ลูกแกะตัวนั้น .. มันยังส่งเสียงร้องอยู่ในความฝันของคุณใช่มั้ย .. ?
ขอเป็นคนสุดท้าย ...

...

[ แด่ relexa ผู้อยู่ในห้วงคำนึง และเป็นเงาสะท้อนภาพคาแร็คเตอร์หญิงสาวในงานเรื่องสั้นของผม ]


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .


“คือกำลังใจ..ฮืมม..ฮือ..ที่เธอไม่รู้

แอบรักเธออยู่ กับคำที่เขาอยากถาม

เธออยากมีใคร บ้างไหม เมื่อใดก็ตาม

ที่หัวใจไถ่ถาม ถึงคำหนึ่งคำว่า..รัก”


. . . . .

สำเนียงลูกทุ่งลอยฝ่าแดดอ่อนสีส้มอมแดง ทำให้ครูหวานอมยิ้มน้อยๆ ให้กับยอดตำลึงสีเขียวสดที่กำลังเด็ดใส่กะละมังอลูมิเนียม ต้มจืดวันนี้คงหวานนักจนอาจจะต้องตัดเค็มเติมซีอิ๊วขาวเหตุเพราะเจ้าของเสียงที่กำลังจอดรถจักรยานที่ข้างบ้านพักครูนี่เอง ใต้เงาปีกของหมวกผักตบชวาสาน คาดขวางด้วยคิ้วเข้ม ข้างแก้มคล้ำเปลวแดดพาดรอยแผลเป็นนูนแดงเป็นเส้นตั้งแต่หางคิ้วลากลงมาจนเกือบถึงมุมปากด้านซ้าย แต่นั่นก็หาได้ลดทอนความอบอุ่นในความรู้สึกของครูหวานที่มีต่อชายคนนี้เสมอมา

“ทีหลังเข้ามาเงียบ ๆ บ้างก็ได้ ไม่ต้องร้องเพลงนำเข้ามาทุกทีหรอก”

ครูหวานบอกผู้มาเยือนใต้ถุนบ้านพักครูยามบ่ายวันเสาร์ เขาเปิดหมวกออกกระพือพัดไล่ความร้อนก่อนจะยื่นปลานิลตัวเขื่องที่ถูกเส้นตอกร้อยเหงือกส่งให้เธอ

“เอามาฝากจากท้ายไร่ พอดีได้มาสองสามตัว ทำอะไรกินล่ะครู .. ต้มตำลึงอีกแล้ว นี่ครูไม่คิดจะออกไปเดินซื้อกับข้าวที่ตลาดมากินบ้างรึไง เล่นตำลึงข้างรั้วบ้านตลอดเลยนะ”

ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ แม้ระยะห่างจากตัวเขาไปถึงตัวครูหวานจะกว้างเพียงวาเดียว กั้นกลางด้วยกะละมังอลูมิเนียม แต่กระทั่งยอดตำลึงที่ถูกเด็ดแล้วในกะละมังยังรับรู้ได้ถึงความเหินห่างบางประการระหว่างเขากับครูหวาน มันเหมือนมีกำแพงไร้เงาไร้สภาพบังบดไว้อย่างเงียบเชียบ และแสดงออกมาในรูปแบบของการที่ครูหวานไม่เคยสบตาเขาจังๆ มาเป็นเวลานานมากแล้ว พอเขามองวงหน้าของเธอ เธอก็จะมองไปทางอื่น จนเขามองไปทางอื่นนั่นแหละเธอถึงจะมองหน้าเขา แม้จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดี ๆ ที่อยู่ระหว่างกลางของกันและกัน แต่ก็สร้างคำถามค้างคาในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา


คำถามที่ว่า ... ในค่ำคืนเดือนหงายเธอกับเขามองพระจันทร์กันคนละดวงรึเปล่า ?

