Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
คัมภีร์..........หลักการทำงานของ Steve Jobs 14 ข้อ

14 สุดยอดบทเรียนระดับ MBA จาก Steve
Jobs



ความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงในการสร้าง Appleให้เป็นบริษัทไฮเทคที่ทรงคุณค่ามากที่สุดในโลก
ทำให้ Steve Jobs
กลายเป็นตำนานและวีรบุรุษแห่
งกรณีศึกษา
ในบรรดามหาวิทยาลัยธุ
รกิจชั้นนำไปจนถึงบนเวทีสัมมนา

และต่อไปนี้คือสุดยอดทั
กษะและกลยุทธ์ 14 อย่างของ Steve Jobs ที่ทำให้เขาสามารถกอบกู้Apple
จากบริษัทที่ใกล้ล้มละลาย ให้กลายเป็นบริษัทที่มีค่าที่สุ
ดในโลกได้
ซึ่งได้มาจากการวิเคราะห์
ของบรรดาผู้เชี่ยวชาญอันประกอบไปด้วยบรรดาอดีตเพื่อนร่วมงานของ Jobs คู่เจรจาธุรกิจนักออกแบบชื่อดัง
และนักวิเคราะห์วิจารณ์สังคม

คุณจะได้เรียนรู้บทเรี
ยนจากความเป็นปรมาจารย์ด้านนวัตกรรมของ Jobs
จากทักษะในการสร้างความเกรี
ยวกราวจากความเป็นอัจฉริยะทางการตลาด และจากความพยายามของ Jobs
ที่ต้องการสร้าง Apple ให้เป็นบริษัทที่ "หิวและโง่"


*1. อย่ามองปัจจุบัน*


เหตุผล
หนึ่งที่ทำให้คนเชิดชู Apple เหนือกว่าบริษัทอื่นใด เป็นเพราะ
Apple
เป็นบริษัทที่เปลี่ยนแปลงและสร้
างทุกอย่างใหม่หมด
ในขณะที่สิ่งที่บริษัททั่วๆ ไปทำ
คือการปรับเปลี่ยนสิ่งเดิมๆที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นเพียงเล็
กน้อยเท่านั้น แต่
Appleสร้างความต้องการที่เราไม่เคยรู
้ตัวมาก่อนว่าเรามีอยู่และทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าเราต้องมีบางอย่าง ถ้าหากว่าเราอยากจะมีความสุข Steve Jobs
เป็นผู้ประกอบการที่เหนือกว่าผู
้ประกอบการทั่วๆ ไป
เพราะเขามองว่าผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีใครสร้างขึ
้นเป็นเพียงสิ่งสะท้อนถึงความดาษดื่น
และการขาดไร้ซึ่งจิ
นตนาการเท่านั้น

Jobs
มองเห็นความเป็นไปได้ในสิ่งที่คนอื่นเห็นว่าเป็
นไปไม่ได้
เขาสามารถจับเอาความไม่
พอใจและความโหยหาของคน
มาเปลี่ยนให้เป็นสินค้า


*2.
ลูกค้ายอมจ่ายแพง ถ้าคุ้มค่า*


เป็นที่รู้กันดีว่า Jobs นั้น
เป็นเมธีทางด้านสุนทรียศาสตร์

เขาชอบความงามและความประณีตในทุ
กรายละเอียด
ทั้งวัสดุและการออกแบบที่
สามารถสนองความรู้สึกของผู้ใช้ Jobs
ยังเป็นนักมนุษยนิยม
ที่ชอบใส่ความมีชีวิตชี
วาและความเป็นมนุษย์ ลงไปในสิ่งที่เขาสร้าง
การได้สุดยอดนักออกแบบอย่าง
Jonathan Ive มาร่วมงานในปี 1997
ทำให้ทั้งสองได้ตระหนั
กในความจริงง่ายๆ
ที่ว่า ต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งที่เรารัก
แล้วจึงค่อยคิดเรื่องเทคโนโลยี
ีหลัง
ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Apple เป็นมากกว่าแค่เครื่องจักร ทั้งๆ
ที่ผลิตภัณฑ์ของ Apple
ประกอบขึ้นด้วยเทคโนโลยีชั้นสู
ที่สลับซับซ้อน
ทว่ากลับใช้งานง่าย
ราวกับเป็นอุปกรณ์ในยุคอะนาล็อก คติของ Jobs
คือ
อย่าถามลูกค้าว่าพวกเขาต้
องการอะไร เพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้



