Let's Diving and Take Photo
Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
10 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
ฤดูเปลี่ยน Seasons change

ได้ไปดู Seasons change มา ชอบมาก จนต้องมาเขียนเล่าความเห็นเก็บไว้

แว่บแรกที่ได้ยินชื่อภาษาไทยของเรื่องนี้ นึกถึงแต่โฆษณายาลดอาการหวัดยี่ห้อหนึ่งทันที ทำให้ไม่ชอบเรียกชื่อภาษาไทยหนังเรื่องนี้นัก เลยขอเรียกแต่ชื่อภาษาอังกฤษแล้วกัน

ไม่กินผักทำไมไม่บอก
เราชอบฉากนี้ที่สุดนะ และก็ได้ยินมาว่าหลายๆคน ก็ประทับใจฉากนี้ มันแสดงอะไรๆ หลายๆ อย่างด้วยประโยคสั้นๆประโยคเดียว และเรารู้สึกว่า ตรงนี้เป็น climax ของดาวกับป้อม และ reflect ไปถึงอ้อมด้วย และสามารถอธิบาย ความสัมพันธ์ ของคนทั้งสามได้ทั้งหมด
1. การเลือกฉากที่บอกประโยคได้ลงตัวมาก เป็นฉากก่อนการแสดงที่สำคัญทีสุดของเรื่อง การที่ดาวจะมาคุยกับป้อมเวลานี้ ต้องเป็นเรื่องที่ดาวเห็นว่าสำคัญมากๆ ถึงจำเป็นต้องคุยในเวลาที่มีความตื่นเต้นขนาดนั้น
2. มันแสดงถึงความใส่ใจของดาว ที่มีในตัวป้อมมากขึ้น (กว่าเมื่อก่อน) แสดงว่าดาวหล่นมาจากฟ้าแล้ว
3. แสดงถึงความเสียสละของอ้อม แน่นอน ก่อนหน้านี้ดาวไม่เคยสังเกตเลยว่า ป้อมไม่ชอบกินผัก ที่กินก็เหมือนอยากเอาใจดาว แล้วจะมีใครล่ะที่รู้เรื่องนี้ ก็คงจะมีแต่อ้อม อ้อมคงเป็นคนบอกดาวในเรื่องนี้ มันเป็นเหมือน keyword ในการสานความสัมพันธ์ต่อไปเลยนะ (เพราะคนเราต้องกินข้าววันละ 3 มื้อ และคงอยากกินข้าวกับคนรู้ใจ ถ้าตรงนี้ยังไม่รู้นี่ ป้อมคงลำบากที่ต้องเคี้ยวผักอยู่ร่ำไป)

เรามองว่า ตรงนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนมากๆ เลย เป็นเหมือนทางแยกที่ป้อมจะเลือก ระหว่าง คนที่ลงตัว เข้าใจเราอยู่เสมอ กับ คนที่จะมาเติมเต็มชีวิตเรา
ยังไงหรอ
อ้อม เหมือนเป็นคนที่ลงตัว เข้าใจป้อมอยู่เสมอ และแน่นอน เป็นคนที่มีใจให้ป้อมมานานแล้ว เธอเป็นคนที่สนุกสนาน ร่าเริง ง่ายๆ เราว่าใครๆที่ดูเรื่องนี้ คงเทใจให้เธอได้เต็มๆ ในความสดใสของเธอ ใครมีเพื่อนสนิทน่ารักแบบนี้ คงยากที่ไม่เผลอมีใจให้แน่นอน

ดาว เหมือนเป็นคนที่จะมาเติมเต็มชีวิต ชีวิตของป้อมดูเป็นอิสระ ไม่ต้องการเป็นที่หนึ่ง ทำตามใจไปเรื่อยๆ ไม่มีเป้าหมาย หรือรู้จุดหมายชีวิตที่ชัดเจน ตรงข้ามกับดาว "เราอยากเป็น A คนแรก" ดูเป็น perfectionist วิ่งไล่ตามหาฝัน และทำทุกอย่างเพื่อคว้าฝันนั้นมา

การกินผัก เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความสัมพันธ์

อ้อม ไม่เคยบังคับป้อมให้กินผักเลย เธอซื้อกับข้าวมากินกับป้อม โดยไม่มีผักเลย แล้วป้อมก็ผสานความลงตัว กับเธอด้วยการซื้อผัดผักมาอีกจาน แต่ว่าป้อมกินแต่หมูกรอบ และอ้อมก็กินแต่ผัก และเมื่อป้อมเขี่ยผักในจานของตัวเองออก ก็มีอ้อมที่ยื่นมือมาหยิบผักของป้อมไปกิน อย่างลงตัว
ในขณะที่ดาว มาเติมเต็มชีวิตของป้อม ด้วยการใส่ใจสุขภาพให้ป้อมกินผัก ตักผักให้คำโตๆ (แต่ไม่ดูหน้าป้อมตอนกินเลย) และป้อมก็อยากจะเปลี่ยนตัวเองเอียงไปหาดาว ด้วยการกินผัก (อย่างกล้ำกลืน)

