Along Came Jaysephine
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
4 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขงเอ้ยเสม็ด

เหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้ได้ผ่านมาเกือบสองปีแล้ว เป็นเหตุการณ์สมัยชั้นยังสาวๆกับชายหนุ่มสองคนบนเกาะเสม็ด

จำได้ว่าสามคนมันไปเสม็ดด้วยเหตุผลต่างๆกัน แต่ที่ชื่อเรื่องเหมือนกันคือ ความทุกข์

ตอนนั้นจิม & จู ทุกข์เพราะเลิกกับคนที่รัก ส่วนชั้นทุกข์เพราะเจ้านายหาเหามาใส่หัว แถมเป็นเหาตระกูลต่ำๆอีกด้วย ทั้งทุกข์ทั้งเซ็ง สามคนไปตระเวณหาร้านนั่งกินนั่งดื่มหลายร้านหลายเพลาก็แล้ว ทุกข์ยังวนเวียนและความเซ็งโถมทวี เลยโหวตกันว่าเราสามคนคงต้องมีใครเป็นฝ่ายไป เอ้ยยยยยย ม่ายช่าย เราสามคนคงต้องหาที่เที่ยวที่ไป เอาง่ายๆไม่ไกลมากเสม็ดนี่แหล่ะโอเคที่สุด

ชั้นเองเป็นคนที่ไปไหนต้องมีการวางแผนจองโรงแรม ลิสต์รายชื่อร้านที่จะไปหม่ำ เส้นทางที่จะไป ร้านไหนที่จะแวะสำหรับอาหารเช้า อาหารเที่ยง อาหารค่ำ แต่สองคนมันบอกว่าเจเหนื่อยมาเยอะแล้ว (พูดเหมือนส่งให้ชั้นไปสู่ความสงบสุขนะ) สองคนอาสาว่าจะดูแลแพลนทั้งหมดเอง ให้เจสบายๆไม่ต้องเหนื่อย ชั้นก็ยังเถียงว่าเฮ้ยมันจะดีเหรอไปแบบไม่จองที่พัก เรื่องของเรื่องชั้นเรื่องมากเรื่องห้องน้ำเป็นที่สุด ดังนั้นการไปเที่ยวที่ไหนก็ตามขอห้องน้ำสะอาดเป็นพอ อีกอย่างไม่ได้เที่ยวทุกวันพอมีปัญญาจะจ่ายได้ ดังนั้นชั้นขอพักที่เริ่ดหรูหน่อยก็ได้ แต่เจ้าสองคนตอบพร้อมกัน ชัวร์เจไม่มีปัญหาสองคนยืนยันจะจัดการเอง ก็เห็นว่าสองเสียงแข็งขัน ชั้นก็เลยเบาใจ

วันเดินทางชั้นต้องไปขุดเจ้าจู๋ขึ้นจากเตียงเพราะว่าเจ้าจู๋กลัวว่าจะตื่นเช้าไม่ไหวพี่แกเลยไปเที่ยวกลับจนเช้าเลยเจริ๊ญเจริญนะคุณน้อง ขึ้นรถปั๊บจู๋หลับปุ๊บยาวเลย ส่วนคุณจิมรายนี้เตรียมตัวมาอย่างดี เตรียมหนังสือหนังหาผ้าห่มพร้อมขึ้นรถปุ๊บห่มผ้านั่งอ่านหนังสือสบายใจเฉิบ และคอยส่งเสียงมาปรามชั้นเป็นระยะที่ชั้นขับเร็วเกินกำหนด (กำหนดของคุณท่าน 60 กม.ต่อชม. แล้วเมื่อไหร่มันจะถึงวะนั่น) ขับรถไปรำคาญหูไปเหมือนชั้นอัญเชิญญาติผู้ใหญ่มานั่งคอยเทศน์ข้างหน้ารถตลอดเวลา และแบกเอาลูกชายขี้เซามานอนที่เบาะหลัง

