Let's Diving and Take Photo
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
ยาแก้อักเสบ

ทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง จะรู้สึกว่า ระบบสาธารณสุขในเมืองไทย ยังมีอะไรหลายๆอย่างที่ดูหละหลวมไปหน่อย
นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจ (และหงุดหงิดใจ) ทุกครั้งที่ได้พบได้เจอ

คือเรื่อง ยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวนะนี่ ถ้าแยกคำศัพท์ออกมา ก็ตรงตามตัว คือ ปฏิ = ต่อต้าน, ตรงกันข้าม รวมกับคำว่า ชีวะ = ชีวิต ก็หมายถึงสิ่งมีชีวิต ก็คือต่อต้านสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ทำอันตรายแก่มนุษย์ ก็จะตรงกับคำว่า Antimicrobial ก็แปลได้ความหมายเดียวกันว่า ต่อต้านจุลชีพ
จะสังเกตว่า คำจริงๆของยาประเภทนี้ ไม่มีคำว่า อักเสบ เลยสักคำเดียว
แล้วมันมาได้ยังไงนี่ คำว่า ยาแก้อักเสบ

คำว่า อักเสบ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะแปลภาษาไทย ให้เป็นภาษาไทยยังไงดี แต่ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก็ใช้คำว่า Inflammation ก็เป็นกระบวนการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งที่มากระตุ้น ซึ่งอาจเป็นเชื้อโรค หรือว่าอย่างอื่นก็ตามแต่ ก็จะเกิดอาการและอาการแสดงเป็นปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่เกิดการอักเสบขึ้น
อย่างที่บอกไว้ว่าการอักเสบอาจจะเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น ยาแก้อักเสบ จึงไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ มันใกล้กัน แต่ไม่ใช่อย่างเดียวกัน

ถ้าจะกล่าวถึง "ยาแก้อักเสบ" จะใช้ศัพท์คำว่า Anti-inflammatory drug ก็จะมีแบ่งง่ายๆ ใหญ่ๆ ได้เป็น 2 แบบ คือ Steroid กับ Non-steroid กลุ่มหลังนี่ก็จะมีชื่อเฉพาะว่า กลุ่ม NSAIDs (Non-steroidal antiinflammatory drugs) ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นญาติใกล้เคียงกับยาปฏิชีวนะเลยแม้แต่น้อย

ถ้าจะใช้ภาษาง่ายๆ เรียกยาปฏิชีวนะ ก็ต้องเรียกว่า ยาฆ่าเชื้อ จะตรงมากกว่า

แล้วที่ทำไมต้องหงุดหงิดกับการใช้ศัพท์พวกนี้ด้วยล่ะ

เพราะคนไข้ส่วนใหญ่จะนึกว่า ที่เขาไม่สบาย เจ็บป่วย หรือว่าปวดเมื่อย เจ็บปวดที่ใดนี่ เกิดเพราะ "การอักเสบ" เป็นหลัก เมื่อใดที่เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นมา ก็ต้องรีบไป "ยาแก้อักเสบ" มากิน เพื่อจะได้หายจากอาการเหล่านี้

และตามกฎหมายเมืองไทย ก็ไม่มีข้อไหนที่ระบุว่าการจ่ายยาเหล่านี้ ต้องจ่ายโดยหมอ หรือเภสัชกร แต่อย่างใด ชาวบ้าน คนไข้ ทุกคน สามารถหาซื้อยาฆ่าเชื้อนี้ได้ ทุกหนทุกแห่งที่ขายยา โดยบอกเขาว่า "ขอซื้อยาแก้อักเสบ"

แล้วกินไปแล้วมีผลยังไงหรือ ทำไมต้องหงุดหงิดใจด้วยล่ะ ???

