ลูกแกะตัวนั้น .. มันยังส่งเสียงร้องอยู่ในความฝันของคุณใช่มั้ย .. ?
[ ... ไมโคร ... ]

...

สนามหญ้าผืนสดเขียว สะท้อนเงาแดดยามสาย เม็ดน้ำค้างใสสวยบางส่วนยังคงเกาะพราวอยู่ตามร่องใบน้อยนิด จากหน้าต่างชั้นสองที่มองลงมา บางครั้งไมโครก็สงสัยถึงที่มาของเมล็ดน้ำที่มองเห็นว่ามันมาจากที่ใด ในเมื่อก่อนปิดเปลือกตาหลับไหลในคืนก่อน เขากลับเห็นแต่เพียงผืนหญ้าเขียวทึมใต้เงาจันทร์สีเหลืองนวล ที่ซ่อนกายครึ่งหนึ่งใต้เงาโลก และอวดโฉมเพียงรอยโค้งราวคมเคียวที่หมายจะเกี่ยวหมู่ดาว

ขอบราวเตียงที่สูงชัน บดบังสิ่งที่เขาต้องการเห็นผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดบานนั้นไปเสียกว่าครึ่ง ซี่ลูกกรงที่พุ่งจากเบื้องล่างแม้จะมีจุดสิ้นสุด แต่ความฝันของเขาสามารถข้ามมันไปได้ มันพาเขาไปได้ไกลสุดขอบโลกโดยที่เขาไม่ต้องก้าวขา มันพาเขาขึ้นไปได้สูงโดยที่ไม่ต้องป่ายปีน และโลกก็จะถูกหมุนให้ปั่นติ้วราวกับลูกข่างของเด็กข้าง ๆ เตียงโดยที่เขาไม่ต้องขยับแขน ...

ใช่ ... โดยที่ไม่ต้องขยับแขน เพราะเขาไม่มีแขนให้ขยับ !


...

รัตน์หยิบชาร์ทตรวจสอบที่ถูกหนีบบนแฟ้มขึ้นมาอ่านรายละเอียด ก่อนจะออกไปปฏิบัติหน้าที่ รายการตรวจสอบในห้องเด็กอ่อนบ่งบอกสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เธอตระหนักถึงภารกิจภายใต้ชุดสีขาวสะอาดที่มีต้นกำเนิดมาจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ยามค่ำคืนที่เจ็บปวดของสงคราม เดินถือตะเกียงดวงน้อยออกไปดูแลเหล่าทหารที่บางคนขาขาดจากการโดนระเบิด บางคนใส้แตกออกมานอกพุงจากอานุภาพปืนกลหนัก และนอนรอปีกมัจจุราชผืนดำสนิทที่แผ่ครอบคลุมความเกลียดชังใต้ม่านฟ้าฤดูหนาว ในความเดี่ยวโดดของความตาย เธอคนนั้นจะแตะตัวผู้คนอย่างอ่อนโยน และส่งยิ้มให้อย่างอารีย์

เรื่องราวที่ถูกประทับในความทรงจำแต่วัยเยาว์ ทำให้รัตน์ออกเดินทางตามสิ่งที่ฟอร์เรนซ์ ไนติงเกล เคยทำเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว เพียงแต่ในขณะนี้รัตน์มิได้ดูแลทหารหาญ หากแต่เป็นร่างกระจ้อยร่อยของเด็กอ่อนน้อยใหญ่หลายสิบชีวิตบนชั้นสองของสถานแรกรับเด็กอ่อน เธอลอบถอนใจเบา ๆ ระหว่างทางเดินแคบ ๆ จากห้องพยาบาลเวรไปยังห้องเด็กอ่อนด้วยตระหนักถึงชะตากรรมที่เหล่าลูกมนุษย์เหล่านั้นต้องเผชิญหน้าร่วมกัน เมื่อการถือกำเนิดคือการต้องคำพิพากษาในความผิดที่มิได้เป็นผู้รู้เห็นในการกระทำขอบุพพการี ถูกตีตรวนล่ามข้อเท้าไว้ด้วยความเดี่ยวโดดและอ้างว้างตั้งแต่ไม่กี่วันที่ลืมตาดูโลก มีชีวิตอย่างโหยหิวในความอบอุ่นของอ้อมกอดอย่างไม่มีวันจบสิ้น และมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องแหกปากกลางดึกอยู่บ่อยครั้งอย่างเปล่าเปลี่ยวใต้แสงจันทร์

