Enter At Your Own Risk!!
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2553
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
29 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
Europa Europa - ยุวชนฮิตเลอร์ชาวยิว

เรื่อง Europa Europa โดย Solomon Perel
แปลจากเรื่อง Ich war Hitlerjunge Salomon โดย Margot Bettauer Dembo


เรื่องจริงเหลือเชื่อของเด็กหนุ่มชาวยิว ที่ได้ปลอมตัวเป็นคนเชื้อสายเยอรมันและใช้ชีวิตในฐานะยุวชนฮิตเลอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ที่ได้อ่านเรื่องนี้เพราะเผอิญได้ดูภาพยนต์ Europa Europa ที่สร้างปี 1990 แล้วรู้สึกประทับใจมาก (ได้รางวัลลูกโลกทองคำประเภทภาษาต่างประเทศ ปี 1991) เลยไปหาหนังสืออัตชีวประวัติของ Solomon Perel [1] มาอ่านต่อทันที

--- SPOILER ALERT ---




Solomon Perel หรือ Solly เกิด เมื่อปี ค.ศ. 1925 ที่เมือง Peine ในประเทศเยอรมนี เป็นลูกคนเล็กของครอบครัวชาวยิวที่อพยพมาจากรัสเซียหลังการปฏิวัติปี 1918 ในวัยเด็ก Solly อาศัยในเยอรมันอย่างมีความสุขโดยพ่อเป็นเจ้าของร้านขายรองเท้า แต่เมื่อพรรคนาซีมีอำนาจ ชาวยิวเริ่มถูกกีดกัน Solly ก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียน ครอบครัวจึงได้ขายกิจการร้านรองเท้าอย่างถูกๆ แบบแทบหมดตัว แล้วย้ายอยู่กับญาติในโปแลนด์เมื่อปี 1935

ในปี 1939 โปแลนด์ถูกเยอรมนีบุก อันเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 พี่ชายคนโตของ Solly เป็นทหารในกองทัพโปแลนด์และถูกจับเป็นเชลยศึก พ่อแม่จึงตัดสินใจอยู่ในโปแลนด์กับลูกสาวและให้ลูกชายที่เหลือ 2 คน หนีไปโซเวียต แต่ระหว่างหนี Solly ก็แยกทางกับพี่ชายที่จะแต่งงานและได้ไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หลังจากนั้นไม่นานพ่อแม่ก็ให้พี่สาวหนีมาอยู่กับพี่ชายที่เพิ่งแต่งงาน ระหว่างที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า Solly มีชีวิตที่ค่อนข้างเป็นปกติ ได้เรียนหนังสือ และเข้าเป็นสมาชิกองค์การสันนิบาตเยาวชนคอมมิวนิสต์ (Komsomol)

แต่กองทัพเยอรมันบุกโซเวียตในปี 1941 ทำให้ชาวยิวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าต้องหนีไปคนละทิศละทาง ในเวลาไม่กี่วัน Solly ก็ถูกกองทัพเยอรมันควบคุมตัวเหมือนกับผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ Solly เลยบอกทหารเยอรมันว่าชื่อ Josef Perjell เป็นคนเชื้อสายเยอรมันที่ไปตั้งถิ่นฐานในลิธัวเนีย ทำให้ได้เป็นล่ามภาษาเยอรมัน-รัสเซีย ติดตามกองพลรถถังที่ 12

ระหว่างที่อยู่กับกองพลรถถัง Solly ก็เป็นที่รักใคร่ของทหารเหมือนเป็นตัวนำโชค (เคยช่วยระบุตัวลูกชายสตาลินตอนถูกทหารเยอรมันจับกุมด้วย) มีร้อยเอกคนหนึ่งถูกใจ Solly แถมไม่มีลูก เลยจะรับเป็น Solly เป็นบุตรบุญธรรมเมื่อสิ้นสงคราม ระหว่างนี้ก็ให้ไปเรียนในโรงเรียนประจำก่อน เนื่องจากผู้กองมีหลานสาวเส้นใหญ่ (สามีโดนจำคุก 20 ปี หลังสงคราม) เลยสามารถส่ง Solly เข้าโรงเรียนเพื่อสร้างผู้นำในอนาคตของพรรคนาซี คือ โรงเรียนยุวชนฮิตเลอร์ ที่เมือง Brunswick

ตลอดเวลา 4 ปี จนกระทั่งสิ้นสงคราม Solly อยู่อย่างหวาดกลัวกับการถูกจับได้ว่าเป็นคนยิว ในสมัยนั้นมีการศึกษาเรื่องชนชาติโดยมีพื้นฐานจากการวัดกะโหลกและโครงกระดูก ซึ่งในปัจจุบันทราบว่าใช้ไม่ได้ Solly เองก็เคยโดนวัดกะโหลกในวิชาชาติพันธุ์ที่โรงเรียนยุวชนฮิตเลอร์ และได้รับผลการตรวจสอบเป็นชาวอารยันเชื้อสายบอลติก แต่จริงๆ แล้ว วิธีที่บ่งบอกว่าเป็นคนยิวนั้นใช้วิธีอื่น คือ งานเอกสาร วัฒนธรรม (ภาษาและความเป็นอยู่) และ คนรู้จักบอก

