ธารธรรมใสเย็นยิ่ง สุขได้
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
25 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

เกิดเป็นชาย อย่าได้ประมาทในเพศของตนเลย

ความรู้สึกของสุภาพสตรีที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อเห็นชาย"บวชพระ"




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2552
13 comments
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2552 12:54:37 น.
Counter : 546 Pageviews.

 

ความรู้สึกทุกครั้งที่เห็น คือ อนุโมทนา บางครั้งไปวัดหากบังเอิญพบว่ากำลังทำพิธีบวชอยู่ ก็เข้าไปร่วมในโบสถ์ด้วยเลยค่ะ

และก็รู้สึกดีว่ามีผู้สืบสานพระพุทธศาสนา ขอให้พระท่านนั้นๆ เป็นพระที่ดี ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ หากเป็นคนรู้จักหรือคนใกล้ชิดก็อยากจะไปถวายปัจจัยต่างๆ ให้บ่อยสุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

จากคุณ : Smiling-girl
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 00:47:15


 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:55:40 น.  

 

เวลาเห็นผู้ชายบวชพระรู้สึกอยากเกิดมาเป็นผู้ชายเพราะมีใจอยากบวชพระอยู่ตลอด ตอนพี่ชายบวชแค่ไม่กี่วันยังรู้สึกเสียดายแทน แต่เค้าลางานได้แค่นั้นแต่ก็ยังแอบคิดว่าถ้าเป็นเราจะขอบวชนานๆ อยากออกธุดงค์ อยู่ในที่สัปปายะ ออกบิณฑบาท เคยอ่านหนังสือเรื่อง"วินาทีบรรลุธรรม โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์" ยิ่งทำให้เกิดศรัทธาคะ เกิดมาเป็นผู้ชายถือว่าโชคดีนะคะ

จากคุณ : ชอบแสงจันทร์
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 00:12:41

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:56:15 น.  

 

ไม่รู้สึกอะไรนอกจากอนุโมทนาด้วยใจจริง เข้าใจว่าบุญวาสนามันมาแข่งเทียบกันไม่ได้ เราทำมาแค่นี้ก็ทำเท่าที่บุญวาสนาพาไป

น้องชายดิฉันเพิ่งบวชไปอาทิตย์ก่อน แม้ไม่ได้เห็นภาพ เพียงแต่รับข่าวผ่านโทรศัพท์ก็รู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่สุด ส่วนลึกของจิตใจบอกว่าขอให้น้องบวชไปเลยนานๆ ไม่สึกได้ยิ่งดีค่ะ

จากคุณ : kanu_memphis

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:57:07 น.  

 

ในภาพรวมแล้วก็ต้องยอมรับจริง ๆ ค่ะว่า
เพศชายเป็นเพศที่โชคดี ที่มีโอกาสได้ครองผ้าเหลือง
และอยู่ในแวดล้อมอันเอื้อต่อการมุ่งปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่จริง ๆ

อันนี้อยู่บนสมมติฐานที่ว่า เป้าหมายของการบวชคือ
การศึกษาเรียนรู้และพากเพียรปฏิบัติเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์นะคะ

ซึ่งโดยความรู้สึกส่วนตัว
พอได้มาเรียนรู้และเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของพุทธศาสนาจริง ๆ แล้ว
ก็มีความรู้สึกว่า ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ไม่ว่าจะพระหรือฆราวาส
ถ้าทำเหตุให้ถูกต้องอย่างต่อเนื่องไม่ละเลยแล้ว
ก็มีโอกาสถึงธรรมในเบื้องต้นได้เท่า ๆ กันเลยค่ะ

ถ้ามีโอกาสได้บวชพระ
แต่ได้ไปอยู่ในวัดที่ไม่สัปปายะ มีแต่ปัญหาและความวุ่นวาย
หรือบวชตามประเพณี แต่ขาดความรู้ความเข้าใจ
ไม่มีโอกาสได้รู้จักธรรมะแท้ ๆ ของพระพุทธองค์
ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงครูบาอาจารย์ดี ๆ ที่ท่านชี้แนะให้ได้ ฯลฯ

แม้ได้ครองผ้าเหลือง ก็อาจจะไม่เท่า...

