Let's Diving and Take Photo
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
กลับมาเรียนต่ออีกครั้ง (ตอนที่ 4)

เกี่ยวกับการขอทุน แล้วกลับมาเรียนต่อได้ คราวนี้จะขอแยกตามประเภทของหมอที่สนใจเกี่ยวกับทุนแล้วกันนะครับ จะได้เห็นภาพของตัวเองมากขึ้น ก็จะมีหมออยู่ 3 ประเภท ด้วยกัน คือ
ประเภทที่ 1 หาทุน ขอทุน แล้วได้ทุนกลับมาสมัครเรียน
ประเภทที่ 2 หาทุน ขอทุน แต่ไม่ได้ทุน แล้วมาสมัครเรียน
ประเภทที่ 3 ตั้งใจไม่หาทุน ไม่ขอทุน แล้วกลับมาสมัครเรียน

ทุนที่ว่านี่ไม่ใช่เงินทองนะครับ แต่เป็นเหมือนต้นสังกัดทางราชการที่ส่งมาศึกษาต่อ ถ้าเรียนจบแล้ว ก็ต้องกลับไปทำงานให้หน่วยงานต้นสังกัด การขอทุนก็จะเป็นฤดูกาลช่วงเดือนส.ค.-ต.ค. จะมีการประกาศทุนพร้อมกันทั่วประเทศ
ซึ่งแน่นอนทุนแต่ละสาขาก็มีอยู่ไม่มาก ไม่เท่ากับหมอที่จะกลับมาเรียนต่อทุกๆ คน ก็จะมีคนที่ขอทุน หาทุนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทุน ก็จำใจต้องกลับมาสมัครเรียนทั้งๆที่ไม่มีทุน อันนี้ก็จะมี credit ที่น้อยกว่า คนที่มีทุนต้นสังกัดกลับมา (โดยหลักการแล้ว แต่ว่าในทางปฏิบัติ บางสาขาวิชาก็ไม่ได้พิจารณาจากทุนต้นสังกัดเป็นหลัก อันนี้ต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในสาขาวิชาที่สนใจ)

ก็จะกล่าวรวมกันในประเภทที่ 1 และ 2 รวมๆกัน คือทั้งคนที่ได้ทุนและไม่ได้ทุน แต่ก็สนใจติดต่อขอทุนไป
เมื่อเรียนจบแพทย์เฉพาะทางแล้ว คนที่มีทุนก็ต้องกลับไปใช้ทุนในรพ.ที่ได้รับทุนต้นสังกัดมา การกลับไปใช้ทุนก็จะแล้วแต่สัญญาที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ก็คือคิดเป็นจำนวนเท่าของจำนวนปีที่กลับมาเรียน เช่น ส่วนใหญ่จะเรียน 3 ปี บางสาขาวิชาก็ใช้ทุน 2 เท่าของระยะเวลาที่เรียน ก็คือต้องทำงานให้รพ.ต้นสังกัด 6 ปี บางสาขาวิชาก็ 3 เท่า ก็ต้องทำงานให้ 9 ปี
แล้วถ้าไม่ทำงานให้ล่ะ ก็ต้องชดใช้เป็นเงินนะครับ อันนี้ก็แล้วแต่ตกลงเช่นกัน บางสาขาวิชาก็ใช้เงินชดใช้ 3 เท่าของจำนวนปีที่เรียน ก็จะต้องคิดเงินเดือนราชการเป็นระยะเวลา 9 ปี + ขั้นเงินเดือนและตำแหน่งราชการที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลา 9 ปี + อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย รวมๆแล้วก็เป็นเงินในหลักล้านบาท
ตรงนี้ก็ถือเป็นภาระผูกพันของหมอที่เอาทุนกลับมาเรียน

แล้วประเภทที่ 3 ที่ตั้งใจไม่เอาทุนกลับมาเรียนต่อ พวกนี้ก็จะค่อนข้างมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง คือไม่สนใจทุน แล้วก็มาสมัครเรียนต่อ ตรงนี้ก็จะมีข้อเสียคือ credit เรื่องทุนก็ตกไป (ซึ่งก็มีบางสาขาวิชา ก็ไม่ค่อยให้น้ำหนักเรื่องทุนมากนัก) แต่ก็จะมีข้อดีคือ พอเรียนจบแล้วก็จะเป็นไทแก่ตัว (แต่บางคนก็เห็นว่าเป็นข้อเสีย เพราะต้องเดินเตะฝุ่นหางานทำ ไม่อยู่ในระบบราชการต่อไปแล้ว) อยากไปทำงานที่ไหนก็แล้วแต่เราได้เลย
พวกนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกที่มีความมั่นใจสูงพอสมควร ก็คือต้องมีอะไรโดดเด่น เช่น เรียนดี ได้เกียรตินิยม ได้คะแนนดี ทำกิจกรรมโดดเด่น หรือว่าเป็นคนวงใน (ตรงนี้ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกันนะครับ ระบบอุปถัมภ์มีอยู่ในทุกวงการเสมอครับ คงเข้าใจกันนะ)

กล่าวถึงรายละเอียดเรื่องทุนต้นสังกัด ถึง 2 ตอน เพราะคิดว่าน่าจะเป็นจุดสำคัญ ในการตัดสินใจกลับมาเรียน
บางคนอยากขอทุน เพราะมีภาระผูกพัน หรือต้องการตำแหน่งทางราชการต่อไปในอนาคต
บางคนไม่อยากขอทุน เพราะเบื่อระบบราชการ อยากออกไปทำอะไรตามที่ต้องการบ้าง
แต่อย่าไปมองว่า คนที่ไม่ได้อยู่ระบบราชการ ไม่ต้องการขอทุนมาเรียนต่อ เป็นคนไม่เสียสละ ไม่ยอมทำงานเพื่อรัฐนะครับ คนเราก็มีความเห็นแตกต่างกันไป ทำงานตรงไหน ถ้าตั้งใจทำงาน ทำตามหน้าที่ ก็สามารถก่อประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ทุกที่ทั้งนั้นแหละครับ

คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องการสมัครเรียนที่โรงเรียนแพทย์ แล้วก็การสอบสัมภาษณ์นะครับ
...



Create Date : 04 ตุลาคม 2549
Last Update : 4 ตุลาคม 2549 23:31:37 น. 3 comments
Counter : 318 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ แล้วจะมารออ่านนะค่ะ


โดย: tanoy~ตะนอย วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:23:37:07 น.  

 
เยอะแยะจัง


โดย: เด็กน้อย IP: 203.113.80.8 วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:9:58:04 น.  

 
-*- เยอะจังพี่ ไว้จะมาอ่านให้ครบนะจ๊ะ


โดย: น้องเอ็ม IP: 58.9.121.157 วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:12:04:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeafish
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Let's Diving and Funning with Photography
Friends' blogs
[Add jeafish's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.