Enter At Your Own Risk!!
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
Enemy at the Gates - ศึกสตาลินกราด

เรื่อง Enemy At The Gates: The Battle for Stalingrad
เขียนโดย William Craig


หนังสือเล่มนี้เป็นประวัติศาสตร์ของการรบที่สตาลินกราดระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นสมรภูมิที่สยอดสยองและมีการสูญเสียมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยในบทนำได้ประมาณไว้ว่าทหารที่เสียชีวิต บาดเจ็บหรือสูญหายสำหรับกองทัพรัสเซียราวเจ็ดแสนห้าหมื่นนาย เยอรมันสูญเสียเกือบสี่แสน อิตาลีแสนสาม ฮังการีแสนสอง โรมาเนียสองแสน โดยยังไม่นับพลเรือน คาดว่าชาวเมืองเสียชีวิตจากระเบิดในสองวันแรกราวสี่หมื่นคน และเมื่อปี 1942 เหลือคนที่อาศัยในเมืองเพียง 1,515 คน เมื่อเทียบกับประชากรกว่าห้าแสนคนก่อนสงคราม

ในเล่มท้าวความตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2541 ถึงปี 2549 เมื่อเชลยศึกชาวเยอรมันบางส่วนได้กลับบ้าน เท่าที่เคยอ่านมา จขบ. คิดว่าเล่มนี้น่าจะเป็นประวัติศาสตร์การรบที่สตาลินกราดที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง (แต่แผนที่กับรูปน้อยไปหน่อย กับบางทียกคำพูดภาษาต้นฉบับแล้วไม่แปล) ในเล่มอธิบายเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมประสบการณ์ตรงของทหารและพลเรือนทั่วไป สรุปอนาคตภายหลังการอธิบายเพิ่มเติมและเอกสารอ้างอิงตัวกระจิ๋วที่แค่มองก็เวียนหัวท้ายเล่ม

ผู้เขียนเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์ 5 ปี และช่วงเวลาที่เก็บข้อมูลก็เป็นช่วงที่ดีมากด้วย คือ มีระยะเวลาห่างจากสงครามพอสมควร ทำให้บาดแผลมีเวลารักษาตัว มีเอกสาร บันทึกเหตุการณ์หรือชีวประวัติที่ตีพิมพ์หรือเปิดเผยมากขึ้น นอกจากนั้น ระยะเวลาก็ยังไม่ห่างจนเกินไป ทำให้สามารถสัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้หลากหลาย ถ้าทิ้งเวลานานเกินไปถึงมีโอกาสได้ข้อมูลลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย แต่ก็จะขาดประสบการณ์ตรง เท่าที่สังเกตคือหนังสือหลายเล่มจะมีข้อมูลไม่ตรงกันนัก แต่ที่เขียนในนี้จะอ้างเฉพาะเล่มเท่านั้น

มีอยู่เรื่องที่รู้สึกแปลกนิดๆ คือถึงจะแสดงถึงความโหดร้ายแบบตรงไปตรงมา แต่ไม่ค่อยรู้สึกถึงความสูญเสียมากเท่าที่ควร (จขบ. เคยอ่านเจอที่ไหนจำไม่ได้ว่าช่วงชีวิตคาดหวังของทหารรัสเซียระยะป้องกันสตาลินกราดคือ 24 ชั่วโมง) อาจเป็นเพราะมีเรื่องการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตหลายคนหรืออาจเป็นเพราะสไตล์ที่ตรงไปตรงไม่ได้เน้นดราม่าก็ได้

ชื่อเรื่องของหนังสือเล่มนี้ถูกนำไปใช้เป็นชื่อภาพยนต์ปี 2001 ชื่อไทยคือ 'กระสุนสังหารพลิกโลก' ที่ว่าด้วยการดวลระหว่างสไนเปอร์รัสเซียและเยอรมัน นำโดย Jude Law (Vassili Zaitsev), Ed Harris (Major König), Joseph Fiennes (Commissar Danilov) และ Rachel Weisz (Tania Chernova) ซึ่งเป็นเรื่องที่ จขบ. ประทับใจมาก (และเป็นเหตุให้หาเล่มนี้มาอ่าน) แน่นอนว่ามีการเสริมแต่งเพื่อดราม่า (รวมถึงลดความโหดของต้นแบบนางเอก) และมีฉากหลุดๆ อยู่บ้าง แต่ที่ จขบ. รู้สึกว่าตกม้าตายคือตอนสุดท้ายที่พันตรีเยอรมันออกมาเดินในที่โล่งให้โดนส่องง่ายๆ
[07/05/13]