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนแทบจะเป็นความเคยชินของเหล่าพยาบาลเวรทุกคนที่ต้องปฏิบัติงานยามค่ำคืน ภายในห้องเด็กอ่อนที่โล่งกว้างหากมีเด็กสักคนร้องขึ้น ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีจะมีเสียงเด็กคนอื่นร้องตามขึ้นมาเป็นลูกโซ่ ดังนั้นเมื่อมีเสียงเด็กร้องขึ้น พยาบาลเวรจะต้องเข้าถึงเตียงของเด็กคนนั้นให้เร็วที่สุดเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เขาตื่น ปัญหาส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเรื่องของการขับถ่าย และการสะดุ้งผวาตื่นจากสัญชาติญาณ ซึ่งในกลุ่มเด็กที่ถูกทอดทิ้งจะมีอาการเช่นนี้บ่อยมาก สำหรับรัตน์ซึ่งทำงานเป็นพยาบาลที่นี่มานาน เธอรู้ดีว่าเพียงการลูบไล้สัมผัสเพียงแผ่วเบาและอบอุ่น ก็ทำให้เด็กน้อยเหล่านั้นสงบลงและหลับไหลไปสู่ความฝันว่าง ๆ ต่อไปได้

ยกเว้นเพียงรายเดียวคือ ... ไมโคร


. . . . .

ใบบันทึกการส่งตัวจากโรงพยาบาล ไม่ได้ลงชื่อเด็กผู้ชายคนนั้นเนื่องจากมารดาได้หายตัวไปตั้งแต่ 3 วันหลังคลอด ในบันทึกแจ้งความผิดปรกติตั้งแต่แรกเกิดคือการที่ไม่มีแขนทั้งสองข้างเสมอหัวไหล่ และต้องเข้าตู้อบเพราะน้ำหนักแรกเกิดเพียง 1890 กรัม ความจำเป็นที่จะต้องมีนามเรียกขานเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของพยาบาลในสถานแรกรับเด็กอ่อน ใครสักคนหนึ่งในหมู่พยาบาลจึงเรียกเด็กผู้ชายคนนี้ว่า “ไมโคร”

ไม่ใช่เพียงแต่ความพิการทางกายเท่านั้นที่ทำให้ไมโครแตกต่างจากเด็กคนอื่น ไมโครไม่ค่อยร้อง ไม่ค่อยส่งเสียง เมื่อใดที่เขาส่งเสียงนั่นหมายถึงว่าเขาหิว และมันก็หาใช่การส่งเสียงร้องร่ำไห้หากแต่ฟังดูราวเสียงขู่คำราม พยาบาลเวรต้องเดินมาตรวจผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ใส่ให้ไมโครบ่อย ๆ เพราะถึงฉี่จะเปียกโชก อึจะแหลกเหลวเต็มก้น ไมโครก็จะนอนเล่นเฉย ๆ อยู่อย่างนั้นจนกว่าพยาบาลจะมาตรวจแล้วเปลี่ยนให้เขาเอง

ในค่ำคืนหนึ่งที่แสงจันทร์ทอทาบลงบนสนามหญ้า รัตน์เดินตรวจไปตามเตียงเช่นเคย และเธอมองเห็นไมโครนั่งส่งสายตาลอดซี่ลูกกรงเตียงมองพระจันทร์ที่นอกหน้าต่างบานเกล็ด รัตน์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเพราะในขณะนั้นไมโครมีอายุเพียง 4 เดือนกว่า ๆ ในขณะที่เด็กทั่วไปที่มีแขนสองข้างจะลุกขึ้นนั่งได้เองก็ต่อเมื่อมีอายุอย่างน้อย 6 เดือน !

