เรื่องราวความบ้านนอก ในมหานครอันแสนจะ บ้านนอก แก้เซ็งครับผม

Cozmen
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Cozmen's blog to your web]
Links
 

 
Episode เด็กบ้านนอก ตอน ความมีน้ำใจของชาวไกลบ้าน ตอน 2

สวัสดีครับ พี่ๆ เพื่อนๆทุกท่าน
ผมกลับมาเล่าเรื่องราวความประทับใจ
ของการเดินทางกลับไทย เป็นตอนที่สอง
หลังจากที่ตอนแรกได้รับการตอบรับไป แปดร้อยกว่า Reply (เว่อร์มะ)

หลังจากแยกจากคุณลุง Smartupid แล้ว ก็ขึ้นเครื่องเหิรฟ้า
กลับมาเมืองไทย แบบว่าเหมือนติดคุกเลยครับ 17 ชม อันแสนทรมาน
แต่ด้วยความที่อยากกลับบ้าน ยังไงก็ยอม
พอมาถึง Airport เกิดอาการ บ้านนอกเข้ากรุงล่ะครับ
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้สนามบินสุวรรณภูมิ
แบบว่าออกจา เครื่องบิน ก็เดินไปหาที่รับกระเป๋า ไกลมากทีเดียว
แถม ผมรับสายพานที่ 47 แต่เดินหาเจอแค่ สายพานที่ 1-46
ฮ่วย! แล้วเจ้า 47 มันอยู่ไหนฟะ เห็น เพื่อนๆร่วม Flight ก็เดิน งงเหมือนกัน
ถามไปถามมา ที่ไหนได้ มีป้ายรูปภาพอันเบ้อเร่อ
เป็นกำแพงลายไทยรามเกียรติ์ ยาว เป็นสิบเมตร บังอยู่นั่นเอง
แหม บ้านนอกจริงๆเลยเรา แต่จะให้ดี มีป้ายบอกผมหน่อยก็ดีนะครับ
โอเค ได้กระเป๋ามาละ

และการกลับครั้งนี้ผมก็ ซื้อของฝากครอบครัวมาด้วยหลายรายการ
และความที่ผมเฟอะฟะ ก็กลัว ศุลกากรจะมาค้นกระเป๋า
เพราะโดนเพื่อน ขู่ไว้เยอะว่า ถ้าโดนค้น เอ็งเสร็จแน่
นึกๆแล้วเหมือนตอน มาจากบ้านนอกเข้ากทม ใหม่ๆ
ที่เพื่อนมันขู่ว่า ระวังรถตู้จะมาไล่จับ ทำเอาตอนนั้น กลัวรถตู้ขึ้นสมองไปเลยครับ อิอิ
กลับมาที่ สุวรรณภูมิ Airport กันต่อ
หลังจากได้กระเป๋า ผมก็ เดินลอยหน้าลอยตา แจกยิ้มสุดๆ
เพราะ เพื่อนมันขู่ว่า ถ้าทำหน้ามีพิรุธเอ็งโดนค้นแน่ๆ
(ชัก อยากเตะเพื่อนผมแล้วใช่ไหมครับ ขยัน ขู่ จริ๊งงง)
ตอนนั้น ใครมองหน้าผมยิ้มสยามแจกไม่บันยะบันยังเลยครับ
และแล้ว ก็เดินมาถึงด่านมหาภัย
มีเจ้าหน้าที่ยืนตรวจตรา เพียบ ตายล่ะวา เอาไงดีวะ
ไม่เป็นไร ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือได้ยังไง แง๊วๆ
ผมก็ รีบเข็นรถ ทำตัว เนียนไปกับกลุ่มคนไทยกลุ่มนึงที่กำลัง เข็นกระเป๋ากออกไป
พอดีเข็นตามสาวสวยหมวยจิ้มลิ้มคนนึง ไปติดๆ
ประมาณเหมือนมาด้วยกันอ่ะครับ
กะว่า รอดแน่ๆ ตู งานนี้ อิอิ
(ในใจก็มือสั่นอ่ะครับ ก็ผมมันบ้านนอกนี่นา)

