เรื่องราวความบ้านนอก ในมหานครอันแสนจะ บ้านนอก แก้เซ็งครับผม

Cozmen
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Cozmen's blog to your web]
Links
 

 
Episode Trip พาซื้อของที่ Circuit City

Episode Trip พาซื้อของที่ Circuit City
ดีคับท่านผู้ชม เจอกันอีกแล้วนะคับ
กลับมาอีกครั้ง หลังจาก Rating ตกไปพักนึง
ต้อง โพส ออดอ้อน ขอเสียงแม่ยก ถึงดีขึ้นมาหน่อย
แหะๆ ก็กลัวโพสไปไม่มีคนอ่านนี่หว่า
เออ แต่พี่ Kenzen ไปไหนไม่รู้อ่ะ ไม่มา Comment หลายอันละ
คิดถึง อิอิ(มีการติดตามหลังการขายซะงั้น)

ตั้งใจว่าจะโพส อาทิตย์ละตอน สุดท้ายทำไม่ได้ครับ
เพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะหัวใจมันเรียกร้อง ไม่ช่ายละ
ก็เพราะ ถ้าผมปล่อยให้เนิ่นนานเกินไป วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ของที่เมกา จะกลืนกินความรู้สึกของผมไปจนหมด
และผมก็จะไม่เหลือมุมมองความเป็น บ้านนอก เข้ากรุงอีกต่อไป
ไม่ว่าจะเห็นอะไร, เจออะไรหรือ กินอะไร ก็จะเริ่มชิน ชา
หมดสิ้นไปซึ่งความตื่นเต้น แปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ
รู้สึกเหมือนผมไหมครับ

มาใหม่ๆเจอ หมาเยี่ยวรถเสาไฟ ยัง Amazing
อยู่ๆ ไป เจออะไรให้น่าตื่นเต้นแค่ไหน ก็พูดได้แค่ว่า แล้วไงเหรอ? หรือ Well?
ก็เห็นมันบ่อย ของแปลกใหม่ ย่อมไม่ตื่นเต้นอีกต่อไป
นั่นก็สรุปได้ว่า เด็กบ้านนอก จะกลายเป็น เด็ก Inter ไปโดยปริยาย
และจะ Evolution พูดไทยม่ายซัด ฟังไทยม่ายค่อยออก
Oh! Yes, Great, Good จะกลายเป็นคำติดปาก
ซึ่งตอนนี้ วลีประจำที่วันไหน ไม่พูดมันจะจุกอกตาย ก็คือคำว่าอะไรลองทายดิครับ

Shit(อุนจิ) ม่ายช่าย, FUKU YOU(ภาษาญี่ปุ่น อิอิ) ก็ยังม่ายช่าย

คำๆนั้นคือ Oh! My Goodness ต่างหาก
พูดถึงคำอุทานคำนี้ ตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยได้ยินคำนี้เลยนะครับ
รู้แต่ Oh! My God. มารู้ก็ตอนที่เปิด TV ดูรายการ
Extreme Make Over Home Edition เป็นรายการที่
ไปสร้างบ้าน เนรมิตรบ้านใหม่ให้ผู้โชคดี
แบบว่า จับเจ้าของบ้าน ไปอยู่ที่อื่นสักพัก แล้วก็ทุบบ้านเดิมทิ้ง
แล้วก็จ้าง Interior ทีมงานมาออกแบบ
ให้บ้านใหม่มันเลิศหรู อลังการ มีอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกมากมาย(ออกฟุ้งเฟ้อไปด้วย)
ทั้งชุด Home theatre, LCD TV จอยักษ์, เปียโน ห้องเต้นรำ และอีกสารพัด
โดยคนส่วนใหญ่ที่ได้เห็นบ้านตัวเองในโฉมใหม่
ก็จะอุทานแต่คำว่า Oh! My Goodness เห็นแล้วน่ารักดีนะครับ
แต่ใจผมคิดนะ ผู้โชคดีหลายๆราย ไม่ได้ เป็นครอบครัวที่ร่ำรวย อะไร
แล้วไปสร้างบ้านอลังการให้เขาขนาดนั้น เขาจะดูแลบ้านหลังงาม
ไปได้นานแค่ไหน จะเหมือน แถวบ้านผมที่คนขี่สามล้อ ถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง
เป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน และสุดท้ายก็ กลับมาเป็นที่เดิมชั่วข้ามคืน
เพราะ ใช้เงินไม่เป็น แจกจ่าย ใช้เงินอย่างเมามันส์
เอาล่ะ ผมคิดมากไปแล้วล่ะ รู้ตัวอยู่เหมือนกัน