รัตน์ค่อย ๆ เดินเข้าไปข้างเตียงของไมโคร เด็กน้อยยังคงจ้องมองแสงเหลืองนวลบนท้องฟ้าสีครามอมดำอย่างไม่ละสายตา รัตน์เอื้อมมือไปลูบหัวไมโครอย่างแผ่วเบา ในความเงียบที่อ้างว้าง เธอเห็นไมโครค่อย ๆ หันหน้ามามองเธอ ภายใต้แสงจันทร์สะท้อนประกายสายน้ำตาที่ไหลหยดผ่านสองแก้มของเด็กน้อย และความว้าเหว่ที่ฉายทาบทับบนแววตา

“ดึกแล้วนะไมโคร นอนเถอะนะ”

รัตน์พูดเบา ๆ ก่อนจะประคองร่างที่ไร้แขนให้เอนกายลงบนเตียง เธอเช็ดน้ำตาบนแก้มทั้งสองข้างของเด็กน้อยอย่างเวทนา ไมโครหลับตาลงและหายใจอย่างแผ่วเบา รัตน์ลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ ก่อนเดินกลับไปตรวจตามเตียงอื่น ๆ จนทั่วก่อนที่จะกลับออกไปยังห้องพยาบาลเวร และถ้าเพียงเธอหันหลังกลับมามองสักนิด

เธอจะเห็นว่าไมโครลืมตาขึ้นมามองตามจังหวะการก้าวเดินของเธอ จนเธอเดินพ้นไปจากห้อง ...


. . . . .

ไม่กี่เดือนหลังจากค่ำคืนนั้น มีพยาบาลคนหนึ่งเห็นไมโครพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ไมโครคว่ำหน้าแล้วดันตัวเองด้วยสองขาไปชิดหัวเตียงแล้วค่อย ๆ ยกส่วนก้นขึ้น กดคางลงมาแนบหน้าอกแล้วชักขายันตัวขึ้นทีละน้อย ในขณะที่ขาทั้งสองข้างพาครึ่งหนึ่งของร่างกายช่วงล่างสูงขึ้น หัวของไมโครยังยันที่หัวเตียงพลางหายใจฟืดฟาดหมายจะงัดร่างขึ้นมายืนหยัดให้จงได้ !


. . . . .

บางครั้งไมโครก็สงสัยว่าพระจันทร์ดวงสวยที่ทอประกายนวลเหลืองที่นอกหน้าต่างบานเกล็ดหายไปไหน แม้ว่าเขาจะพยายามมองหาสักเท่าใดก็ไม่พบ เขาอยากให้มีพระจันทร์ดวงสวยอยู่บนแผ่นฟ้าสีครามอมดำนั้นทุกคืน แต่พระจันทร์ก็ใจดำจากไปไม่ให้เขาได้มองเห็น เช่นเดียวกับที่บางค่ำคืนไม่มีเงาร่างของพยาบาลคนนั้นที่เคยมาปาดรอยน้ำตาใต้แสงจันทร์เสี้ยวซึ่งแขวนตัวคล้ายรอยโค้งราวคมเคียว

รอยโค้งราวคมเคียวที่หมายจะเกี่ยวหมู่ดาว


แต่คืนนี้มีพระจันทร์ เขามองแสงสว่างที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดอย่างเป็นสุข และพยาบาลคนนั้นก็เดินมาลูบหัวของเขาเบา ๆ ก่อนจะห่มผ้าให้เขาเหมือนดั่งเช่นที่เธอทำทุกครั้ง

“ดึกแล้วนะไมโคร นอนเถอะนะ”

ไมโครหลับตาลง และตั้งใจว่าจะลืมตามองตามหลังร่างที่สวมชุดสีขาวสะอาดเมื่อเธอเดินจากไปเหมือนทุกครั้ง แต่แสงจันทร์นวลเหลืองกลับส่งให้เขาเดินทางสู่ความฝันอย่างรวดเร็ว


ความฝันว่าง ๆ


. . . . .

. . .

. .

.

.

.


.


ราวกับถูกผลักให้ร่วงตกลงมาจากขอบฟ้า ไมโครสะดุ้งเฮือกสุดตัว และเปิดตาขึ้นมาพบกับความว่างมืด ไม่มีแสงจันทร์ ไม่มี พระจันทร์ของเขาหายไปไหน เมื่อกี้เขายังเห็นอยู่ ทำไมมันมืดอย่างนี้ พี่พยาบาลคนนั้นหายไปไหน ทำไมเขาต้องมาอยู่ที่นี่

ทำไม ... !!!


น้ำตาไหลพรากลงท่วมสองแก้ม ไมโครลุกขึ้นนั่งพลางเหลียวมองไปรอบ ๆ พี่พยาบาลไปไหน มาเช็ดน้ำตาให้ที ตามพระจันทร์กลับมาให้ด้วย

พระจันทร์ ...


พระจันทร์ไปไหน ...


พระจันทร์ของฉัน


... หายไปไหน !!!