ตกลงนี่ก่อนเดินทางที่พวกมันบอกว่าให้เจพักสบายๆ หรือชั้นฟังผิดวะ ชั้นว่ามันสองคนบอกว่าให้เจเป็นขี้ข้าแล้วให้พวกมันสบายๆหรือเปล่านะนั่น

และเป็นอย่างที่ชั้นสังหรณ์ใจก่อนมา ถึงที่หมายห้องพักเต็มหมดเลย ชั้นเริ่มหน้ามุ่ย เจ้าสองคนเริ่มเสียวสันหลังว่าอีป้าจะแผแว่ดเมื่อไหร่มิอาจรู้ได้ จิมบอกว่าเอางี้ให้เจรอที่ร้านอาหารริมทะเล เจสั่งอาหารเช้ากินให้สบายใจ จิมจะขับมอไซค์ไปทางเหนือและจูเลี่ยนขับไปทางใต้ ทั้งสองคนจะหาโรงแรมเองสบายๆนะเจ โรงแรมมีเยอะแยะสบายมาก ชั้นซึ่งตอนนั้นหน้าเริ่มเป็นตูดแล้ว ก็ได้แต่พยักหน้าหงึกหงึก เออพวกแกไปเถอะ

ชั้นนั่งแดกเอ้ยนั่งรับอาหารเช้าหมดไปรอจนจวนจะได้สั่งอาหารเที่ยงอีกรอบพวกมันก็กลับมา และคำตอบที่ได้คือ ไม่มีที่ไหนว่างเลยเจ ... เวน!!!! คราวนี้อีแม่แผแว่ดทันที “ชั้นบอกพวกแกแล้วเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ชั้นบอกว่าจะจองพวกแกก็ไม่ยอมแล้วไงหล่ะทีนี้ บลาบลาบลาบลา” เจ้าสองคนนั่งลงตรงหน้าด้วยความเหน็ดเหนื่อยและรับฟังชั้นอย่างอดทนมากมาก ในใจสองคนมันคงคิดว่า “ใครก็ได้เอาขี้เถ้ายัดปากอีป้าให้มันหยุดพูดซะที”

เมื่อเทศนาจบกัณฑ์สองคนเลยบอกว่า เอางี้เราขับไปอีกหาดนะเชื่อว่าที่นั่นต้องมีแน่ๆ ในเมื่อมันโนช้อยส์นี่ยะเลยตามเลยมาด้วยกันไปด้วยกัน มาถึงหาด เราเมื่อย (พูดมากเลยเมื่อย) ขอนั่งรอที่ร้านกาแฟ สองคนหายไปสิบห้านาที กลับมาด้วยหน้าตาดีใจบอกว่า เจได้ห้องแล้วไปไปกัน ชั้นดีใจวิ่งตามสองคนนั้นไปในทันที

ถึงหน้าที่พักชั้นแทบหมดแรง นี่เหรอที่ที่เราจะพักกัน เป็นบังกาโลเก่าๆ อยู่ระหว่างท่อน้ำเสียและส้วมของร้านขายอาหาร คุณพี่สาวประเภทสองยืนรออยู่ระเบียงหน้าบ้าน ตะโกนมาบอกว่า จะเอาไม่เอา นี่ก็ดีแล้วนะเหลือหลังสุดท้ายแล้ว (ใช่สิหลังสุดท้าย ใครจะเอาหล่ะสับปะรังเคขนาดนั้น) ชั้นทั้งโมโห ทั้งเหนื่อย ทั้งอยากด่าเจ้าสองคน แต่หมดแรงแล้ว เลยโอเคโอเคเอาก็เอา คุณพี่สาวยิ้มดีใจรีบเปิดห้อง แล้วหยิบไม้กวาดที่หวีผมแสกกลาง (คือไม่เหลือดอกไม้กวาดแล้วไง) กวาดจากในบ้านออกมาข้างนอกสองสามฉึกรับเงินแล้วยิ้มร่าเดินจากไป

