Two individuals, one person;

Two bodies one soul;

Two journeys, one reason;

To be one, to be all.






An eastern story..









Fresh! ,Leela Palace


ช่วงนี้ยุ่งๆ กับงานจนไม่ค่อยได้มีเวลามา update blog ตัวเองซักกะที .. อีกอย่าง ตอนนี้เลิกอาชีพท่องเที่ยวชั่วคราว หันมาทำอาชีพรองเป็น consultant เหมือนเดิม
จริงๆ ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้มีวันหยุดยาวๆ ของที่นี่อยู่เหมือนกัน เป็นวันหยุดสามวัน คือ วันจันทร์ พุธ พฤหัสฯ ถ้าลาวันอังคาร กับศุกร์ ก็จะได้วันหยุดยาวๆ เก้าวันพอดิบพอดี .. ตอนแรกตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไปเที่ยว ชมความอลังการของทัช ฮามาล กับทะเลทรายทางเหนือให้คุ้มกับที่เค้าเตะมาอยู่อินเดีย .. แต่ปรากฏว่าพอให้เอเยนซี่ไปจัดราคามา ราคามันก็โด่งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเงินก้อนโตสี่หมื่นรูปี (ก็เกือบสี่หมื่นบาทเราอะแหละ) .. เส้นเลือดเดือดขึ้นสมองปุดๆ อะไรเนี่ย นี่เที่ยวในประเทศนะจ๊ะ สี่หมื่น บินไปลอนดอนดีกว่าไม๊เนี่ย .. แผนนี้ก็เลยมีอันต้องพับไป.. อะเมซซิ่งแขกมาก ค่าตั๋วบินไปเดลีจากบังกาลอร์ ปกติ เจ็ดพันรูปีไปกลับ มันขึ้นเป็นสองเท่า หมื่นสี่พันรูปี .. ราคานี้บินกลับไทยสบายๆ แถมมีตังเหลือช้อปปิ้งอีกสองพันบาทแหน่ะ .. แล้วฉันจะไปทำไมละคะ คุณแขกขา...

ราคาค่าครองชีพที่นี่ ใครอย่าคิดว่าถูกนะ .. ยกเว้นว่าจะประหยัดเงินด้วยการขึ้นรถเมล์กลิ่นกระจาย กินข้าวแกงอินเดียผสมแบคทีเรียพันล้านตัว อันนั้นขอยกนิ้วให้ว่าเก่งค่ะ .. เพราะฉันทำไม่ได้ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าลำไส้ของฉันมันย่อยแกงมัสซาลาไม่ได้ หรือว่าพันธะเคมีอะไรในมัสซาลาก็ไม่ทราบได้ ..เพราะกินสิบครั้ง ก็วิ่งเข้าห้องน้ำสิบครั้งเลย ไม่มีข้อยกเว้น .. ค่าแท็กซี่ที่นี่ค่อนข้างหน้าเลือด ไม่งั้นเราก็ต้องเลือดขึ้นหน้าตะโกนเข้าไปในหูคนขับแท็กซี่ว่า ดิฉันไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวเฟ้ย อย่ามาหลอกว่าขับไปสองกิโลแล้วจะชาร์จร้อยรูปีน่ะ เปิดมิเตอร์เดี๋ยวนี้!!!!

ด้วยประการฉะนี้ ฉันเลยต้องใช้บริการเช่ารถแถมคนขับในสนนราคาห้าร้อยรูปีต่อวัน .. เริ่มจากคนขับรถคนที่หนึ่ง.. หยาบคาย ขี้เกียจ ..เอ้าเปลี่ยน.. คนที่สอง ..ก็โอเคน่ะ แต่อยู่ๆ ก็หายไป สงสัยเบื่อที่ต้องนั่งเฝ้าออฟฟิศฉันทั้งวัน คนที่สาม วัยสะรุ่นเสื้อแดงกางเกงยีนส์ขาบาน แต่หายตัวบ่อย โทรตามก็ปิดมือถือซะงั้น ..คนที่สี่ปัญหาเยอะเลย ยายป่วย กลางวันต้องไปรับอีกจ๊อบ กลางคืนจะใช้รถไปกินข้าวร้านอาหารก็มีปัญหา ..คนที่ห้าปัญหาเยอะ.. วันฝนตกใช้รถไม่ได้ วันฝนไม่ตก..ก็ใช้รถไม่ได้อีกน่ะแหละ ..ทุ่มนึงเป็นอันต้องโทรมาตามว่าจะกลับบ้านหรือยัง.. สุดท้าย ตอนนี้คนที่หกแล้ว .. ดูดีไม่มีปัญหา ไม่บ่นไปไหนไปได้.. (so far :P)

