดูไปแล้วนี่นา ครูเอามาสอนซ้ำในวิชานี้อีกเหรอ แล้วเราจะดูทำไมกัน
แล้วอีกอย่าง วันนี้ก็คงไม่ใช่วันบอกคะแนน midterm หรอก
ครูคงไม่ตรวจเร็วอะไรขนาดนั้น ก็เริ่มไปเรียนอีกทีวันพฤหัสละกัน

ช่วงนี้โชคดีหน่อย ใช้รถได้อย่างอิสระ ทั้ง ๆ ที่ใบขับขี่ก็ยังหาไม่เจอ - -"
น้องปิดเทอม แต่ตัวเรานี่สิ เหลืออีก 2 เดือนกว่า ๆ ก็จะเรียนจบ
ชีวิตก็ยังไม่รู้ทิศทางว่าจะไปทางไหน
อยากได้งานดี ๆ ทำ อยากนู่นนี่ไปหมด ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้ ก็ดูเฉย ๆ ไงไม่รู้
เฉย ๆ กับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องคอนเสิต ฯลฯ

วันนี้คุยกับพี่เอกด้วย ก็เรื่อง ธรรมะ อีกนั่นแหละ
(ชีวิตฉันจะมีอะไรมากไปกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก)
พี่เอกก็สอนในหลาย ๆ เรื่องทั้งเรื่องจิต เรื่องการปฏิบัติ
และเรื่องนึงที่ฉันสนใจ ก็คือ เรื่องของกสิณ
พี่เอกบอกว่า คุณตุลย์ (ดังตฤณ) สอนมาอีกทีนึง ไว้เจอกันแล้วจะสอนให้
จริง ๆ ถ้าถามว่า จะฝึกไปทำไมเหรอ กสิณ เนี่ย
ก็ ... อยากค้นพบตัวเองมั้ง ... อยากรู้ความเป็นมาเป็นไปต่าง ๆ ของตัวเอง
คนที่ฉันเอง ควรจะรู้จักดีที่สุด ... แต่ดูเหมือนว่าคนอื่นล่ะมั้งที่รู้จักดีกว่าน่ะ

จริง ๆ พี่เอก พูดเรื่อง หลวงพ่อปราโมชย์ มาหลายรอบแล้วล่ะ
ตั้งแต่คุยกันจริง ๆ จัง ๆ เรื่องธรรมะ
วันนี้ก็เลยไปเปิดแทรคหลวงพ่อที่โหลดมานานแล้วมาฟัง
สิ่งที่ฉันประทับใจก็คือ ...

บางคนคิดว่า ถ้าเรียนจบ แล้วจะมีความสุข ทั้ง ๆ ที่เรียนจบแล้วก็รู้สึกงั้น ๆ
(จริง ๆ ด้วย เมื่อก่อนคิดว่า ถ้าจบป.ตรีแล้วคงจะมีงานดี ๆ รออยู่ คงจะรู้สึก
มั่นคงกว่านี้ มากกว่ารู้สึกงั้น ๆ แต่สุดท้าย มันก็ end up ด้วยความงั้น ๆ)

บางคนคิดว่า ถ้าจบ ป.โท แล้วก็จะมีความสุข จบ ป.เอก ก็จะมีความสุข
ได้งานดี ๆ ทำ จะมีความสุข มีครอบครัวที่อบอุ่น จะมีความสุข
มีลูกฉลาดจะมีความสุข มีรถขับ มีบ้านเป็นของตัวเอง ฯลฯ จะมีความสุข

สุดท้ายมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นน่ะสิ ทุกคนพอได้มาแล้วก็ ...
แฮปปี้แป๊ปนึง แล้วก็ ... งั้น ๆ อีกแล้ว ...

เงินที่หามาด้วยความลำบาก เอาไปซื้อรถหรู ๆ มาขับ
ก็อาจจะดีใจแป๊ปนึงที่มีรถเป็นของตัวเอง
แล้วก็มาลำบากใจกับเงินที่ต้องผ่อนทุกเดือน
ความกลัวต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับรถ (สิ่งที่หามาด้วยความเหนื่อยยาก)

ก็เพราะสิ่งเหล่านี้แหละนะ ที่ทำให้ฉันดูเป็นคนเฉย ๆ กับหลาย ๆ อย่าง

ฉันก็ไม่รู้นะ แต่รู้สึกแต่ว่า
ชีวิตก็จะต้องเดินต่อไป คำตอบอาจจะยังไม่มาเพราะยังไม่ถึงเวลา
หลาย ๆ อย่าง มันยังไม่ถึงเวลา ผลลัพธ์ตอนนี้ก็เลย Zero อยู่
พยายามจะคิดแต่แบบนี้ ... มันก็มีหลายอย่างที่อยากทำ ...