สำหรับ Solly แล้ว ตอนแรกบอกทหารเยอรมันว่าเอกสารถูกทำลายจากการโจมตี ซึ่งโชคดีมากที่ทหารออกเอกสารทดแทนเลยโดยไม่มีการสอบถามไปยังลิธัวเนีย และตอนหลังเมื่อสำนักงานที่ Brunswick ต้องการเอกสารยืนยัน ก็โดนระเบิด ทำให้เรื่องเงียบไป ส่วนข้อเจอคนรู้จักก็น่ากลัวพอสมควร เพราะ เมือง Peine ที่อยู่จนอายุ 10 ขวบ อยู่ใกล้กับ Brunswick มาก แต่ก็ไม่เฉียดตายเท่ากับตอนที่ Solly ขอไปเที่ยวโปแลนด์ระหว่างโรงเรียนหยุดเพื่อลองหาพ่อแม่ จนเกือบจะไปพบคนรู้จักที่กลายเป็นฝ่ายนาซี

แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือเรื่องทางวัฒนธรรมเฉพาะของชาวยิว โชคดีที่ Solly มีหัวทางภาษาดี ทำให้ไม่โดนจับได้ (ยกเว้นคราวที่เชลยศึกชาวรัสเซียบอกว่าออกเสียงตัว R แบบชาวยิว) แต่ที่เป็นปัญหาสุดๆ ตลอดระยะเวลา 4 ปี คือการขลิบ ที่ถือเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นชนิดว่าถ้าโดยเห็นก็เสร็จเมื่อนั้น โดยปกติก็ต้องระวังตอนอาบน้ำแต่งตัวไม่ให้ใครเห็นและมีอะไรกับแฟนไม่ได้ แต่ก็โดนทหารเสนารักษ์ของกองพลรถถังเห็นเข้าตอนลวนลาม (แต่ยังไม่ถึงขั้นกระทำชำเรา) เหตุการณ์นี้ทำให้ Solly สนิทสนมกับทหารเสนารักษ์คนนั้นมาก (สมัยนาซี เกย์ ยิปซี และบุคคลไม่พึงประสงค์อื่นๆ ก็โดนจับเข้าค่ายกักกันเหมือนกัน)

หนังสืออัตชีวประวัติเรื่องนี้เขียนบรรยายสั้นๆ แบบตรงไปตรงมา แทรกด้วยเนื้อความเพิ่มเติมเรื่องการพบกับบุคคลเหล่านั้นภายหลังสงคราม ทำให้รู้สึกถึงความประชดเย้ยหยันเรื่องการแบ่งแยกโดยเชื้อชาติ ในขณะเดียวกันก็มีมุมมองจากบุคลิกอีกด้านที่ถูกกลุ่มและสังคมพัดพาไปท่ามกลางปัญหาชีวิตทั่วไปของเด็กหนุ่มที่พยายามเพื่อเอาชีวิตรอดจากคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินจากแม่ตอนที่หนีจากโปแลนด์ว่า "You must stay alive!"

ที่มา
[1] Solomon Perel. (Margot Bettauer Dembo, trans.) Europa Europa (Ich war Hitlerjunge Salomon), John Wiley, 1997.


Create Date : 29 มิถุนายน 2553
Last Update : 14 มกราคม 2557 3:18:56 น. 2 comments
Counter : 600 Pageviews.

 
ไม่ค่อยได้อ่านพวกอัตชีวประวัติเสียเท่าไหร่เลยค่ะ เป็นมนุษย์นิยาย -_-"

ไปได้ Going Postal ฉบับมินิซีรี่ย์ทีวีมา คุณ jk ได้ดูยังคะ ถ้าสนใจส่งให้ได้นะคะ มี PTerry รับเชิญด้วยนะเออ


โดย: ทินา IP: 58.8.233.253 วันที่: 30 มิถุนายน 2553 เวลา:23:27:13 น.  

 
น่าสนใจจังเลยค่ะ ไม่มีแปลไทยสินะคะ อยากอ่านจัง หนังก็อยากดู


โดย: hiroko วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:18:06:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jackfruit_k
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 198 คน [?]




Latest Updates
นิยาย ไทย, จีนแปล, แปล, อังกฤษ; การ์ตูน ญี่ปุ่น, อื่นๆ; หนังสือ ไทย, แปล, อังกฤษ
New Comments
Friends' blogs
[Add jackfruit_k's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.