ราคาร้านอาหาร.. ตั้งแต่กินมาถ้าไม่ใช่ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารอินเดีย .. คิดว่าไม่มีร้านอาหารไหนสมราคาเลยแฮะ ส่วนใหญ่ก็อาหารใช้ได้ สะอาดถูกหลักอนามัย แต่แพง กินทีไม่ต่ำกว่าห้าร้อยต่อหัวทุกครั้งเลย .. ทั้งๆ ที่ถ้านึกถึงที่กรุงเทพ กินอาหารราคาห้าร้อยต่อหัวนี่ ไปกินโออิชิได้พุงกางสบายใจเฉิบ แถมอร่อยอีกต่างหาก ..อาหารที่นี่จานเล็กๆ ถ้าเป็นอาหารทะเลก็เป็น กุ้งปลาหมึกรุ่นเหลน สองอาทิตย์ก่อนไปกินที่ Tiger Bay ร้านอาหารซีฟู้ดขึ้นชื่อ.. กะจะไปกินปลาหมึกให้หายคิดถึง ..แอ๋...ตัวจิ๊ววววจิ๋ว แถมบิลมาราคาเกือบสองพัน!!! สั่งไปสามจานเนี่ยนะ กลับไปกินที่เกาะเสม็ดดีกว่าแฮะ

แต่ที่แปลกใจอยู่อย่าง ภาษีที่นี่ยุ่บยั่บมากๆ ภาษีสินค้า ภาษีอาหาร ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีบันเทิง ภาษีการเดินทาง .. อะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันไม่ต่ำกว่า 40% วันก่อนเข้าไปเช็คตั๋วเครื่องบิน สมมติราคาตั๋ว 4000 รูปี จะมีค่าภาษีอีกต่างหาก 2000 รูปี เวรกรรมจริงๆ .. ฉะนั้น ถ้าไปเจอโฆษณาอะไรในอินเดียให้พึงระวังไว้ว่า ราคานี่ยังไม่รวมภาษี (มหาโหด) นะจ๊ะ .. แต่ก็ไม่ยักเอามาปรับปรุงบ้านเมืองแฮะ .. เวลาขับรถผ่านตลาดสดทีไรจะเป็นลมตาย .. กองขี้วัวผสมผักเน่าผสมขยะกองบะเร่อ.. มันจะอยู่แบบนั้นไปตลอดกาล มันก็จะเน่าอยู่อย่างนั้น ข้างๆ กองผักผลไม้ ข้างป้ายรถเมล์ ... เอ่อ ... นึกถึงกลิ่นแล้วจะเป็นลม

Lonely Sunday , My Apartment


ประเทศนี้ amazing จริงๆ amazing ซะจน ฉันหยุดเที่ยวไปพักใหญ่ ใช้ชีวิตอยู่ตามห้างต่างๆ ในบังกาลอร์ จนมานึกได้ว่าฉันไปมันครบทุกห้างแล้วนะเนี่ย ด้วยความที่ไปง่าย แถมขากลับถ้าไม่มีรถกลับก็ยังพอจะมีตุ๊กๆ เรียกได้ไม่ลำบาก .. จริงๆ อินเดียก็มีที่สวยๆ ให้ไปก็เยอะนะ (ดูจากหนังสือ Weekend breaks from bangalore ที่ซื้อมา) แต่พอดูสนนราคาแล้ว ไม่อยากจะเสียตังเลยให้ตายเหอะ โรงแรมสามดาว (มาตรฐานกลางนะ ถ้าเป็นอินเดียเค้าจะบอกว่าของเค้าห้าดาว :P ) คืนละหกเจ็ดพัน ไปเจออ่างน้ำสนิมๆ ชักโครกเปื้อนๆ พรมเก่าๆ ผ้าปูเตียงเหม็นๆ เสียดายกะตังอ่ะ .. โรงแรมบ้านเราสามพันนี่ก็หรูสะอาดสะดวกสบายกว่าเป็นไหนๆ .. แถมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็ต้องคอยหลบขอทานที่เข้ามามะรุมมะตุ้ม กระชากเสื้อเราซะเฉยๆ เผลอ ๆ กระชากกระเป๋าตังไปด้วยอีกแหน่ะ จริงๆ คิดว่าปลายๆ พฤศจิกานี้ จะไปลองตะลุยเดลีดูซักตั้ง ..แล้วกลับมาพักใจพักกายอยู่สองวันค่อยไปทำงาน ..ไหนๆ ก็มาอินเดียแล้วนี่เนอะ ..แต่ขอรอจังหวะตั๋วเครื่องบินถูกลงหน่อยดีกว่า .. เสียดายเงินหมื่นสี่รูปี (ทำไมมันถึงได้แพ๊งแพงอย่างงี้นะ .. สมัยก่อนนั่งการบินไทยเชียงใหม่กรุงเทพ สี่พันนี่ก็รู้สึกว่าแพงแสนแพงแล้วนะเนี่ย)

