Let's Diving and Take Photo
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
พ.บ. M.D. Ph.D. , ... (ตอนที่ 2)

อย่างที่บอกไปเมื่อตอนที่แล้ว ว่าเรียนหมอเมืองไทย หรือว่าที่ใดก็ตาม เขาไม่มีวุฒิต่อ อย่างเมืองไทย เรียนจบ 6 ปี ก็ถือว่าได้วุฒิพ.บ. ไม่มีวุฒิพ.ม. - แพทยศาสตร์มหาบัณฑิต หรือว่าเป็น พ.ด. - แพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (แต่เมื่อก่อนมีนะครับ แต่เราก็ไม่รู้พงศาวดารเรื่องนี้เหมือนกัน แต่เคยรู้ว่า เคยมีอาจารย์ได้วุฒิ พ.ด.)

แล้วเรียนแพทย์ต่อจะได้วุฒิเป็นอะไรล่ะนี่?

ถ้ามาเรียนต่อเฉพาะทาง ภาษาราชการก็เรียกว่า เป็น "วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ" ในสาขานั้นๆ ที่เรียน เช่น เรียนศัลยศาสตร์ ก็ได้เป็น วุฒิบัตร ในสาขาวิชาศัลยศาสตร์ เรียกเป็นตัวย่อๆ ว่า ว.ว. ศัลยศาสตร์ ถ้าจะเรียกให้ดูเป็นภาษาต่างประเทศซะหน่อย เขาเรียกว่า "ได้ board" เรียกเต็มว่า Board of Surgery อย่างนี้เป็นต้นครับ
ไม่ถือว่าเป็นวุฒิปริญญาบัตร เหมือนการเรียนในวิชาอื่นๆ แต่เป็นเป็นวุฒิบัตร หรือบางสาขาจะได้เป็น อนุมัตรบัตร

หรือถ้าจะเรียนต่อเฉพาะลึกลงไปอีก ก็จะได้วุฒิแยกสาขาวิชาออกไปอีก เช่น เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจ ก็จะได้เป็น Fellow of Cardiology อย่างนี้เป็นต้นครับ

ออกนอกเรื่องวุฒิของหมอซะหน่อย กลับมาที่วุฒิทั่วๆไปครับ
ในต่างประเทศ เขาจะมี Doctor อยู่ 2 แบบครับ
แบบแรก ก็เป็น Doctor = หมอ ครับ ก็คือจบ M.D. (หรือ M.B.,B.S. อย่างที่เคยเล่า) ก็จะเป็น Doctor แบบที่เป็นหมอรักษาคนครับ
อีกแบบ ก็เป็น Doctor เหมือนกัน แต่เป็น Doctor ในความหมายของ ผู้ที่เรียนจบ ปริญญาเอก ในเมืองไทย ก็จะมีคำนำหน้าชื่อว่า ดร. ครับ แต่ในต่างประเทศ เขามักจะใช้ตัวย่อของวุฒิการศึกษาต่อท้ายชื่อครับ อย่างแบบหลังนี้เรียกว่า Ph.D. doctor ครับ ก็จะมีชื่อ.... แล้วก็ต่อท้ายด้วย Ph.D. ครับ
เขาก็จะมีเป็น M.D. doctor (ถ้าในเมืองไทย ก็มีคำนำหน้าชื่อเป็น นพ. หรือ พญ. แล้วแต่เพศ) กับ Ph.D. doctor (ในเมืองไทย ก็มีคำนำหน้าชื่อเป็น ดร.)
แล้ววุฒิปริญญาเอกนี่ เขาก็จะเขียนเหมือนกันหมดครับ คือใช้ตัวย่อเป็น Ph.D. เหมือนกันครับ ถ้าเทียบกับในเมืองไทย ก็ต่างกัน เพราะของเราใช้แยกสาขา เป็น ....ดุษฎีบัณฑิต ก็จะบอกว่าเรียนจบปริญญาเอกในสาขาวิชาอะไรมา
แต่ของต่างประเทศ ก็จะใช้ Ph.D. แล้ววงเล็บสาขาวิชาหรือว่าเรื่องที่เรียนจบมาต่อท้ายครับ เช่น Ph.D. (Botany) ก็แปลว่า เป็นดอกเตอร์ ในสาขาวิชาพฤกษศาสตร์ ครับ

แล้วตัวย่อ Ph.D. มันย่อมาจากอะไรล่ะ?