*3. ให้พนักงานของคุณได้พบปะพูดคุ
ยกัน*

Jobs ซื้อ Pixar Animation Studios
มาจากผู้กำกับฮอลลีวู้ดคนดัง George

Lucas เมื่อปี1986
โดยที่เขาไม่ได้มีความสนใจในสร้
างภาพยนตร์การ์ตูนแม้แต่น้อย
แต่สิ่งที่เขาสนใจใน Pixar คือ
เครื่องคอมพิวเตอร์ Pixar Image Computer
ราคา 135,000ดอลลาร์
ซึ่งสามารถสร้างภาพกราฟฟิกที่ซั
บซ้อนได้
แต่ด้วยราคาที่แสนแพง
ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์นี้
ขายไม่ออก Jobsจึงนำเจ้าเครื่องนี้มาใช้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนจากคอมพิวเตอร์
ผลปรากฏว่า
เขาทำให้ Pixarกลายเป็นหนึ่งในบริษัทภาพยนตร์
ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุ
ตลอดกาลทั้งเงินและกล่อง จนสุดท้าย Jobs สามารถขาย Pixarให้แก่ Walt
Disney เป็นเงินถึง 7,400 ล้านดอลลาร์จากบริษัทที่เขาซื้อมาด้วยเงิ
นเพียง 5
ล้านดอลลาร์เท่านั้น


เหตุผลสำคัญเบื้องหลังความสำเร็
จแบบถล่มทลายของ Pixar คือการออกแบบสถานที่ทำงานของ
Jobs ในตอนแรก
Pixar studios จะแยกออกเป็น 3 ตึก
สำหรับนักคอมพิวเตอร์
นักวาดการ์ตูนและฝ่ายบริหาร แต่ Jobs
ฉีกแผนการสร้างสำนักงานแบบนี้ทิ
้ง
แทนที่จะแยกเป็น 3
ตึก
กลับมีเพียงตึกเดียวที่โล่งกว้
งโดยมีโถงใหญ่อยู่ตรงกลางและรวมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้แม้กระทั่งห้องน้ำ
ปรัชญาเบื้องหลั
งการออกแบบสถานที่ทำงานของ Jobs คือ
ส่วนงานที่สำคัญที่สุด
ต้องตั้งอยู่ใจกลางของตึก และส่วนงานที่สำคัญที่สุดของ
Pixarคือการได้พบปะพูดคุยกันของพนั
กงาน
Jobs เชื่อว่า
การพบปะพูดคุยที่ดีที่สุด มักเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และเขาคิดถูก
พนักงานของ
Pixar ค้นพบว่า ไอเดียดีๆมักจะเกิดขึ้นในเวลาที่พวกเขานั
่งคุยกันในช่วงพักเบรก
หรือบังเอิญเจอกันในห้องน้ำ




*4.
รู้จักทุกซอกทุกมุมของธุรกิจอย่
างถ่องแท้*

หลักการของ Jobs คือ


-เคารพธรรมชาติ
เพราะเราเป็นเพียงส่วนหนึ่
งของธรรมชาติ อย่าขัดขืนธรรมชาติ
แต่ให้น้อมรับ
ธรรมชาติมีคำตอบให้กับทุกสิ่ง
ดอกทานตะวันคือแรงบั
นดาลใจในการออกแบบเครื่อง iMac
จงใส่ความงาม
จิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์
ลงไปในสิ่งที่คุณสร้าง ทำตลาดและขาย

-ใส่ใจรายละเอียด
กล้าลงมือแก้ปัญหาที่คู่แข่งยั
งไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่
กล้าแตะปัญหาที่ไม่มีใครกล้
าแตะต้อง และหาวิธีแก้ปัญหาที่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่วิธีใช้งานผลิตภัณฑ์

-ทำตัวให้มีค่า ไม่ก็ "ไสหัวไป" เมื่อ Jobs
กลับมากอบกู้ Apple ในปี 1997 นั้น

ราคาหุ้นของบริษัทตกลงต่ำสุ
ดในรอบ 12 ปี
สิ่งแรกที่เขาทำคือ
ตัดทุกอย่างที่ไม่จำเป็นทิ้
งไปให้หมด
รวมถึงคนที่ไม่มีค่า

