JELO
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
27 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add JELO's blog to your web]
Links
 

 
นิวซีแลนด์

เคยตั้งความหวังไว้ว่า ถ้ามีโอกาสจะขอไปเยือนนิวซีแลนด์ให้ได้สักครั้งหนึ่งเพราะเคยได้ยินกิตติศัพท์มานานๆๆๆว่าเป็นประเทศที่สวยงาม สะอาด สงบเงียบ ปลอดภัยและน่าอยู่อาศัย
ฉะนั้นเมื่อปัจจัยเอื้ออำนวยจึงไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสทองไปท่องประเทศนี้ทันที แต่เมื่อไปถึงกลับพบกับสิ่งที่ผิดหวังอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อนหลายๆอย่าง ตั้งใจจะรีวิวการเดินทางที่ผิดหวังครั้งนี้เพื่อผู้อื่นจะได้ทราบบ้าง แต่คิดว่าเวลางานที่ยุ่งกับฝีมือการนำเสนอไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยให้ กอปร์กับเคยมีนักเดินทางหลายท่านได้เคยรีวิวไว้แล้วหลายครั้งหลายตอน ก็เกรงจะซ้ำซาก เลยขอเป็นการบอกกล่าวเล่าผ่านเฉพาะด้านที่ผมเห็นจะดีกว่า
ผมเดินทางไปกันเองกับเพื่อนรุ่นเดียวกันแค่ 2 คน ซื้อตั๋วออนไลน์ไป-กลับกทม.-ไครส์เชิร์ชของ Emirates รวมทุกอย่างแล้วแค่สามหมื่นเศษนิดๆ

จองโฮมสเตย์ ออนไลน์ที่ไครส์เชิร์ชไว้คืนแรกที่ไปถึงเพื่อตั้งหลักแค่คืนเดียว 100 NZD รวมอาหาร 3 มื้อแบบช่วยตัวเอง+รับ-ส่งสนามบิน
ไปถึงไครส์เชิร์ชราวบ่าย4โมง โฮสต์ที่เราจองบ้านไว้ มายกป้ายชื่อเรารอรับอยู่ที่ทางออก แล้วพาไปบ้านเขาที่อยู่ห่างสนามบินสัก 10นาที ใกล้ๆเซ็นเตอร์ของเมืองที่ถูกแผ่นดินไหวถล่มสัก 5 กม. ก่อนไปก็มีการสอบถามกันก่อนแล้วว่ากลัวไหม ถ้ากลัวก็ยกเลิกได้นะ ผมก็ตอบไปว่าไม่กลัวเพราะมันคงไม่ไหวทุกวัน โฮมสเตย์ที่ผมพักเป็นบ้านชั้นเดียว โครงสร้างเป็นไม้เหมือนกับบ้านชาวกีวีทั่วๆไป ปลูกอยู่ในเนื้อที่ 560 ตรม.หรือราว 140ตรว.มีทุกอย่างสมบูรณ์แบบตามบ้านชาวฝรั่งทั้งหลาย ราคาทั้งที่ทั้งบ้านราว เจ็ดล้านกว่าบาท เจ้าของเป็นหญิงม่าย ทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดเครื่องบินที่สนามบิน พักอยู่คนเดียว ลูก3คนโตและมีครอบครัวไปหมดแล้ว สามีชิงไปสวรรค์ก่อนนานแล้ว น่าอิจฉาพนักงานทำความสะอาดมีบ้านมีระดับอยู่อาศัยพร้อมรถเก๋ง ในตู้เย็นขนาดใหญ่มีอาหารสดและแห้งไว้ให้แล้วทั้งฝรั่งและไทย แต่ต้องทำเอง จะทำอย่างไร กี่มื้อ ตามสบาย ถ้วยจานชามช้อนกินแล้วไม่ต้องล้าง ใส่เครื่องล้าง ผิดหวังนะครับมันสบายยิ่งกว่าบ้านผมเองซะอีก