หลัก ๆ เลยก็คือ ... อยากหลุดพ้นจากผู้หญิงคนนึงและความวุ่นวายของเค้า

วันนี้ก็โหลดแทรคธรรมะมาฟัง เรื่อง ความกตัญญูรู้คุณ ก็คิดได้หลายอย่าง

ภาคนางฟ้าผู้แสนจะมองโลกในแง่ดีถามว่า...

ทำไมตัวเรานี้ถึงได้เอาความไม่ดีของเค้ามาตัดสินทุก ๆ อย่าง
จริง ๆ มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย ทุกวันนี้ มีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะเค้าไม่ใช่เหรอ
เพราะการอุปการะของเค้าล้วน ๆ เลย ที่มีกิน มีใช้ มีบ้าน สุขสบายแบบนี้
แม้มันจะต้องแลกมากับการที่ต้องรับผิดชอบลูกเค้า 3 ชีวิตก็ตาม
แต่ถ้าไม่มีเค้า ... เราก็คงจะเรียนไม่จบจริงมั๊ย ... จะเอาเงินที่ไหน
ก็คงจะต้องหยุดเรียน แล้วตอนนี้ชีวิตก็อาจจะไม่ได้สุขสบายแบบนี้ด้วยซ้ำ
ทำไมจะต้องหมางเมิน ทำไมเราถึงจะต้องไม่เหมือนเดิม

(เอ๊ะ เมื่อตอนกลางวันยังคิดได้อยู่เลย ทำไมตอนนี้กลับโหมดเดิมอีกแล้ว)

และภาคนางมารผู้เย็นชาก็บอกว่า ...

ของแบบนี้มันแลกกัน ก็ทำเท่าที่ทำได้แหละ ตอนนี้แลกกันครึ่ง ๆ จริง ๆ นะ
ไม่มีใครได้เปรียบและก็ไม่มีใครเสียเปรียบ แล้วยังไงล่ะ
ทำไม่ได้จริง ๆ แบบว่าในใจลึก ๆ มีแต่ความไม่ชอบ
แต่การแสดงออก ต้องแสดงออกมาว่า ชอบ ว่ารัก ทำไม่ได้ มันฝืนใจ
การแสดงออกที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้ ก็คือ การเฉย ๆ นี่คือดีที่สุดแล้ว

ภาคนางฟ้ากลับมาบอกว่า ...

ทำไงได้ล่ะ เสแสร้งไม่เป็น ประจบเอาใจคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ไม่เป็น
ต่อท่อสูบเงินคนอื่นไม่เป็น ... ก็อยู่ไปอย่างนี้แหละนะ
ไม่ว่าเค้าจะเป็นยังไงก็ตาม ในเมื่อตอนนี้เราเองก็ยังวนอยู่ในวงจรของเค้า
ทำได้แค่ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแบบที่ไม่ให้เค้ารู้ตัวว่าเราคิดจะตีจากอะไร
มองในมุมดี ๆ ก็พอมั้ง ... แล้ววันนึงก็อาจจะหลุดพ้นไปเอง

ภาคนางมารแค้นว่า ...

แต่เค้าก็สร้างปัญหาให้ครอบครัวเราไม่หยุดไม่หย่อนไม่ใช่เหรอ

พอเหอะ ๆ ... นางฟ้าชนะ ... ณ ตอนนี้ และ วันนี้ ... เลิกอคติได้ชั่วคราว ...