ฝรั่งเขาก็ช่างเปรียบเทียบนะครับ (หรือว่าขี้เกียจเรื่องมากก็ไม่รู้) เพราะเขาเปรียบคนที่เรียนจบปริญญาเอก ว่าเป็น "ปราชญ์" ครับ ฟังดูหรูหรานะครับ แต่คำว่า ปราชญ์ นี่ ก็แปลง่ายๆว่า "ผู้ใฝ่รู้" ครับ
Ph.D. ย่อมาจาก Doctor of Philosophy
คำว่า Philosophy ถ้าแปลตามคำไทยหรูๆ ก็ใช้คำว่า ปรัชญา ครับ อ้าว...ยิ่งงงไปใหญ่
แต่ถ้าแยกคำภาษาอังกฤษคำนี้ เป็นตัวๆ ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ
Philosophy มาจากคำ 2 คำ คือคำว่า Philos กับ sophy (ใครรู้ไวยากรณ์ภาษาละติน มาช่วยเสริมเรื่องการใช้บุพบทของคำด้วยนะครับ)
Philos แปลว่า love ครับ
sophy แปลว่า knowledge
คราวนี้มารวมกัน ก็จะแปลว่า "รักในความรู้" ก็แปลง่ายๆ ว่า "ใฝ่รู้" นั่นเองครับ
ก็จะเป็นคำแปลของคำว่า "ปราชญ์" นั่นเองครับ
เขาจะเปรียบเทียบคนที่จบปริญญาเอกว่า เป็น ปริญญาของผู้ใฝ่ที่จะศึกษาหาความรู้ครับ แล้วก็วงเล็บสาขาที่ได้ใฝ่รู้นั้นไว้ครับ

ช่างเปรียบเทียบดีนะครับ

เป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆครับ ใครมีข้อมูลอะไรจะเพิ่มเติม หรือว่าแก้ไข ก็ยินดีนะครับ ลงใน comment ได้เลยครับ บางอย่างที่เรารู้อาจคลาดเคลื่อนได้ หรือว่าอาจจะมีหลายแนวความคิดก็ได้ครับ



Create Date : 16 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2549 21:36:27 น. 7 comments
Counter : 13826 Pageviews.

 
เขียนไว้ละเอียดเชียวค่ะ
ถ้ามีน้องๆที่รู้จัก อยากเรียนแพทย์
สงสัยต้องแนะนำมาบ้านนี้ซะเเล้วค่ะ

คนเรียนคณะบริหารอย่างแสงตะวันก็พลอยได้ความรู้ไปด้วยนะเนี่ย
เมื่อวานเรียนวิชาหนึ่งล่ะ
เกี่ยวกับทางการแพทย์นี่ล่ะ ยากมากเลย ขนาดว่าเรียนพื้นๆนะ ไม่ได้ลงลึกอย่าง นศพ.เรียนกันหรอก
มีแต่ศัพท์ภาษาอังกฤษยากๆ แต่ก็สนุกดี
ฮั่นแน่...สงสัยอ่ะจิ วิชาอะไรหว่า


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 19 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:43:28 น.  

 
เป็นงานเขียนที่มีคุณค่ามากมาย ที่สามารถนำตีพิมพ์ และวางขายกันได้ทีเดียว
สงสัยอยู่ว่าพี่ปิงทำได้ไง เอาเวลาที่ไหนมาทำเนี่ยะ
เป็นวิทยาทานแก่คนอื่นจริงๆเลยพี่ เวลาเหงาๆอย่าลืมมาเขียนอีกล่ะ
จะคอยอ่านนะคะ


โดย: น้องฟ้าฟูฟ่อง IP: 158.108.209.9 วันที่: 5 ธันวาคม 2549 เวลา:1:03:51 น.  

 
ดีมากๆๆๆๆๆๆสมควรที่จะอ่านมากๆๆนะเด็ก


โดย: น้ำฝน IP: 58.9.188.113 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:44:12 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ค่ะ

ู ^ + ^


โดย: ปุยฝ้าย IP: 115.67.97.43 วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:21:05:51 น.  

 
อธิบายได้ละเอียดดีจังค่า
ขอบคุณค่ะ


โดย: Pepper IP: 161.200.69.9 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:14:29:30 น.  

 
เขาอธิบายได้ดีจริงๆ แสดงว่าเป็นคนมีความรู้มากจริงๆ ผมขอต่อ

Philosophy = ปราชญ์
ปราชญ์ = เทพ

เช่น Ph.D Mechanical = เทพแห่งเครื่องกล , เทพด้านเครื่องกล


โดย: Vertex IP: 203.158.243.34 วันที่: 28 มีนาคม 2554 เวลา:17:39:12 น.  

 
พ.บ.,ว.ว.(___),Ph.D.(___)

เริ่ดค่ะ เรียนให้สุดๆไปเลย ทุกด้าน

กลับมาเป็นอาจารย์แพทย์ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
แต่ห้ามคาดหวังเรื่องรายได้

ถ้าคิดจะกอบโกย ไปทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่า อย่ามาทำให้วิชาชีพอันทรงคุณค่าแปดเปื้อน


โดย: MD.,Ph.D. IP: 202.28.182.5 วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 เวลา:8:56:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeafish
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Let's Diving and Funning with Photography
Friends' blogs
[Add jeafish's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.