เจ้าของบ้านพาดูและอธิบายรอบบ้านเสร็จก็ขอตัวไปเข้ากะทำงานรอบกลางคืน ผมก็ทำอาหารเย็นกินกันสองคน อิ่มแล้วก็เอาโน้ตบุ้คมาต่อเน็ตที่เขาให้ใช้ฟรีมาหารถเช่า เลือกเอารถเล็กโคโรล่า 2 ประตูเกียร์ออโต้ ราคา50 NZD/วัน รวมประกันไม่มีส่วนแรก ไม่จำกัดระยะทาง ถ้าเอาGPS ด้วย+อีก 1 NZD/วัน แต่ผมมีของผมไปเองโดยได้รับความกรุณาจากคุณAmrit สมาชิกพันทิพย์ส่งโปรแกรมแผนที่NZพร้อมวิธีลงให้เป็นภาษาไทยด้วย จึงไม่ต้องเช่า เจ้าของรถเอารถมาส่งให้ถึงบ้านพร้อมสัญญาขอดูพาสปอร์ตและใบขับขี่และชำระเงินผ่านบัตรเครดิต และวันกลับให้นำรถไปทิ้งไว้ที่สนามบิน



ขอยืนยันพันล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ถ้ามีใบขับขี่Smartcardไทย ใช้ได้เลยไม่ต้องทำใบขับขี่สากลไปให้เสียตังค์เสียเวลา ใบขับขี่Smartcardไทยนี้ ใช้ได้ในทุกประเทศอาเซี่ยน อังกฤษและออสเตรเลีย ประเทศอื่นยังไม่เคยใช้เลยไม่แน่ใจว่าใช้ได้ไหมแต่คาดว่าน่าจะใช้ได้ทั่วโลก


รุ่งขึ้นเรากินข้าวเช้าที่ช่วยกันทำเองง่ายๆหุงข้าว ผัดผัก ทอดไข่ ส่วนเจ้าของบ้านมาร่วมโต๊ะด้วยแต่โซ้ยขนมปัง แยม+กาแฟ หลังอิ่มหนำสำราญได้เวลาร่ำลาโฮสต์วางแผนขับรถรอบเกาะใต้แบบสบายๆ เที่ยวไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่น โรงแรมหาง่ายกว่าหาอาหารกิน เข้าไปดูห้องชอบใจห้องชอบใจราคาก็เอา ไม่ชอบก็ขับรถไปหาใหม่มีหลายราคาหลายระดับให้เลือก



การขับรถที่นี่สะดวกสบายกว่าเมืองไทยมากเพราะรถน้อยและเขาเคารพกฎจราจรมากเหมือนในอังกฤษ ขับรถฝั่งซ้ายเหมือนบ้านเราไม่มีการใช้แตร การใช้แตรคือการด่าจากการทำผิดกฎจราจร
ถนนระหว่างเมืองที่นี่เล็กสองเลนแบบสวนกันเท่านั้น เขาจะไม่แซงแม้ว่าข้างหน้าจะว่างหรือปลอดภัยถ้าไม่มีป้ายให้แซงหรือเลนสำหรับแซงซึ่งมีเป็นระยะๆ ถนนระหว่างเมืองไม่มีไหล่ทางสำหรับคนเดินหรือมอไซค์เพราะที่นั่นมีแต่มอไซค์ใหญ่นับคันได้ ผิดหวังนึกว่าการจราจรที่นี่จะเหมือนเมืองไทย



ผมเดินทางจากChristchurch ลงใต้ไปเรื่อยๆผ่านMountcook เข้าTekapo ออก Twizel ไปArrowtown แล้วก็ Queenstown เมืองที่สวยที่สุดของเกาะใต้ในสายตาผม แล้วก็ที่นี่แหละ ผมไปถึงตอนหกโมงเย็นแล้วเข้าไปในเมืองหาที่พัก หกโมงเย็นของที่นี่ยังไม่มืดครับยังมีแดดจ้า จะมืดจริงก็สองสามทุ่มไปแล้ว
ขณะกำลังหาที่พัก GPS เจ้ากรรมของผมที่นำมาจากเมืองไทย จอมืดไปเฉยๆ ปิดเปิดลองใหม่ยังไงก็ไม่ทำงาน ผมก็มืดเหมือนจอGPSเลยซีครับ จะไปไหนหรือทางไหนถูกล่ะ ที่มาๆน่ะมันพาผมมาทั้งนั้น จะหาที่พัก ปั้มน้ำมัน ซุปเปอร์มาเก็ตหรือสถานที่ท่องเที่ยวก็ต้องพึ่งมันอย่างเดียว

