Two individuals, one person;

Two bodies one soul;

Two journeys, one reason;

To be one, to be all.




Follow the code..











Galliver in Amsterdam May 2006


Galliver: *เฮ้อออ*

Galliver: *เมื่อไหร่เจ้านายป๋มจะเลิกย้ายบ้านกั๊บ ... ป๋มเหนื่อยกั๊บ .. เจ้านายยัดป๋มลงกระเป๋าทุกสี่วันแบบนี้ ป๋มเหนื่อยนะกั๊บ*

Galliver: *แต่ว่า .. อพาร์ทเม้นนี้วิวดีจังนะกั๊บ .. Herengracht แปลว่า Gentlemen Canal .. แม๊.. เข้ากับป๋มจริงๆ*

Galliver: *เจ้านายกั๊บ อาทิตย์นี้จะอยู่อพาร์ทเม้นนี้กี่วันกั๊บ*

Me: ... สี่วันจ้ะ .. เดี๋ยวเราย้ายไปอยู่หน้า Heineken Musuem ไง จะได้ไปเที่ยวด้วย..

Galliver: *เฮ้ออออ*

Me: .. เฮ้ออ (เหมือนกัน)..

++++

Tuschinski


Tuschinski Theatre

จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะไปดูหนังที่โรง Tuschinski ตั้งแต่แรก เพราะเป็นโรงหนังดูหรูหรามากๆ .. แต่ด้วยความที่อยากดู Eurovision Song Contest ตอนสามทุ่มของวันเสาร์ .. เลยตัดสินใจไปดูที่นี่เพราะว่าเป็นโรงหนังเดียวที่หนังจะเลิกตอนสองทุ่มสี่สี่สิบพอดี ^^

Tuschinski Theatre เป็นโรงหนังที่สร้างขึ้นในปี 1921 (โดย Tuschinski Film - ก่อตั้งในปี 1918) โดย Abram Icek Tuschinski (1886 - 1942) เป็นชาวยิวเชื้อสายโปแลนด์ที่ลี้ภัยมาอยู่ Netherlands โดยเขาเริ่มสร้างโรงหนัง 4 โรง และโรงแรมใน Rotterdam สำหรับผู้ที่กำลังจะลี้ภัยไปอเมริกา
ในปี 1917 Tuschinski และ น้องเขย ย้ายมาอยู่ Amsterdam และเริ่มก่อความฝันของเขาที่อยากจะมีโรงหนังในฝัน ที่เขาจะเรียกมันว่า "Film Palace" เขาเลือกซื้อที่ดินใน Amsterdam บริเวณที่ชาวดัตช์เรียกมันว่า Duvelshoek หรือ Devil's End และเริ่มสร้างโรงหนังอย่างที่เขาตั้งใจ โรงหนังถูกสร้างในรูปแบบสถาปัตรยกรรมที่รวบรวม Art Nouveau and Art Deco ไว้มากมาย แต่ด้วยความแปลกของโรงหนัง .. ทำให้นักวิจารณ์บางคนเรียกมันว่า flighty Film Palace เป็นที่น่าเศร้าที่โรงหนังประสบปัญหาทางด้านการเงิน ทำให้ Tuschinski Film Palace ปิดตัวลงในปี 1930 และถูก take over โดยชาวเยอรมัน .. Tuschinski และ น้องเขย เสียชีวิตลงเนื่องจากสงคราม .. โรงหนังถูกบูรณะใหม่อีกทีเมื่อปี 2002 ..และกลายเป็น land mark สำคัญอีกสถานที่นึงใน Amsterdam



Tuschinski Theatre , May 2006


แอบถ่ายในโรงมาหน่อยนึง ไม่คิดว่าภายโรงหนังจะสวยขนาดนี้ ให้อารมณ์เหมือนไปดู Opera มากกว่าไปดูหนังนะเนี่ย .. ด้านข้างๆ และด้านบน รวมทั้งด้านหลังที่ฉันนั่งจะเป็น VIP Zone ซึ่งจะบ๋อยแต่งชุดเป็น Silas (คิดได้ไงเนี่ย!!) มาเสิร์ฟไวน์ระหว่างดูหนังด้วยล่ะ .. ไม่แน่ใจว่าค่าตั๋วจะเท่าไหร่ เพราะค่าตั๋วธรรมดาที่ฉันซื้อก็ปาเข้าไป 10 Euro แล้วอ่ะ ..



