Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 
เพลิงไพรเสน่หา... บทที่ ๑๗ ตัดสินใจ

 เพลิงไพรเสน่หา... จันทราวดี

ร่างระหงคลายอาการสั่นเทามีเพียงเสียงครางสะอื้นเท่านั้นที่ยังดังแผ่ว ๆ จนหยุดนิ่งสนิทเธอถึงผละร่างออกห่างช้อนตาบวมแดงมองบุรุษเจ้าของปางไม้พนาเวศอย่างไรเสียวันนี้เธอไม่พร้อมจะพูดคุยหรือตกลงอะไรกับเขาทั้งนั้น

“ฉันขอเวลาหน่อยได้ไหม” เสียงสั่นลอดผ่านริมฝีปากแห้งผาก

กันต์กวีไม่โต้แย้งได้แต่พยักหน้าช้า ๆ

“ผมให้เวลาคุณหนึ่งคืน พรุ่งนี้แปดโมงเช้าผมต้องได้คำตอบ” เขายื่นคำขาด ก่อนพาร่างสูงก้าวผ่านหญิงสาว หากไม่ทันพ้นธรณีแก้ว หันกลับมากล่าวกับหญิงสาวว่า“คืนนี้ผมอยากให้คุณพักผ่อนที่นี่”

“ไม่ค่ะ”

“อย่าขัดคำสั่งผมปานรี”

“แต่ฉัน...”

นัยน์ตาคมดุวาบหมุนร่างเข้ามาดึงหญิงสาวให้ก้าวตาม ไม่สนใจว่าเธอส่งเสียงคัดค้านหรือรั้งตัวเองสักแค่ไหนก้าวผ่านห้องรับแขก มาถึงประตูบานไม้ฉลุลาย เขาผลักมันเข้าไปก่อนดึงร่างระหงก้าวตามติด มายืนหน้าตาเลิ่กลั่กกลางห้องนอนใหญ่

“ต่อไปมันอาจเป็นห้องนอนของคุณด้วย รีบทำความคุ้นเคยซะ” ใบหน้าคมเครียดขมึง เพ่งพิศหญิงสาวคนสวยเพียงชั่วครู่ ถอยห่างออกมา

ปานรีหมุนเท้าวิ่งตามทันประตูปิดใส่หน้า ตามด้วยเสียงล็อกประตูดัง ‘กริ๊ก’

“ไม่นะ เปิดประตู... เปิดสิ เปิดประตู” เสียงตบไม้ดังปึงปัง

กันต์กวีไหวไหล่ไม่ยี่หระปล่อยให้หญิงสาวแผลงฤทธิ์อยู่ในนั้นตามสบาย ส่วนตัวเขาต้องกลับเข้าสู่สภาวะนายหนุ่มแห่งปางไม้พนาเวศการเข้าตรวจสภาพไม้พึ่งโค่นล้มเป็นหน้าที่ที่เขาควรเอาใจใส่

“คนบ้า ปล่อยฉันออกไปนะ” เท้าใหญ่ไม่ทันก้าวผ่านประตูบานไม้คิ้วเข้มมีอันต้องขมวดขึ้นด้วยความขุ่นใจ

‘คำก็บ้า สองคำก็บ้า คอยดูเถอะคนบ้าคนนี้จะทำให้เธอสยบแทบเท้าเชียว’รอยยิ้มมาดหมายปรากฏบนใบหน้าคมสัน ก่อนพาร่างสูงตัวเองออกจากบ้านก้าวลงบันไดด้วยฝีเท้ามั่นคง

ปานรีหมุนคว้างกลางห้อง เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักเริ่มเบาหายออกไปรีบหมุนตัวไปที่หน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุดความสูงจากตีนเขาถึงที่เธอยืนอยู่มากกว่าสิบเมตร เบื้องล่างนั้นเป็นถนนหินกรวดตลอดสองข้างทางมีต้นตะโกดัดทอดยาว เธอเห็นร่างสูงก้าวผ่านด้วยท่วงท่าสง่าราวกับพระยาราชสีห์ก่อนสะดุ้งตกใจอยู่ดี ๆ เจ้าของร่างนั้นหมุนกลับมา ทิศทางสายตาตรงดิ่งมายังหน้าต่างบานที่เธอยืนอยู่พอดี