เข้าเมือง Queenstown ครับ



ผมต้องโทรไปหาบริษัทที่ผมเช่ารถมาเพื่อขอความช่วยเหลือ จะทำไงให้ผมได้ GPS ใหม่ แต่เพราะระยะทางจาก Christchurch มาQueenstownเกือบ 500กม.เขาคงส่งมาให้ไม่ได้ทันการณ์ แต่เขาก็พยามช่วยเหลือโดยบอกว่าเขารู้จักผู้หญิงไทยที่มีสามีเป็นคนQueenstown อยู่คนหนึ่ง เขาบอกชื่อบอกเบอร์โทรมาเสร็จให้ผมโทรไปปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือ ผมก็ดีใจที่จะเจอคนไทย โทรไปฝรั่งรับครับ ก็ขอพูดกับภรรยาที่เป็นคนไทยของเขา พอภรรยามารับสายผมก็แนะนำตัวพร้อมบอกปัญหาของผมให้เขาทราบรวมทั้งบอกสถานที่ที่ผมจอดอยู่ เขาก็ถามว่าได้เบอร์เขามาได้ไง ผมก็บอกบริษัทรถเช่าบอกมา เขาก็บอกว่าโอเคคอยสักครู่นะ ผมคอยจนสายหลุดก็ต่อใหม่อีก3-4ครั้งก็ไม่มีคนรับสาย คิดว่าเขาคงไม่อยากช่วยเหลือเรา ผิดหวังไม่นึกว่าจะมาเจอคนไทยไร้น้ำใจในต่างแดน

ริมทะเลสาป Queenstown ครับ



ผมเลยตัดใจขับรถหาปั้มน้ำมันแล้วเข้าไปถามหาที่พักใกล้ๆ ก็ได้ที่พักไม่ไกลแต่ราคาสูงมากประมาณ เกือบ200 NZD แต่ต้องเอา แต่จริงๆแล้วห้องพักดีเกินราคา เมื่อตกลงเอาห้องพักผมก็ปรึกษากับผจก.โรงแรมเรื่องGPS ผจก.ก็ลงมาดูและพยามซ่อมแซมให้แต่ก็ใช้ไม่ได้ เขาเลยบอกเช้ารุ่งขึ้นจะพาไปหาร้านเช่าหรือซ่อมให้
รุ่งขึ้นผจก.ขับรถของเขามารับผมไปตระเวนหาร้านGPS ตั้งหลายแห่งจนพบร้านให้เช่าร้านหนึ่งเป็นร้านเล็กๆ พอเขาทราบความเดือดร้อนของผม เขาขอดูสัญญาเช่ารถ แล้วเขาก็เอาGPS ของเขาให้ผม 1 ชุดทั้งสายชาร์จ+ขาตั้ง ผมถามคิดค่าเช่าเท่าไร เขาบอกไม่ต้องให้ยืมฟรีๆ ไม่ต้องเซ็นรับหรือขอชื่อเสียงเรียงนามอะไรผมทั้งนั้น บอกว่าให้ผมทิ้งไว้ในรถวันส่งรถนั่นแหละ บริษัทรถเช่าจะส่งGPS ของเขากลับมาให้เขาเอง โอ้พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไม่น่าเชื่อ ยังมีคนอย่างนี้อยู่ในโลกนี้ด้วยหรือนี่ ถ้าจะให้ผมขอบคุณสักล้านคำผมก็พร้อมจะทำทันที แต่ผมขอบคุณเขาได้แค่2-3คำเท่านั้นเอง ลืมแม้กระทั่งจะถ่ายรูปเขาหรือร้านเขาไว้จดจำ
เมื่อได้เครื่องGPS ผมก็เหมือนขึ้นสวรรค์ ผจก.โรงแรมก็พาผมกลับ ผมก็ถามว่าคิดค่าเสียเวลาตั้งเกือบ 2 ชม.หรือน้ำมันรถเท่าไร เขาบอกไม่ต้อง ผมก็เลยถามเขาว่าทำไมคนนิวซีแลนด์ถึงใจดียังงี้ผมโชคดีที่พบแต่คนใจดี เขาตอบผมว่า คนกีวี่ เป็นอย่างนี้ทุกคน ผิดหวังอย่างแรงนะครับ ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอคนดีๆที่นิวซีแลนด์