ก็อย่างที่บอกว่า ยาปฏิชีวนะนี้ หรือยาฆ่าเชื้อนี้ ไม่ใช่ยาแก้อักเสบ และหลายครั้งที่เจ็บป่วย ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา อย่างเช่น ถ้าเจ็บคอ ไอ มีไข้ เป็นหวัดนี่แหละ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่ร่างกายต้องทำการกำจัดเชื้อนี้เอง ปัจจุบันนี้ ยังไม่มียาต้านไวรัสหวัดใดๆ การกินยาปฏิชีวนะ ที่ฆ่าได้เฉพาะเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่ได้ช่วยให้อาการต่างๆ ของผู้ป่วยดีขึ้น กล่าวคือ ถ้าเจ็บคอ ก็ควรจะหายาอมแก้เจ็บคอ บรรเทาอาการ ไอก็ควรหายาแก้ไอมากิน หรือว่ามีไข้ ก็ควรกินยาลดไข้ ไม่ใช่เหมารวมว่า นี่แหละคือการอักเสบ ต้องกินยาแก้อักเสบ (ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่ยาแก้อักเสบซะหน่อย) กินไป วันละ 2 เม็ด กินได้ 2 วัน
โอ้โห...ยาดีจริงๆ กินแล้วหายเลย ไข้ลดเลย
เปล่าหรอกครับ จริงๆแล้วไม่กินยาอะไร มันก็หายอยู่แล้ว เพราะว่า ร่างกายชนะเจ้าเชื้อไวรัสก่อโรคนี้แล้ว
แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไปครับ
ก็จะมีเชื้อแบคทีเรียที่ถูกยาปฏิชีวนะนี้ฆ่าตายไป แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ตาย เนื่องจากยาปฏิชีวนะนี้ จะมีกฎเหล็กข้อที่หนึ่งเลยว่า ต้องกินยาให้ถึงขนาดรักษา และกินให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น กิน 3 วันในการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่างของผู้หญิง หรือว่า 5-7 วันในไข้หวัดทั่วๆไป
ถ้ากินไม่ครบแล้วเป็นยังไงหรือ

เชื้อแบคทีเรียที่เก่งกาจ ที่ยาที่ยังไม่ถึงขนาดรักษานี้ ฆ่ามันไม่ตาย มันก็จะเก่งกาจขึ้นไปอีก ด้วยการกลายพันธุ์ หรือว่าหาวิธีการต้านฤทธิ์ของยาชนิดนี้ เช่น สร้างสารออกมาทำลายยา หรือว่าลดตัวรับของยาในตัวมันเองลง ก็จะเรียกว่า เชื้อดื้อยา แล้วก็จะเกิดภาวะ ดื้อยา หรือ Drug resistance ขึ้นมา
ถ้าเชื้อสายพันธุ์ที่ดื้อยานี้ แบ่งตัวขยายจำนวนมากขึ้น ต่อไปยาชนิดนี้ ก็จะใช้ฆ่าเชื้อชนิดนี้ไม่ได้อีกต่อไป

สิ่งหนึ่งที่เราอดหงุดหงิดไม่ได้ คือ เวลาที่คนไข้มาพูดประโยคว่า "ไปซื้อยาแก้อักเสบมากินแล้ว กินไป 2 เม็ด ไม่ดีขึ้นเลยหยุดไป 2 วัน" หรือว่า "ซื้อยาเม็ดแคปซูลมากินได้ 4 วันแล้ว ไม่เห็นดีขึ้นเลย กินวันละ 2 เม็ดเช้าเย็น" อันนี้ก็คือกินไม่ถึงขนาดรักษา (Therapeutic dose)

แล้วต่อไป เชื้อดื้อยาก็จะมาขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราก็ต้องหันไปใช้ยาชนิดใหม่ๆ ที่ราคาแพงมากขึ้น สังเคราะห์มากขึ้น แล้วก็ใช้ยากขึ้นเรื่อยๆ

มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะครับ
เรื่องง่ายๆ ที่น่าจะช่วยกันได้
ถ้าเป็นไข้หวัด 2-3 วันแรก มีอาการไข้ ก็ควรจะกินยาลดไข้, มีอาการไอ ก็ควรกินยาแก้ไอ, มีน้ำมูกก็อาจกินยาลดน้ำมูก ไม่ใช่ว่าเอะอะอะไร ก็จะหาแต่ยาแก้อักเสบ (ที่ไม่ใช่ยาแก้อักเสบ) กินแต่อย่างเดียว

ช่วยๆกันหน่อยนะครับ



Create Date : 01 มกราคม 2550
Last Update : 1 มกราคม 2550 1:01:15 น. 8 comments
Counter : 3643 Pageviews.