-อย่าหยุดทำทุกอย่างให้ดีขึ้น Snow Leopard
เป็นระบบปฏิบัติการที่สมบูรณ์
แบบที่สุด
แต่ Jobs ไม่เคยหยุดแก้ไขปรับปรุงมัน
แม้ในจุดที่ไม่มีใครเห็นว่าเป็
ปัญหา
ถ้าหากว่า การปรับปรุงนั้นจะทำให้มั
นทำงานได้เร็วขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น
และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

-อย่าอยู่บนหอคอยงาช้าง Jobs คงเป็น CEO
เพียงไม่กี่คนในโลกนี้ ที่ตอบ
email ลูกค้าด้วยตัวเอง
เขาให้ความสำคัญกับประสบการณ์
ของลูกค้า เขาไม่เคยยอมให้กลุ่มตัวอย่
างเล็กๆ
มากำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง
เพราะเขาตระหนักถึงความสำคั
ญของปฏิกิริยาจากลูกค้า

-อย่าเสียเวลากับหลักการสวยหรู
บนกระดาษ
ซึ่งไร้ความหมาย
แต่จงเปลี่ยนความคิดของคุณให้
กลายเป็นการกระทำ

-ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนแรกในตลาด

ตราบใดที่ผลิตภัณฑ์ของคุณยอดเยี
่ยมกว่าคนที่มาก่อนทั้งหมด

-น้อยคือมาก
หลักการ "less is more" ชนะในทุกวงการ บรรจุภัณฑ์ของ Apple

ใช้พลาสติกและกระดาษน้อยมาก
นอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่
งแวดล้อมแล้ว
ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
ทำให้ลูกค้าสะดวกและมีความสุ
ขมากขึ้น
และหมายถึงผลกำไรที่มากขึ้นด้วย

-คลุกวงใน
ผู้บริหารต้องคลุกวงในและใส่
ใจทุกรายละเอียด
และต้องรู้จักทุกแง่ทุกมุ
มของบริษัทอย่างถ่องแท้



*5.
เริ่มจากศูนย์*


Jobs
มีพรสวรรค์ในการจินตนาการสร้
างสิ่งใหม่
โดยไม่ต้องเริ่มจากสิ่งที่มีอยู
่ในปัจจุบัน เขาสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นจากศูนย์
และผลก็คือ
เขาทำให้วัตถุที่ไร้ชีวิ
ตกลายเป็นสิ่งที่เกือบจะมีชีวิต
ตัวอย่างที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ การที่
Jobs คิดเครื่อง iPod ขึ้นมา
ในช่วงเวลาที่ Sony
กำลังครองตลาดเครื่องเล่นเพลงด้
วย
Walkman
อย่างชนิดที่เกือบจะไร้คู่แข่ง
และยังมี CBS
เป็นผู้คอยสร้างเนื้อหาให้ การจะเอาชนะคู่แข่งแบบนี้
เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ Jobs ชนะเพราะเริ่มต้นด้วยความคิดว่า
เครื่องเล่นเพลงที่ "ควรจะเป็น"
ควรจะเป็นอย่างไร
แล้วจึงค่อยสร้างสิ่งอื่นๆ
เติมเข้าไปในเครื่องเล่
นเพลงของเขา



*6. เอาอย่าง
อย่าลอกเลียน*


คุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะเป็น the next Jobs
หรือไม่ ต่อไปนี้คือ 4

หลุมพรางของคนที่ใฝ่ฝั
นอยากจะเป็นJobs คนต่อไป

- อย่าเลียนแบบ Jobs
แต่เปลือก แค่แต่งตัวให้เหมือน Jobs

ผู้นิยมสวมเสื้อคอเต่าสี
ดำและกางเกงยีนส์ไม่ได้ทำให้คุณสามารถเป็น Jobs คนต่อไปได้
แต่หากคุณเอาอย่าง Jobs ที่ใช้สไลด์ซึ่งเน้นภาพและมีข้อความเพี
ยงเล็กน้อย
ในการนำเสนองาน
คุณอาจมีโอกาสพัฒนาตัวเองให้เป็
นนักพูดที่สุดยอดเหมือนกับ Jobs
ได้

-สิ่งที่บริษัททำหลั
งจากประสบความสำเร็จ
อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่
เคยทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ
Apple
ควบคุมโปรแกรมใช้งานต่างๆบน iPhone และ iPad
อย่างเข้มงวด
และสร้างรายได้
มหาศาลจากการขายโปรแกรมเหล่านี้
ผ่านร้าน iTunes Store
ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับที่Apple
เคยทำกับเครื่อง Macintosh ในยุคทศวรรษ 80 ซึ่งเป็นช่วงที่
Apple
เปิดเผยข้อมูลระบบเพราะในตอนนั้น Apple กำลังต้องการให้คนอื่นๆ
มาช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ให้อย่
างมา