ผจก.โรงแรมที่ใจดีกับภรรยาของเขา



นอนและเที่ยว Queenstown อยู่ 2 คืนก็ขับรถเลาะฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ขึ้นมา Wanaka Hasst Fox Glacier Hokitika ที่นี่ไปเจอร้านอาหารไทยชื่อไทย ก็เลยไปยืนดูเมนูและราคาหน้าร้านเพื่อเปรียบเทียบราคา คนในร้านก็น่าจะใช่คนไทยเพราะได้ยินพูดภาษาไทยกัน แต่ไม่เห็นเขาทักทายผม ผมก็ไม่กล้าทักทายเขาเพราะถ้าทักทายกันแล้วไม่สั่งไม่กินจะเสียยี่ห้อกะเหรี่ยงหมด จะทักเข้าไปได้ยังไงแค่เห็นราคาแล้วสมองผมทำงานทันทีก็ค่อยๆกระมิดกระเมี้ยนถอยออกมา ข้าวผัดไทยใส่ไข่จานละ19NZD แม่เจ้าโวย 400 กว่าบาทครับ



ก่อนวันสุดท้ายจะกลับไทย ผมกลับมาพักที่ไครส์เชิร์ชคืนสุดก็ท้ายบ้านเดิมที่เคยพักคืนแรกนั่นแหละครับ แหม่มเจ้าของบ้านดีใจใหญ่ที่มีคนเอาเงินมาให้เขาอีก คืนนั้นขณะที่เข้านอนแล้ว แต่ยังไม่หลับ เกิดแผ่นดินไหวขึ้นราว 10 วินาที จะเรียกอาฟเตอร์ช้อคหรือเปล่า ก็มันห่างจากครั้งแรกตั้งเกือบเดือน แรงจนบ้านเขย่าทั้งหลังแต่ไม่มีอะไรเสียหาย ผมก็ไม่ได้ตกใจหรือตื่นเต้น ดูเวลาก็ 21.50 พอดี เลยรีบลุกขึ้นต่ออินเตอร์เน็ตกลับเมืองไทย แจ้งข่าวให้ที่บ้านและคนรู้จักทราบทันที ถ้าถามว่าแรงไหม แรงขนาดไหน ตอบว่าถ้าอยู่บนตึกสูงก็เผ่นละครับ แต่นี่มันเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ยุบลงมาจริงๆยังไงก็ไม่น่าอันตราย แต่ประมาณว่าแรงกว่าบ้านใครที่อยู่ริมถนนที่สิบล้อวิ่งผ่านนะครับ รุ่งขึ้นโฮสต์บอกว่าไหวเมื่อคืนนี้ขนาด 5.1 ริคเตอร์ แต่ไม่มีที่ไหนเสียหาย เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยแล้วไม่ปรากฏข่าวเรื่องนี้เลย คงโดนสึนามิญี่ปุ่นกลบหมด แต่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจอแผ่นดินไหวเต็มตัวครับ