---------------------------------------------------------------------------

มีหลาย ๆ อย่างมาก ๆ ที่รอเวลาเป็นตัวไขปริศนา
ทั้งเรื่องการพบปะผู้คนต่าง ๆ การเจอกับสิ่งอะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี
ชีวิตที่จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ต่าง ๆ รอเวลาเท่านั้น
และในเมื่อตอนนี้มันยังไม่ถึง "เวลา"
อยากให้มันมาถึงเร็ว ๆ ยังไงก็ไม่มีประโยชน์
เราก็จะแซดเองเพราะความ "อยาก" นั้น
ปล่อยมันตามยถากรรม เด๊วก็จะรู้เองว่าอะไรจะเกิดขึ้น

----------------------------------------------------------------------------
อย่างเรื่องเพื่อนคนนึงที่ชื่อ โซนัม ...
เราถูกชะตาเพื่อนคนนี้ตั้งแต่แรกเห็นเลยด้วยซ้ำ
รู้สึกดี อยากรู้จัก อยากคุย จะว่าไปอะไรไม่รู้ที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น
แล้วตอนนี้ โซนัม ก็ได้มาเป็น 1 ในเพื่อนสนิท 3 คนที่มี
ย้อนกลับไปดูว่า ทำไมเราถึงไม่รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว

หนึ่ง เพราะความที่เราอยู่คนละประเทศด้วยตอนเด็ก ๆ
แล้วถ้าเจนไม่ได้ออกจาก เซนต์หลุยส์ ไปเรียนต่อโฮลี่เพื่ออย่างน้อย
จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง แล้วถ้าไม่จบโฮลี่แล้วมาต่อ BUIC ก็คงไม่ได้
เจอกันจริง ๆ มันก็แปลกนะ ที่ชีวิตทอดยาวต่อเนื่องมาแบบที่ไม่เคยย้อน
กลับไปดูด้วยซ้ำว่า เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง

----------------------------------------------------------------------------
พรุ่งนี้ตุ๊กตาจะบินไป อเมริกา แล้ว
ฉันก็ไม่รู้นะว่า ชีวิตเธอจะเป็นยังไงต่อไป แค่ขอให้เพื่อนของฉันโชคดี
ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปส่งที่สนามบินมั๊ย แต่ก็จะพยายามไปให้ได้
สนามบินอยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่ก็ไม่เคยขับรถเข้าสนามบินด้วยตัวเองมาก่อน
ดีใจด้วยนะ ที่มีโอกาส ... แม้ว่าแกเองก็ไม่ได้อยากจะไป ...
ฉันสิอยากไป แต่ไปไม่ได้ ...
ใจหายเหมือนกันที่จะไม่ได้คุยกัน จะได้อยู่กันคนละประเทศ ตั้ง 3 เดือน
ขอบคุณที่การสื่อสารไร้ขอบเขตได้เช่นนี้
เด๊วอีกไม่นาน แกก็คงจะกลับมา เป็นเพื่อนฉันคนที่เก่งขึ้นกว่าเดิม
----------------------------------------------------------------------------

วันนี้ ชีวิตดูไร้แก่นสาร ไร้หลักแหล่ง มากมาย
ต้องการความมั่นคงที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง ... ไม่ใช่จากคนอื่น
แม้เราจะดูเหมือนเป็นญาติกัน แต่มันก็เป็นเพียงในนาม
Anyway ... ขอบคุณทุก ๆ อย่างที่เข้ามาในชีวิต It's not that bad นี่นา
อยู่ไปวัน ๆ มีกินมีใช้ อย่างนี้ไม่เรียกชีวิตโอเคแล้วจะอะไรอีก
อยู่ ๆ ก็มีคนมารับภาระบุพการี
แถมไม่มีการคาดหวังว่าลูกจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้อีก
เป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น ถ้าอยากจะเป็น อยากจะทำ

-----------------------------------------------------------------------------


Create Date : 10 มีนาคม 2552
Last Update : 10 มีนาคม 2552 18:22:54 น. 1 comments
Counter : 352 Pageviews.

 
การถือศืลเป็นการตัดกิเลสอย่างหนึ่งแต่ต้องอย่าตึงเกินไปและก็อย่าหย่อนเกินไปอะไรละได้ก็ละถ้าตึงหรืออ่อนเกินจะกลายเป็นกิเลสเข้าไปอีกเอาพอสมครวพองามแล้วครวฝึกสมาธิอยู่เนื่องๆปัญญาจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติของมัน


โดย: saran IP: 125.25.235.33 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:44:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jenniepoko
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจะไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันได้ฝากเอาไว้อยู่บนพื้นดิน และ ท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ...

Friends' blogs
[Add jenniepoko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.