สองคนเดินเข้าบ้านก่อนชั้น แล้วโดดเย้ลงที่เตียงชั้นเดินตามเข้าไปมีสามเตียง สองเตียงใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องมีเจ้าสองคนนั้นนอนหลับตาพริ้มเหมือนสมใจอยากที่ได้พักบังกาโลหลังนี้ ส่วนชั้นหันซ้ายหันขวา เหลือหนึ่งเตียงทหารเกณฑ์ตั้งแอบอยู่ข้างๆประตู ไม่มีทางเลือกและไม่อยากตบตีกับสองคนนั้น เลยวางกระเป๋าและเริ่มสำรวจไปรอบๆ มีพลาสเตอร์แปะเต็มมุ้งลวดทุกบาน หยิบหมอนมาตบตบ ยังดีที่ชั้นเอาปลอกหมอนมาเอง เอาผ้าขนหนูมาเอง เพราะถ้าใช้ผ้าขนหนูที่พี่สาวเอามาให้ ถ้านุ่งให้ปิดข้างหน้าคงมีรูคงโชว์ก้นข้างหลัง เค้าคิดได้ไงวะไม่สงสารลูกค้าบ้างเลย

และถึงเวลาจะเข้าไปอาบน้ำ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ห้องอาบน้ำระบบน้ำวนด้วย ตื่นเต้นขนาดนั้น ป่าว!!! ระบบน้ำวนที่ว่า คือวนกันลงไปปิดวาวล์น้ำไงมรึง เวนเวน ก็ไม่มีก๊อกน้ำเป็นท่อโผล่ออกมาจากผนังล้วนๆ ถ้าใครจะอาบอีกคนต้องลงไปยืนหลังบ้านคอยเปิดและปิดวาวล์ตามคำสั่ง ถังที่รองน้ำก็อาบคงตั้งแต่ซื้อมาอีพี่สาวคนงามมันคงไม่เคยมีการทำความสะอาดเลย ชั้นเลยเอาวะ เทมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ลงไป เอาฟองน้ำขัดตัวขัดๆล้างๆ ทำอยู่อย่างนั้นประมาณเจ็ดน้ำได้ หมดครีมอาบน้ำของชั้นไปเกือบครึ่งขวด ฟองน้ำหน่ะทิ้งไปเลย (เสียดายเสียดาย)

และโผล่หน้ามาบัญชาการคุณท่านจิมซึ่งนอนกระดิกตรีนอ่านหนังสือสบายอารมณ์ให้ออกไปซื้อน้ำดื่มตราสิงห์ขวดใหญ่หนึ่งแพคเดี๊ยวนี้เพราะอีป้าจะอาบน้ำล้างหน้าแล้ว ที่ไม่ได้สั่งจูเลี่ยนเพราะน้องมันคอยฟังบัญชาการระบบน้ำวนอยู่ข้างล่าง

อาบน้ำเสร็จก็หากิจกรรมทำ สองคนนั้นอยากชิลชิลนั่งดื่มเบียร์ ริมทะเล ชั้นเลยเออก็ได้ นั่งกลางระหว่างมันสองคน สั่งตำซั่วปูปลาร้า ไก่ย่าง ปลาหมึกย่าง น้ำมะพร้าว ฮ่าๆๆ สะใจ กลิ่นตำซั่วคงรัญจวนใจมันสองคน รีบวิ่งหนีลงไปเล่นน้ำทันที ฮ่าๆๆๆ สะจาย (แก้แค้นเรื่องห้องพักซะเลย) ชั้นกินเสร็จวิ่งตามลงไปกระจายกลิ่นปลาร้าที่ทะเล