“เงินเดือนครูมันน้อยนะ จ่าก็รู้นี่ อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัดแหละ แล้วอีกอย่างชั้นก็รู้ว่าบ่าย ๆ วันหยุดอย่างนี้ เดี๋ยวจ่าก็หิ้วตัวอะไรต่อมิอะไรมาฝากชั้นทุกที”

ครูหวานตักน้ำจากโอ่งใส่กะละมังอีกใบ ก่อนจะแช่ปลานิลลงไป แม้จะหันหลังให้แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงไอละมุนที่โอบกอดเธอผ่านแววตาของเขา มันเป็นเช่นนั้นเสมอ แล้วก็ใช่ว่าหัวใจของเธอจะเป็นก้อนหินที่ไม่รู้สึกรู้สา แต่รอยแผลเป็นที่กรีดลึกอยู่ข้างใจของเธอหาได้แตกต่างจากเส้นนูนแดงที่ข้างแก้มของเขา ถึงความระทมทุกข์จะเดินทางจากไปกับกาลเวลาและคนบางคน รอยแผลในใจของเธอก็ยังคงสมานตัวไม่สนิทและสำแดงอาการอักเสบด้วยหยดน้ำตาที่ไหลอาบแสงจันทร์อย่างเดียวดาย นั่นคือเหตุผลที่เธอยังเลือกที่จะสร้างเกราะกำบังใจอันเจ็บปวดของเธอไว้อย่างมิดชิด

“ครู .. พรุ่งนี้ไปไหนรึเปล่า ผมจะชวนไปกินข้าวป่า”

จ่าหาญเอ่ยถามหญิงสาวแต่สายตาทอดไกลออกไปยังโค้งขอบฟ้ายามบ่าย ยอดดอกแคขาวละมุนเอียงอายระริกลมอ่อนที่ริมรั้วหน้าบ้านพักครู ราวกับจะชวนเชิญให้ดึงเด็ดไปผัดน้ำมัน ได้น้ำพริกกะปิสักถ้วยกับข้าวสวยร้อน ๆ คงจะดีไม่น้อย

“ไปก็ได้ จ่าจะให้ชั้นทำอะไรไปกินบ้างรึเปล่าล่ะ”

“ครูช่วยตำน้ำพริกกะปิติดไปด้วยก็แล้วกัน ที่เหลือผมจัดการเอง .. สายๆ ผมมารับครูนะ”

จ่าหาญสวมหมวก ลุกขึ้นเดินเอียง ๆ กลับไปยังรถจักรยานที่จอดอยู่ ก่อนจะหันกลับมาส่งรอยยิ้มให้ครูหวานผู้ซึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาเด็ดยอดตำลึงต่อไปราวกับจะไม่รู้สึกถึงรอยยิ้มของจ่า แต่นั่นก็ไม่สำคัญเพราะเขารู้ดีว่าทันทีที่เขาหันหน้ากลับและขี่จักรยานออกไป จะมีสายตาห่วงใยของครูสาวส่งตามติดเงาหลังของเขาไปจนลับสายตา

สิ่งเดียวที่จ่าหาญไม่รู้ก็คือ นอกจากสายตาห่วงใยของครูหวานแล้ว ยังมีความเกรี้ยวกราดจากสายตาอีกคู่หนึ่งเกาะติดเงาหลังของจ่าไปด้วย

. . . . .

หลายปีผ่านมาแล้ว ตอนที่หาญได้ลาพักกลับมาเยี่ยมบ้านเขาถึงทราบข่าวว่าน้ำหวานเดินทางไปศึกษาต่อยังสถาบันราชภัฏแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เสียแล้ว เขานึกเสียดายที่ไม่ได้เอ่ยปากบอกความในใจของเขาที่มีต่อน้ำหวานในวันที่จบการศึกษาชั้นมัธยมปลายของอำเภอ ก่อนที่จะแยกย้ายอำลาจากกันมีเพียงรอยลายเซ็นต์จากปากกาเต็มผืนเสื้อสีขาว ทิ้งไว้แต่ในตำแหน่งเหนือหน้าอกเบื้องซ้าย ที่เป็นลายมือของเด็กผู้หญิงตาโตคนนั้นสั้น ๆ เป็นรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ และกำกับข้อความ “ของน้ำหวานนะ”