การเป็นผู้หญิงที่
แม้ไม่ได้บวชพระ แต่มีโอกาสได้รู้จักสิ่งที่เป็นแก่นแท้ของพุทธศาสนา
ได้เข้าใกล้ ได้ฟังธรรม จากพระอริยเจ้าที่ท่านเมตตาชี้ทาง
ได้อยู่ในแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญสติในชีวิตประจำวัน
ปฏิบัติอยู่บ้านบ้าง ปลีกตนไปภาวนาตามโอกาสบ้าง ทำหน้าที่ของตนบ้าง
ทำบุญ ทำทาน เกื้อหนุนพระศาสนา อย่างฆราวาสที่ดีคนหนึ่งพึงจะทำได้บ้าง

ถ้าเป็นผู้หญิง แต่มีแวดล้อมแบบหลัง
ก็ไม่รู้สึกว่า การจะได้บวช หรือไม่ได้บวช
จะทำให้เราเสียเปรียบอะไรแต่อย่างใดเลยค่ะ

แต่ถ้ายิ่งเป็นผู้ชายแล้ว
มีโอกาสได้ศึกษาธรรมะแท้ ๆ จากครูบาอาจารย์แท้ ๆ ด้วย
แถมยังได้บวช เพื่อปฏิบัติกิจของตนได้เต็มที่ด้วย
อย่างนั้น ก็ยิ่งอนุโมทนาอย่างยิ่งเลยค่ะ

สรุปแล้ว...

สำหรับท่านที่เป็นผู้ชาย ก็เป็นโชคดีจริง ๆ ค่ะ
หากชีวิตนี้ได้บวชเพื่อเป็นพระแท้ ก็ขออนุโมทนาด้วยอย่างยิ่ง
และขอให้ใช้ศักยภาพนี้ พากเพียรเดินไปจนถึงที่สุดนะคะ _/\\_

สำหรับท่านที่เป็นผู้หญิง เราไม่ได้เสียโอกาสไปกว่ากี่มากน้อยเลยค่ะ
หมั่นเรียนรู้กายใจเจริญสติในชีวิตประจำวัน เข้าหาครูบาอาจารย์ที่สอนตรงทาง
มีศีลเป็นรั้ว ปลีกตัวภาวนาตามสมควร ทำประโยชน์ตน ควบประโยชน์ท่าน ตามสมควร

ได้บวช หรือไม่ได้บวช
ก็เชื่อว่ามีโอกาสพบความสุขเย็นจากภายในได้ไม่ต่างกันเลยค่ะ : )

จากคุณ : ปุญญ์

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:57:29 น.  

 

รู้สึกปิติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านได้บวชในพระพุทธศาสนา เดินตามเส้นทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นลูกศิษย์ของตถาคต เดินตามรอยเท้าของพ่อ มีสิทธิ์ย่นภพชาติได้ลง และมีผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา

.. ใจไม่ได้รู้สึกว่าอยากเป็นอย่างท่าน และเชื่อมั่นว่าเราเองซึ่งเป็นหญิงก็สามารถปฎิบัติตนให้พ้นจากวัฎฎะได้ ด้วยความพากเพียรในการปฎิบัติภาวนา หญิงเองก็สามารถกระทำได้เฉกเช่นพระภิกษุสงฆ์
..............................................................................................
กรณีเป็นหญิง

ข้อด้อย
คือไม่สามารถอยู่ในสถานที่เสี่ยงอันตรายเพราะว่าภัยมีมากกว่า และไม่สามารถดูแลครูอาจารย์ได้อย่างใกล้ชิดเท่านั้นเอง สิ่งอื่นทำได้หมด