แล้วมาพักจนตัวแห้ง เลยเดินไปหาที่นวดกัน ขำจูเลี่ยน คนนวดเค้าว่างสองคนชั้นเลยบอกให้สองหนุ่มนวดกันก่อน แต่จูเลี่ยนเค้ามีแผน เพราะหันไปเห็นน้องเสื้อม่วงเด็กๆประมาณ 20 ต้นๆกำลังนวดลูกค้ารายอื่นอยู่ แล้วสองคนที่ว่างอายุอานามประมาณป้าป้าคงแก่เกินไป จูเลี่ยนเลยทำเป็นดีบอกว่าให้ชั้นกับจิมนวดก่อน (เหมือนเสียสละ แต่จูเลี่ยนแอบเลียปากแพล่บรอน้องม่วงชะเอิงเอย) ชั้นก็จิมก็เออก็ได้ ป้าสองคนค้อนจูเลี่ยนขวับเลย ชั้นสองคนก็นอนนวดไป ซักพักน้องเสื้อม่วงนวดลูกค้าอีกรายเสร็จ จูเลี่ยนกระดี๊กระด๊ามากเลย วิ่งขึ้นมานอนรอ แต่ก่อนการนวดของเด็กสาวจะเริ่มขึ้น เสียงยาย (ขอย้ำ ยาย ไม่ใช่ป้า) ยายเรียกน้องเสื้อม่วงว่า อีหนูเอ้ยแขกที่รีสอร์ทรออยู่ไปเร็วๆ อีหนูเสื้อม่วงถามว่าอ้าวยายแล้วแขกนี่หล่ะ(อีหนูหมายถึงจูเลี่ยน) ยายตอบเสียงดังฟังชัด อีหนูไปเหอะเดี๊ยวยายนวดเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชั้นกับจิมไม่กล้งไม่กลั้นมันแล้ว พวกเรารวมทั้งสองป้าที่นวดชั้นกับจิมอยู่หัวเราะกันระเบิดระเบ้อ สมน้ำหน้าจูเลี่ยนเป็นที่สุด สม อยากนวดกับเด็กที่สุดในร้านสุดท้ายได้ระดับยายทวดมานวดเองกับมือเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตกกลางคืนพวกเราก็ไปนั่งกินข้าวเท้าแช่น้ำ จูเลี่ยนสั่งไทยวิสกี้บวกกระทิงแดง จิมสั่งไหมไทยคนละหนึ่งเหยือก ชั้นสั่งน้ำมะพร้าว แต่ไปไปมามาสองคนนั้นชวนชิม ชั้นก็ชิมทั้งหมดนั่นแหล่ะ บวกกับน้ำมะพร้าวตัวเองหวานๆเริ่มมึนเลยครับพี่ พวกเราสามคนยังมีแรงตระเวณไปแดนซ์กันที่ผับคุณผู้ชาย (เข้าใจนะหมายถึงผับแบบไหน) จอดรถได้สองคนนั้นดิ่งไปแดนซ์ทันที ส่วนชั้น ทั้งอาหารเย็น น้ำมะพร้าว และดริ้งของเจ้าสองคนนั้น ผนวกกับขี่มอเตอร์ไซค์บนถนนของเกาะเสม็ดที่ปั๊มปี้โรดมักมัก คิดเอาเถอะมันผสมกลมเกลียวกันและกลายเป็นคลื่นเหียนมากมาก

หลังจากเจ้าสองคนนั้นผละไป ชั้นก็เดินตุปัดตุเป๋หาที่อ้วก เห็นมั๊ยชั้นเป็นคนดีแค่ไหนขนาดมึนขนาดนี้ยังรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่อ้วกต่อหน้าสาธารณชน ไม่อ้วกที่ลาดจอดรถมอเตอร์ไซค์ เดินเดินเดินไป หาจนเจอที่โล่งแจ้ง ว่าแล้วแม่ก็ พรวดดดดดดดดดดดดด ออกไปจนหมดไส้หมดพุง เสร็จแล้วก็ควักทิชชูขึ้นมาซับปาก สะบัดหัวและไหล่นิดหน่อย แล้วเดินกลับสู่ฝูงชนอย่างสง่าผ่าเผย

หลังจากปล่อยของเก่าหมดจนหายเหียนแล้ว เลยมานั่งพักเอาแรง ด้านนอกผับ นั่งดูผู้คนแดนซ์แดนซ์ชั้นว่าตลกดี ในขณะที่ผู้คนเคลื่อนย้ายร่างกายไปมาตามเสียงเพลงที่ดังอึกทึกครึกโครม ส่วนเรานั่งดูเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่คนเดียวเงียบๆ เลยแหงนหน้าขึ้นท้องฟ้า ยังพอมองเห็นดาวอยู่บ้าง ลมทะเลพัดเย็นๆ เฮ้ออออออออออออ สงบและมีความสุขดีจัง