หาญเดินทางกลับไปประจำการที่กรม และรอคอยวันที่จะได้ปลดประจำการ แต่ข่าวที่ถูกส่งมาถึงในเวลาต่อมาคือน้ำหวานรับหมั้นกับ อบต.หนุ่มลูกชายกำนันด้วยเหตุผลบางประการ ความฝันที่จะกลับไปพบหน้าหญิงเจ้าของลายเซ็นต์ที่ถูกสลักไว้เหนือหัวใจสลายไปสิ้น เขาสมัครเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบกด้วยความรู้สึกที่อยากจะหนีไปให้ไกลสุดหล้า จบจากโรงเรียนนายสิบหาญก็ถูกเลือกให้เข้าอบรมต่อยังศูนย์สงครามพิเศษป่าหวาย ก่อนจะถูกส่งไปปฏิบัติการรบนอกแบบบริเวณแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ข่าวคราวช่วงหลังที่เขาได้รับทราบคือชีวิตแต่งงานที่ไม่ราบรื่นของน้ำหวานซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นครูหวานของเด็ก ๆ และตามมาด้วยการขอแยกทาง ครูหวานแต่งงานใหม่อีกครั้งกับเกษตรอำเภอ คราวนี้ดูเหมือนชีวิตครูหวานจะไปด้วยดี ถ้าไม่เกิดเหตุซ้ำให้ชีวิตแต่งงานของครูหวานล่มไปอีกรอบ เกษตรอำเภอถูกประกบยิงเสียชีวิตคารถปิ๊คอัพภายหลังจากการไปตรวจสอบโรงสีที่มีข่าวพัวพันการทุจริตจำนำข้าวเปลือก

ชายหนุ่มเดินทางกลับมาตุภูมิถิ่นเกิดภายหลังจากภารกิจสุดท้าย เขาทิ้งขาข้างหนึ่งไว้ที่แนวตะเข็บชายแดนด้านอำเภอพบพระ จังหวัดตาก และเก็บรอยแผลเป็นนูนแดงที่คาดยาวเป็นเส้นตั้งแต่หางคิ้วลากลงมาจนเกือบถึงมุมปากด้านซ้าย ราวกับเป็นการประดับเหรียญกล้าหาญบนใบหน้า มรดกชิ้นสุดท้ายของบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วคือที่ดินเกือบ 20 ไร่ จ่าหาญในวันนี้ลงมือพลิกฟื้นมันด้วยสองมือให้กลายเป็นไร่นาสวนผสม ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ และใช้ชีวิตแบบเศรษกิจพอเพียงซึ่งเขาได้รับการปลูกฝังและอบรมมาในช่วงชีวิตการเป็นทหาร สิบกว่าปีของการจำพรากไม่ได้ลดทอนความปราถนาที่จะได้เอ่ยความในใจ กับหญิงสาวที่เคยเขียนลายเซ็นต์ไว้ที่เหนืออกเบื้องซ้ายของเขาให้ลดลงแม้แต่น้อย

. . . . .

ควันกรุ่นลอยตามดินเหนียวร้อนระอุที่พอกบนตัวปลาช่อนยามถูกแกะออกพร้อมทั้งเกล็ด เปิดเนื้อขาวละเอียดที่วางนอนบนผืนใบตองสด สายบัวอ่อนและน้ำพริกกะปิวางเคียงคู่กันบนเถียงนาชายบ่อของจ่าหาญ เขาหยิบห่อใบบัวหลวงที่มีข้าวสวยอุ่น ๆ อยู่ภายในส่งให้ครูหวานห่อหนึ่ง ก่อนจะแกะห่อของตัวเองส่งให้กลิ่นหอมละมุนให้โชยมาแตะจมูก เขาแกะเนื้อปลาช่อนตักใส่ลงในห่อข้าวของครูหวาน ก่อนจะตักใส่ในห่อข้าวของตน น้ำพริกกะปิรสชาติเข้มข้นถูกราดลงไปพร้อมกับเม็ดพริกขี้หนูสดและมะเขือพวง สายลมอ่อนพัดพริ้วระลอกน้ำในบ่อข้างเถียงนาให้วิ่งเป็นคลื่นไปจรดฝั่ง เสียงนกเขาเปล้าขันคู้คูลอดกอไผ่ราวกับการบรรเลงบทเพลงในห้องอาหารชั้นเลิศ