ข้อดี
ไม่ต้องกังวลเรื่องศีลที่ต้องเฝ้าระวัง 227 ข้อ เราเพียงรักษาศีล 8 เท่านั้นความกังวลใจก็จะน้อยกว่า ยิ่งหากกระทำให้ศีลมาจบลงที่ใจ แล้วเราก็เฝ้าตามรักษาใจตนเองตลอดเวลา รักษาสติให้แน่นหนามั่นคง (ศีล สมาธิ ปัญญา รวมตัวกัน แล้วนำมันออกมาพิจารณาถึงความไม่เที่ยง) เชื่อได้เลยค่ะว่าเราสามารถย่นภพชาติของตนเองได้เฉกเช่นพระภิกษุสงฆ์
เพียงแต่ว่า คนผู้นั้นต้องมีความพยายาม และอดทน มีครูบาอาจารย์คอยให้คำชี้แนะอยู่ในความดูแลของท่าน


ขอให้ท่านโชคดีและเจริญในธรรมค่ะ
โมฯ

จากคุณ : เพียงพอในใจตน พอใจในสิ่งที่มี (monamy)
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 08:16:41

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:57:55 น.  

 

ก็ดีใจอนุโมทนาด้วยค่ะ
แต่ก่อนก็เคยรู้สึกน้อยใจบ้างว่า ผู้หญิงไม่มีโอกาสบวช แต่ตอนนี้เฉยๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะเห็นผู้ชายหลายคน ได้เกิดเป็นชายมีโอกาสดีกว่าแต่ก็ไม่ฉวยไว้ แม้เราเป็นหญิงแต่เราก็ปฏิบัติตามมรรคได้ เพศไม่สำคัญอีกแล้วค่ะ

จากคุณ : good thinking
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 10:42:08

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:58:26 น.  

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน บางอารมณ์ก็รู้สึกว่า ดีจังเกิดเป็นชายได้บวชเป็นพระ ชาติหน้าข้าขอเกิดเป็นชายบ้าง

แต่ตอนนี้ รู้สึกว่า โชคดีแค่ไหนแล้วที่เกิดเป็นมนุษย์ แล้วมีสัมมาทิฐิ ยึดมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จะเป็นหญิงหรือชายก็ถึงธรรมได้เหมือนกัน จะบวชหรือไม่บวช อยู่ที่บวชใจได้หรือเปล่า ศีล 5 และ กรรมบถ 10 รักษาได้แค่ไหนแล้ว สำคัญมากกว่า

อนุโมทนาแก่ผู้ตั้งใจปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบทุกคนนะคะ

เจริญในธรรมค่ะ

จากคุณ : คุณหนูขา
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 10:52:34

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:59:02 น.  

 

รู้สึกดีค่ะ ยินดีด้วย
แล้วก็รู้สึกเสียดายกับบางคนที่มีโอกาสได้บวชเพียงเวลาสั้นๆ
แล้วก็คิดว่าชาติหน้าจะขอเป็นชาย จะได้บวชเป็นพระธูดงค์

จากคุณ : snoopy21
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 11:46:33

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 12:59:32 น.  

 

ความเห็นส่วนตัวชอบที่แม่ชีศันสนีย์พูดในรายการตาสว่างเมื่อคืนค่ะ ท่านบอกว่าท่านไม่ยึดติดสมมติ หรือ เครื่องแต่งกายภายนอกเลย จะบวชชีพารหมณ์ห่มขาว หรือ เป็นภิกษุณีห่มเหลือง ก็เหมือนกัน สำคัญตรงที่ใจ

ลองสังเกตดูก็ได้ว่าทุกวันนี้เวลาทำผิดแล้วเราเห็นความผิดของตัวเองไหม เวลาอยากได้มันร้อนรนรู้สึกตัวหรือเปล่า เริ่มจากศีล 5 ที่เป็นศืลปกติที่มนุษย์ควรมีค่อยๆลดค่อยๆตัดไป ก็เหมือนกับบวชใจแล้วหล่ะค่ะ ต่อไปถ้ามีโอกาสได้บวชแบบสละผม ขนคิ้ว ถือศีลมากขึ้นจริงๆจะปฏิบัติได้เร็วเพราะมีพื้นฐานดีแล้ว

จากคุณ : ตุ๊ดตู่ โอ้เย
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 11:52:48

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 13:00:13 น.  