-เส้นทางที่จะประสบความสำเร็จมี
หลายเส้นทาง เส้นทางที่เคยทำให้
Jobsประสบความสำเร็จ
ไม่จำเป็นว่าจะใช้ได้ผลกับคุณด้
วย ความจริงแล้ว Apple ทำหลายอย่างที่คนอื่นๆ
ไม่เข้าใจ
หรือแม้กระทั่งส่ายหน้า เช่น ไม่ฟังลูกค้า
ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับสื่ออย่
างเปิดเผยหรือเป็นมิตร
ไม่ได้เข้าถึงลูกค้าผ่านสื่อ Social Media
และไม่ได้บริหารพนักงานแบบเป็
นประชาธิปไตยหรือมีส่วนร่วม
แต่ Apple ก็ยังเป็นบริษัทที่
ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก

-บางครั้งเฮงอาจดีกว่าเก่ง

กว่าจะถึงวันที่คุ
ณสามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่ทำให้
Appleประสบความสำเร็จได้ทั้งหมด
ก็อาจจะสายไปแล้วที่จะทำอย่
างเดียวกับที่ Apple เคยทำ เพราะโอกาสที่เคยทำให้
Apple
ประสบความสำเร็จ อาจหมดไปแล้ว

ต่อไปนี้คือ 3
บทเรียนที่คุณควรเอาอย่าง Jobs


-ให้ในสิ่งที่ลูกค้าอยากได้
ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูด


-ให้ความสำคัญมากที่สุด
กับการใช้งานที่ง่
ายและการออกแบบให้สวยงาม

-จัดสถานที่ทำงานที่จะทำให้
คนทำงานได้ดีที่สุด



*7.
สำคัญที่สุดคือการออกแบบ*


Jobs
ให้ความสำคัญกับการออกแบบอย่
างมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในการสร้างผลิตภัณฑ์
ใหม่ๆ ที่ทำให้คนอยากซื้อ
การออกแบบเป็นส่วนหนึ่งของ Apple
มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
โลโก้รูปแอปเปิลสีรุ้งที่แหว่
งด้วยรอยกัด คืองานออกแบบยุคแรกสุด
Apple
อาจเริ่มต้นด้วยการเป็นบริษั
ทคอมพิวเตอร์ที่มีลูกค้าเป็นพวกคลั่งไคล้เทคโนโลยี แต่สิ่งที่ทำให้ Apple ประสบความสำเร็จ 
กลับเป็นการที่สามารถเปลี่ยนตั
เองเป็นเหมือนสินค้าแฟชั่น ที่แทบไม่ต่างจาก Prada
หรือ Paul Smith
และคำว่า "คอมพิวเตอร์" ก็ได้หายไปจากชื่อของบริษัท

ทุกวันนี้ Apple
ไม่ได้ผลิตคอมพิวเตอร์ แต่สร้างสิ่งต่างๆ หรือพูดให้ถูกคือ "

ออกแบบ" สิ่งต่างๆ ที่ทำงานให้เรา
การออกแบบทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ
Apple
กลายเป็นวัตถุที่มีเสน่ห์ดึงดู
ใจ
และพาเราก้าวเข้าสู่โลกใหม่ยุ
คหลังวัตถุ (post-object
world)
คือโลกที่สิ่งสำคัญไม่ใช่รูปร่
งหน้าตาของวัตถุสิ่งของอีกต่
อไป
หากแต่เป็น "ความรู้สึก" ที่เจ้าของมีต่อวัตถุนั้
นและการใช้งานมัน
ดังเช่นที่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Apple
ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราสื่
อสารถึงกัน
วิธีที่เราเชื่อมความสัมพันธ์กั
น และอื่นๆ โดยสุดท้ายแล้ว
การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดก็
ือ Appleได้เปลี่ยนวิธีที่เรามองโลกและเข้าใจโลก



*8.
ทำให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้ม*


3 เทคนิคที่ทำให้ Jobs เป็นนักเล่าเรื่องตัวฉกาจที่
หาตัวจับยาก

-อธิบายความเจ๋งของผลิตภัณฑ์
ในประโยคเดียว Jobs บอกว่า iPod เป็น "1,000
เพลงในกระเป๋าของคุณ"
MacBook Air คือ "คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่บางที่
ุดในโลก"
และ
iPad คือ "มหัศจรรย์แห่งการปฏิวัติคอมพิ
เตอร์"
หลักการของ Jobs คือ
ให้ภาพใหญ่ก่อน ด้วยการอธิบายถึงผลิตภัณฑ์ด้
วยประโยคเดียว ที่มีความยาวไม่เกิน 140
ตัวอักษรหรือน้อยกว่า