แล้วทันใดนั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็ ปราดเข้ามา
เอามือยกห้ามแล้วบอกให้หยุด!
จ๊ากกกก!! ชายน้อยเสร็จแน่ๆเยยย
แต่ก็ยิ้มเจื่อนๆถามเจ้าหน้าที่ว่า มีอะไรเหรอครับ
เขาบอกว่า “เข็นช้าๆหน่อย มันจะชนคนข้างหน้าเค้า”
โอละพ่อ!! เกือบไปแล้วไหมล่ะ
พอเข็นออกมาได้ ก็เล่าให้ ที่บ้านกับเพื่อนที่มารอรับด้วย ฟัง
หนอยโดนประนามว่า “ไอ้บ้านนอก
เขาไม่ค้นเอ็งหรอก คนที่จะโดนต้องหิ้วมาเป็นโหลๆ ถึงจะโดน”
ใครจะไปรู้ล่ะครับ
แหม ก็ผมขน Chocolate กับ น้ำหอมและอะไรมาอีกนิดหน่อย
ก็คิดว่ามันเยอะแล้วนี่นา เอาน่ะ เกือบฉี่ราดไปซะแล้ว อิอิ

ก็ หลังจากกลับไปที่ไทย ผมก็เล่าเรื่องราวความประทับใจ
ให้กับครอบครัวที่ไทยฟัง
ทุกคนดีใจ และปลื้มใจครับที่ผมได้มีโอกาส
ได้พบและได้รับน้ำใจจากคุณลุง Smartupid
เล่าไป ก็ กินซาลาเปาจาก New York ไป อิอิ
แบบว่ามีลูกเดียว แต่แบ่งสี่ชิ้นครับ เอาแค่พอรู้รส
ก็ Import นั่งเครื่อง 17 ชม ไม่เน่าคากล่อง ก็ดีถมไปแล้ว
แถมทุกคนชมว่า อร่อยมากกก รสชาติเมืองน๊อก เมืองนอก

ระหว่างที่อยู่เมืองไทย ผมรู้สึกว่า
บ้านเกิดเมืองนอนของเราม มันช่างน่าอยู่เสียนี่กระไร
อยากกินอะไร อยากซื้ออะไรก็มีเหมือนเมืองนอกเมืองนา ทั้งนั้น
และก็รีบไปทำสิ่งหนึ่งที่ตั้งใจไว้มานานแสนนาน
ว่ากลับจากเมกาต้องทำให้ได้ ทายสิครับ ว่าคืออะไร

นั่นคืออาหารจานโปรด ที่คิดถึงสุดๆ
พอดีได้ไปธุระให้ที่บ้าน ผ่านไปเจอร้านรถเข็นข้างถนน
ผมก็ปรี่เข้าไป ปากซี้ปากสั่น บอก ป้าคนขายว่า
“ป้า ส้มตำปลาร้า ใส่มะกอก เอาแซ่บๆ ด่วนเลยเด้อ”

ป้าแกทำหน้า งง ประมาณว่า หนูมาจากไหนจ๊ะ
โถ พ่อผู้ดีตกยาก หน้าตาก็ดี๊ดีประมาณกิมจิ สั่งซะสารคามเชียว
ว่าแล้วผมก็ได้กินส้มตำจานแรก แสนอร่อย
ซัดหมดจาน ชุด Combo ส้มตำพร้อมข้าวเหนียวแสน Classic
โหย ตอนอิ่มนี่ มีความสุขมาก คิดได้ว่า ไม่เสียทีที่ได้ไป อเมริกา
ไม่งั้นคงไม่รู้หรอกว่า ส้มตำปลาร้ามัน แซ่บขนาดนี้ อิอิ

แล้วพอผ่านไปได้สักสองสามชั่วโมง
เริ่มตาลายล่ะครับ เวียนหัว
นั่งอยู่ดีๆ ก็ โดนข้าศึกบุก ประมาณ ของข้างในอยากจะออก
ของข้างนอก ก็ไม่อยากจะเข้าซะแล้ว
แบบว่าท้องเสียจู๊ดๆ แถมด้วย อาเจียนไปอีกสองรอบ
ไข้จับไปเลยครับ ฮือๆ!

ดีนะที่ผมแมนทั้งแท่ง ไม่งั้นต้องโดนข้อหา ไปเมืองนอกกลับมา
โดนฝรั่งทำให้ท้องมารึเปล่าเนี่ย !!!