อ้าว วันนี้ Intro ซะ Serious เลย พูดถึง TV
เลยนึกได้ครับ ว่า หลังจาก น้ำท่วมคราวก่อน ก็ต้องขยับขยาย
หา TV ดีๆสักเครื่องมาดูแล้วล่ะ
ดังนั้น Mission วันนี้คือ

- หา TV ที่ราคาไม่แพงจนเกินไป
- ถ้าเป็นไปได้ สามารถ ขนกลับเมืองไทยได้ยิ่งดี
-ขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถขนจากร้านกลับมาที่พักได้ด้วยตัวเอง
เพราะไม่มีรถ ไม่รู้จักใคร (All by myself)

ถามนอกเรื่อง นิดนึงดิครับ
เรื่อง Myself กับ My own เนี่ย มันใช้ต่างกันยังไงเหรอ
คือ เข้าใจตอนนี้ว่า Myself คือ ตัวของเราเอง
แต่ My Own คือ ด้วยตัวของเราเองใช่ไหมครับ
ผู้รู้คร๊าบบ แล้ว All by myself กับ On my own ต่างกันไงอ่ะ
ทำยังไงจะรู้ว่าอันไหนใช้ My own หรือ Myself

เพราะมีครั้งนึงต้อง เซนต์ชื่อ(Sign) ในใบสมัครอะไรสักอย่าง
เจ้าหน้าที่บอกให้ผมเซนต์ที่ช่องๆนึง by your own
แต่ผมตอบไปว่า OK! I’ll do it myself.
แล้วมาเฉลียวใจว่าผมควรตอบไงแน่
แนะนำผมหน่อยนะครับ
สรุป กระทู้วันนั้มาโพสถามเรื่องภาษาอังกฤษ
แต่เล่าเรื่องอื่นเป็นของแถม

เอาล่ะ เข้าเรื่อง TV ต่อนะ ไม่งั้นได้เป็น Episode ยืดยาวแน่ๆ
หลังจาก Episode น้ำท่วมโลก โดนด่าไปหลาย
โอ้ยสำหรับผมน่ะ ถ้าเขาไม่รักเขาไม่มาด่า ไม่มาตามอ่านหร๊อก
(เห็นมะ มองโลกแง่ดีแค่ไหน)

ผมหาข้อมูลอยู่สักพัก คล้ายตอนจะซื้อมือถือ
เปิด Brochure อยู่นาน ไปอาศัยหยิบที่แจกฟรีในห้าง
มาประมวลผล และหาข้อมูลจาก Internet
สรุปได้ว่าผมจะไปซื้อ TV ที่ Walmart ครับ
หลังจาก Trip ตะหลิววิเศษที่ผ่านไป รัก Walmart ขึ้นเป็นกอง
แต่ยังมีแผลใจกับ ไอ้ Sam’s Club แต่ช่างมันไม่ไปเหยียบมันอีก ก็จบ

เลยนั่งรถเมล์ตรงดิ่งไป Walmart ครับ ไปเดินดูคร่าวๆ ว่ามีตัวเลือกอะไร
ระหว่างทาง ผ่าน ร้าน Circuit city คล้ายร้าน Power ทั้งหลายในบ้านเราครับ
ใจนึงก็นึก อือม์ถ้ามันขายเครื่องไฟฟ้าโดยตรง ตัวเลือก ต้องดีและมากกว่าสิ
เอาน่ะ ไป Walmart ก่อนแล้วกัน พอถึง Walmart ก็เดินดูแถวเครื่องใช้ไฟฟ้า
คราวนี้ เจอ TV หลากหลายรูปแบบ ทั้งจอโค้ง จอแบน จอ LCD
หรือแบบผสม Combo TV กับเครื่องเล่น DVD
ราคาแตกต่างหลากหลายมากครับ ไปสะดุดกับ LCD TV 15” ยี่ห้อ Polariod
ราคา 245 USD เปรียบเทียบกับ TV จอหลอดแก้ว 20 นิ้ว 120 USD