 

มีอยู่ครั้งนึง มีโอกาสไปวัดที่สุพรรณบุรี ที่วัดนี้มีการเรียนการสอน
พระอภิธรรม ถือเป็นวัดใหญ่ศูนย์กลางการเรียนแห่งนึง
วันนั้นมีการบวชพระพอดี เลยไปนั่งรอท่านอาจารย์ที่ไปร่วมพิธี
หน้าโบสถ์ ซึ่งทำให้เห็นพระที่กำลังทำพิธีด้วย ผู้คนไม่มากนัก

พระที่มาบวชเป็นฝรั่ง อายุยังน้อยมาก น่าจะอยู่วัยบวชพอดี
ไม่ได้ทราบความเป็นมาของท่านที่มีศรัทธา เราก็ดูอยู่เฉยๆ
จนกระทั่งช่วงที่ท่านครองบาตร เห็นแล้วน้ำตาไหล ปิติ ขึ้นมา
ซะอย่างนั้น บอกไม่ถูก ไม่ได้รู้สึกว่า ดีใจ เสียใจอะไร

หลังจากนั้นก็มานึกว่า นี่ท่านมาจากไหนในโลกก็ไม่รู้
แต่มีศรัทธามาบวช วัดก็ต่างจังหวัด การกินอยู่ ขบฉันอะไรก็ตาม
คงลำบากน่าดู ขนาดคนไทยเองบางคนยังอยู่ยาก นี่เพราะศรัทธา

แต่การบวชในผู้หญิงนั้น เห็นว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น
เพราะถ้าถามว่า จะบวชไปทำไม ถ้าเกี่ยวกับการภาวนาแล้ว
การบวชไม่ใช่คำตอบ เหมือนกับคำว่า "บวชใจ" ได้หรือเปล่า
เราสามารถปฏิบัติภาวนาจนเห็นผลได้ โดยไม่จำเป็นต้องบวช
หรือแสดงคนเป็นนักบวชก็ได้ ตัวอย่างอย่างท่าน ก.เขาสวนหลวง
ที่ครูบาอาจารย์หลายท่านก็รับรองท่าน ท่านก็เป็นอุบาสิกา
ใส่เสื้อขาว ปลงผม นุ่งผ้าดำ ทำกิจตนให้สมบุรณ์ได้

จากคุณ : สติมา
เขียนเมื่อ : 12 พ.ย. 52 12:02:49

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 13:00:37 น.  

 

ขอบคุณทุกๆท่านครับ

 

โดย: ใจพรานธรรม 25 พฤศจิกายน 2552 13:01:58 น.  

 

ความคิดเห็นที่ 1

สำหรับตนเองแล้ว
สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจ เป็นเบื้องต้นก่อนคือ การปฎิบัติธรรม ต้องหมายถึงการปฎิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะได้การปฏิบัติที่ถูกต้อง และเห็นผลได้ตามธรรมนั้นๆ

ประการต่อมาผู้ปฏิบัตินั้นจะต้องรู้จริตของตน ว่าตนนั้นชอบและพอใจในธรรมใด สมาธิหรือวิปัสสนา ตนมีปัญญาน้อยหรือมาก ตนชอบใฝ่และศึกษาธรรมบทใหน พระสูตร หรือพระวินัย หรือพระอภิธรรม
หรือชอบรักษาศีล อุโบสถศีล ก็ให้เจริญให้มากในกิจที่ตนชอบพอใจในธรรมนั้นๆ

อันธรรมดาท่านว่าธรรมทั้งหลายนั้นเปรียบดั่งโซ่เส้นเดียวกันไม่ว่าจะจับธรรมใด ก็มีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ฉันใดก็ดีไม่ว่าผู้ปฎิบัติจะชอบพอใจในธรรมใด ก็ย่อมมีจุดหมายธรรมอันเดียวกัน คือพระนิพพาน ในวันใดก็วันหนึ่ง ไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่ง