 





สวัสดีปีใหม่ค่ะ มีความสุขมากๆน่ะค่ะ



โดย: icebridy วันที่: 1 มกราคม 2550 เวลา:13:34:35 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ 2550



โดย: ไม้หอม (Maihom ) วันที่: 1 มกราคม 2550 เวลา:15:17:27 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับ สำหรับปัญหาสาธารณสุขเป็นสิ่งที่บุคคลากรทางการแพทย์ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา เนื่องจากคนไทยยังคงมี health belief ที่ popolar sector และ folk sector ฉะนั้นวิธีการที่เราจะเข้าถึงพวกเขาได้เราต้องเข้าใจ context ของเขา และพยายามให้เขาคิดว่าเราพร้อมจะช่วยพวกเขา และเข้าใจพวกเขา แล้วเรากับเขาจะสามารถหาจุดร่วมในการรักษาได้ ให้เขายอมรับ professional sector ของเรา เช่น คนไข้บางคนมีความเชื่อสาเหตุของโรคที่ผิด เช่น เขาเป็นเบาหวานเกิดจากเขาถูกผึ้งต่อย ฉะนั้นเขาจึงไม่ให้ความสำคัญในการกินยาลดระดับน้ำตาล


โดย: tony_ton IP: 124.157.201.2 วันที่: 1 มกราคม 2550 เวลา:19:33:36 น.  

 
เอาเถอะค่ะ คุณหมออย่าหงุดหงิดคนไข้เลยนะคะ
ในฐานะที่เป็นคนนอกวงการแพทย์
เพราะพวกเขาไม่ทราบรายละเอียด ข้อชี้ชัด เกี่ยวกับตัวยา
เกี่ยวกับความผิดปกติร่างกาย และ side effect
เพราะโดยปกติคนเราก็เป็นแบบนี้
เขาเองก็พยายามช่วยเหลือตัวเอง
โดยการวินิจฉัยอาการเอาเอง และเลือกยามาทาน
ซึ่งสามารถหาได้ตามร้านขายยาทั่วไป
เข้าใจว่ามันอาจจะไม่ถูกไม่ควรในบางกรณี
แต่เพราะ...
ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ด้วยความเคยชิน กับวิสัยของมนุษย์ก็เป็นแบบนี้
อีกทั้งการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน
การศึกษาที่คนละแขนงวิชากัน

คุณหมอก็ช่วยชี้แนะคนไข้สิคะ
อย่าหงุดหงิดมากนะคะ เดี๋ยวหน้าแก่นะเออๆๆ อิอิ ล้อเล่นค่ะ อย่าเครียด

แต่..อย่างไรงานเขียนชุดนี้ก็เป็นประโยชน์แก่แสงตะวันมากค่ะ ขอบคุณนะคะ


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 5 มกราคม 2550 เวลา:11:44:30 น.  

 
เข้ามาอีกรอบค่ะ และอ่านอย่างพิจารณาอีกครั้ง
แสงตะวันต้องขอโทษคุณหมอด้วยค่ะ
แสงอ่านแล้วเข้าใจผิด ตีความหมายไปอีกนัยหนึ่ง
จึงได้แสดงความเห็นไปในคราวก่อน

ตอนแรกแสงตะวันเข้าใจว่าคุณหมอหงุดหงิดใจกับคนไข้
แต่แท้ริงแล้วคุณหมอหงุดหงิดใจกับระบบการทำงานของสาธารณสุขต่างหาก

ต้องขอโทษอีกครั้ง


โดย: แสงตะวัน (เเสงตะวัน ) วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:16:14:55 น.  

 
จขบ.ไม่อยู่เหรอ บ้านเงียบจัง
อยากมา Tag จัง แต่กลัว จขบ.ไม่ตอบรับ


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:22:00:26 น.  

 
ประกาศๆๆๆ
เจ้าของบ้านมารายงานตัวรับ Tag กับ แสงตะวันด้วยค่ะ
ขณะนี้แสงตะวันได้ปล่อย tag รอบไว้หมดแล้ว

น้องมา Tag พี่ปิงค่ะ

อ่านรายละเอียดได้ที่บ้านแสงตะวัน
และหน้าเวปBloggang ค่ะ


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:14:02:17 น.  

 
ไม่รู้จะปรึกษาถามใครแล้ว แหล่งข้อมูล
ที่น่าเชื่อถือก็หาแทบไม่มีเลย กับเรื่องนี้ "ภาวะหลังแท้งบุตรจะเป็นอย่างไร มีผลกระทบอะไรบ้าง ต้องดูแลปฏิบัติตนอย่างไรให้ถูกต้อง ใช้ยาแก้อักเสบรักษา จะตรงตัวหรือเปล่าคะ" ช่วยตอบให้ที จะเป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลย... ที่อยากรู้แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดเผย!


โดย: หนูอยากรู้ IP: 58.8.116.219 วันที่: 11 กันยายน 2550 เวลา:1:14:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeafish
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Let's Diving and Funning with Photography
Friends' blogs
[Add jeafish's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.