--- More to Come ---

ระหว่างทุกช่วงก็มีประสบการณ์และความรู้สึกของทหารและพลเรือนทั่วไปด้วย ที่จำได้แม่นเพราะบทเยอะ ตั้งแต่หน้าเลขตัวเดียวถึงหน้าสุดท้าย คือ Lt. Emil Metzger ที่สมัครเป็นทหารตั้งแต่ปี 1933 แต่งงานตอนปี 1940 ได้อยู่กับภรรยาแค่สี่ห้าวันก่อนออกรบสองปีถึงได้สิทธิพักกลับบ้านระหว่างที่เริ่มบุกสตาลินกราด แต่ตัดใจยกวันลาให้เพื่อนกลับบ้านไปแต่งงาน ตอนโดนจับถูกยิงที่ส้นเท้า เดินกระสุนฝังในกว่าร้อยไมล์เพื่อขึ้นรถไฟไปค่ายเชลยศึกในไซบีเรีย ลำบากแบบเคยลงนอนเตรียมตาย แต่สุดท้ายกลับถึงบ้านเมื่อกลางปี 1949 หลังสงครามอาศัยในแฟรงเฟิร์ตกับภรรยา โดยมีลูกชายของเพื่อนผู้ไม่เคยเห็นหน้าพ่อที่เสียชีวิตในค่ายเชลยมาหาบ่อยๆ

ของแถมสำหรับภาพยนต์คือรายละเอียดในเล่มของสไนเปอร์ Vassili Zaitsev ที่มีไม่มากนัก (ดูจากดัชนี มีอ้างถึงในสิบหน้าบวกสรุปอนาคตท้ายเล่ม รูปเดียวที่มีเป็นรูปกับนายพล Chuikov) ว่าอยู่กองพล 284 มาถึงสตาลินกราดเมื่อ 20 กันยายน 2542 อาศัยทักษะนายพรานฆ่าทหารเยอรมันได้เกือบ 40 นายในสิบวัน มีชื่อเสียงจนในเดือนตุลาคมทางเยอรมันตามตัวพันเอก Konings จากเบอร์ลินและยิงสไนเปอร์รัสเซียเสียชีวิตหลายนาย เมื่อตัดสินใจตอบโต้ Zaitsev และเพื่อน Nikolia Kulikov ได้ซุ่มอยู่บริเวณแนวรบสองวัน ในวันที่สามเจ้าหน้าที่การเมือง Danilov มาดูเหตุการณ์และเงยตัวขึ้นจนถูกยิงที่ไหล่ Zaitsev เลยลองยกถุงมือขึ้นซึ่งก็โดนยิงทันที ทำให้พอประมาณที่ซ่อนของ Konings ได้ว่าอยู่ใต้แผ่นเหล็กบริเวณซากปรักหักพัง ทีมรัสเซียจึงย้ายที่ซุ่มให้ดวงอาทิตย์ส่องเข้าหาทางเยอรมันในตอนบ่ายเพื่อให้เห็นแสงสะท้อนจากเลนส์กล้องได้ ในเช้าวันต่อมา Kulikov ยิงหลอกเพื่อดึงความสนใจ รอจนบ่ายแก่ก็ยกหมวกเหล็กล่อให้ Konings ยิงและส่งเสียงร้องจน Konings ผงกศีรษะขึ้นมามองเพียงนิดเดียว แต่ก็พอให้ Zaitsev ยิงเข้าหว่างตา ภายหลัง Zaitsev รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดที่ตา สรุปมีสถิติสังหารที่สตาลินกราด 242 ศพ ได้เหรียญกล้าหาญชั้นสูงสุด Hero of the Soviet Union หลังสงครามได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนด้านวิศวกรรมในเคียฟ

นอกจากนี้ Zaitsev ยังฝึกสอนสไนเปอร์มีชื่อหลายคน เช่น Victor Medvedev และ Anatoli Chekhov รวมถึง Tania Chernova ที่เป็นคนรักของ Zaitsev ด้วย Chernova เคยเต้นบัลเลต์และเรียนแพทย์ก่อนมาเป็นทหาร เธอออกจะเลือดเย็นและปฏิบัติการเสี่ยงตายอย่างไม่สะทกสะท้าน ผ่านการรบมาแล้วที่เบลารุสและยูเครน ตอนที่เข้าร่วมรบที่สตาลินกราดเพิ่งอายุ 20 ปี เคยโดน Zaitsev ตบหน้าฐานขัดคำสั่งจนคนในหน่วยตาย ในเดือนธันวาคม 1942 Chernova บาดเจ็บสาหัสที่ท้องและได้ Zaitsev พากลับไปรักษาแนวหลัง รวมสังหารได้แปดสิบศพในสามเดือน ระหว่างรักษาตัวมีเพื่อนเขียนจดหมายไปบอกว่า Zaitsev ถูกระเบิดเสียชีวิต จนได้ข่าวเมื่อปี 1969 ว่า Zaitsev ยังมีชีวิตอยู่และแต่งงานกับคนอื่น ทำเอาช็อคไปอีกรอบเพราะยังรักอยู่
[07/05/13]

ที่มา
[1] William Craig. Enemy at the Gates: The Battle for Stalingrad. Ballantine, 427 pages, 1974 (First Published in 1973).


Create Date : 07 พฤษภาคม 2556
Last Update : 20 กรกฎาคม 2557 0:19:06 น. 0 comments
Counter : 2262 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
jackfruit_k
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 187 คน [?]




Latest Updates
นิยาย ไทย, จีนแปล, แปล, อังกฤษ; การ์ตูน ญี่ปุ่น, อื่นๆ; หนังสือ ไทย, แปล, อังกฤษ
New Comments
Friends' blogs
[Add jackfruit_k's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.