ครูหวานแอบมองชายหนุ่มอดีตทหารผ่านศึกผู้แปรสภาพมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวในวันนี้ พลางนึกสงสัยว่าในช่วงชีวิตที่ถูกถีบถ่างห่างจากกัน เขาต้องผ่านพบบททดสอบของการมีชีวิตที่ดุดันสักปานไหน จ่าหาญไม่เคยปริปากบอกเล่าเรื่องราวในช่วงชีวิตการเป็นทหารหรือแม้แต่เหตุที่ต้องสูญเสียขาข้างนั้นให้ใครฟังแม้แต่คนเดียว แต่จากร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้ปรากฎชัดแจ้งถึงฉากการต่อสู้ที่ไม่มีคำว่าปราณี และปณิธานการรบที่ยังคงสาดเจิดจ้าในแววตานักสู้ แม้ในบางจังหวะที่แลดูจะกลับมาสงบและอบอุ่น ดังเช่นที่เธอเคยสบตาเด็กหนุ่มคนนั้นในวันที่จบมัธยมปลาย แต่ก็เป็นความอบอุ่นที่อ้างว้างเสียเหลือเกิน มันอ้างว้างเดี่ยวโดดราวกับจะแยกตัวจากผู้คนรอบข้าง ยกเว้นเธอ..

“หวาน .. ผมมีอะไรจะบอก”

จ่าหาญเอ่ยปากกับครูสาว หลังมื้ออาหารผ่านพ้นและเงาของต้นคูนทอดกายทาบทับเถียงนา สายลมหอบโชยอย่างแผ่วเบาราวกับจะหยุดฟังอย่างตั้งใจ ครูหวานแปลกใจเล็กน้อยที่เขาเรียกชื่อเธอเฉย ๆ โดยไม่มีคำว่าครูนำหน้าเหมือนเช่นทุกครั้ง

“ผมรักหวาน รักมานานแล้ว”

มันคำสารภาพที่แผ่วเบา แต่กลับแทรกเข้าไปดังกังวานในใจของหญิงสาว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเป็นครั้งแรกหลังจากที่หลบเลี่ยงความรู้สึกอันซ่อนเร้นมาเป็นเวลานานเน คล้ายกับการรอคอยค่ำคืนที่เดือนเต็มดวงจะสาดแสงนุ่มละมุน ขับไล่ความเดียวดายและเหน็บหนาวที่แผ่ปีกปกคลุมราตรีอันยาวนานของเธอ

“หาญคิดดีแล้วเหรอ เรามีสามีมาแล้ว 2 คนนะ ...”

หาญขยับกายเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว ก่อนจะเอื้อมไปกุมมือนุ่มเนียนที่เคยเซ็นต์สลักขอใจบนหน้าอกเบื้องซ้ายของเขา มือที่เขาเฝ้ารอคอยที่จะได้สัมผัสมาชั่วชีวิต

“มันไม่สำคัญหรอกว่าหวานจะมีใครมาสักกี่คน แต่ให้ผมเป็นคนสุดท้ายของหวานจะได้มั้ย ?”

หวานปล่อยให้ชายหนุ่มโอบกอดอย่างแผ่วเบา ความรักที่เปี่ยมล้นละลายลงถมทับช่องว่างระหว่างเธอกับเขา และกางปีกพาหัวใจสองดวงให้ลอยข้ามกำแพงไร้เงาไร้สภาพที่เคยกางกั้นให้สลายไปสิ้นในชั่วพริบตา

“หาญเป็นคนแรกของเราเสมอ..”

หวานกระซิบที่ข้างหูของเขา ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากอวบอิ่มของเธอให้บรรจงจูบบนรอยแผลเป็นนูนแดงที่ข้างแก้มของหาญ เสียงนกเขาเปล้าขันคู้คูแว่วลอดกอไผ่ และสายลมยังคงพัดโชยระริกใบหญ้าตอนที่หาญค่อย ๆ กดตัวหญิงสาวให้เอนลงนอน

. . . . .