-
อธิบายด้วยภาพ Jobs ชอบใช้สไลด์ที่มีแต่ภาพและข้
อความเพียงเล็กน้อยไม่เกิน 40
คำ เพราะว่าเขาคิดเป็นภาพ สไลด์ของ Jobs
จะไม่มีข้อความที่แบ่งเป็นหัวข้
อๆ
เด็ดขาด วิธีการที่
Jobs ใช้เรียกว่า Picture Superiority
ซึ่งหมายความว่า
คนจะรับข้อมูลข่าวสารได้ดีกว่า
ถ้ามีทั้งภาพและข้อความแทนที่จะมีแต่ข้อความเพียงอย่
างเดียว
ซึ่งบังเอิญถูกต้องตามหลั
กการทำงานของสมองมนุษย์
โดยคนจะจำข้อมูลที่มีแต่คำพู
ดได้เพียง 10% เท่านั้น หลังจากผ่านไป 3 วัน
แต่จะจำได้มากถึง 65%
ถ้าหากข้อมูลนั้นมีภาพด้วย

-กฎไม่เกิน 3 Jobs บอกว่า iPad2 "บางกว่า
เบากว่า และเร็วกว่า" iPad1

ตามหลักจิตวิทยาแล้ว
ความจำระยะสั้นจะดีขึ้น ถ้าหากข้อมูลที่ได้รับมาไม่เกิน 3
ส่วน
แล้วจึงค่อยขยายรายละเอี
ยดของแต่ละส่วน แต่
"ภาพใหญ่" จะต้องไม่เกิน 3



*9.
จากปาก Steve Jobs*


"การสามารถคิดสร้างสรรค์สิ่
งใหม่ๆไม่เกี่ยวกับการทุ่มเงินไปกับการวิจัยและพัฒนาให้มากๆ ตอนที่ Apple คิดเครื่อง Macนั้น IBM
ทุ่มเงินไปกับ R&D มากกว่าเรา ไม่ต่ำกว่า 100 เท่า
แต่มันไม่เกี่ยวกับเงิน
แต่เกี่ยวกับคนที่คุณมี
คุณมีผู้นำอย่างไร
และคุณเข้าใจเรื่องการสร้
างสรรค์มากน้อยแค่ไหน"

Fortune 9 พฤศจิกายน 1998



"เป็นเรื่องยากมากที่
จะออกแบบผลิตภัณฑ์โดยอาศัยแค่กลุ่มตัวอย่าง
เพราะคนมักจะไม่ค่อยรู้ว่า
อะไรที่พวกเขาต้องการจนกว่าคุณจะทำมันออกมาให้เขาเห็
น"

BusinessWeek 25 พฤษภาคม 1998



"(นวัตกรรมของ Apple)
เกิดมาจากการปฏิเสธ 1,000 สิ่ง

เพื่อให้แน่ใจว่าเราไม่ได้เดิ
นไปผิดทาง หรือพยายามมากเกินไป"

BusinessWeek
online 12 ตุลาคม 2004



"ไม่มีใครพยายามจะกลืนเรา ตราบใดที่มีผมอยู่ที่นี่
ผมคิดว่าพวกเขาคงกลัวเรื่องรสชาติ"

ที่ประชุมผู้ถือหุ้น Apple 22 เมษายน 1998



"เราออกแบบปุ่มบนหน้าจอให้ดี
ซะจนคุณนึกอยากจะเลียมัน"

Fortune 24 มกราคม 2000 ในการเปิดตัว
Aqua user interface ของ Mac OS X



"(iTune) จะเข้าไปอยู่ในประวัติศาสตร์
ในฐานะจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมเพลง"

Fortune 12 พฤษภาคม 2003




ผมอยากจะเป็นเจ้าของและควบคุ
มเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ

BusinessWeek online 12 ตุลาคม 2004



"(Android) อยากจะฆ่า
iPhone แต่เราไม่ยอม"