Tuschinski Theatre , May 2006



โชคร้ายตรงที่มัวแต่ไปเดินเล่นอยู่ร้านหนังสือ .. เลยมาเข้าโรงหนังตอนสิบห้านาทีก่อนฉาย เพราะคิดว่าคงไม่มีใครมาจ่ายค่าตั๋วแพงๆ แบบนี้หรอกมั๊ง อีกอย่าง โรงหนังธรรมดาก็อยู่ห่างออกไปแค่สองสามร้อยเมตร .. แต่คิดผิดถนัดเลย .. คนนั่งกันเกือบเต็มแล้ว .. ฉันเลยเลือกที่นั่งด้านข้างสุดของข้างบนแทน .. ฉันว่า ..คนที่นั่งข้างหน้าคงต้องแหงนหน้ากันนิดหน่อยล่ะ

สำหรับ Da Vinci Code ไม่ขอวิจารณ์ดีกว่า .. แต่เหนื่อยใจนิดหน่อย เวลาที่เค้าพูดภาษาฝรั่งเศสแล้ว sub title มันดันเป็น ภาษาดัชต์.. ได้แต่เดาๆ ว่าเค้าจะพูดว่าอะไร..

สรุปแล้ว ฉันชอบหนังสือมากกว่า ^^
+++


Stir-fried squid with basil

กระเพราปลาหมึกรสแซ่บบบบบบ .. หลังจากไปเดินช้อปซีฟู้ดมาจากตลาดสด พร้อมได้ใบกระเพรากลิ่นหอมๆ .. ในที่สุดก็ได้กินกะเพราะปลาหมึกสะใจ :P ว่าแล้วก็ไปทำอาหารเย็นดีกว่า .. มื้อนี้ตั้งใจทำปลาสามรส ... *หิวววว*


+++










Song : Mercury by Sarah Fimm.








Create Date : 21 พฤษภาคม 2549
Last Update : 23 พฤษภาคม 2549 2:53:18 น. 8 comments
Counter : 618 Pageviews.

 
.. เลยมาเข้าโรงหนังตอนสิบห้านาทีก่อนฉาย เพราะคิดว่าคงไม่มีใครมาจ่ายค่าตั๋วแพงๆ แบบนี้หรอกมั๊ง อีกอย่าง โรงหนังธรรมดาก็อยู่ห่างออกไปแค่สองสามร้อยเมตร .. แต่คิดผิดถนัดเลย .. คนนั่งกันเกือบเต็มแล้ว ..

-----------
เรื่องความแพงของสินค้านี่ ถ้าบริการดี หรือให้ความรู้สึกดี ๆ ตามค่านิยม เช่น กรณีนี้อาจจะเป็น ความหรูหรา ความขลัง

คนก็ยอมจ่ายนะครับ

เท่า ๆ ดูรูป (ที่แอบถ่าย) คิดว่าโรงสวยกว่า หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมบ้านเรานะ อืม หรือว่า รูปหลอกตาหว่า


โดย: Plin, :-p ตัวจริงไม่ได้ log in IP: 202.28.181.9 วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:7:43:59 น.  

 
Galliver จ๋า ย้ายบ้านบ่อยๆ เป็นกำไรของชีวิตนะ เพราะวิวข้างหน้าต่างจะได้เปลี่ยนบ่อยๆ ไม่จำเจ เดี๋ยวเจ้านายเค้าก็จะยุ่งๆแล้ว จะได้เก็บเอาไว้นึกถึง

โรงหนังสวยจังค่ะ คนมีความฝันแล้วทำฝันให้เป็นรูปเป็นร่างได้นี่เก่งจัง ถึงบางครั้งตอนจบจะเศร้า แต่เราที่อยู่ข้างหลังยังสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอันนั้น เห็นโรงหนังแล้วนึกถึงตอนที่ไปดู The phantom of the opera ใน New York โรงนั้นก็สวยดีค่ะ แต่อันนี้รู้สึกจะสวยกว่า