ด้วยความว่องไวปานรีหลบตัววูบเข้าข้างมุม ชายหนุ่มจึงไม่ทันเห็นเธอ เขาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นเพียงชั่วครู่หมุนร่างหายเข้าไปในโรงรถ...ไม่นานเสียงรถดังกระหึ่ม เจ้าโฟรวิลไดร์สีดำสนิทพุ่งทะยานออกมาก่อนหักเลี้ยวหายเข้าป่าไปตามทางดินลูกรังใหม่

ปานรีกลับมายืนริมหน้าต่างอีกครั้งเสียงลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน วิวจากด้านนี้เธอมองเห็นผืนป่าออกไปไกลลิบๆ เพราะเขามีอาณาจักรกว้างใหญ่แบบนี้สินะถึงได้ทำตัวอยู่เหนือคนอื่นไปทั่ว โดยเฉพาะกับเธอ เขามักแสดงตัวเป็นนายสั่งอะไรเธอต้องทำ แม้กระทั่งพาเธอมาขังไว้ในห้องนอนก็ยังไร้ปัญญาหาขัดขืนมีแต่จะปล่อยให้เขาข่มเหงจิตใจเธอเล่นเท่านั้น

“นี่สินะสิ่งที่คุณต้องการ... คนไร้หัวใจ” เสียงเล็กแผดลั่น เหลือบเห็นคนงานเยี่ยมหน้าออกมามองด้วยความสงสัยเธอรีบถอยตัวกลับเข้าด้านในไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธออยู่ในห้องของพ่อเลี้ยงหนุ่มเท่ากับ ๆ ไม่อยากอยู่ในเขตปางไม้พนาเวศถึงได้เริ่มสำรวจภายในห้องนอนเพื่อหาลู่ทางหลบหนี

ห้องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้นขัดเงาวาววับ กลางห้องชิดผนังไปทางด้านเหนือถูกวางเตียงไม้สักทั้งชิ้นขนาดหกฟุตเสาเตียงสี่เสาสลักลายหงส์รวบชายมุ้งไว้อย่างสวยงาม ตัวฟูกหนาเก้านิ้วปูด้วยผ้าคลุมสีขาว ชายปักลายเถ้ากุหลาบสีแดงสลับเขียว เข้าคู่กับผ้าคลุมบนโต๊ะตัวกลมขนาดเล็กขาดัดเป็นเกลียวตั้งถัดจากหัวเตียงด้านขวา ถูกจัดเป็นที่วางโคมไฟฉลุลาย เป็นเซ็ตเดียวกันกับตู้ติดผนังด้านขวาทั้งแถบมีฉากไม้สีเทาสลับขาวลวดลายกนกกางกั้นจัดเป็นมุมแต่งตัวเล็ก ๆดูโก้เก๋ในสายตาปานรี เร่งฝีเท้าเข้าไปสำรวจดูใกล้ ๆ ไม่ยอมแตะต้องหรือหยิบจับอะไรให้เป็นที่ครหามากกว่าชื่นชมเอางานศิลป์ ดูเป็นเอกลักษณ์และสวยงามแปลกตา เธอเสียเวลากับการเก็บรายละเอียดงานศิลป์ตรงนั้นเพียงไม่นานบ่ายหน้าไปยังด้านใต้ของห้องนอนใหญ่

มันเป็นห้องน้ำขนาดกลางไร้ประตูมีฉากไม้ฉลุลายโปร่ง ยกขาสูงจากพื้นหินขึ้นไปถึงหัวเข่าระดับความสูงของฉากแค่คอหญิงสาววางกั้นห่างจากผนังห้องนอนหนึ่งวาไว้แทนประตูห้องน้ำ

ปานรีชะเง้อคอมองข้ามฉากกั้นข้างในพร้อมศัพท์ด้วยสุขภัณฑ์หรูหรา สมราคาผู้เป็นเจ้าของ ดูสัปดนในความคิดกล้าเปิดโล่งโจ้งถึงขนาดนี้ คงใจกล้าหน้าด้านไม่เบา...