ตอบคำถามพนักงาน Apple 28 มกราคม
2010



(เกี่ยวกับความล้มเหลว)
"การเป็นคนรวยที่สุดที่นอนอยู่
ในสุสานไม่มีความหมายอะไรกับผม แต่ถ้าได้เข้านอน
ด้วยความรู้สึกว่าได้ทำอะไรที่แสนวิเศษ นั่นจึงจะมีความหมาย
เวลาที่คุณคิดสิ่งใหม่ๆ
คุณมักจะทำผิด
ต้องรีบยอมรับความผิดนั้นโดยเร็

และปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป"

The Wall Street Journal 25 พฤษภาคม
1993



*10.
ท้าทายความคาดหวังของคนอื่น*


Apple ไม่ใช่ทั้งบริษัทผลิตคอมพิ
วเตอร์
ไม่ใช่บริษัทโทรศัพท์
ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ที่เขี
ยนซอฟต์แวร์ และไม่ใช่บริษัทออกแบบแฟชั่น
ถ้าเช่นนั้น Appleคืออะไร
และความเป็นอัจฉริยะที่แท้จริ
งของ Jobs อยู่ตรงไหน คำตอบคือ
ค้าปลีก
ร้าน Apple Store
มียอดขายสูงลิ่วทำลายสถิติ
ลูกค้าสามารถแวะเวียนไปพักผ่
อนหย่อนใจที่ Wi-Fi Clubhouse ได้ทุกเมื่อ
ในขณะที่อุ
ตสาหกรรมเพลงขายเพลงไม่ได้ แต่ Steve Jobs
ขายได้
เขายังขายหนังสื
อและโปรแกรมซอฟต์แวร์
และมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะรู
้ว่า
เขาจะขายอะไรต่อไป
อาจจะเป็นแฟชั่น Apple บ้าน Apple รถ Apple
และเชื่อเถอะว่า
มีคนมากมายที่เต็มใจจะรอซื้อ บทเรียนจาก Jobs
ในข้อนี้คือ
อย่ายอมรับความคาดหวังของคนอื่
ที่มีต่อคุณ
ที่คาดหวังให้คุณต้องเป็นอย่
างนั้น
หรือทำอย่างนี้
อย่ายอมให้คนอื่นตัดสินคุณค่
าของตัวคุณ



*11.
เป็นคู่แข่งของตัวเอง*


Jobs เชื่อมั่นตั้งแต่แรกว่า
Apple
สามารถจะประสบความสำเร็จในตลาดอุปกรณ์สื่อสารพกพาได้
เพราะ Apple
เป็นเพียงบริษัทเดียวที่เป็นบริ
ษัทซอฟต์แวร์
ในขณะที่คู่แข่งทั้งหมดล้วนแต่
ป็นบริษัทฮาร์ดแวร์และบริษัทน้องใหม่ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่อย่าง Appleก็สามารถสอนมวยและให้บทเรียนระดับMBA ให้แก่รุ่นพี่ๆ
ทั้งอุตสาหกรรมได้จริงๆ
ถึงวิธีที่จะทำให้ลูกค้าบริ
โภคข้อมูลบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่
อนที่ด้วยความสวยงามของผลิตภัณฑ์ ความน่าทึ่งของแบรนด์
และประสบการณ์ของผู้ใช้ที่แตกต่
าง สมแล้วที่
Jobsคืออัจฉริยะทางธุรกิจที่ยิ่
งใหญ่ที่สุดแห่งยุค
เขาสามารถสร้างความแตกต่างอย่
างชาญฉลาด ให้แก่สินค้าที่ดูเหมือนๆ
กันไปหมด
และยังนำความมหัศจรรย์
ของเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็
นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย พึ่งพาได้
และสร้างแรงบันดาลใจ Jobsมีความสามารถในการคิดสร้างสิ่
งที่เราจะต้องการก่อนที่เราจะรู้ตัวว่าเราต้องการมัน
และสร้างสิ่งนั้นให้ง่ายต่
อการใช้งาน


12. ปิดแล้วเปิดใหม่*

*

Jobs นำเทคนิคของ
Hollywood มาใช้กับ Silicon Valley อย่างได้ผล

ผู้ยิ่งใหญ่ของ Hollywood ในสมัยก่อน
ได้ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงอุ
ตสาหกรรมภาพยนตร์
ที่เน้นแต่เรื่องเทคนิคและเคร่
ขรึมจริงจังในทศวรรษ 1910-20ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมบันเทิง
Jobs
ก็ทำในสิ่งเดียวกัน เขากำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมคอมพิ
วเตอร์และโทรคมนาคม
ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงอิ
เล็กทรอนิกส์ ด้วย 3 วิธีการเดียวกับ
Hollywood ได้แก่
หนึ่ง Jobs
เข้าใจลูกค้า เขาเข้าใจดีว่า
คนส่วนใหญ่ชอบบริโภคเนื้อหา
มากกว่าจะเป็นผู้สร้างเนื้อหา ดังนั้นทั้ง iPad,
iPhone และ
iPod
จึงถูกสร้างขึ้นอย่างดีที่สุดเพื่อส่งเสริมการบริโภคให้ง่
ายที่สุด