รุ่งขึ้นผมกำหนดเดินทางกลับจึงขับรถที่เช่ามาไปส่งที่สนามบินไครส์เชิร์ช บริษัทบอกสถานที่ที่จะต้องนำรถไปจอดไว้ในที่จอดสำหรับรถเช่า แต่สนามบินมันกว้างและมีที่จอดหลายโซนผมไม่รู้ ผมเลยต้องไปถามเจ้าหน้าที่สนามบินว่าจะต้องจอดรถเช่าไว้ที่ไหน เจ้าหน้าที่ก็ว.เรียกเจ้าหน้าที่อีกคนให้มาขึ้นนั่งรถไปด้วย พาไปถึงที่จอดเฉพาะรถเช่าด้วยความยิ้มแย้มแล้วก็เดินกลับสัก 500 ม.ได้ ผิดหวังนะไม่เคยนึกว่าจะมาพบการบริการที่ดีของชาวนิวซีแลนด์ที่ไม่เคยพบมาก่อนในประเทศสารขันธ์เลย



ก่อนไปที่สนามบินเพื่อกลับไทย ผมได้ขับรถเข้าไปในเมืองไครส์เชิร์ชที่โดนแผ่นดินไหวเต็มๆ แต่เขาปิดเมืองครับ ไม่ให้เข้ายกเว้นคนที่อาศัยอยู่ในนั้น ได้แต่ดูรอบๆเห็นบ้านเห็นตึกที่พังถล่ม รวมทั้งถนนยุบแยกแตกหลายแห่ง ตึกที่พังถล่มเป็นตึกเก่าที่สร้างมานานไม่สามารถป้องกันแผ่นดินไหวได้ และส่วนใหญ่ก็เป็นตึกแค่ชั้นเดียวหรือสองชั้นเท่านั้น ในนิวซีแลนด์ ไม่มีตึกสูงเกิน4-5 ชั้น โรงพยาบาลเป็นตึกสมัยใหม่แต่ไม่เสียหาย ถ้าเป็นอาคารสูงๆและเก่าคิดว่าความเสียหายจะมากกว่าที่เป็นข่าวมาก ไม่รู้ว่าเสียหายตามข่าวมากน้อยแค่ไหน แต่แหม่มบอกทั้งคนตายและหายราว 300 กว่าคน



บ้านเรือนที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์90กว่า%จะเป็นบ้านชั้นเดียวสร้างด้วยโครงสร้างไม้สน สวยงามตามแบบบ้านฝรั่งทั่วไป ประชากรของนิวซีแลนด์ทั้งประเทศน่าจะมีไม่เกิน 4 ล้านคน ในเมืองไครส์เชิร์ชมีแค่ สองแสนคนเท่านั้น ฉะนั้นประเทศนี้จึงเงียบสงบจริงๆ ถ้าจะให้เปรียบเทียบนิวซีแลนด์กับประเทศอื่นๆที่ผมเคยเดินทางไป ผมให้นิวซีแลนด์อยู่อันดับท้ายสุดตามด้วยออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ นี่เป็นความเห็นของคนหัดเที่ยวเช่นผมคนเดียวนะครับ เลยมีความรู้สึกผิดหวัง เมื่อเห็นนิวซีแลนด์นึกว่าจะใกล้เคียงกับสวิสหรือฝรั่งเศสที่ผมหลงใหล




Create Date : 27 มีนาคม 2554
Last Update : 27 มีนาคม 2554 12:48:15 น. 1 comments
Counter : 2579 Pageviews.

 
เป็นอีกประเทศนึงที่คิดว่าอยากไป แต่ยังหาเพื่อนไปไม่ได้ค่ะ อ่านแล้วก็รู้สึกเซ็งกับคนไทยต่างแดนบางคนจังเลย
ทำไมเขาไร้น้ำใจขนาดนั้น ถ้าช่วยไม่ได้บอกมาตรงๆหรือแนะนำบ้างก็ยังดีนะ คนพื้นทีกลับมีน้ำใจมากกว่า
แมงหวี่เขียนเรื่องไปจีนยังไม่จบเลยเพราะโดนน้ำท่วมบ้านไม่มีอารมณ์จะเขียน ต้องรอซักพัก ถ้าเขียนต่อแล้วจะส่งข่าว นะคะ เผื่ออยากตามอ่าน


โดย: แมงหวี่@93 วันที่: 13 ธันวาคม 2554 เวลา:13:07:05 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.