สุดท้ายขอบคุณจิมกับน้องจูเลี่ยนที่คอยเป็นเพื่อนกันทั้งยามทุกข์และยามสุขตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนมาถึง ณ วันนี้นะจ๊ะ



สองเท้าเน่าๆกับหนึ่งขาสวยๆของอีป้า อุอุ



อยู่บนเรือยังเพริดอยู่



ยังมิรู้ว่าจะไม่มีที่พัก



เห็นมั๊ยว่าสองคนมันดี๊ด๊า



ยังนั่งสดใสก่อนตำซั่วจะมา



ตำซั่วอร่อยมากกกกก



น้องเกือบมีต่อยเพราะเหม็นตำซั่วป้าเจ



หนีไปเล่นน้ำดีกว่า



โถจู๋น้อยยังทนได้เห็นมั๊ยป้าเจไม่มีกลิ่นปลาร้าเลย



ขอเล่นน้ำด้วยนะ จริงๆเอาปลาร้ามาละลายทะเล



แพยางของใครไม่รู้มันลอยมาพวกเราเลยยึด



ดำน้ำกะดูสาหร่ายชั้นเหรอ เสียใจย่ะพยาบาลที่บำรุงราษฎร์กำจัดหมดสิ้นแล้ว ฮ่าๆๆๆ



นี่กะกดให้จมน้ำตายเลยใช่ป่าว



ตอนนั้นอีป้ายังอวบอยู่



สามเกลอ



ป้าสองคนที่จูเลี่ยนไม่ยอมนวดด้วย



สุดท้ายจูเลี่ยนต้องนวดกับยายทวดในมุ้ง



เจ้าหมา ณ ร้านกาแฟ



ไทยวิสกี้+กระทิงแดงและไหมไทย



ดีตอนกินท่านไม่ค่อยเทศนา



รักป้าเจที่ซู๊ด แหง๋หล่ะ ก็ชั้นขับรถให้นั่งกันนี่ยะ



วันนั้นพระจันทร์น่ารัก สองคนเลยจุดบุหรี่ด้วยพระจันทร์



อิ่มกันแล้ว เตรียมย้ายไปเต้นระบำ



ข้ามฝั่งไปถึงเกาะเสม็ด ยั๊งไปเจอสมาคมชาวฝรั่งเศสอีก คุยงานกันต่อซะเลย ฮ่าๆๆ



หน้าตาบอกได้เลยว่าสองป้าหลานเพิ่งตื่น



รออาหารเช้า



สามคนรับบริการให้พี่ๆขัดส้นเท้าให้ ฝีมือมากมาก ด้านหลังมีไข่ปิ้งหาบขาย ชอบรูปนี้จัง



แล่นแล้ที่หน้าตำนานป่า



มื้อนี้หิวสุดสุด



คนเยอะแยะ



พี่น้องหน้าทะเล้น



ขอบคุณผู้ร่วมเดินทางกับป้านะจ๊ะ







Create Date : 04 กันยายน 2553
Last Update : 4 กันยายน 2553 8:47:45 น. 15 comments
Counter : 1496 Pageviews.

 
It was a very wonderful trip indeed. There is nothing worth more than true friends. Actually we hardly find even one true friend, but GOD loves you na sister, he gives you TWO.


โดย: Jack IP: 222.123.88.151 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:9:15:04 น.  

 
สวัสดีครับ..พี่หนุ่ย มาเยี่ยมวันหยุดครับ


โดย: nuyect วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:9:22:47 น.  

 
ปานประหนึ่งว่า เกาะล้อติดไปด้วย 555+ เล่าเรื่องได้ขำดีค่ะ...เคยเอาความขมขื่นไปทิ้งเกาะล้านมาเหมือนกัน แต่เหมือนเสียเวลาเปล่า ขาไปความทุกข์หนักโลนึง ขากลับแบกกลับมาเกือบ 10 โลแน่ะ นึกงงตัวเองอยู่ในใจ..แล้วนี่ตรูจะถ่อแบกเป้ไปทำไมคนเดียวฟระ..เง้อออ


โดย: แหม่ม (i'm not superman ) วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:9:30:45 น.  