ยืนคำนวนความคุ้มค่าอยู่ ถ้าเราซื้อ LCD 15” เรามีโอกาสขนกลับไทยได้
แต่ระวังนะ TV ที่นี่ ใช้ไฟ 110 Volt บ้านเราน่ะ 220V
กลับไปต้องไปซื้อหม้อแปลงด้วยนะอย่าลืม
อีกปัญหาคือ มันเป็นระบบ NTSC บ้านเราน่ะเป็น PAL
ดังนั้น ถ้าเอามา ก็คือเอามาดู DVD หรือ ต่อพวก Cable TV เท่านั้น
ไม่สามารถเอาไปรับสายอากาศทั่วไปที่บ้านเราได้ เคลียร์นะครับ

แต่ถ้าเอา TV หลอด ก็ ราคาไม่แพงแต่เราก็ ต้องทิ้งถ้าไม่ขนกลับ (ไม่รู้จะไปขายใคร)
ผมมานี่แค่ปีเดียว แถมเจอ รุ่นพี่ขู่ว่า ที่เมกาถ้าอะไรไม่ใช้ เอาไปทิ้งมั่วไม่ได้ โดนปรับ
TV ก็เช่นกัน เอาแล้วไง ตัดสินใจยากจัง แล้วจะขนไปที่พักยังไงฟะ
ถามเจ้าหน้าที่บอก ให้จ้างรถไปส่งถ้าจะให้ Walmart ส่งให้ รอเป็นอาทิตย์

เอาน่ะ กลับไปบ้าน นั่งเอาเท้าก่ายหน้าผากก่อนดีกว่า
ใจนึงคิดได้ ไปดูที่ Circuit City ดีกว่า ตกลงวันนั้นเลยได้แต่ข้อมูลมาครับ
จำไว้อย่างว่า ซื้อ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้ามใจร้อน
ใจร้อนทีไรเจอดีทุกที จะต้องเจอของดีกว่า ถูกกว่า ทีหลังเสมอ
และตอนนั้นผมเองตั้งใจไว้ว่า งานนี้เราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด ต้องได้ตัวเลือกที่ดีที่สุด

เช้าวันต่อมาเลยไป Circuit city โหยที่นี่ เป็นเมือง Electronics ของจริงครับ
ตัวเลือก เยอะมาก Promotion ดีๆทั้งนั้นเลย
ไปสะดุดตากับ LCD TV 15” Sylvania (ยี่ห้อหลอดไฟบ้านเรา) 235 USD
อ่ะฮ้า ถูกกว่า Walmart 10เหรียญวุ้ย แม้คนละยี่ห้อกันก็โอเค
เดินสำรวจไปสักพัก ก็เจอ Counter Internet Hispeed Service
อารมณ์ไหนไม่รู้นะลองเปิด Webของ Circuit city หาข้อมูลซะเลย
โห ไปเจอ Promotion ใน web ว่า LCD TV รุ่นเดียวกันนี้
ราคา 199 USD ซะงั้นไหงมันถูกกว่า ราคาตั้งในร้านอีก
อ้าวไหงเป็นงั้นเนี่ย ถามพนักงานได้ความว่า ต้องสั่งใน web นี่ล่ะ
แล้วเดินไปรับของที่ Counter Customer Service ได้เลย
ต้องจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตใน web ให้เสร็จแล้วจดเลข Order
พร้อมกับเอาหลักฐานแสดงตน พวก Passport ไปรับเท่านั้นเอง

ก็เลย โอเคลองดูหน่อยว่า สั่งทาง web จะเป็นไง ก็ทำตามขั้นตอนนะครับ
ได้เลข Orderมา ก็เดินไปที่ Counter เขาให้รอสักครู่ ขอเลข Order
และ ขอดู Passport เขาก็เอา TVมาให้ พร้อมใบรับสินค้า
ง่ายมากๆเลยครับ สรุปคราวนี้ไม่เจ็บตัวแน่ๆ
เพราะเดือนต่อมาเจ้า TV รุ่นเดิม เขาขายที่ 299 USD ครับ
ไม่ได้เป็น 199 USD อีกต่อไป ภูมิใจมากเยย อิอิ