‘ก็สมตัวเขาแล้ว’ ปานรีสะบัดหน้าพรึ่บกับความคิดมาสะดุดสายตากับขอบประตูบานเลื่อนใกล้กับห้องน้ำ ดูเผิน ๆแทบมองไม่ออกว่ามันเป็นประตูเชื่อมไปยังด้านนอกมันดูกลมกลืนจนเป็นเนื้อเดียวกับฝาผนัง

“หรือจะเป็นทางออกอีกทาง” รอยยิ้มซีดเซียวผุดขึ้นปานรีไม่รอช้า รบใช้มือทั้งสองข้างเลื่อนประตูออกแรงจนหัวสั่นหัวคลอนแล้วก็ยังเปิดไม่ได้

“บ้าฝามือกระแทกประตูรุนแรงเสียจนผู้เป็นเจ้าของนิ่วหน้าทำไมเขาไม่ถามความสมัครเธอสักครั้งอย่างน้อยก็ให้เวลาเธอได้คิดในที่ที่เธอต้องการสิ นี่อะไรกัน

“เผด็จการ... เผด็จการที่สุด” น้ำเสียงแห่งความสิ้นหวังหลุดรอดออกมาพร้อมขาเรียวขาวถอยไปนั่งบนเตียงด้วยจิตใจห่อเหี่ยวโดยเฉพาะเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจ มันชวนให้ปวดศีรษะจนเธอคิดอะไรไม่ออกสุดท้ายได้แต่พึ่งน้ำตาปล่อยให้มันรินไหล ฝืนนั่งอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนานจนร่างกายฝืนรับสภาพไม่ไหว ต้องล้มตัวลงนอนและผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าในเวลาต่อมา

กันต์กวีหลังจากปลีกตัวจากหญิงสาว เขามุ่งรถเข้าสู่เขตป่ากฤษณา ตั้งอยู่ทางทิศใต้ห่างจากตัวบ้านพักปางไม้ออกมาราวสองกิโลเมตร

ถนนลูกรังพึ่งถมใหม่สภาพเส้นทางขรุขระคดเคี้ยวไปตามสภาพป่าไม้ มีบางช่วงบังคับเลี้ยวค่อนข้างลำบากหากไม่เป็นปัญหาสำหรับพ่อเลี้ยงหนุ่มผู้เคยขับรถลุยทางวิบากมานักต่อนักขับผ่านโซนป่ากฤษณาขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลางและที่เห็นอยู่ไม่ไกลคือโซนป่ากฤษณาขนาดใหญ่

กันต์กวีกดลดกระจกลงเขาชอบสัมผัสลมธรรมชาติมากกว่าแอร์เย็น ๆ ภายในรถ โดยเฉพาะเสียงต้นไม้ในยามเสียดสีด้วยแรงลมราวกับเสียงดนตรีขับขาน ฟังไพเราะเสนาะหูเขาในทุกครั้งที่ได้ยินและคงจะดีไม่น้อยถ้าในจังหวะดนตรีนั้น ไร้ซึ่งเสียงเครื่องเลื่อยไม้ที่ตอนแรกก็ดังเพียงแผ่ว ๆ ไล่ระดับความดังไปเรื่อย ๆ จนหูเขาแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีกเขากดกระจกขึ้น และเพียงไม่ถึงอึดใจเท่านั้น เจ้าโรงพักไม้ชั่วคราว ปรากฏต่อสายตาสีนิลอำพัน

กันต์กวีชะลอรถเข้าเทียบจอดด้านหน้าโรงไม้ไร้ฝากั้นใต้หลังคามุงสังกะสีมีท่อนไม้จำนวนมากถูกวางกองเรียงรายไว้เป็นระเบียบกันต์กวีไม่เสียเวลาคิด เขาเปิดประตูรถลงไปโดยไม่รีรอให้ใครต้องมาเชื้อเชิญรีบสาวเท้าเข้าไปด้านใน