ข้อ 2 Jobs ผู้เป็นเอตทัคคะด้านสุนทรี
ยศาสตร์ เข้าใจดีว่า สิ่งที่ถูก "ตัด"
ออกไป
สำคัญมากกว่าสิ่งที่ใส่เข้ามา เขาจะไม่เพิ่มสิ่งใดแม้แต่เพี
ยงสิ่งเดียว
หากว่ามันจะทำลายความงามของผลิ
ภัณฑ์ของเขา
ข้อสุดท้าย Jobs เข้าใจดีถึง
"พลังดารา" คือการที่คนเข้าไปชมภาพยนตร์ เพียงเพราะมีดาราคนโปรดเพี
ยงคนเดียว Jobsทำให้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของเขาเป็นเหมือน
"ดารา"


*13. ความลับ
คือโฆษณาที่ดีที่สุด*


Jobs รู้ดีมานานแล้วว่า
โฆษณาที่ดีที่สุดไม่ใช่จะใช้เงิ
นซื้อหาได้
และโฆษณาที่ดีที่สุด ก็คือเรื่องใหม่ๆ Jobs
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทุกตัวของเขา
เหมือนกับมันเป็นข่าวใหม่ๆ ข่าวหนึ่ง
วิธีการของเขาประสบความสำเร็
จอย่างงดงาม
เขาได้โฆษณาฟรีๆ
บนสื่อที่ต่างพากันรายงานการเปิดตั
วผลิตภัณฑ์ของเขาในฐานะของข่าว
เคยมีการประเมินว่า Jobsได้โฆษณาฟรีๆ
ที่สามารถคิดเป็นเม็ดเงินได้ถึง 400 ล้านดอลลาร์ ในการเปิดตัว iPhone
จากการที่สื่อทั่วโลกต่างพากั
นทำข่าวนี้
จริงๆ แล้ววิธีการของ Jobsเป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆ
แต่ฉลาด เขาแค่บอกว่า
เขามีความลับ

1 สัปดาห์ก่อนหน้าการเปิดตัวผลิ
ตภัณฑ์ใหม่ Jobs จะส่งคำเชิญให้ไปร่วมงานที่ลึ
กลับ
ทำให้คนรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
เกิดการคาดเดากันอย่างใหญ่
โตและข่าวลือ
สื่อก็ร่วมเล่นเกมค้นหาความลั
บด้วย
แต่ Jobs ก็จะปกปิดความลับของเขาอย่างยิ่
งยวด
จนกว่าจะเฉลยในวันสุดท้าย Jobs
ใช้วิธีการนี้อย่างได้ผลมาตลอด 20ปีแห่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ของ
Apple



*14.
จงเป็นคนที่หิวและโง่*


โอวาทอันโด่งดังที่ Steve Jobs
ซึ่งไม่เคยเรียนจบปริญญา

ได้กล่าวแก่บัณฑิตจบใหม่
ของมหาวิทยาลัย Stanford University เมื่อวันที่12
มิถุนายน
2005 เขาได้เล่าเรื่อง 3 เรื่อง เรื่องแรก
เกี่ยวกับการเรียนมหาวิทยาลั
ยของเขา
หลังจากเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ที่
มหาวิทยาลัย Reed College ใน Portland รัฐ
Oregon
ได้เพียง 6 เดือน Jobs ก็พบว่ามันช่างไร้ประโยชน์
เขาตัดสินใจลาออก
ซึ่งทำให้เขาไม่ต้องเรียนวิชาที
่ถูกบังคับให้เรียนโดยที่เขาไม่
สนใจ
และสามารถเรียนวิชาที่เขารู้สึ
สนใจได้ หนึ่งในนั้นคือวิชา "อักษรวิจิตร"
(calligraphy)
เกี่ยวกับการการออกแบบตัวอั
กษรให้สวยงาม
แม้ว่าในตอนนั้นเขาเอง
ยังมองไม่เห็นเลยว่า
วิชานี้จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิ
ตเขาอย่างไร แต่
10 ปีให้หลัง
ในขณะที่ Jobs กำลังออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh
เครื่องแรก
วิชานี้กลับเป็นประโยชน์อย่
างมหาศาล และทำให้ Macเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในโลกที่มีตัวอักษรสวยงาม
ที่แม้แต่ Windows
ยังลอกเลียนไปใช้