นิดนึงนะครับ ด้วยความที่ ค่าแรงที่เมกาแพงมาก
ดังนั้นถ้าไปเดินห้าง แล้วจะไม่ค่อยเจอเจ้าหน้าที่
หรือมีพนักงานน้อยมากอย่าแปลกใจ ลูกค้าต้องช่วยตัวเอง
เช่น สินค้า ใช้ยังไง มีสีอะไรให้เลือก ก็ถามตัวเองครับ
ว่าอ่านภาษาอังกฤษออกไหม ถ้าออก ก็อ่านที่กล่องสินค้าไปก่อน
ถ้ามัวรอ อาจจะอารมณ์เสีย
เช่นบางห้าง พนักงานคนเดียวขายน้ำหอม
วิ่ง 3 Counter ทั้ง น้ำหอมชาย น้ำหอมหญิง และเครื่องสำอางค์
น่าสงสารพิลึก

ที่นี่ Circuit city ก็เช่นกัน รู้ๆ อยู่ว่าอุปกรณ์ Electronics พวกนี้
ลูกค้าย่อมต้องการคำแนะนำประกอบการตัดสินใจซื้อ ถูกป่ะ
ขอโทษครับ ทั้งร้านมีไม่ถึงสิบคน ลูกค้าเกือบ สี่ห้าสิบคน

จำนวนพนักงาน สู้ ห้างขายเครื่องไฟฟ้าบ้านเราไม่ได้ (พวก Power ทั้งหลายแหล่)
มีพนักงานเยอะมาก เยอะกว่าลูกค้าอีก แต่จะซื้อของมักจะหาพวกเขาไม่เจอใช่ไหมครับ
ลองเดินไปแถวเครื่องซักผ้า กับตู้เย็นนะครับ
จะเจอพวกเขาชอบมานั่งจับกลุ่มกันแถวตู้เย็น
สงสัยเพราะตู้เย็นมันสูง เวลานั่ง เจ้านายมองไม่เห็น
นั่งคุยเรื่องหวยจะออกอะไร ละครเมื่อคืน เป็นยังไง
ตกลง ชายกลางเสร็จ แดจังกึมไปกี่รอบ ซะงั้น
พวกเขา จะคอยตามตื้อ เอ้ย ตามดูแลเฉพาะยี่ห้อที่
เขาได้ค่า Commission เท่านั้น ผมเคยทีนึง ไปซื้อเครื่องทำน้ำร้อน
โหยตั้งใจะจะไปซื้อ National กำลังดูๆอยู่
มาเลยครับ พนักงานตัวดี บอกว่า National ไม่ดีของทำในจีน
(หลังๆ เป็นเหตุผลในการโจมตีคู่แข่งซะงั้น)
ใช้นี่ดีกว่า ยี่ห้อ ABC(ไม่บอกนะเดี๋ยวโดนฟ้อง) ทำในเยอรมัน
ดีกว่า ทนกว่า ชนะเลิศศศศศ แถม ปอกเปลือกให้ดูว่าข้างในต่างกันยังไง
ของเยอรมันเป็นทองเหลืองรับประกัน 3 ปี อือม์ เลยถาม National ล่ะ
ก็อึ้งแล้วบอก 3 ปีเท่ากัน แต่ของมันดีกว่า (นั่น)
หึๆ ทราบใช่ไหมครับว่า คนฉลาดอย่างผม จะเลือกอะไร
แน่นอนครับ ผมเสร็จยี่ห้อ ABC ตามคำแนะนำ หึหึ
กลับมาบ้านเขามาติดตั้งให้ ใช้ไปได้ สามอาทิตย์ เจ้งครับ ลาก่อน..

