คับที่อยู่ได้ คับใจต้องดูค่าตอบแทนก่อน
Group Blog
 
 
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
ปลาซาดีนนนนน

เอาล่ะ ... เรื่องจริงนี้อาจจะยากเกินที่จะรับได้ เตรียม พร้อมหรือยัง ? เราจะบอกคุณว่า ... ไมีมีปลาชื่อซาร์ดีนอยู่ในโลกนี้ !! คำว่า "ซาร์ดีน"เป็นเเพียงชื่อที่ใช้เรียกว่าปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกบรรจุอยู่ในกระป๋องเท่านั้น
คุณรู้มั๊ย ... !? เค้ามีการตั้งมาตราฐานของปลาซาร์ดีนกันด้วยนะ โดยคณะกรรมการที่มีชื่อเรียกว่า Codex Alimentarius Commission เพื่อให้เกิดผลปฏิบัติ คณะกรรมการจะรับฟังความเห็นจากทุกประเทศ ว่าต้องการให้ปลาพัธุ์ใดบ้างที่จะให้เป็นปลาซาร์ดีนได้ ตัวอย่างเช่น ในประเทศ
นอเวย์จะใช้ปลาสแปรตและเฮอร์วิงตัวเล็กตวน้อย อเมริกาใต้จะใช้ปลาแองโชวี ส่วนฝรั่งเศสและโปรตุเกสจะใช้ปลาฟิลเชิร์ด
ปลาซาร์ดีนได้รับความนิยมแพร่หลายในสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
ยอดขายทะลุเเป้าในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ( ในทศวรรษที่ 1930 ) เนื่องจากมีรสชาติอร่อย ราคาถูกเท่าที่เงินน้อยนิดจะซื้อได้ หลังจากทศวรรษที่ 1940 คนอเมริกันพอจะมีเงินติดกระเป๋าจึง
เป็นผลให้ยอดขายของปลาซาร์ดีนลดลงจนแทบจะไปไม่รอด
ในเมื่อปลาซาร์ดีนเป็นอาหารราคาถูก ( ก่อนหน้าที่จะนำมาบรรจุกระป๋องให้คนบริ โภค ปลาเล็กปลาน้อยเป็นได้เพียงแค่ปลาป่นที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ ) อุตสาหกรรมปลาซาร์ดีนจึง ต้องพยายามจับปลาให้ได้มากที่สุด และใช้เวลาบรรจุกระป๋องให้สั้นที่สุด
เมื่อเรือกลับเข้าเทียบท่า กระบวนการบรรจุกระป๋องเกือบจะเครื่องจักรทั้งหมด เครื่องจักรจะตัดหัวและหางเพื่อให้ได้ขนาดเดียวกัน เครื่องสูญญากาศจะดูดเครื่องในปลาทิ้ง และเครื่องจักรอีกส่วนจะบรรจุปลาลงในกระป๋อง
ในแรกเริ่มนั้น ผู้ผลิตปลากระป๋องจะทรมานผู้บริโภคโดยการใช้ฝาบัดกรี การจะเปิดกระป๋องนั้นจะต้องใช้กุญแจเปิดกระป๋องและนักกล้ามกล้ามโตในการเปิดกระป๋องในแต่ละที และเรามักจะต้องบริโภคโลหิตของผู้เปิดเป็นประจำ นานแสนนานหลังจากนั้น " วงแหวนดึงเปิด " ก็ได้ถูกกำเนิดขึ้น เป็นเหมือนดังสิ่งที่สวรรค์ส่งมาให้นักเปิบเลยเชียวล่ะ
ภายในกระป๋องนั้น เมื่อบรรจุปลาเต็มกระป๋องแล้ว ก็ต้องฉีดไอน้ำร้อนจัดเข้าไปใน กระป๋องเพื่อไล่อากาศและทำให้โปรตีนปลาจับตัวเป็นก้อน จุดประสงค์ของขั้นตอนนี้ก็เพื่อจะสกัดน้ำในตัวปลาตามธรรมชาติให้หมดไป เมื่อกระป๋องผ่านด่านไอน้ำ กระป๋องจะร้อนราว150 องศา
เมื่อเคลื่อนมาตามสายพานกระป๋องจะเอียงรินน้ำจากตัวปลาทิ้งไป จากนั้นก็จะเติมเครื่องปรุงรส ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน น้ำเกลือ และน้ำซอส หากไม่มีการเติมเครื่องปรุงรสเข้าไป มนุษย์เราก็คงไม่สามารถฝืนทนกระเดือกลงไปได้ ( เนื้อปลาไม่มีรสเหมือนปลาทูน่า )
กระป๋องจะผ่านสายพาน ผ่านเครื่องติดผนึก ผ่านเครื่องล้างเศษปลาที่ติดข้างกระป๋อง แล้วเข้าเครื่องอบความร้อนฆ่าเชื้อ เศษหัวปลาหางปลาเราก็ไม่ได้ทิ้งสูญเปล่า เราจะนำไปทำปลาป่นเป็นอาหารปลา น้ำมันปลา และน้ำปลา


Create Date : 10 มีนาคม 2549
Last Update : 10 มีนาคม 2549 8:00:28 น. 2 comments
Counter : 231 Pageviews.

 
ชอบกินข้าวผัดปลาป๋องครับ


โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 10 มีนาคม 2549 เวลา:11:07:05 น.  

 
ชอบกินปลากระป๋องมาก แม้รู้ว่ามันมีโทษ


โดย: ตัวตุ่นครับ IP: 118.175.130.117 วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:20:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โปรแกรมเมอร์ใจอ่อน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ เอาแค่นี้ก่อนนะ
Friends' blogs
[Add โปรแกรมเมอร์ใจอ่อน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.