เรื่องนี้กลาย เป็นที่สมน้ำหน้าของบรรดาเครือญาติว่า
ตะกละดีนัก ไปเมืองนอกมา ลำไส้สะอาดแล้ว
ไม่คุ้นกับเชื้อโรค ดันไปล่อปลาร้า ซะเต็มสูตร
โหย ก็คนมันอยากนี่ครับ ใครกลับมาเมืองไทยใหม่ๆ ไม่เป็นแบบผมก็ให้รู้ไป
เอ๊ะ หรือผมเป็นคนเดียวเนี่ย
ไม่สิ โบราณเขาว่าไว้ หนามยอก ต้องเอาหนามบ่ง
สรุป ผมไม่เข็ดครับ อีกสองวันไปกินอีกรอบ
อารมณ์เดิมเลยครับ วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน
ไหนเขาว่า พิษต้านพิษได้ไงอ่ะครับ สรุป ชายกลางแพ้ปลาร้าไปโดยปริยาย

อีกเรื่องหนึ่งครับ อันนี้ผมสงสัยตัวเองมากๆ
ตอนอยู่บนเครื่องกลับไทย ขณะที่เครื่องกำลังลดระดับความสูง (Landing)
ผมเกิดปวดที่หัวคิ้วซ้ายมากๆครับ ทรมานสุด
ต้องเอาฝ่ามือกดที่หัวคิ้วแบบแรงมากๆ ถึงจะบรรเทา
เหมือนโดนคีมบีบหัวเลยครับ แต่ก่อนก็แค่ปวดหูตามเรื่อง นิดๆหน่อยๆ
งานนี้ปวดสุดๆ แต่พอถึงพื้น ก็ดีขึ้น

แต่ปัญหามาเป็นอีกทีตอน ขึ้นเครื่องกลับมาเมกาน่ะครับ
ตอนเครื่องกำลัง Landing ลง JFK ปรากฏ
ปวดหัวตำแหน่งเดิม แต่มากกว่าเก่า
พอลงถึงพื้น สักครู่ ปวดหัวตึ๊บๆ มึนๆ งง ๆ
เหมือนมีน้ำมูกในโพรงจมูกครับ
แต่พอสั่งออกมา เลือดเป็นลิ่มเลยอ่ะครับ
ตกใจมาก เกือบสลบคา Air port
กลุ้มใจเหมือนกันครับว่าเป็นเพราะอะไร

ท่านไหนเคยเป็นหรือมีวิธีแก้ไข แนะนำชายน้อยด้วยฮับ
เครียดไปเลย ไม่กล้าขึ้นเครื่องก็งานนี้ล่ะ

อ้าว ว่าแล้วก็หมด โควต้าซะแล้วครับ
ไม่เป็นไรครับ จะมาเล่าต่อนะครับ
ตอนหน้าว่า ไป New York City แล้วเป็นยังไงมั่ง

ขอบคุณทุกท่านครับที่กรุณาติดตามและส่งกำลังใจมาให้
ตอนนี้อากาศหนาวจัด รักษาสุขภาพด้วยครับผม

เด็กบ้านนอก Version ไม่กินเผ็ด






Create Date : 18 มกราคม 2550
Last Update : 19 มกราคม 2550 22:25:28 น. 15 comments
Counter : 500 Pageviews.

 
YO yo เข้ามาทักทายจ๊ะ ดีจังได้มาเป็นคนแรก ฮาๆๆๆ


โดย: monousa วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:10:40:59 น.  

 
อ่า ลองไปให้หมอเชคดูยังคับ


โดย: PutterZ IP: 203.170.252.184 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:11:28:58 น.  

 
ตาม >>
//www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H5064033/H5064033.html#2 << มาค่ะ




โดย: ป้า สยามฯ ค่ะ IP: 66.214.172.4 วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:16:13:43 น.  

 
Happy New Year Kha.

Still always fun story from you.

Good Luck


โดย: nokdove IP: 71.142.51.89 วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:23:26:56 น.  

 
ต๊าย น้องเด็กบ้านนอกของพี่ กลับเกลิบก็มิบอกกันมั่ง เผื่อเราสองคนจะได้................ ฮิฮิ คุยกัน(ย่ะ) แหม เหมือนกันเลย อารมณ์แรก มาถึงเมืองไทย เป็นเด็ก ยี่ปุ่นเลย ตะกละจัง..เหมือนกัน เล่นโจ๊ก หมูปิ้งตอนเช้า ต่อด้วยส้มตำตอนบ่าย ตอนเย็น จิ้มจุ่ม โอ๊ย สุขขีตอนกินแต่ทุกข์จังตอน......อิอิ

ว่าแต่กลับไปมะไหร่อ่ะ แล้วอาการที่ว่าน่ะ มันเป็นไรจ๊ะ ไปหาหมอยังอ่ะ น่ากัว ๆๆๆ รีบ ๆ ไปตรวจเด้อ


โดย: naughty sugar (naughty sugar ) วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:16:13:53 น.  

 
อ้าวกลับไปซะแร้ว!!!!.....เลือดออกสงสัยเป็นโรคแพ้เครื่องบินมั๊ง!!!...อย่างนี้ต้องนั่งบ่อยนะค๊า!!!!...