 
สนุกจัง..ตลกสุด ๆ

เอาอีก ๆ :P

เพื่อนตอนผมยาวนี่สวยจริง ๆ.. เออ ช่าย .. ยังไม่ส่งรูปทรงผมใหม่มาให้ดูเลยง่ะ !!


โดย: bagbypat IP: 58.9.49.56 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:10:07:40 น.  

 
น่าสนุกจังเลย

ถ่ายรูปได้ธรรมชาติมากค่ะ

ไม่แอ๊บแบ๊วห่วงสวยดี

น่ารักๆๆๆ


โดย: โจนบ้ากับป้าแก่ๆ วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:11:45:43 น.  

 
อ่ะนะ นึกว่าเพิ่งไปมา ดูๆๆไปอ้าวมาน ปีไหนว่ะเนี่ย


โดย: gracy IP: 124.120.226.182 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:12:41:48 น.  

 
เมือ่ 5-6 ปีที่แล้วไปเสม็ดครั้งสุดท้าย แล้วตั้งใจว่าจะไม่ไปอีก แต่พอมาอ่านเรื่องนี้ อยากไปอีกหน ดูซิว่ามันจะเปลี่ยนไปแค่ไหน


โดย: magic-women วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:16:33:56 น.  

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:18:59:14 น.  

 
นั่งดูตัวเองตอนผมยาว เออ สวยดีเหมือนกันแหะ อิอิ แล้วตูไปตัดทำไมวะนั่น อ๋อ จำได้ละ ตอนนั้นอกหักเลยตัดผม กร๊ากกกก


โดย: jaysephine IP: 76.218.61.35 วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:23:46:46 น.  

 
กลับมาไว้ผมยาวอีกเหอะพี่เจ


โดย: Jeabzy IP: 61.47.105.65 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:8:24:18 น.  

 
ห้องอาบน้ำวน ฮาได้อีก อิอิ
อ่านแล้วอยากไปกินส้มตำไก่ย่างริมหาดขึ้นมาทันทีเลยอ่ะครับ
รูปถ่ายธรรมชาติเจงๆ


โดย: แมนคร้าบบ IP: 61.47.105.65 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:9:43:40 น.  

 
จำน้องหมาตัวเดิมได้

อยากไปเที่ยวกับพี่เจอีก

แต่ไม่เอาระบบน้ำวนนะ 55+


โดย: เด็กเตาีรีด IP: 61.47.105.65 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:9:50:17 น.  

 
อ่านกี่ที ฟังกี่หน ระบบน้ำวนก็ยังขำ แต่อารมณ์ไหนเนี่ย มานั่งรำลึกความหลัง 55555 (จะ 5 ยาวกว่าเด็กเตารีด สามตัวก็เอาฟระ)


โดย: Nui IP: 61.47.105.65 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:10:21:58 น.  

 
ดูจากที่เที่ยวแสดงว่าที่เราไปคราวที่แล้ว เดินตามรอยที่พี่เจไปมา เหมือนกันเลย หมาตาดำ กับร้านตำนานป่า แต่ร้านนั้นสวยจริงๆนะครับ นึกว่าซาฟารีเวิลด์ 555 อยากไปเที่ยวอีกคร้าบ


โดย: Ton IP: 61.47.105.65 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:11:30:08 น.  

 
haha...บรรยายได้ฮามากเลยพี่เจชอบๆ จากที่ก่อนหน้านี้เมย์เครียดๆมีปัญหานิดหน่อยพอเข้ามาอ่านกระทู้นี้ดูแล้วหายเครียดเลยค่ะพี่เจ :)


โดย: May IP: 94.223.4.243 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:23:13:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jaysephine
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Happy Always
Friends' blogs
[Add jaysephine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.