Jobs บอกกับบัณฑิตใหม่ในวันนั้นว่า คุณไม่รู้หรอกว่า
"จุด" ต่างๆ
ในชีวิตของคุณ
จะไปเชื่อมต่อกันได้อย่
างไรในอนาคต
เพราะคุณจะสามารถลากเส้นต่อจุ
ดเหล่านั้นได้ก็ต่อเมื่อเวลาที่คุณได้มองย้อนกลับไปข้างหลังเท่านั้น คุณจึงต้องเชื่อมั่นว่า
จุดต่างๆ เหล่านั้น
จะเชื่อมต่อกันเองในอนาคต
คนเราต้องมีความเชื่อมั่นศรั
ทธาในบางอย่าง ไม่ว่าบางอย่างนั้นจะเป็นอะไรก็
ตาม
ความกล้าในตัวคุณเอง โชคชะตา หรือกรรม
เพราะความเชื่อมั่นศรัทธาว่าจุ
ต่างๆ
ในชีวิตของคุณ จะเชื่อมต่อกันเป็นถนนที่คุ
ณจะเดินในอนาคต
จะทำให้คุณบังเกิดความเชื่อมั่
ที่จะเดินตามหัวใจของคุณ
แม้ว่าอาจจะต้องเดิ
นออกไปจากหนทางที่คุณคุ้นเคย
แต่คุณจะค้นพบสิ่งที่แตกต่าง

เรื่องที่สองคือเรื่องที่เขาถู
กไล่ออกจาก Apple
บริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเองกั
บมือ
แต่
Jobs บอกว่า นั่นล่ะ คือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่
เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขา
ความหนักของความสำเร็จ
ถูกแทนที่ด้
วยความเบาสบายของการได้เริ่มต้
นใหม่อีกครั้ง
และได้ปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ
จนสามารถก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่
สร้างสรรค์ที่สุดช่วงหนึ่งในชี
ิตของเขา
ช่วงนั้น Jobs ได้สร้างบริษัท NeXT และ Pixar
และได้พบรักกับภรรยา

เรื่องสุดท้ายเกี่ยวกับความตาย
ตอนที่เขาเป็นมะเร็งตับอ่อน Jobs บอกว่า

การคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย
เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่
เขาเคยพบมาในชีวิต
ที่ช่วยให้เขาสามารถตัดสินใจเรื
่องยากที่สุดในชีวิตได้
การรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย
ทำให้เกือบทุกสิ่งทุกอย่างที่
เขาเคยคิดว่าสำคัญ
ความคาดหวัง ความหยิ่งทรนง
ความกลัวว่าจะอับอายและล้มเหลว
ล้วนกลายเป็นสิ่งที่ไร้
ความหมายไปสิ้น
เมื่ออยู่ต่อหน้าความตาย
คงเหลือแต่เพียงสิ่งที่สำคัญที่
สุดอย่างแท้จริงเท่านั้น
การรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย
ทำให้เขารอดพ้นจากกับดักความคิ
ที่ว่า
เขามีอะไรต้องสูญเสีย คนเราทุกคนเกิดมาในโลกนี้อย่
างตัวเปล่า
จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่เดิ
นตามหัวใจตัวเอง

Jobs
ปิดท้ายโอวาทของเขาด้
วยคำแนะนำสุดท้าย
ที่เขานำมาจากคำบรรยายใต้
ภาพปกนิตยสารชื่อ Whole Earth Catalog
ฉบับสุดท้าย
ก่อนที่นิตยสารฉบับนั้นจะปิดตั
ลง
ซึ่งเขาได้อ่านเมื่อตอนอายุเท่
ๆกับบัณฑิตจบใหม่ในวันนั้น เป็นประโยคที่เขาหวังให้ตัวเองทำได้เสมอมา
และประโยคนั้นคือ
"จงเป็นคนที่หิวและโง่" **





Free TextEditor


Create Date : 30 มกราคม 2555
Last Update : 30 มกราคม 2555 9:33:52 น. 0 comments
Counter : 885 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายลม08
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add สายลม08's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.