แล้วเมื่อดาวมาบอกว่า "ไม่ชอบกินผักทำไมไม่บอก" (เปรียบเหมือน "ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้" ของเรื่องเพื่อนสนิทเลย) ก็เหมือนว่า ดาวจะโอนอ่อนเข้าหาป้อมเหมือนกัน และทั้งคู่น่าจะไปได้สวย ต่อไป (ซึ่งก็เป็นความฝันของป้อมตั้งแต่แรก)

แต่แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ทำร้ายจิตใจใคร
ในเรื่องก็สื่อกลายๆ ว่า จริงๆแล้ว ดาวก็ไม่ได้ทุ่มเทใจให้กับป้อมมากนักหรอก แต่ที่สนิทด้วย ก็ด้วยความชื่นชมในฝีมือการตีกลองของป้อม สังเกตได้จากว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกันเลย แต่พอคืนหลังจากที่ดาวเป็นฝีมือของป้อม ก็เริ่มอยากทำความรู้จักมากขึ้น
เป้าหมายของดาว คือการได้ทุนไปเรียนต่อ และเป็นหนึ่งในวงระดับโลก และเธอก็ทำได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้
อ้อม มีทีท่าว่าเพื่อนสนิท จะเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว (แต่..แหม...ป้อมก็ "ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย") และแล้วผู้กำกับก็ใจดี ให้สุดท้ายแล้ว ป้อมยังอยู่สานความสัมพันธ์กับอ้อมต่อไป
ป้อม ก็จบแบบมีความสุข พ่อให้เรียนดนตรีสมใจ ดาวเกือบหล่นใส่หัว (อีกนิดเดียว) แล้วก็มี เพื่อนสนิท ที่ไม่รู้วันหน้าจะเป็นมากกว่านั้นหรือไม่ และที่สำคัญที่สุด คือ ป้อมไม่ต้องฝืนใจกินผัก

สุดท้ายแล้วป้อมเลือกใคร
เราว่าป้อมเลือกตัวเอง เลือกที่จะอยู่เมืองไทยเพื่อถามใจตัวเองก่อนว่า ต้องการอะไรกันแน่ เพราะที่ป้อมอยากไปบูดาเปส ก็เพราะวิ่งตามความฝันของดาว ไม่ใช่ความฝันของตัวเองซะหน่อย ซึ่งอาจจะมองเอียงๆ ไปอีกมุมว่า สุดท้าย ป้อมก็เลือก คนที่ลงตัว (มันง่ายกว่ามาก ไม่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อใคร อยู่ด้วยความสบายใจ และเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด)

เรื่องนี้มีหลายฉากที่เป็นสัญลักษณ์ เราชอบหนังของผู้กำกับก๊วนนี้มากเลย มันเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้คิดต่อได้ คิดในแง่มุมจากประสบการณ์ของเราเอง เราสามารถสร้างฉากจบได้ด้วยตัวเอง และทุกฉาก มีความสำคัญ และสามารถอธิบายซึ่งกันและกันได้เสมอ
ในเรื่องมีประโยคเด็ดๆ อยู่หลายประโยค เป็นคำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่สามารถคิดไปได้มากมาย อธิบายเนื้อเรื่องได้อย่างกระจ่าง คนเขียนบทเก่งมากๆเลย (ต่างกับหนังไทย เรื่องก่อนนี้ไม่นาน ที่มีคำพูดสวยหรูมากมาย แต่ไม่ทำให้คนดูอินได้เลย ได้แต่ขำๆ ว่าปกติคนเราพูดภาษาแบบนี้กันด้วยหรอ) เราว่ามีหลายประโยคที่คงจะฮิต และสื่อความหมายได้มากมาย ที่จะใช้กันต่อไป

และอีกอย่างที่ชอบ คือฉากที่สวย (อยู่ศาลายามาปีนึง เมื่อเกือบสิบปีก่อน ไม่เห็นเคยรู้เลย ว่าศาลายามีมุมสวยๆแบบนี้ด้วย เห็นแต่หอ, L กับ Cafet) มุมกล้องกว้างๆ ที่ดูแล้วสื่ออารมณ์ได้ดี, ความเป็นธรรมชาติของนักแสดง
และที่เราชอบที่สุด คือ ความสดใสน่ารักของนางเอกทั้งสองคน

ใครยังไม่ดูต้องไปดูให้ได้
ใครที่ดูแล้ว อยากให้ได้เก็บมาคิดนิดนึง เวลาว่างๆ
เป็นหนังที่เราเมื่อยกราม และมุมปากมาก เพราะเราอมยิ้ม ตลอดทั้งเรื่องเลย (สลับกับหัวเราะเป็นบางครั้ง)

รอ DVD ออก จะซื้อเก็บไว้ อยากให้ทำเหมือน "เพื่อนสนิท" ที่มี deleted scenes, director edition และฉบับวิจารณ์ฉากต่างๆ จะได้ดูและเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่อีกมาก



Create Date : 10 กันยายน 2549
Last Update : 10 กันยายน 2549 2:16:26 น. 5 comments
Counter : 391 Pageviews.