เอาเป็นว่าหนังสือสี่สิบกว่าเล่มที่สะสมซื้อมาตั้งแต่มาอยู่บังกาลอร์นี่ ( และก็ยังจะคงซื้อต่อไป เพราะว่ามันถู๊กถูกๆๆๆ) จะใช้เวลาจัดการอ่านให้หมดก่อนกลับไทยละกันนะ ^^

ไปนอนละจ้า


Nite nite.


________________________________________________________________________________

Indian appitizer



แหะๆ อย่าถามว่ามันเรียกว่าอะไร ..เพราะจำไม่ได้ ^^" รู้แต่ว่าเค้าให้ตักเอาน้ำจิ้มเนี่ยใส่ลงไปในแป้งกลมๆ แล้วก็กิน.. แต่ว่ากินแล้วรสมันปะแล่มๆอ่ะ



เพลงประกอบ .. ชื่อเพลง: Jigsaw ที่หายไป / Singer ..อัญชลี จงคดีกิจ







Create Date : 17 ตุลาคม 2548
Last Update : 17 ตุลาคม 2548 2:16:01 น. 16 comments
Counter : 424 Pageviews.

 
อิอิ แอบมาดูคนบ่นครับ
สำหรับอินเดียต้องทำใจจริงๆครับ ค่าเครื่องบินจะแพง สุดๆเลยแม้จะบินในประเทศก็เหอะ(สำหรับชาวต่างชาติ สำหรับคน แขก ผมว่าไม่เกิน 3พัน)
อิอิ ตอนผมไป ผมได้เปรียบคุณนิดหน่อย ไปเที่ยวช่วงพักงาน ประมาณแบกเป้ไปอ่ะคับ
ที่อินเดีย ใช้จักรยาน สะดวกดีที่สุดครับ
ภาษิต เจองูเจอแขก ยังใช้ได้ครับ เจออะไรๆ ก็ต้อง ต่อ โหดๆไว้ก่อน เขาคิดว่า เรา รวยเหมือนคน ฝรั่ง ยุโรป อะไร แบบนั้น
ภาษี ที่โน่นโหดจริงๆคับ บัตรเติมเงินโทรศัพท์ เติมไป 500 ไหงใช้ได้แค่ ร้อยกว่า เองเพราะว่าประเทศเขา คอรัปชั่นกัน สนุกสนานมาก อะไรๆก็จะเอา เงินๆๆๆลูกเดียว เฮ้อออ
ผม มี"ทริก"เล็กๆน้อยสำหรับอินเดีย ถ้านึกออกจะเข้ามาบอกเรื่อยๆครับ
แล้ว จะแวะมา ดู คนบ่นอีกครับ อิอิ
ปล. Apartment สวยดีนะครับ


โดย: goken วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:3:31:45 น.  

 
หวัดดีค่ะ อ่านแล้วต้องถอนหายใจอย่างยาวๆ แล้วเข้าใจเลยไปถึงว่าทำไมเพื่อนชาวอินเดียที่นี่แต่ละคนทำไมถึง tough นัก และรุ่นพี่ทำงานตอนอยู่เมืองไทยด้วยกัน ถูกส่งไปอยู่ที่อินเดีย พอกลับบ้านครั้งแรกหลังจากสามเดือน แทบจะจูบแผ่นดินไทยเมือลงจากเครื่องบิน

ห้องอาหารสวยดีนะคะ เห็นต้นมะพร้าวจางๆอยู่ข้างหลังด้วย ลำบากหน่อย แต่ก็ขอให้มีความสุขใจกับหนังสือดีๆ และอพาร์ทเม้นท์สวยๆนะคะ จะได้มีแรงไปลุยทัชมาฮาลแล้วมาเล่าให้ฟัง

ฝันดีนะคะ


โดย: SevenDaffodils (SevenDaffodils ) วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:5:08:45 น.  

 
HOLY COW.