ฝ่ามือกร้านหยาบค่อย ๆ บรรจงลูบไล้ผ่านเนินอกนิ่มละมุน ก่อนที่หาญจะซุกไซร้ใบหน้าบนความอวบอิ่ม สองมือของหวานเหนี่ยวรั้งศรีษะของเขาอย่างลืมตัว ยอดหัวนมสีชมพูไหวสะท้านยามถูกลากไล้ด้วยปลายลิ้นฉ่ำสาก หญิงสาวบิดกายด้วยความเสียวซ่านยามถูกดูดเลียปทุมถัน และครางละเมอราวตกลงในห้วงความฝัน ร่องหลืบเปียกเยิ้มไปตามอารมณ์ที่ประทุกรุ่นจากภายใน และจังหวะการบดคลึงติ่งแตดจากปลายนิ้วของเขา มันแทรกชอนไชบี้บดเสียจนเสียววูบวาบไปตามง่ามขาที่แยกอ้า เธอส่ายสะโพกร่อนรับพร้อมกับเผยอปากรับปลายลิ้นร้อนผ่าวที่แทรกตัวเข้ามาละเลียดปลายลิ้นของเธอ หวานจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของหาญ และร้องครางอย่างสุขสมเมื่อเขาดันแท่งเนื้อแทรกผ่านกลีบกาย สองขาโอบรัดสะโพกของเขายามที่ขยับตัวเข้าออก

หาญกระแทกกระทั้นเสียจนเธอขาสั่นระริก ปลายเท้าเกร็งงองุ้ม เธอรู้สึกราวกับถูกเหวี่ยวให้กระเด็นลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า ร่องฉ่ำเยิ้มร้อนผ่าวเด้งรับท่อนเอ็นที่บดทะลวง มันตอดกระตุกและดูดรัดความซ่านเสียวที่พุ่งกระฉูดเข้าไปภายในเรือนร่าง

ลมหายใจร้อนเร่าของเขาและเธอแผ่รดกันและกัน
ท่ามกลางอ้อมกอดของผืนทุ่งกว้าง

. . . . .

จ่าหาญส่งยิ้มให้หญิงสาวที่ยืนโบกมืออยู่บนระเบียงนอกชานบ้านพักครู ก่อนจะเดินจูงรถจักรยานกลับออกมา ชีวิตนับแต่นี้ต่อไปคงจะไม่เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยว ความฝันที่ผ่านการรอคอยมานานนับสิบปีกลายเป็นความจริงแล้ว อนาคตที่อบอุ่นกำลังเปิดประตูต้อนรับสองหัวใจที่จะเดินเคียงข้างกันตลอดไป เขาขี่จักรยานไปตามถนนลูกรังเส้นเดิมที่เคยพาความรักของเขาให้ลอยหายไป และนำพาความรักของเขาให้ย้อนกลับมาใหม่ในวันนี้


“..ปัง..”

เสียงคำรามจากปืนลูกโม่ดังออกมาจากข้างทาง รถจักรยานของเขาเสียหลักวูบและล้มลงตามแรงประทะของหัวกระสุน มันพุ่งเข้าเจาะด้านหลังของหัวไหล่ข้างซ้าย จ่าหาญพลิกตัวออกจากรถจักรยานที่ล้มคว่ำก่อนจะหมุนตัวกลิ้งออกห่าง เสียงฝีเท้าย่ำเหยียบพื้นถนนลูกรังวิ่งตรงเข้ามาหมายจะซ้ำ

จ่าหาญดึง 9 มม.พาราเบลั่ม ที่เหน็บอยู่ในซองด้านหลังเอวออกมา ก่อนจะยันตัวขึ้นนั่งชันเข่า ความปวดแปลบจากพิษของกระสุนแผ่ซ่านไปทั่วร่างซีกซ้าย ขาเทียมที่เขาใส่ทำให้ตัวเขาพลิกเอียงและเสียหลัก แขนข้างซ้ายแม้จะมีเลือดไหลลงมาจนถึงข้อมือแล้วแต่เขาก็ต้องใช้มันดันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ล้ม เงาคนผู้หนึ่งถลันวูบมาเบื้องหน้า ปลายปากกระบอกปืนลูกโม่ชี้ตรงมาที่เขา เสียงสับไกปืนดังสะท้านเข้าไปในสองหูของจ่าหาญ

“..แช๊ะ..”

ในช่วงเศษเสี้ยววินาทีของความเป็นความตาย ในจังหวะที่ปืนกระบอกนั้นสับไกแต่กระสุนด้าน จ่าหาญกระแทกสันครอบลูกเลื่อนปืนในมือเข้ากับต้นขา มันเป็นการขึ้นลำปืนออโตเมติกด้วยมือข้างเดียวของผู้ที่ผ่านประสพการณ์ในสนามรบมาอย่างโชกโชน
ก่อนจะวาดศูนย์ปืนพกสั้นในมือให้ชี้เฉียงเข้าหาผู้ประสงค์ร้าย

“จ่า...อย่า.......”