Davin Code ยังไม่ได้ดู ที่นี่มีสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้เกือบจะทุกวัน อ่านไปอ่านมา บางจุดเหมือนสถาบันสถาปนาที่เคยอ่านตอนเด็กๆเลย

ย้ายบ้านคราวนี้ คงจะค่อนข้างถาวรหรือเปล่าคะ ย้ายบ่อยจนนกขมิ้นอายไปแล้ว อิอิ วุ่นวายหน่อย แต่คงเป็นอีกช่วงชีวิตที่สนุกดี

ปล. ผัดกระเพราะปลาหมึกนั่นน่ากินจริงๆ หอมมาถึงทางนี้เล้ย


โดย: SevenDaffodils วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:54:50 น.  

 
มาทักทาย Galliver ค่ะ
เดินทางเหนื่อยไหม?

เจ้านายพาไปดูหนังด้วยหรือเปล่าเอ่ย


โดย: ไร้นาม วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:40:48 น.  

 
ที่ไทยนี่ Da Vinci Code เวลาพูดภาษาฝรั่งเศส
Sub Title ก็เป็นภาษาไทยครับ

ฝรั่งที่มาดูคงบ่นเหมือนคุณ chirala แน่ๆเลย


โดย: FlyleaF วันที่: 23 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:07:17 น.  

 
ดีจ้า ... โห ไม่อยากบอกเลยว่าอพาร์ทเม้นต์ที่อยู่นี่น่ารักมากๆ เลยอ่ะจ้า มองลงไปเห็นคลองด้วย โรแมนติกซ๊า แต่ เอ ไหวต้องย้ายบ่อยๆ ด้วยล่ะคะ (แอบสงสัย)


โรงหนังนี่เคยได้ยินชื่อเหมือนกันคะ แต่ก็ยังไม่เคยได้เข้าไปนั่งสักที นัยว่าแพงๆ แบบนี้ล่ะค่ะก็เลยไม่เอาหรอก เดินเฉียดเมื่อไหร่ก็คงพอใจและอิ่มเอิบ


ส่วนอากาศก็ต้องยอมรับเลยล่ะค่ะว่าแปรปรวนดีจริงๆ ร้อน หนาว ฝน ...เอิ๊กส์ ๆ ไม่ไหวเลยเน๊อะ เพราะสำคัญคือ วันหยุดเมื่อไหร่ฝนมาเยือนจริงๆ สงสารคนทำงานที่ต้องการพักผ่อนนะเนี่ย แล้วแย่หน่อยที่ว่า แผนการณ์จะไป zeeland อีกรอบก็ยังไม่ได้ไปเพราะเจ้าฝนนี่ล่ะ ฝน ลมแรง เฮ้อ เซ็งด้วยคนจ้า


โดย: JewNid วันที่: 23 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:05:37 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่า

รูปสวยๆทั้งนั้นเลย

เรื่องราวทั้งหลายก็น่าติดตามค่ะ


โดย: Picike วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:4:02:17 น.  

 
เฮ้อ...
ห้องน่าอยู่จังน้อ
แถมโรงหนังก็งามชะมัดค่ะ

หนังดาวินชีนี่ยังไม่ได้ดูซะที
แต่หนังสืออ่านจบแล้ว
รู้สึกเฉยๆน่ะค่ะ
บางทีมีแอบหลับคาเล่มอีกตะหาก
คนใกล้ตัวแซวเสียชื่อคำโปรยเขาหมด
อ่านแล้ววางไม่ลง แฮ่


โดย: prncess วันที่: 25 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:31:53 น.  

 
ชอบดูภาพที่บล๊อกนี้นะ คอมโพสสวย
กระเพราปลาหมึก ทำหิวซะ แห่ะๆ


โดย: Shaleebow วันที่: 26 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:05:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

chirala
Location :
London United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"Life is a journey, enjoy the ride !"

Life is but a stopping place,
A pause in what`s to be,
A resting place along the road,
to sweet eternity.
We all have different journeys,
Different paths along the way,
We all were meant to learn some things,
but never meant to stay...






Widget_logo



Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chirala's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.