จริงๆแล้วเค้าทำปุ๋ยหมักมั้ง??? jkd


โดย: ฝนริน IP: 144.82.201.135 วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:5:11:46 น.  

 
มาติดตามชีวิตในแดนโรตีค่ะ

ขอบคุณสำหรับกลอนนะคะ


โดย: rebel วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:6:12:26 น.  

 
หายไปนานเลยนะคะ

หลับฝันดีค่ะ ^^




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:6:35:52 น.  

 
ผมยังมะเคยไป.....

อ่านที่เล่ามา ข้อดีคือหนังสือถูก ไม่รู้พวกคอม พวกโทร.มือถือราคาจะเป็นไง เห็นบอกว่าเทคโนโลยีเขาก็เจริญมากพอควร

ในยูบีซีบ้านเรา เด๋วนี้มีหนังอินเดียฉายมากขึ้น สารคดีก็มีมากขึ้น มีอยู่เรื่องบอกว่า วิหารหนึ่งมีหนูมาก แต่คนท้องถิ่นจะไม่รบกวนหนู ปล่อยให้มันเจริญพันธุ์เยอะแยะ


โดย: yyswim วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:10:15:36 น.  

 
อ่ะโห ไล่เรียงอ่านปัญหาแต่ละอย่างก็หนักหนาเอาการเหมือนกันนะค่ะ ถึงจะไม่ร้ายแรงแต่ก็ปัญหามันก็จุกจิกกวนใจได้เหมือนกันนะ ...

ภาษีสุดโหดนี่เริ่มชินแล้วค่ะเพราะว่าที่นิดอยู่ก็คงพอๆ กัน จะตายเพราะภาษีทำงานแทบตายเสียให้ภาษีทั้งนั้นเลย " จนกรอบ " แต่ว่าอย่างเรื่องอาหารการกินยังไงก็ทางโน้นก็คงต้องเลือกเล็กน้อย อย่างถ้าทำเองกันได้ก็คงปลอดภัยนะค่ะ แต่ว่าสำหรับคนทำงานก็เข้าใจว่าถ้าทำกินเองก็คงสะดวกบ้างไม่สะดวกบ้าง

ไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่อินเดียอีกนานไม๊ค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:14:35:40 น.  

 
อย่างน้อย ก็มีข้อดีตรงหนังสือถูกเนอะ


โดย: N J IP: 58.10.171.15 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:1:32:52 น.  

 
มุมนี้ในapartment สวยดีนะครับ ชอบม่านสีขาว ถ้ามีลมพัดคงจะสบัดๆ ได้อารมณ์หวานๆแบบสะอาดๆดี (ไม่รู้จะอธิบายยังไง lol)


โดย: Mr. Rabbit IP: 128.9.176.227 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:14:32:02 น.  

 
สงสัยถ้าผมไปอยู่นั่นต้องผอมแน่ๆ ไม่งั้นต้องทำอาหารกินเองทุกวันแหงๆ


โดย: Pat IP: 203.170.228.229 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:16:11:52 น.  

 
โอ๊ะโอ
เอาใจช่วยคุณน่ะ


โดย: เขียวหวานจ้า IP: 202.129.1.244 วันที่: 20 ตุลาคม 2548 เวลา:22:29:58 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมอีกคับ

แผ่นดินไหวมีผลกระทบต่อจขบ. บ้างมั้ย?


โดย: yyswim วันที่: 21 ตุลาคม 2548 เวลา:0:32:32 น.  

 


โถ..



ทำไมไปตกระกำลำบากแถวนั้นได้นิ

สู้ๆ กลับไทยเมื่อไหร่ค่อยกินให้พุงกางไปเรยย


โดย: ปิงปอง IP: 61.90.80.69 วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:17:37:39 น.  

 
แล้วถ้าเทียบกับกับข้าวของพม่า ต่างกันมากไหมอะโอ๋


โดย: ต๋องตึง วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:18:10:36 น.  

 
รักน่ะ


โดย: ฟ้า IP: 125.24.66.216 วันที่: 24 กรกฎาคม 2549 เวลา:8:40:45 น.  

 
อยากทราบว่าราคาภาษีมีอะไรบ้างและบอกมาด้วยว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรในการเก็บภาษี


โดย: คน IP: 125.24.89.113 วันที่: 24 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:00:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
chirala
Location :
London United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"Life is a journey, enjoy the ride !"

Life is but a stopping place,
A pause in what`s to be,
A resting place along the road,
to sweet eternity.
We all have different journeys,
Different paths along the way,
We all were meant to learn some things,
but never meant to stay...






Widget_logo



Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chirala's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.