ครูหวานถลันตัวเข้ามาขวางพร้อมกับเสียงร้องห้าม จ่าหาญชะงักกับภาพที่ปรากฎเบื้องหน้า นิ้วชี้ที่สอดอยู่ในโกร่งไกถูกละออกมา ช่วงเวลาที่แสนสั้นเขาเห็นหยดน้ำตาของครูหวานทิ้งตัวเป็นสายลงอาบแก้ม

“..ปัง..”

จ่าหาญกระเด็นหงายไปตามแรงทะลวงของหัวกระสุน มันพุ่งตรงเข้าเจาะใส่ตำแหน่งหน้าอกเบื้องซ้าย ตำแหน่งเดียวกับที่น้ำหวานเคยเซ็นต์สลักขอใจ ตำแหน่งที่สร้างความเจ็บปวดในความรู้สึกของจ่าหาญตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ตำแหน่งที่เขาพิทักษ์รักษาไว้เพื่อผู้หญิงคนนี้ คนที่เพิ่งติดตามมารับสิ่งที่ได้จับจองไว้และประคองมันอย่างทะนุถนอมเมื่อตอนบ่าย

น้ำตาของอดีตนักรบค่อย ๆ ไหลซึมออกมาพร้อมกับเลือดอุ่น ๆ ที่ฉีดทะลักตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ค่อย ๆ แผ่วช้า เขามองเห็นครูหวานกรีดร้องร่ำไห้ ก่อนจะถูกลากถูลู่ถูกังไปขึ้นรถปิ๊คอัพ แล้วขับออกไปอย่างเร่งรีบตามทางถนนลูกรัง ทิ้งละอองฝุ่นสีแดงให้ลอยละล่องตามหลัง

ดอกคูนสีเหลืองลอยพริ้วไปตามสายลม โลกทั้งใบดูเหมือนจะเงียบสนิท
ที่ยังคงอยู่คือบทเพลงที่เขาเคยร้องลอยล่องไปตามความฝันที่เตลิดห่างไปแสนไกล

“...

เขาอยากเจอเธอทุกวัน เก็บไปฝันทั้งเช้าทั้งเย็น

เธอทุกข์ เธอสุข .. อยากเห็น

เขาเป็นห่วงเธอทุกยาม

คือกำลังใจ..ฮืมม..ฮือ..ที่เธอไม่รู้

แอบรักเธออยู่ กับคำที่เขาอยากถาม

เธออยากมีใคร บ้างไหม เมื่อใดก็ตาม

ที่หัวใจไถ่ถาม ถึงคำหนึ่งคำว่า..รัก”



. . . . .



Create Date : 11 เมษายน 2551
Last Update : 11 เมษายน 2551 9:00:16 น. 8 comments
Counter : 389 Pageviews.

 
โรแมนติกแบบดุเดือด เล็กน้อย



โดย: ดาริกามณี วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:9:05:33 น.  

 

คลิ๊ก..สร้าง Glitter ด้วยตัวคุณเอง


โดย: mamminnie วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:9:56:09 น.  

 


โดย: มาตา IP: 202.91.19.204 วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:15:44:41 น.  

 
เด็ดขาดมากนะจ่า


โดย: เพื่อนปุ๊ IP: 221.188.218.50 วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:20:14:54 น.  

 
หึหึ


โดย: ... IP: 118.173.50.244 วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:22:43:31 น.  

 
อาวเข้าปายยยย ฮาฮา


โดย: พี่เฮฮา (พี่เฮฮา ) วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:8:07:16 น.  

 


โดย: ญามี่ วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:0:37:52 น.  

 


นิกส์แอบตลกค่ะ ฮ่าๆๆ


นิกส์ลองกินไอติมดูแล้วค่ะ

นอกจากจะอ้วนขึ้นแล้ว ยังทำให้โดนด่าอีกค่ะ ฮ่าๆๆ


โดย: ไอเนะกิจัง วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:1:17:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จ่าสิบเอกโจ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" I sit and talk to God

And he just laughs at my plans

My head speaks a language

I don't understand ... "

...
Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
11 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add จ่าสิบเอกโจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.