เป็นเวลาเดียวกันที่อินทรหันมาเห็นหลังนายหนุ่มรีบสั่งการให้คนงานรับผิดชอบงานตามหน้าที่ของตนก่อนปลีกตัวตามหลังนายหนุ่มเข้าไปในโรงพักไม้อย่างรวดเร็ว

“ไม้กฤษณาได้ครบตามจำนวนหรือเปล่าอินทร” เสียงเข้มเอ่ยถามโดยไม่หันมามองทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักคุ้นเคย มาหยุดยืนใกล้ ๆ

อินทรถอดหมวกสานออกเหงื่อพราวเต็มหน้าจนต้องเช็ดออกอย่างรวดเร็วด้วยแขนเสื้อ ก่อนตอบพ่อเลี้ยงหนุ่ม

“ยังเหลือที่พึ่งโค่นไม่กี่ต้นก็ได้ตามจำนวนออเดอร์ครับพ่อเลี้ยง”

“ดี” น้ำเสียงเอ่ยอย่างพึ่งพอใจ ไล้นิ้วไปบนเปลือกไม้ก่อนหันกลับมาเผชิญหน้าอินทรแววตาเกรงใจอยู่ในทีเมื่อเขากล่าวต่อว่า “ไม้ล็อตนี้ต้องดูแลเป็นพิเศษ รอบนี้คุณคงต้องเหนื่อยหน่อย”

“ผมยินดี” แววตาคนตอบขึงขังเอาการเอางานมากกว่าประจบเอาใจ

กันต์กวีกระตุกยิ้มเอื้อมมือขึ้นไปกระชับไหล่ภายใต้เสื้อสีทึบเปียกโชกด้วยเหงื่อ

“งานนี้ผมต้องพึ่งคุณ” พลางกวาดสายตามองไม้กฤษณาทั้งหมดในโรงพักชั่วคราว“คืนนี้คุณคงต้องเฝ้าที่นี่”

“ครับพ่อเลี้ยง” อินทรกล่าวรับเสียงเย็นเขารู้ดีว่าการส่งไม้กฤษณาล็อตนี้ ไม่เพียงมีมูลค่าหลายสิบล้านแต่ยังเปิดตลาดส่งออกไม้กฤษณาให้พ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งปางไม้พนาเวศกว้างขึ้นกว่าเก่า อาจไม่ถูกใจใครบางคนที่คอยขัดแข้งขัดขาพ่อเลี้ยงหนุ่มมาแต่ไหนแต่ไหร่อย่างพ่อเลี้ยงทินกรอาจส่งคนมาก่อกวนและเขาไม่มีวันปล่อยให้มันเกิดขึ้นเป็นอันขาด “งานนี้ถ้าพ่อเลี้ยงทินกรเล่นไม่ซื่อ คงได้เห็นดีกัน” แววตาคนตอบลุกวาบ

กันต์กวียิ้มเหี้ยมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน เขาเกือบฆ่าทินกรตายคามือถ้าไม่ติดที่เขาเคารพพ่อเลี้ยงถิ่นไทยบิดาของทินการราวกับบิดาแท้ของตัวเองป่านนี้ทินกรได้ตายกลายเป็นผีเฝ้าปางไม้อำนวยฤทธิ์แทนที่จะมาเป็นคู่แข่งทางการค้ากับเขาอยู่แบบนี้

“พ่อเลี้ยง” เสียงเข้ม ๆ ดึงพ่อเลี้ยงหนุ่มออกจากภวังค์ความคิด“ทางด้านไม้สักทอง พ่อเลี้ยงจะให้สูงศักดิ์ หรือกัมปนาทเข้าไปดูแล”

กันต์กวีนิ่งคิดเพียงชั่วครู่

“สูงศักดิ์ กัมปนาทผมให้เขามาช่วยคุณที่นี่ทางไม้สักทองให้พยนต์ดูแลคนเดียวก็พอ”

อินทรพยักหน้ารับกล่าวเนิบนาบ

“แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้น...”

กันต์กวีเข้าใจความหมายของอินทรหน้าที่ดูแลหญิงสาวคืองานอีกชิ้นที่เขามอบหมายให้ เขายังไม่ได้บอกอินทรถึงเรื่องที่เขาเปลี่ยนวิธีการลงโทษหญิงสาวก่อนหน้าจะมาที่นี่

“ต่อไปคุณไม่ต้องดูแลผู้หญิงคนนั้นอีก”

คิ้วดกหนาขมวดด้วยความสงสัยหากเกิดเพียงชั่วครู่เท่านั้น คำอธิบายก็ตามออกมาทันที

“ผมให้เธอขึ้นไปอยู่บ้านพักปางไม้ในฐานะนางบำเรอชดใช้ความผิดแทนพี่สาวจนกว่าผมจะได้ตัวปาจรีมาไว้ในกำมือ”

อินทรแปลกใจในการตัดสินใจของพ่อเลี้ยงหนุ่มแต่คงไม่เท่ากับความไม่แน่ใจว่า พ่อเลี้ยงหนุ่มของเขาจะเห็นปานรีเป็นแค่นางบำเรอ

“พ่อเลี้ยงแน่ใจแล้วเหรอที่ตัดสินใจแบบนั้น”

“ทำไมอินทร รึคุณไม่เห็นด้วย” น้ำเสียงคนถามเริ่มไม่พอใจ

อินทรได้แต่ถอนหายใจออกมาแผ่วเบาแค่ได้ยินน้ำเสียงและเห็นแววตาไหวระริกในทุกครั้งที่เอ่ยถึงปานรีเขาก็รู้แล้วว่าจิตใจพ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นเช่นไร

“ผมไม่เคยไม่เห็นด้วยกับพ่อเลี้ยงเพียงแต่เรื่องนี้ผมอยากให้พ่อเลี้ยงไตร่ตรองให้ดี” อินทรกล่าวเตือนได้แค่นั้นเพราะรู้ดีว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงกันต์กวี ลองได้ตัดสินใจทำอะไรแล้วไม่มีวันก้าวถอยหลัง และเขาเข้าใจถูกจริง ๆ เมื่อกันต์กวีเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ

“ไม่มีอะไรต้องไตร่ตรองอีกอินทรการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการแก้แค้นปาจรีโดยตรง ถึงกรรมจะตกที่ปานรีแต่นั้นคือสิ่งที่เธอเลือก ใช่ผมหรือใครไปบังคับเธอ”

อินทรถอนใจหายใจอีกรอบถึงไม่บังคับด้วยปาก ก็ถูกบังคับด้วยการกระทำ โดยเฉพาะคนจิตใจงามเช่นปานรีมีหรือจะปล่อยให้พี่สาวต้องทุกข์ทรมาน เมื่อมีทางให้เลือกมีหรือจะไม่กระโจนเข้าใส่เขาคงไม่ต้องห่วงอะไร ถ้าปานรีจะเป็นคนเลว ใช่คนดีที่ตัวเขาเองยังแอบนับถือและคิดว่าตัวพ่อเลี้ยงเองคงแอบชื่นชมเจ้าหล่อนไม่น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่นำตัวเองไปพัวพันกับหญิงสาว ถึงขั้นนำตัวเธอขึ้นบ้านพักปางไม้ที่ตัวพ่อเลี้ยงหวงนักหวงหนาไม่เคยให้หญิงสาวคนไหนขึ้นไปบนนั้น มีปานรีนี่แหละเป็นรายแรกและไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงจะเห็นเธอเป็นแค่นางบำเรอ เพราะถ้าเป็นแค่นั้นจริง ๆพ่อเลี้ยงคงสั่งให้ปานรีอยู่บ้านพักด้านล่างเฉกเช่นสาว ๆ รายอื่นที่พลัดกันแวะเวียนมาหาพ่อเลี้ยงหนุ่ม นี่คงมีใจให้ปานรีอยู่มากทีเดียวถึงให้หล่อนอยู่บนบ้านพักเชิงเขาแบบนั้น

“ก็หวังว่าเรื่องจะไม่ยุ่งมากกว่านี้” อินทรได้แต่งุบงิบในลำคอก่อนเหลือบมองพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ดูหงุดหงิดขึ้นมาครามครันเมื่อจับความรู้สึกได้ว่าเขาคิดเห็นประการใด

“ผมไม่อยากพูดเรื่องปานรีอีกแล้ว ผมจะเข้าไปดูป่ากฤษณาฟากนู้นหน่อย”พูดจบผันหน้าไปยังทิศทางตรงกันข้ามโซนไม้กฤษณาพึ่งโค่น ฟากนั้นเป็นป่ากฤษณาที่มีอายุมากกว่าไม้กฤษณาที่โคนอยู่ตอนนี้จัดเป็นไม้เกรดหนึ่ง กันต์กวีทุ่มเททั้งทุนและแรงงานดูแลเป็นอย่างดีเพื่อรักษาเนื้อไม้ไว้เก็บน้ำมันกฤษณาโดยเฉพาะเกือบร้อยไร่

“ผมขอตามไปด้วยพ่อเลี้ยง” อินทรไม่รอให้นายหนุ่มอนุมัติเขาวิ่งไปสั่งงานกับหัวหน้าคนงานใกล้ ๆ เพียงสองสามคำกลับมาเดินขนาบข้างนายหนุ่ม

“คุณไม่เป็นไรใช่ไหมอินทร”

เจอคำถามนี้ใบหน้ารกครึ้มด้วยหนวดเคราสลดลงไปทันตากันต์กวีเห็นแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมาหน่วง ๆ

“คุณปล่อยวางเสียบ้างเถอะอินทร เรื่องมันก็ผ่านมาสิบกว่าปีที่นี่ไม่ใช่ป่าที่ไหน มันเป็นปางไม้ของพวกเรา”

“ยังไงผมก็ไม่วางใจ เพื่อความสบายใจของผม พ่อเลี้ยงต้องให้ผมไปด้วย”อินทรยื่นคำขาด

กันต์กวีส่ายหน้าน้อย อินทรปล่อยเนื้อปล่อยตัวและมีนิสัยกังวลเกิดเหตุตั้งแต่อินทรสูญเสียครอบครัวไปในป่า ถ้าไม่ได้เขาช่วยตามหาอีกแรง ป่านนี้อินทรคงตามหาร่างคนในครอบครัวไม่เจอและคงสิ้นหวังฆ่าตัวตายไปตั้งแต่ตอนนั้นโชคดีที่อินทรมีเขาและไตรรงค์เป็นเพื่อนคอยให้กำลังใจพยายามดึงอินทรกลับมาอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันและดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่สิ้นหวัง แต่ก็ยังหวาดกลัวในทุกครั้งที่เขาหรือใครที่อินทรรักและห่วงใยกำลังเข้าป่าอินทรจะแสดงอาการวิตกกังวลและขอติดตามไปในทุกครั้งเฉกเช่นในเวลานี้ที่ทำอยู่กับเขาและเป็นเรื่องยากที่จะห้ามอินทรไม่ให้ตามเข้าไปในป่าด้วย เพราะถึงค้านยังไงอินทรคงต้องตามเขาไปอยู่ดีเมื่อเป็นดังนั้นก็ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องห้ามอินทร

“ก็ได้ ตามมาสิ แต่ห้ามพูดถึงเรื่องปานรีอีก”

อินทรพยักหน้ารับก้าวตามบุรุษที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายหายเข้าป่าไปพร้อม ๆ กัน

เสียงจิ้งหรีดเรไรดังแว่วปานรีขยับตัวรู้สึกสบายที่ได้นอนบนเตียงนุ่ม ๆ

‘เตียงนุ่ม’ หญิงสาวปรือตาด้วยความมึนงง สะดุ้งตกใจกับบรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนจากกระท่อมน้อยโทรมๆ มาเป็นห้องไม้สักหรู กลางห้องมีโคมไฟระย้าถูกเปิดหรี่ไว้ให้เห็นเครื่องเรือนลาง ๆ

ร่างระหงผุดลุกผ้าห่มเคลื่อนตกลงมาอยู่ที่เอว มีใครบางคนเข้ามาเปิดไฟและห่มผ้าให้ในช่วงที่เธอเผลอหลับและไม่อาจไว้วางใจบุคคลคนนั้นได้ รีบก้มหน้าสำรวจตนเอง