 
รอดีวีดีเหมือนกันครับ
กะจะดูกันอีกหลายๆรอบ


โดย: bigwores วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:8:06:28 น.  

 
สำหรับเรา

เรารู้สึกเจ็บปวดกับการที่ดาวต้องถามป้อมด้วยประโยคนั้นนะ

มันเจ็บปวดที่ไม่รู้ว่าคนที่เราคบนั้น ไม่ชอบอะไร

แล้วเค้าก็ต้องฝืนเพื่อเราน่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:17:10:27 น.  

 
สวัสดีอ้ายปิง นี่โต้งนะ

เพิ่งได้เข้ามาอ่านครั้งแรก
ดีๆ ชอบๆ เขียนดีไว้จะมาอ่านบ่อยๆ ^ _ ^

สำหรับเรื่องนี้ชอบที่ดาวบอกว่า ไม่กินผักทำไมไม่บอกเหมือนกัน

ที่ปิงเขียนมาก็ได้แง่คิดอีกหลายอย่างเหมือนกัน
ส่วนเราแล้วถ้าพูดในแง่ความรักแล้วล่ะก็

ไม่มีใครเกิดมาแล้วจะเข้ากันได้ดีทุกๆ อย่าง
หรือใครยอมให้ใครได้ทุกอย่าง
การปรับตัวเข้าหากันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ในช่วงชีวิตวัยรุ่นเรามักจะบอกว่า
เราต้องเป็นตัวเราเองให้มากที่สุด
เวลารักใครก็ต้องไม่เสแสร้ง เป็นตัวของตัวเอง

เราไม่กินผัก เราก็จะไม่กินตลอดไปหรือ?
แม้จะเป็นผักจากมือของคนที่เรารัก?

อีกอย่าง การถามว่า ไม่กินผักทำไมไม่บอก
เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แย้ง โวหาร ที่ชอบใช้กันนัก
ก็คือ รักกันมองตากันก็รู้ใจ
ในฐานะที่มีคู่หมั่นแล้วอย่างเรา
บอกได้เลยว่า ไม่จำเป็นต้องมองตา
เราต้องการอย่างเรา เราควรจะบอกกันและกันต่างหาก
เรียนรู้กันและกันและปรับตัวเข้าหากัน

ถึงวันหนึ่ง เราอาจจะกินผักได้อย่างอร่อย
หรือวันหนึ่ง เธอก็จะยอมรับได้ว่า เราไม่กินผักจริงๆ

ปล. โทษทีไม่รู้เขียนไปเขียนมานอกเรื่องไปหรือเปล่า อิ อิ


โดย: pigletdora วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:19:18:41 น.  

 
ว๊าๆๆๆ เห็นคนอื่นมา Comment ให้แล้ว เราเองก็ยังไม่ได้ Comment ให้เลย ก็ยังไม่ได้ไปดูมาเลยน่ะค่ะ ไม่รู้จะคุยอย่างไร ติดไว้ก่อนดีกว่า
แย่ชะมัด...อยากดูๆๆ มีแต่เพื่อนๆมาคุยทับกันทั้งนั้นเลย


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:14:01:01 น.  

 
เขียนคอมเม้นกันไว้เยอะจัง หุหุ
ถ้าเขียนน้อยกว่าคนที่ผ่านมาก็ขออภัยด้วยนะครับ
ประโยคนี้ผมมองว่าดาวใส่ใจป้อมมากขึ้นอะครับ
อันนี้คงเรียกว่าการมองด้วยประสบการณ์มั้งครับ
แต่พอเห็นที่พี่เขียนว่า อ้อม อาจจะบอกดาว ก็ดูเป็นไปได้นะครับ
แต่ว่าอยากจะให้ความเห็นอีกมุมว่า
ดาวอาจจะเห็นเองก็ได้นะครับ
เพราะว่าดาวชอบแอบเห็นโน่นรู้นี่โดยป้อมไม่รู้ตัวอยู่เรื่อยเหมือนกัน
ส่วนการที่ป้อมเลือกไม่ไปต่างประเทศ
ประเด็นนี้เทใจให้การเลือกอ้อมเต็มที่เลยครับ
รู้สึกคล้ายเรื่องเพื่อนสนิทก็ตรงนี้หละมั้งครับ
แต่ที่แน่ๆนะ ดูเรื่องนี้แล้วชอบมากๆเลยครับ
คิดตลอดเลยว่าถ้าเขียนบทอะไรแบบนี้ได้มั่ง คงจะยอดไปเลย
ก็คงจะพยายามเขียนไดอารี่ให้มันดีๆต่อไปหละครับ
เพราะถือว่าได้ไอเดียมาเยอะเลย
ไปหละครับ
รักษาสุขภาพด้วยนะครับพี่ปิง
ปล.นางเอกน่าร๊ากทั้งคู่จิงๆครับ


โดย: Akira@si116 IP: 203.151.140.118 วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:1:52:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeafish
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Let's Diving and Funning with Photography
Friends' blogs
[Add jeafish's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.