มกราคม 2556

 
 
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
31
 
 
All Blog
ปีใหม่กับความหวังของพ่อแม่

สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับ ทุกๆ ท่าน  ขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ก็ได้ยินเสียงพลุที่ดังก้องรอบด้าน …หลังจากเข้าไปอวยพรส่งความสุขปีใหม่ให้เพื่อนๆ ใน facebook และอัพเดทหน้าแรกทั้งใน jai@rsa.com และ  bloggang/idea4thai ไปแล้ว

ปีนี้คนไทยนอกจากไป countdown กันแล้ว ก็มีส่วนหนึ่งไปสวดมนต์ข้ามปีที่หลายๆ วัดจัดขึ้น นับเป็นสิ่งดีที่สังคมไทยให้ความสำคัญกับวันขึ้นปีใหม่แบบไทยๆ ที่ยึดถือความดี ความสุขใจ และการส่งความปราถนาดีด้วยการทำบุญ ถือศีลสวดมนต์ และแผ่เมตตาให้แก่กัน

ปีใหม่นี้ผมขอส่งความสุข ความปราถนาดี ถึงทหารไทยและเจ้าหน้าที่ทุกๆ ฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทยทั้งที่ภาคใต้และชายแดนทั่วประเทศ ครับ

วันนี้วันดีวันสิ้นปี 2555 ขอเอาเรื่องดีดี มาเล่าสู่กันฟังครับ

เชื่อไหมครับ วันนี้มีพ่อแม่คู่หนึ่ง พาลูกสาวมาอวยพรปีใหม่ พร้อมขอให้ผมสละเวลาสอนศิลปะไม้ไอติมให้กับลูกสาว … อะไรจะขนาดนั้น

ความจริงแล้วเราได้โทรพูดคุย และนัดกันไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
“หนูสงสารลูกและคุณพ่อที่ช่วยทำโครงงานของลูกสาวค่ะ”
“แทนที่จะได้เที่ยวส่งท้ายปี แต่ต้องมาช่วยกันทำงานนี้”
“อาจารย์ช่วยหน่อยนะค่ะ ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกสาวด้วย เพราะจะต้องทำให้เสร็จหลังปีใหม่”

   คุณแม่มานั่งให้กำลังใจ บอกคืนนี้จะได้พากันไปสวดมนต์ข้ามปี

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความรักความ ห่วงใยที่พ่อแม่มีกับลูก ครับ … สำหรับผมแล้ว ดีใจแทนลูกสาวที่มีพ่อแม่อย่างนี้ … แล้วจะบอกว่าไม่ว่างได้อย่างไร?

ระหว่างที่แนะนำให้น้องนัททำงาน คุณพ่อก็ชวนคุย ถึงความห่วงใยในการศึกษาของลูกๆ ที่เรียนมากจนรู้สึกเครียดในบางครั้ง แต่ด้วยลูกสาวเป็นคนชอบด้านศิลปะ จึงอยากจะทำอะไร อะไร ด้วยตัวเอง จึงได้พามา เพื่อจะได้คลายความกังวล และทำงานด้วยความสบายใจ …

ความรักของพ่อเห็นได้ชัด ไม่ต้องบอกก็รู้

เด็กๆ สมัยใหม่ทุ่มเทให้กับการเรียนมากไป จะมีอาการเครียดบางครั้งปวดหัวต้องทานยาแก้ปวด  ซึ่งบ่อยมากไปก็จะติด ผมเคยถามเจ้าลูกชายเหมือนกัน ... ฟังคำตอบแล้วใจหาย “เพื่อนๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละพ่อ”

ผมว่าผู้ปกครองอาจมีส่วน ที่ทำให้ลูกๆ ต้องทุ่มเทเรียนหนัก เช่นตั้งความหวังจะให้เอ็นท์เข้าแพทย์ หรือ วิศวะ เพราะอยากเห็นลูกประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน …. ผมว่าเดี๋ยวนี้มีอาชีพอิสระหลายๆ อย่าง ที่ประสบความสำเร็จได้ เช่น นักกีฬา นักร้อง หรือนักแสดง โดยเฉพาะหลายๆ วิชาสมัยใหม่ที่เกี่ยวกับการสื่อสาร และเทคโนโลยี่

เมื่อก่อนคนที่เรียนไม่เก่งก็ต้องไป เรียนครู เรียนพละ  หรือคหกรรม อะไรพวกนั้น ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไป เพราะเทคโนโลยี่สมัยใหม่เข้ามาช่วยทำให้การกีฬาพัฒนาแบบก้าวกระโดก นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จมีรายได้มีงานประจำ บางคนรวยกว่าหมอหรือวิศวะกรเสียอีก

ผมว่านอกจากจะให้ลูกๆ คร่ำเคร่งกับการเรียน ควรใช้เวลาผ่อนคลายด้วยศิลปะ หรือดนตรี ควบคู่กันไป บางทีเด็กๆ อาจค้นพบตัวเอง โดยไม่ต้องมุ่งเรียนหนักอย่างที่ทำอยู่

ผู้ที่ประสบความสำเร็จโด่งดังของโลก หลายคนที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่หันไปเอาดีกับงานที่ตัวเองรัก ถนัดและทุ่มเทเอาจริงเอาจัง อย่างสตีฟ จ้อบ, บิลเกต์ และ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

ผมว่าสมัยนี้วิชาคอมพิวเตอร์กราฟิกน่าสนใจมาก หลายบ้านอาจมีปัญหาลูกติดเกมส์ ไม่สนใจเรียน ดุด่ามากก็เตลิด ลองปรับแนวคิดเสียใหม่ เปิดใจส่งเสริมให้เขาเอาดีทางคอมพิวเตอร์ เริ่มจากวาดรูประบายสี แล้วพัฒนาให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ถ้าเขาชอบจริงก็ส่งให้เรียนเขียนโปรแกรมสร้างเกมส์เล่นเองไปเลย

ขอให้ความรักความห่วงใยของคุณพ่อคุณแม่ ของน้องนัท แทนความห่วงใยถึงลูกๆ ทุกคน ลองหันมามองความปราถนาดีของพ่อแม่ที่ส่งเสริม เคี่ยวเข็น มาพิจารณาตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองชอบอะไร อยากเป็นอะไร แล้วแสดงความสามารถนั้นๆ ให้โดดเด่นออกมา

pisuts@yahoo.com
1 มกราคม 2556




Create Date : 01 มกราคม 2556
Last Update : 1 มกราคม 2556 5:47:58 น.
Counter : 3021 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

idea4thai
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเยาวชนและชุมชมไทย