Group Blog
 
 
เมษายน 2557
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
22 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
ก๋วยเตี๋ยวหมู

ก๋วยเตี๋ยวหมู

สมัยน้ำท่วมใหญ่ปีมะเส็งพ.ศ. ๒๔๘๕ จอมพลแปลก คีตะสังคะ (หลวงพิบูลสงคราม)ได้กินก๋วยเตี๋ยวเรือที่พายมาทางถนนราชดำเนิน ผ่านหน้าทำเนียบรัฐบาลเกิดติดใจเห็นว่าสะดวกดี การเตรียมการปรุงไม่ยุ่งยากเหมือนหุงข้าวไทยเลี้ยงราชการจึงส่งเสริมให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวของคนจีน นับว่าแปลกอยู่แทนที่จะสนับสนุนให้คนไทยกินผัดไทย หอยทอด หรือแม้แต่ขนมจีน ซึ่งเรียกเพี้ยนมาจากมอญ"คนอมจิน" หมายถึง "สุก 2 ครั้ง” ภาษาเหนือเรียกขนมเส้น ภาษาอิสานเรียก ข้าวปุ้น เอามาราดแกง ทั้งหมดนี้ คนไทยทำแท้ๆ

เรื่องก๋วยเตี๋ยวของท่านจอมพลตราไก่นี้มีเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ควรค้นมาเล่าสู่กันฟัง ให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ละเอียดถี่ถ้วนไม่ติดยึดว่า “ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย” ของท่านนั้นเป็นนโยบายนำไทยสู่ความเป็นมหาอำนาจอะไรทั้งไม่ได้สร้างสรรค์เป็นเอกลักษณ์อาหารไทยอย่างที่หลงจดจำกันมานัก เพียงแต่ถ้าเล่าตรงนี้มันจะทำให้กินหรืออ่านเรื่องก๋วยเตี๋ยวหมูไม่อร่อยไปเสียเปล่าๆ ไม่เข้าการอะไรเลย

สมัยนั้นยังเกิดเรื่องอีกมาก แปลกเช่นเดียวกับที่ให้ตัดทอนอักษรไทยและดนตรีไทยรวมทั้งวัฒนธรรมการกินหมากพลูภูมิปัญญาชาวบ้านในการรักษารากฟันและโรคเหงือกคำสั่งนายกฯครานั้นพลอยทำให้พ่อแก่แม่อุ้ยเปรี้ยวปาก ต้องแอบหนีเข้าไปกินท้ายสวนลึกๆกลัวตำรวจจับข้อหาบ่อนทำลายและขัดขวางความศิวิไลซ์ของบ้านเมืองเลยอดเป็นมหาอำนาจกันไป เพราะคนไทยไม่รู้จักกำพืดของไทยเราเองนี่แล้ว

ทุกวันนี้จึงต้องอาศัยยาสีฟันสูตรฝรั่งและญี่ปุ่น

เดิมญี่ปุ่นก็กินหมาก โดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าสังเกตจากหนังซามูไรเก่าๆรุ่นอัศวินม้าขาว หรือเจ้าหนูซาซูเกะกับกูโละนกยักษ์ แม้จะเป็นหนังขาวดำแต่เชื่อว่าที่เห็นฟันดำทั้งเรื่อง

ยกเว้นพวกนางเอก เจ้าหญิงที่ยังไม่มีผัวจึงจะไว้ฟันขาว อาจเป็นเพราะเมื่อมีลูก ร่างกายเสียแคลเซียมไปมากจึงต้องกินหมากกินพลูรักษาเหงือกและรากฟัน หาไม่ฟันคงร่วงเหมือนชาว ตะวันตกตั้งแต่อายุไม่เต็มยี่สิบดีและลองนึกวาดภาพสาวไทยสายเดี่ยวหรือเกาะอกทั้งหลายดูเอาเถิด ถ้าฟันร่วงกันเสียหมดอาร์ซีเอ เซ็นเตอร์พอยต์คงไม่เกิด และคงไม่ต้องลำบาก ถึงกับเจ้ากระทรวงต้องลงมาจัดระเบียบสังคมกันในสมัยกรุงเทพฯครบ220 ปีนี้หรอก

กลับเข้าเรื่องก๋วยเตี๋ยวหมูของเราจะดีกว่า

อ้อ—ขอนอกเรื่องเป็นบทแทรกสำหรับวิทยานิพนธ์อีกนิดว่าถ้าขืนเจ้ากระทรวงไหนหรือแม้ แต่ซีอีโอใดก็เถิดนึกขลังขึ้นมาสั่งเลิกกินปลาร้าหรือขนมจีนของไทยในพ.ศ.นี้ รับรองเป็นได้ถูกเดินขบวนขับไล่เผาพริกกับเกลือสาปแช่งไม่ให้ไปผุดไปเกิดอีกเป็นแน่

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วเมื่อช่วยแม่หิ้วตะกร้ากับข้าวเดินกลับจากตลาดสดวัดแขก ซึ่งแต่เดิมยังอยู่ในซอย (ถนนปั้น)หน้าวัดแขกยังไม่ได้ย้ายข้ามถนนสีลมไปนั้น เมื่อเดินเข้าซอยสวนดอกไม้ หรือเซ็นต์หลุยส์ซอย ๑ ปัจจุบันเป็นซอยสาทรที่เท่าไหร่ก็คร้านจะจำเลี้ยวหนึ่งครั้งก่อนจะถึงแยกซ้ายมือ มีเพิงก๋วยเตี๋ยวริมรั้วหน้าตาไม่ค่อยน่าศรัทธาเท่าใดสำหรับเด็กอายุยังไม่เต็มสิบเครื่องเคราตกแต่งก็กันดารเต็มที

แต่เมื่อแม่หยุดเดินและสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่น้ำมาชามหนึ่งผมจึงต้องหยุดนั่งลงกับแม่ และสั่งเส้นใหญ่น้ำมากินเป็นเพื่อนแม่เพราะเราไปกันสองคนแม่ลูกจะทิ้งแม่แล้วตัวเองเดินหิ้วตะกร้ากับข้าวกลับเข้าบ้านคนเดียว ก็จะดูกระไรอยู่

ก๋วยเตี๋ยวชามนั้นเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูมีหมูต้มฝานบางๆ ตับเหล็กฝาน ฮื่อก๊วยกับลูกชิ้นปลา มีเท่านั้นเองจริงๆ แต่ทั้งๆ ที่อาเจ็กที่ขายเขาทำมาทีละชามและปรุงในกระทะ น้ำซุปยังหวานติดลิ้นมาจนบัดนี้จะถือว่าต่อมรับรสก๋วยเตี๋ยวใต้ลิ้นผมเริ่มเกิดตั้งแต่ชามนั้นก็ว่าได้

เมื่อไปอยู่โรงเรียนประจำที่ศรีราชาทั้งสามมื้อกินที่หอพัก ได้ค่าขนมวันละบาทหลังมื้อเที่ยง ขาเดินกลับเข้าโรงเรียน จะต้องผ่านตลาดตาหลองริมถนนสายเลียบกำแพงโรงเรียนเข้าไปไร่กล้วย หนองค้อ ฯลฯ ตรงนี้มีเพิงยาวสักห้าหกวา สำหรับดักนักเรียนโดยเฉพาะ แบ่งเป็นร้านผัดไทยและหอยทอดเจ้าหนึ่งซึ่งแม่ค้าผสมแป้งไม่เคยได้กรอบ แต่แกมีลูกดกนักหนาสามีแกตั้งเก้าอี้ตัดผมอยู่ถัดไป ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เพราะกระทะว่างเมื่อไหร่ บ่ายๆ ข้างนอกมันร้อนนักจะได้ชวนเมียไปงีบหลบลมร้อนก็เป็นได้

จากนั้นเป็นร้านข้าวเหนียวไส้กล้วยหรือเผือกห่อใบตองปิ้งแล้วก็ไอติมน้ำแข็งใส โอเลี้ยง ขนมทองม้วน ปลายสุดเป็นก๋วยเตี๋ยวหมู อาหารจานด่วนสมัยนั้นจานหรือชามละบาทเดียว ถ้ายกล้อคือใส่ไข่ทรงเครื่องจึงจะหกสลึง

ยกเว้นข้าวเหนียวปิ้งห่อละสลึงเดียว

ผมเป็นเด็กกำลังกินกำลังนอน ผ่านทีไรอดไม่ได้ต้องแวะกินอย่างใดอย่างหนึ่ง

ว่าถึงก๋วยเตี๋ยวหมูของแกรสชาติใช้ได้ทีเดียวแต่สั่งครั้งใดก็เรียกอย่างธรรมดา

อยู่มาวันหนึ่ง คนขายซึ่งเป็นคนไทยกันทั้งเพิงนี่แหละแกเห็นผมเป็นขาประจำ นึกอย่างไรไม่รู้ออกปากว่า “กินอย่างพิเศษซีมันถึงจะอร่อยครบเครื่อง”

ผมเข้านั่งประจำที่แล้วไม่ทันทักท้วงแกก็ประดังทั้งกุ้งแห้ง หมูสับ และปลาหมึกลวก โรยผักชี ต้นหอมวางแหมะตรงหน้าแถมปรุงต้มยำมาให้แล้วเสียด้วย

ผมนึกว่าถ้าลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าโรงเรียนก็คงจะทัน แต่นึกอีกที อย่างมากก็ผิดโดยสุจริต จึงทำใจดีสู้เสือ กินอย่างอร่อยน้ำซุปเกลี้ยงก้นชาม แล้วลุกไปล้วงธนบัตรสีเทายู่ยี่ใบละบาทส่งให้คน ขาย งึมงำว่า “ผมมีแค่บาทเดียวนี่แหละ” คนขายถึงบางอึ้งแต่ก็รับเงินไป โดยไม่ทอน และจากนั้นไม่เคยเซ้าซี้ให้ผมกินแบบทรงเครื่องอีกเลย

จากวัยนั้น เมื่อถึงวันหยุดปิดภาคเรียนผมกับน้องๆ มักได้ไปเที่ยวบ้านนอก คืออยู่กับตาและยายที่คลองอ้อมและคลองบางบัวทองตามลำดับ ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้สัมผัสกับก๋วยเตี๋ยวเรือใส่ชามตราไก่ขนาดปากชามห้านิ้วสามหุน ชามละห้าสิบสตางค์

ยายเป็นผู้สนับสนุนรายการเพราะตามักจะปรามว่าอย่ากินเลยลูก เปลืองสตางค์ ไม่รู้คนขายเขาทำสะอาดหรือเปล่าเดี๋ยวรอกินข้าวยายเขาทำดีกว่า

ยายจะค้อน แล้วควักสตางค์จากที่เหน็บเข็มขัดม้วนชายผ้าถุงเรียกเจ้าก๋วยเตี๋ยววาดเรือเข้ามาสั่งให้หลาน

ส่วนตานั้นยายไม่สั่งให้ปล่อยให้รอกินข้าวเย็นอย่างที่บอกหลาน

ก๋วยเตี๋ยวหมูขายในเรืออร่อยตรงบรรยากาศและความสดของเครื่องปรุงแม้ไม่ได้มีอะไรวิเศษพิสดารกว่าก๋วยเตี๋ยวหมูบนบก อาจเป็นที่เคล็ดลับในน้ำซุปแอบใส่เครื่องเทศตามภูมิปัญญาชาวบ้านก็เป็นได้

กรรมวิธีมาตรฐานเขาจะลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวกับถั่วงอกใส่ชามไว้ก่อน ส่วนเครื่องเคราทั้งหมูต้ม ตับลวกไส้ จะปรุงในอีกชามต่างหาก

ใช้ช้อนสังกะสีที่เรียกว่าช้อนหอยตักหมูสับเอามาเกลี่ยเติมเครื่องปรุง ตังฉ่าย น้ำตาล น้ำปลา ถั่วลิสงคั่วตำ กุ้งแห้ง กระเทียมเจียวแถมหนังหมูลวกหั่นเป็นเส้น พริกป่น แล้วจึงตักน้ำซุปเดือดๆ ราดลงในชามใช้กระบวยน้ำซุปนั้นเองคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วราดบนเส้นในชามเสิร์ฟหยิบผักชีใบฝอย ต้นหอมโรยยอดส่งให้คนกิน

ถ้าจะปรุงเพิ่ม ก็ไปว่ากันเอาเองแต่ที่เขาปรุงมามักจะได้ที่เสมอ

ตลาดสดอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทองผมเคยไปแวะหาก๋วยเตี๋ยวกินตอนเที่ยง นอก จากเขาจะปรุงอย่างย่อหน้าก่อนนี้หลังโรยผักชีต้นหอมปรากฏว่าแม่ค้าหยิบกุ้งฝอยชุบแป้งทอดวางหน้ามาให้อีกแพหนึ่งเกือบมิดปากชามกุ้งฝอยนั้นสดหวานอยู่แล้ว แถมกรอบอีกต่างหาก นับ เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูวิเศษอีกเจ้าหนึ่งทีเดียว

ความข้างต้นนั้น เข้าข่ายก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำจืดถ้าเป็นฉบับหรือเวอร์ชั่นทะเล ก็ยังมีและอร่อยชำราบลิ้นไปอีกแบบ เริ่มตั้งแต่เมืองชลที่บ้านบึง ทั้งสองแห่งบอกทางไปไม่ค่อยถนัด ถ้าจะให้แม่นคือเข้าอ่าวอุดมจะไปท่าเรือของบริษัทไทยออยล์ เลยวัดตรงสี่แยกตรงไปจะเป็นสะพานยาวทอดลงน้ำทะเล (และมีร้าน ‘คุณติ๋ว’ ทำแกงส้มไข่ปลาเรียวเซียวอร่อยนัก) เลี้ยวซ้ายมาสักร้อยเมตรเจอเวิ้งทางขวามือมีต้นโพธิ์ใหญ่ครึ้ม ร้านก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกุ้งสดของ ‘ป้าหวาน’อยู่ตรงนี้เอง

แล้วยังมีก๋วยเตี๋ยวหมูภาคสินสมุทรด้วยคือใส่กุ้งสดและปลาหมึกสดลวก ขายตั้งแต่เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูงเดี๋ยวนี้เป็นตึกโอ่โถง ราคาก็โอ่โถงตามไปด้วย

สาระสำคัญของบทความนี้คงไม่ได้คะแนนเข้าข่ายวิทยานิพนธ์ถ้าไม่มีเคล็ดการทำก๋วยเตี๋ยวหมู ภาษาฝรั่งเรียกเรซิปี แต่เป็นฉบับที่ผมเอาไปทำที่บ้านใหญ่คือ พ่อ แม่ และน้องๆ กินด้วยกันมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ลำพังบ้านตัวเองออกไปซื้อกินเอาดีกว่า เพราะคนกินมีน้อยจะไม่คุ้มกับความจุกจิกของขบวนการทำก๋วยเตี๋ยว ดังนั้น ถ้าใครแนะให้ทำก๋วยเตี๋ยวกินเองง่าย สะดวกดี ก็จงส่งเงินใส่มือฝากให้เขาไปซื้อมาโดยไม่ต่อล้อต่อเถียงจะดีกว่าเพราะแปลว่าเขาไม่รู้จริง

คงไม่ต้องเริ่มตั้งแต่การจ่ายตลาด หาไม่จะเหม็นเบื่อกลิ่นตลาดสดเสียก่อนเอาเป็นว่าผมจัดการซื้อของมาให้ครบแล้วละกัน

ก่อนอื่นใดจงเอากระทะใส่น้ำตั้งไฟขณะรอเดือดก็ล้างกระดูกสันหลังมีเนื้อติดยิ่งดีหรือกระดูกที่มีไขจุกโพรงนับเป็นเยี่ยม

อันว่ากระดูกหมูนั้นสมัยนี้ถ้าคนขายหมูยกให้โดยไม่คิดเงิน จะถือว่าอาบัติถึงขั้นปาราชิกถูกตัดขาดจากการเป็นพ่อค้าเขียงทันที เพราะทุกอย่างเป็นเงินทั้งนั้น ยกเว้นคุณเป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวซื้อหมูเขาทีละมากๆ ทุกวัน ถึงจะแถมให้กันได้โดยไม่ต้องปลงอาบัติ

กระดูกหมูล้างน้ำเย็นพอคร่าวๆ อย่าให้ชิ้นหมูลุ่ยหรือไขในโพรงกระดูกตกน้ำป๋อมแป๋มเป็นอันขาด

เมื่อน้ำในกระทะเดือดพล่านก็ใส่กระดูกลงไปลวกจนฟองออกมาเต็มที่ ใช้ตะแกรงช้อนเอาไปใส่หม้อต้มซุปส่วนน้ำที่เดือดในกระทะ ก็ลวกหมูเนื้อสันใกล้ๆ ซี่โครงที่มีมันแซมอยู่ในเนื้อภาษาชาวบ้านเรียกว่าหมูมักๆ ลวกจนหมดฟองก็ช้อนขึ้นใส่รวมกับต้มกระดูก

ส่วนตับและไส้ลวกทีหลังสุดแต่ไม่ต้องเอาไปใส่หม้อน้ำซุป เพียงผึ่งให้สะเด็ดน้ำและหาไม้วางใกล้ๆ ไว้คอยตีมือหรือแมวที่จะมาจกเอาไปกินเล่น

การปรุงน้ำซุป ถือเป็นหัวใจของก๋วยเตี๋ยวน้ำและต่างเจ้าต่างเคล็ดไม่เผยง่ายๆ

ที่จริงเครื่องปรุงคงไม่แตกต่างกันเท่าใดขึ้นอยู่กับรสมือเสียมากกว่าหนักอ่อนอย่างใด

สูตรไม่ลับคือ พริกไทยเม็ดบุบให้แตก รากผักชีหัวหอมใหญ่ปอกเปลือก ถ้าในรายการทีวี แชมเปี้ยนอาจจะใส่ต้นกระเทียมญี่ปุ่นคากิคือข้อตีนหมู ซี่โครงไก่เข้าไปด้วย

แต่อย่าให้ถึงกับยุ่งยากปานนั้นเลยเดี๋ยวจะกลายเป็นคนอยู่ด้วยยากเสียเปล่าๆ นอกจากหัวหอมใหญ่จะปอกหัวไชเท้าหั่นท่อนเพื่อช่วยให้น้ำใสก็พอแล้ว

สำคัญตรงรสชาติที่ปรุง ให้ใช้เกลือเม็ดจะเป็นเพศผู้เพศเมียก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปพลิกดูหรอก เฮ้อ !

ถามว่าใส่เท่าไร

ตอบว่าแค่ให้มีรส อย่าถึงเค็มก็แล้วกัน

เครื่องปรุงสำคัญที่สุดต่อจากนี้ไม่ใช่ผงชูรสแต่เป็นน้ำตาลกรวดปริมาณหนักหนึ่งขีดต่อน้ำสิบลิตร และเครื่องปรุงสุดท้ายนี้ไม่ต้องไปบอกใครด้วยให้ถือเป็นความลับ

จากนั้นจงราไฟรุมไว้ และห้ามปิดฝาเดี๋ยวน้ำจะขุ่น เช่นเดียวกับที่ให้ลวกกระดูกและก้อนหมูก่อนเพื่อไม่ให้น้ำแกงขุ่นนี่เอง

ถึงขั้นนี้ เห็นใครมือว่างๆ ให้ไปยีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่เขาตัดซ้อนเป็นชั้นให้แยกจากกัน

เส้นหมี่ก็แช่น้ำเย็นให้คลายตัวเช่นเดียวกับวุ้นเส้น

อีกคนว่าง ให้ล้างถั่วงอกขึ้นสงล้างผักชีต้นหอมซอยแยกใส่ชาม

คนที่มีแววเกียจคร้านที่สุด โน่น ! ให้ปอกกระเทียมไว้เจียว

ส่วนตัวคุณเองหันไปปอกกุ้ง ได้กุ้งชีแฮ้ขนาด๔๐ ตัว หนักหนึ่งกิโล ราคาประมาณ ๑๕๐ - ๑๘๐ บาท แล้วแต่ตลาดรอบนอกหรือรอบในกรุงแต่ไม่ต้องยกกิโลก็ได้ กะว่าถ้าซื้อหมูสับครึ่งกิโล ซื้อกุ้งสามขีดเป็นพอ

กุ้งนี้สงน้ำก่อนปอกอีกสักครั้งเมื่อเด็ดหางเด็ดหัวทิ้ง มีมันติดมือ ก็ปาดรวมกับเนื้อกุ้งล้วนๆ ในชามปอกหมดแล้วหั่นเป็นท่อน ขนาดองคุลีนิ้วก้อย เอาไปคลุกกับหมูสับ โรยพริกไทยป่นใหม่ๆ

เติมซีอิ้วขาวห้าช้อนโต๊ะน้ำอุ่นหรือน้ำโซดาอีกสองช้อนโต๊ะจะทำให้หมูสับปรุงรสนี้นุ่ม ไม่แข็งกระด้าง

เสร็จแล้วล้างมือ หันไปฝานตับเป็นแว่นหั่นไส้เป็นท่อนขนาดสององคุลี สำหรับไส้นี้พึงเข้าใจว่าเป็นไส้ที่เขียงหมูเขาล้างทำความสะอาดมาให้แล้วนะจ๊ะ มิฉะนั้นเรื่องล้างไส้นี่หนักหนาเอาการตั้งแต่การขยี้กับขี้เถ้า สุดท้ายยังต้องคลุกน้ำส้มสายชูให้หายคาวถ้าทำไม่เป็นซื้อที่เขาทำแล้ว จะดีกว่าเสี่ยงกินก๋วยเตี๋ยวมีกลิ่นหมูทั้งเล้าติดปลายลิ้นมาด้วย

ใครที่ว่างให้หั่นมันหมูแข็ง ซึ่งควรขอให้เขียงเขาแล่เป็นเส้นเรียวๆมาให้ เราแค่หั่นท่อนเจียวเป็นกากหมูพอได้ที่ก็เติมกระเทียมสับลงไปเจียวพอกลายเหลืองยกขึ้นทันที

น้ำมันหมูร้อนๆ จะทำให้กระเทียมกรอบเองขืนชักช้าจะพากระเทียมไหม้ หมดความหอมเสียเปล่าๆ

มีเครื่องประกอบทีเด็ดอีกอย่างที่ผมไปเจอครั้งลงเที่ยวทางใต้ขากลับกำลังจะพ้นไฟแดงสุดท้ายก่อนออกนอกเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงาแวบเห็นทางขวามือขึ้นป้ายว่า“ก๋วยเตี๋ยวเทวดา” พอไฟเขียวรถทางสวนว่าง ก็เลี้ยวกลับรถเข้าไปเทียบหน้าร้านทันที

ร้านนี้ครั้งลูกชายพาเพื่อนลงใต้ยังดั้นด้นไปทดสอบอีกครั้งได้ความเพิ่มเติมกลับมาว่าหนังหมูทั้งผืนเขาขยำน้ำส้มสายชูก่อนนำไปนึ่งจนสุก นำมาหั่นเป็นชิ้นเท่าองคุลีใส่กระด้งตากแดดเดียวแล้วทอดน้ำมันท่วม ได้หนังหมูกรอบพอดีไม่เหนียวหรือแข็งกระด้าง แถมหวานหอมบอกไม่ถูก แปลว่าถ้าจะให้ครบเครื่องก็ควรรวมไว้ในรายการจ่ายกับข้าวด้วยวิธีเตรียมอย่างรวบรัดคือ ลวกทั้งแผ่นในน้ำกระทะแรก พอขึ้นมาให้พรมน้ำส้มสายชูแล้วแล่เป็นชิ้นเล็ก เกลี่ยในภาชนะ เข้าเตาไมโครเวฟให้แห้งแล้วจึงเจียวแทนมันหมูแข็ง เอาไว้โรยหน้าก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับกระเทียม เจียวบีบมะนาว ส่งให้ไปปรุงกันเองชามใครชามมัน

แห้งหรือน้ำ หรือต้มยำ แล้วแต่จะโปรดเถิด

ÿ




Create Date : 22 เมษายน 2557
Last Update : 22 เมษายน 2557 7:53:37 น. 0 comments
Counter : 540 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

jangajang
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jangajang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.