ตัดภาพกลับมาที่ New York ต่อครับ (โอ้ย Hiso)
คราวต่อมา ที่บ้านสั่งให้ซื้อกล้อง Digital ครับจะได้ถ่ายภาพหล่อๆของผม
เอ้ยไม่ใช่ ถ่ายสภาพบ้านที่เพิ่งย้ายใหม่ ส่งให้หม่อมแม่ดูว่าเป็นยังไง
ก็เลยตั้ง Mission ไว้ดังนี้ครับ
- ความละเอียดไม่ต่ำกว่า 4 Mega Pixel แต่มากไปก็ไม่เอา
- กล้องต้องมียี่ห้อไม่ Sony, Nikon, Cannon ก็ Panasonic ประมาณนี้เท่านั้น
เพราะจะได้หา Memory ง่ายๆ และจะเอากลับไปใช้ที่ไทยแน่ๆ
- ไม่เอาระบบแบตเตอรี่ที่ต้อง Charge ใช้ถ่าน Alkaline ได้ยิ่งดี
- ไม่แพง ห้ามเกิน 150 เหรียญ

พอเราขีดกรอบให้ตัวเองได้ชัดเจนแบบนี้ก็ทำให้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
ไปที่ Circuit city เดินดู ไปสะดุด กับ กล้อง Nikon Coolpix L4
4Mege Pixel, ใช้ถ่านอย่างเดียว,
ต่อออกดูภาพทาง TV ได้, ถ่ายภาพ Video ได้แต่ไม่มีเสียง
Memoryในตัว 16 MB และ ใส่เพิ่มแบบ SD card ได้

สนนราคาคือ 145 เหรียญครับ อือม์ เข้า Spec ผมเด๊ะๆ
แต่ยังไม่ซื้อหรอกครับ ผมติดใจ Counter Internet ขอ Check ก่อน
ราคาใน Web ต่างกันไหม พอเข้า Web ได้ก็เจอเลยครับ
ฮ่าๆๆๆ รุ่นเดียวกัน ราคา 119 เหรียญ ตลกมะ เลยซื้อจากใน web ตามเคย
ไปรับสินค้าที่ Counter Customer Service เช่นเดิม สบายๆ

ต่อมานึกได้ว่า ต้องใช้ Memory card ด้วย
ก็มองหา Memory card แบบ SD ความจุ 512 MB
เจอป้ายเขียนว่า 14 เหรียญ โอเค ราคาพอไหว ไป Check ใน Web ปรากฏเท่ากัน
เลยซื้อที่ใน้ร้านเลยสะดวกกว่า

เจ้า Memory นี่ตัวปัญหาล่ะครับ ไปจ่ายเงินเขาบอก 39 เหรียญ
(ไม่ใช่ 14 เหรียญ) อ้าวไหงงั้นวะ!
ถามไปถามมาเขาบอกว่า ต้องไปทำ Mail in rebate ถึงจะได้คืน 15 เหรียญ
ฮ่วย อะไรวะ หลอกลวงนี่หว่า แต่จ่ายไปแล้ว เอาล่ะ มาตั้งสติก่อน
ว่าจะทำ MIR (Mail in rebate) ยังไง
เจ้าหน้าที่ให้ ใบเสร็จมาเป็นหางว่าวเลยครับ 4 ชุดใหญ่
พร้อมอธิบายไรไม่รู้ ฟังไม่ออก (ตามเคย)

กลับมาบ้านอ่านข้อมูลพบว่า มีขั้นตอนดังนี้
ใครไม่เคยทำ เรามาเรียนรู้พร้อมกันครับ

1 การทำ MIR ต้องเอาใบเสร็จที่ร้านออกไว้ให้ทำ MIR โดยเฉพาะ
2 ต้องมี Copy ของ Barcode ที่กล่องสินค้า โดยบาง MIR ต้องการ ให้เราตัด Barcode ตัวจริงส่งไปด้วย
3. กรอกชื่อที่อยู่ให้เรียบร้อยใน ใบเสร็จ MIR
จากนั้นส่งทั้งหมดทางไปรษณีย์ ไปยังที่อยู่ที่แจ้งไว้ใน ใบเสร็จ MIR นั่นล่ะครับ
ดูแล้วยุ่งยากเหมือนกันนะครับ