การได้ปฎิบัติธรรมตามที่ตนชอบ ตามที่ตนพอใจ เป็นบารมีที่ตนเคยสั่งสม เป็นจริตที่ตนชอบพอใจ ย่อมเป็นอิทธิบาทอันมีกำลัง ชักนำพากุศลน้อยใหญ่ให้มาสู่ตน

...เมื่อได้ธรรม ก็ย่อมได้กุศล เมื่อได้กุศล ก็ย่อมได้บุญ เมื่อได้บุญ ก็ย่อมได้รับความสุข เมื่อได้รับความสุข ก็ย่อมได้รับสุขยิ่งๆขึ้นไป
และนิพพานก็เป็นสุขอย่างยิ่ง ที่พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนไว้.

จากคุณ : ใจพรานธรรม
เขียนเมื่อ : 7 เม.ย. 53 00:36:56
ถูกใจ : สติมา, plemarine, bazenji, อรรณพ, นายไวรัส, สายลมแสงแดด

 

โดย: ใจพรานธรรม 30 เมษายน 2553 20:55:13 น.  

 

ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ได้อ่านข้อคิดเห็นของหลายๆท่านแล้ว ก็ต้องขอขอบพระคุณทุกคนที่ได้สร้างโอกาสพี้นที่แห่งนี้ ให้ได้แสดงความคิดเห็น และแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีคุณค่าแก่กันและกัน

สำหรับในประเด็นข้างต้น
ตอนเป็นเด็กๆ นั้นอยากเกิดเป็นชายและอยากบวชในพระพุทธศาสนามาก เรียกว่า ยึดติด
ต่อมาเมื่อความเข้าใจมีเพิ่มมากขึ้น ก็คิดว่าหากเรามีเป้าหมายของการศึกษาธรรมะเพื่อละคลายกิเลสและได้สร้างเหตุและปัจจัยอย่างเพียงพอแล้ว การเกิดสติและปัญญาเข้าใจสภาพธรรมะตามความเป็นจริง ก็จะเกิดขึ้น โดยที่ไม่มีใครสามารถไปกำหนด ควบคุม หรือยับยั้งสภาวะนั้นได้
ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในเพศใด หญิง ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ รวย จน ฯลฯ ทุกคนสามารถเข้าใจสภาวะธรรมได้เมื่อมีเหตุและปัจจัยพร้อม

ขอให้ทุกคนแจ่มใส ร่าเริงอยู่ด้วยสติคะ

 

โดย: รุ่งทิวา IP: 118.173.146.249 20 กันยายน 2553 16:59:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
ใจพรานธรรม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




มีหลายเรื่องที่ควรสงสัย แต่เราไม่สงสัยในสิ่งต่างๆนั้นแล้ว
เราศรัทธาแต่ในพระรัตนตรัย

..แม้เทวดา มารหรือพรหม จะมีหรือไม่มีอยู่จริง
เราก็มีธรรม มีปัญญารู้ในสิ่งต่างๆนั้นด้วยตนเองแล้ว
ทั้งปัญญา ทั้งศรัทธา เป็นสิ่งที่ท่านต้องสร้างให้เกิดขึ้นเอง
ใครสร้างท่านไม่ได้

พระพุทธเจ้า พระองค์ดุจผู้บอกทางให้เท่านั้น
จะเดินหรือไม่ เรามิได้กล่าวโทษตำหนิท่านแต่อย่างใดเลย
ท่านเชื่อ ท่านก็เดิน ท่านไม่เชื่อก็ควรแล้ว ที่ท่านจะสงสัยควรแล้วที่ท่านจะปฏิบัติ เพื่อคลายความสงสัยนั้น
S! Radio
Express 4
เพลง ทานตะวัน ---ฟอร์ด
ศิลปิน รวมศิลปิน : Express
อัลบั้ม Express 4
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้
ขอบคุณ code และ ภาพ จากคุณ aggie_nan ตามลิงค์ที่อยู่ ด้านล่างครับ
Friends' blogs
[Add ใจพรานธรรม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.