โดย: sunan... IP: 124.120.101.181 วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:18:41:40 น.  

 

สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ มีความสุขกับวันหยุดนะค่ะ


โดย: N_BEE810 วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:20:43:48 น.  

 
แอบแวะเข้ามาอ่านค่ะ สนุกจังๆ


โดย: Benjy IP: 58.136.85.223 วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:20:52:19 น.  

 
อยากกินส้มตำำำา่ำ่่่่่่าาาาาา ฮื่อๆๆๆๆๆๆ


โดย: forgive&forget (forgive&forget ) วันที่: 23 มกราคม 2550 เวลา:6:11:11 น.  

 
ผมอยากได้วิธีลงเพลงในBlog


โดย: สวัสดีคับ (ตริณ ) วันที่: 27 มกราคม 2550 เวลา:14:28:04 น.  

 
ตอนกลับเมืองไทยก็แบกของฝากกลับไปเยอะเหมือนกันค่ะ แบบพวกกระเป๋าแบรนด์เนม ชอคโกแลต ก็ไม่คิดว่าจะถูกค้นกระเป๋านะคะ
แต่แล้วก็เจอจนได้ เพราะเราเข็นกระเป๋าออกมาคนแรกน่ะค่ะ
ตอนที่เราเดินจะออกไปทางประตูผู้โดยสารขาออกเนี่ย เดินไปคนเดียวเลย ไม่มีคนเดินก่อนเราหรือหลังเราเลย
ทางด่านเค้าก็ว่างๆอยู่ เค้าเลยบอกให้เราหยุด ขอสแกนกระเป๋าหน่อยนะ เค้าไม่ได้เปิดค้นนะคะ แค่สแกนเฉยๆ
พอดีเอากระเป๋าเดินทางกลับสองใบ เค้าสแกนแค่ใบข้างบน ก็มีแค่พวกหนังสือ ซึ่งเราไม่ได้ใช้เรียนแล้วเลยขนกลับไทย
เค้าก็ถามเราว่าไปเรียนหนังสือหรอ เราก็ตอบว่าค่ะ แล้วก็ไม่มีอะไรเค้าก็ปล่อยเราผ่านไป ไม่ได้สแกนอีกใบ
เราก็ไม่รู้ว่าถ้าเค้าสแกนอีกใบเราจะโดนรึป่าว
อันนี้เป็นข้อแนะนำนะคะว่า ถ้าไม่อยากถูกตรวจให้เดินไปพร้อมกับคนเยอะๆ ถ้าไปตอนที่ด่านว่างๆโอกาสโดนตรวจจะมีสูงค่ะ

กลับถึงเมืองไทย สิ่งแรกที่อยากทำคือ "กิน" ค่ะ ไม่อยากจะบอกเลยว่า ไม่เคยคิดถึงบ้านเลย แต่คิดถึงอาหารการกินที่เมืองไทยค่ะ (ตะกละมั้ยคะเนี่ย)
เชื่อมั้ยคะ เรามีลิสต์รายการอาหารที่อยากทานอยู่ประมาณห้าสิบรายการ
คุณพ่อคุณแม่ก็น่ารักมากค่ะ พยายามหามาให้เราทานจนเกือบครบแน่ะค่ะ งานนี้ได้ทั้งความสุขพร้อมกับน้ำหนักเป็นของแถมค่ะ



โดย: Angel without Wings IP: 129.2.166.79 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:3:56:45 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ เป็นยังไงบ้าง รักษาสุขภาพด้วยเด้อ


โดย: choo IP: 203.158.207.31 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:13:59 น.  

 
ฮ่าๆ อารมณ์เดียวกันเลยค่ะ กลับไปเมืองไทยวันแรก รีบไปกินขนมจีนก่อนเลย เราก็ว่าไมได้เผ้ดมากนะ แต่ทำไมมันจู๊ดๆหว่า แทบแย่เลย แต่หนนี้มาอยู่ถูกแหล่ง อยู่แคลิฟอเนียร์ ก้เลยกินอาหารไทยเพลิน อ้วนไปเรยยยย


โดย: คนผ่านมา IP: 66.74.236.250 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:23:08 น.  

 
My friend forward your web link to me. I like your stories and both good and bad experiences. Right now I am in NY as well, working so hard !!!


โดย: ning IP: 208.120.214.125 วันที่: 14 เมษายน 2550 เวลา:1:00:53 น.  

 
ไม่่มีรูปภาพเลยอ่ะ


โดย: คนเซ็ง IP: 118.174.196.220 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:18:31:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.