ไมโครเอียงตัวไปพิงซี่ลูกกรงกันตกของเตียง ก่อนจะใช้สองขายันตัวให้ลุกขึ้นยืน เขาใช้หัวไหล่ทู่มนขยับพิงซี่ลูกกรงขึ้นไปเรื่อย ๆ น้ำตาไหลหยดลงมาจนเปียกหน้าอก นอกหน้าต่างบานเกล็ดบานนั้น ...

ที่พระจันทร์ของไมโครหายไป


ทำไม ... !!!



พระจันทร์ของฉัน


... หายไปไหน !!!







. . . . . . . .

เช้าวันนั้น เมื่อพยาบาลเวรคนใหม่เดินเข้ามาตรวจเวรที่ห้องเด็กอ่อน ก็พบไมโครนอนอยู่ที่พื้นห้องในสภาพที่คอหักหมุนได้รอบ มีรอยน้ำตาเปื้อนนองไปทั้งสองแก้ม แต่ยังส่งสายตาไปยังนอกหน้าต่างบานเกล็ดที่หัวเตียง

ราวกับจะมองหาอะไรบางอย่าง


...




Create Date : 05 พฤษภาคม 2551
Last Update : 5 พฤษภาคม 2551 1:05:59 น. 13 comments
Counter : 256 Pageviews.

 
สวัสดีตอนดึกค่ะ

มนุษย์จำเป็นต้อง " เกาะอะไรสักอย่าง" เพื่อลดความกลัวอ้างว้างในใจ...


ฝันดีค่ะ


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ญามี่ วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:30:04 น.  

 
ผมเพิ่งกลับมากรุงเทพฯ ไปอำเภอสวนผึ้งซะหลายวัน เพลียสุด ๆ แต่ก็สนุกดี ฝนตกแทบทุกวัน เดี๋ยวต้องไปนอนอีกรอบ แล้วค่อยคุยกันนะครับ


โดย: ลิด้า วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:54:17 น.  

 
เป็นคนที่มีจินตนาการสูงและบรรยายเรื่องได้เก่งมากเลยคุณ


โดย: ดาริกามณี วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:35:48 น.  

 
โอ้ววว เห็นภาพเลยนะน่านนน


โดย: พี่เฮฮา (พี่เฮฮา ) วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:52:04 น.  

 
ดึกไปนิด แต่ยังมาส่งฝันดีค่ะคุณโจ


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ญามี่ วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:15:31 น.  

 
เส้าจัง... ดูหนังมากไปป่าวพี่.. แต่นู๋ชอบนะ..


โดย: *C-girl* IP: 124.120.222.249 วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:47:29 น.  

 
ขอให้ ไมโคร พบกับเรื่องเลวร้ายเพียงเท่านี้

จบ..

ชาติหน้าถ้าต้องเกิด ขอให้ไมโครได้เจอกับครอบครัวและความรักที่พร้อมจะดูและนะ


โดย: ดอกฝิ่นสีชมพู วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:27:14 น.  

 


โดย: ญามี่ วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:48:24 น.  

 
" "

น่าเศร้านะคะ
ขอให้ไมโครหลับฝันดีนะคะ

" "


โดย: b a i t o e y* (เจ้าจันทร์ผมหอม ) วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:2:53:05 น.  

 
หายไปนานนะเนี่ย จ่าโจ


โดย: ดาริกามณี วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:12:33:47 น.  

 
แวะมาทักทายไมโครคะ


โดย: ดอกฝิ่นสีชมพู วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:18:09:07 น.  

 
จ่าโจ.. ฝากมาบอกว่า.. ขอบคุณเพื่อนๆ ที่คิดถึงจ้า... ช่วงนี้ติดงาน.. เยอะเลย.. เลยม่ายได้เขียนเรื่องใหม่ซะกะที.. ไว้งานหมด.. แย้ว.. จะมา update เรื่องใหม่นะจ๊ะ..


โดย: น้องสาวจ่า.. (*C-girl* ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:56:51 น.  

 
ชะแว๊บบบบบบบบบบ แวะมาเยี่ยมคร๊าบ


โดย: พี่เฮฮา (พี่เฮฮา ) วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:20:12:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จ่าสิบเอกโจ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" I sit and talk to God

And he just laughs at my plans

My head speaks a language

I don't understand ... "

...
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add จ่าสิบเอกโจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.