ไปบ่นให้ Advisor สุดหล่อฟัง ท่านบอกผมว่า
เป็น Trick ที่ ร้านค้า ใช้ในการขายสินค้า ลูกค้าหลายๆคนมักจะลืม
หรือไม่ได้ใส่ใจที่จะทำขั้นตอนเหล่านี้ เพราะกว่าจะได้เงินคืน
เขาจ่ายเป็น Check ครับอย่างน้อย 10 Weeks นานสะใจไปเรยยยยย
บาง State เขาไม่ยอมให้มีการขายของที่ต้องทำ MIR เพราะมันหลอกลวงประชาชน
ก็จริงนะครับ ตอนแรกผมนึกว่า Memory card มันแค่ 14 USD หลอกกันนี่หว่า
ซึ่ง Advisor เองก็ ซื้อของ แต่ไม่เคยทำ MIRเลยนะ แบบว่าขี้เกียจ
แหงล่ะ แกเป็น Prof. เงินเดือนตั้งเยอะ
ให้มานั่งทำ MIRได้เงินทีละ 5 เหรียญ 10 เหรียญ คงไม่ใช่เรื่อง

แต่ผมเจอเด็ดหน่อย เจ้า Memory card ต้องได้ MIR คืน 15 USD
แต่ต้องทำ MIR ไปถึง สามฉบับ เพื่อให้ได้ Check กลับมา 5 USD จำนวน 3ใบ
1 ส่งไป Circuit city
2 ส่งไป บริษัท Sand disk (ผู้ผลิต)
3 ส่งไป บริษัทไรจำไม่ได้ (ผู้จัดจำหน่าย)
เฮ้อ แค่อ่านยังเหนื่อยเลยใช่ไหมครับ แต่ไม่ได้หรอก สำหรับผม ทุกบาท ไม่ยอมให้ใครมาเอาไปฟรีๆ
ก็ทำตามขั้นตอนทั้งหมดครับ
แต่วันหลังเลือกได้ ไม่เอาแล้วไอ้ระบบ MIR อันแสนจะยุ่งยากนี้
ใครมาเมกาก็ได้ใช้บริการ MIRแน่เลยครับ

วันนี้ อารมณ์ตุ่ยๆนะครับ
เลยไม่ค่อยยิงมุขอะไรเท่าไร อยากให้ไปเยี่ยมชมที่ Blog นะครับ
ฟังเพลงเพราะๆ ที่ไปได้รับมาจาก Blog ป้ามด ผู้แสนใจดีมาครับ
เพลง My way ของ Frank Sinatra มันเหมาะกับผมตอนนี้มาก ได้อารมณ์สุดๆ
จริงๆไม่รู้จักป้ามดนะครับ แต่เห็น Blog ของเพื่อนๆต้องมี
Blog ป้ามดเป็นหนึ่งใน Friend Blog
เลยไปสำรวจมา คุ้มค่าจริงๆครับ ลูกเล่นเพียบเลยอ่ะ ชอบๆ
นิดนึงครับ เพื่อนๆที่ ส่ง Mail หลังไมค์มาหาผม
วันนี้เพิ่งเปิดอ่านเป็นครับ ตอบกลับแล้วนะครับ ขอโทษเด้อที่ตอบช้า

เด็กบ้านนอก Version ใกล้ฉลาด




Create Date : 10 สิงหาคม 2549
Last Update : 11 สิงหาคม 2549 15:56:39 น. 9 comments
Counter : 493 Pageviews.

 
หนุกเหมือนเดิมค่า หลายครั้งที่เราซื้อของเพราะว่ามันถูก พอไปที่เค้าเต้อร์ เขาบอกต้อง รีเบทนะ เราวางเลย ไม่เอาเลย ขี้เกียจ และนาน 555


โดย: ฝน IP: 24.14.97.179 วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:8:02:43 น.  

 
ยังฮาเหมือนเคย


โดย: PutterZ IP: 203.170.252.184 วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:9:23:47 น.  

 
เจ้าของกะทู้จ๋า

ทำสีนี้อ่านแล้วมึน ๆๆ อะจ๊ะ ขอสีสดใสแบบเก่าดีกว่านะ

แต่เนื้อเรื่องสนุกเหมือนเคยคะ


ปกติแอบอ่าน วันนี้ขอโพสอิอิ


โดย: chip a hoy IP: 203.151.141.194 วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:14:38:00 น.  