เสื้อผ้าร่างกายไร้ร่องรอยถูกแตะต้องพลันผ่อนหายใจโล่งอก รีบถอยลงจากเตียง ไม่ทันที่เท้าจะถึงพื้นดีสายตาเหลือบเห็นเสื้อผ้าพับกองไว้ที่กระท่อม ตอนนี้ถูกนำมาวางไว้ปลายเตียงเป็นที่เรียบร้อย

ปานรีหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นขึ้นมาดูรู้สึกหดหู่หัวใจจริง ๆ เขามั่นใจแล้วใช่ไหมว่าเธอต้องยอมตกลงด้วยคงไม่เหลือทางใดให้เธอหลบเลี่ยงได้อีก ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของพี่ปาจรีอันเป็นยอดปรารถนาสูงสุดคนอย่างเธอไม่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อรู้ดีว่าคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาชนะและแก้แค้นเกิดเขาได้ตัวพี่ปาจรีอย่างพูดมาจริง ๆพี่ปาจรีคงโดนทารุณกรรมยิ่งกว่าเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า หรือแม้กระทั่งพี่ปาจรีรอดตัวจากเขาไปได้ก็ยังมีคดีฆ่าคนตายติดตัวอยู่ แล้วเธอจะทนเห็นพี่สาวต้องทนทุกข์เช่นนั้นได้อย่างไรกันเมื่อชั่วชีวิตพี่ปาจรีทำทุกอย่างเพื่อเธอมาตลอด มันควรถึงเวลาที่เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อพี่สาวผู้เปรียบเสมือนมารดาคนที่สองต่อให้ตัวเองต้องตกนรกหมกไหม้เธอก็ยอมดีกว่าต้องมาทนเห็นพี่สาวเพียงคนเดียวถูกใครบางคนทรมานย่ำยีจนตายไปต่อหน้าต่อตา

“พี่จรี...” เสียงหวานครวญเศร้าสร้อยผ้าในมือถูกปล่อยตกพื้น แววตาสีโศกคลอน้ำ คิดถึงกิ่งแก้วและคุณพิมพ์พาเหลือเกินป่านนี้ทั้งสองจะรู้รึยังว่าเธอหายตัวไปเพราะถ้าทั้งสองคนรู้คงออกตามหาตัวเธอกันจ้าละหวั่นและมันคงจะดีไม่น้อยถ้าเธอสามารถติดต่อพวกเขาได้ เผื่อบางทีเธออาจฝากฝังทั้งสองช่วยคุ้มครองพี่ปาจรีจนกว่าเธอจะหลุดพ้นไปจากที่นี่ตามที่เขาสัญญาและให้คำมั่นจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวเธออีก ไม่ว่าจะเป็นการแก้แค้นหรือผลักไสพี่สาวเธอให้ตำรวจทุกอย่างเธอยอมเชื่อคำเขา เพราะนั้นถือเป็นสัจจะพ่อเลี้ยงแห่งปางไม้พนาเวศ อินทรเคยพูดเสมอพ่อเลี้ยงของเขาเป็นคนมั่นคงต่อคำมั่นสัญญา หากได้เอ่ยวาจาใดออกมาแล้ว คำนั้นจะถือเป็นสัตย์มั่นจนตายเธอเชื่อถือตามนั้นและคิดว่าถึงพรุ่งนี้เมื่อไหร่ เธอคงพร้อมตกลงเป็นนางบำเรอตามที่เขาต้องการ

***สวัสดีค่ะ ร้างหายไปนาน วันนี้มีตอนใหม่มาฝากนะค่า***




Create Date : 08 มีนาคม 2558
Last Update : 8 มีนาคม 2558 21:21:16 น. 0 comments
Counter : 509 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Jantarawadee
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ^๐^ ขอต้อนรับเพื่อนๆทุกคนสู่บล็อก

-----------------------------------------------
ลิขสิทธิ์งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกเป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
Friends' blogs
[Add Jantarawadee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.