 
ขออภัยด้วยครับ คุณ Hip a hoy
ชื่อน่ากินจัง

พอดีผมเอา Background ไปฝากที่ Geocities.com
แล้วมันมีการเข้าใช้ข้อมูลเกินโควต้าต่อวัน
แปลว่ามีคนเข้าเยอะเหมือนกันนะครับ
Blog ผมเนี่ย
ตอนนี้ย้ายที่ไหม่แล้วครับ
คงจะดีขึ้นครับ


โดย: เด็กบ้านนอก IP: 74.67.125.89 วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:21:18:09 น.  

 
เรื่อง Myself กับ My own เนี่ย มันใช้ต่างกันยังไงเหรอ เราคิดว่านะ
do it by Myself คือ ทำด้วยตัวเอง ตามลำพัง

on My own ด้วยตัวฉันเอง

ภาษาเราก็ จิ้งจกตุ้กแก เหมือนกัน คือ มันดีกว่า งูๆปลาๆหน่อยหนึ่ง ขออภัยนะคร้าบ


โดย: ฝน IP: 24.14.97.179 วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:22:09:48 น.  

 
แหมวันนี้มาแบบมีฟามรู้ดีจัง
เป็นโรคบลอคลิสซึ่มแล้วล่ะเซ่อิอิต้องอัพๆดาวๆ
เพราะมันมันส์555

เรื่องรายการ
Extreme Make Over Home Edition
เมืองไทยก้อมีคล้ายๆนะแต่ประมาณว่าไม่ฟรีง่ะออกตังเอง
แล้วแลกกะเพื่อนบ้านผลัดกันออกแบบตกแต่งภายในห้อง
แค่ห้องๆเดียวนี่แหละแล้วก้อมีสถาปนิกมาเป็งที่ปรึกษา
ดูแล้วได้ไอเดียแต่งบ้านแปลกๆเหมอืนกันอิอิ
ปกติผ้มก้อชอบดูแนวๆนี้อยู่ล่ะ แต่ขี้เกียจจัดเองเหนื่อย
ดูเอาดีก่า555 แต่ถ้ามีแบบเมกานะโหยให้ฟรีก้อเอาง้ะ
อยากได้เปียโนหะหรูหะหราเอาไว้เล่นเพลงของโชแปง
(ให้คนอื่นเล่นเล่นมะเปงก้ากๆ)

ปล.BGอัพใส่blogเลยก้อได้นะท่านไปที่เวลาจะสร้างบลอคใหม่ง่ะแล้วกดปุ่มใส่รูปอัพโหลดโช๊ะ
กอปurlเลยอิอิ


โดย: violator (violator ) วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:23:09:51 น.  

 
ใช่ น่าเบื่อ เรื่องเมลอินรีเบตอ่ะเคยเจอแระ ที่นี่เวลาซื้อของไรอ่ะพนักงานหามิค่อยเจอหรอก เดินไปเดินมาแบบว่ายุ่งอ่ะ


โดย: naughty sugar วันที่: 11 สิงหาคม 2549 เวลา:2:54:54 น.  

 
You can buy almost everything on the internet na krab and much cheaper. Go for eye shopping at Curcit and then find the cheapest on web. Anyway you will need the credit card or debit card.

www.amazon.com
www.buy.com
www.bensbargains.net

Good luck


โดย: Krit IP: 128.235.249.80 วันที่: 13 สิงหาคม 2549 เวลา:1:11:14 น.  

 
ชอบซื้อของจาก amazon.com ค่ะ ถูกกว่าและก็เชื่อถึอได้ ebay.com ไม่เคยแตะยังกลัวอยู่
แล้วMIR ก็ระวังนะคะ บางที่อย่าง compUSAจะจุกจิก แล้วก็โกงบ่อย เพื่อนโดนมาทีนึงแล้ว

ชอบออนไลน์ค่ะติดจนต้องไปอดแล้ว


โดย: มดตะนอย IP: 71.131.11.236 วันที่: 17 สิงหาคม 2549 เวลา:9:37:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.