Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
4 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
ถึงอย่างไร เธอก็จะอยู่ในใจเสมอ

อย่างที่เล่า .. ว่าฉันไม่ค่อยสนิทกับแม่เท่าไร ความผูกพันและสนิทสนมจึงอยู่กับพ่อมากกว่า ไปไหน - ไหน ที่ใด-ใด จึงมักถูกพ่อหิ้วไปด้วยทุก ๆ งาน ความทรงจำในชีวิต เลยอยู่กับพ่อเยอะ

พ่อเป็นผู้ชายไทย ที่ตัวโตและสูง ขาว คิ้วเข้ม ไม่ค่อยหล่อ แต่ดูดี ลักษณะของพ่อ คล้ายกับทหาร เพราะผมที่ชอบตัดสั้นเกรียน หากวันใดแต่งเครื่องแบบข้าราชการด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนมาก พ่อเองก็ชอบ เพราะเหมือนสานฝันวัยเด็กที่ขาดหายไป

คนตัวใหญ่ใจดี แต่ดุโหด ที่พี่ชายจะแหยงไม่กล้าเข้าใกล้ ฉันลูกคนโปรด ที่ไม่ค่อยจะโดนอะไร มากนัก แค่พ่อทำหน้าเข้ม ๆ สองคนพี่น้องก็ยืนนิ่งซะแล้ว ดังนั้น เวลาที่จะทำหน้าดุจึงนับครั้งได้ เพราะเป็นคนขี้เล่น ขี้แกล้งแบบนี้แหละ ชอบเหย้าให้คนอารมณ์ดี หลานตัวน้อย เด็กเล็กแถวนี้ จะถูกปู่ทำเสียงตุ๊กแก และทำท่ายักษ์หลอกประจำ

คนแถวนี้ รู้จักพ่อทุกคน .. โดนที่ฉันเอง ก็ไม่เคยรู้เลย เพิ่งมารู้ .. ตอนที่หลายวันก่อน ฉันออกจากบ้านไปทำงานสาย ระหว่างที่เดินไปโดยสารรถเมลล์ที่ป้ายหน้าปากซอย หลายคนที่พอจะคุ้นหน้าตา ถามว่า พ่อไปไหนทำไมพักนี้ ไม่เห็น ร้านหนังสือพิมพ์ที่หน้าปากซอยคุ้นหน้าคุ้นตา ก็เอ่ยถาม ฉันถามว่าจำได้เหรอว่าฉันเป็นลูกใคร เค้าว่า หน้าฉันเหมือนพ่อเปี๊ยบเลย

วันจักรีปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่หยุดสามวันแล้ว ฉันไม่ได้ระเห็จไปไหน พ่อโทรเข้ามือถือแล้วถามว่า อยู่ไหน ทำงานหรือเปล่าลูก ฉันว่าอยู่ที่ทำงานแต่ไม่ได้ทำอะไรมากมาย มีอะไรหรือเปล่า พ่อบอกว่า ซื้ออะไรมาให้กินหน่อย หิวแล้ว แต่ใจหวิว ๆ ไม่อยากเดิน ในความรู้สึกฉัน มันไม่ธรรมดา เพราะว่า พ่อไม่เคยจะกวนใคร ให้อย่างไร หนักหนาแค่ไหน พ่อก็จะพยายาม ทำเอง ครั้งนี้เลยแปลกใจ .. รีบไปซื้ออาหารตามที่สั่งแล้วกลับบ้านทันที

เจ้านายอาสาขับรถมาส่ง เพราะรู้สึกแปลกใจเหมือน ๆ กัน เรามาถึงบ้านและพยายามจะร้องขอ ให้พ่อไปหาหมอ แต่พ่อจอมดื้อว่า คงหิวและเมื่อคืนนอนดึกเกินไปเลยเพลีย ฉันมองดูหน้าตาแล้ว ก็ยังว่าสบายดี ไม่มีอะไรให้หนักใจอย่างที่กังวล ผ่านไปสองชั่วโมง ดูอาการแล้วพ่อยังสบายดี เจ้านายเลยกลับ ฉันติดรถออกมาหาของสดไปทำกับข้าวอย่างที่พ่อชอบ มะระผัดไข่ ซุปไก่แบบแขก และ หมูทอดกระเทียม รอไว้สำหรับมื้อเย็น หกโมงแล้วเข้าไปเรียก พ่อนอนหลับอยู่บนเตียง เรียกพอรู้สึกตัวแล้ว แต่พ่อว่า ยังไม่หิว ยังไม่อยากกิน

หนึ่งทุ่ม พ่อเดินมาเคาะเรียก อยากไปโรงพยาบาล รู้สึกเจ็บตรงหัวใจ หน้าตาพ่อค่อนข้างซีด เหงื่อท่วมตัวทั้งที่ห้องเปิดแอร์ เสียงหายใจค่อนข้างหอบดัง ฉันเตรียมสมุดเงินฝากและบัตรเครดิตทุกใบที่มีในกระเป๋า โทรหาบางคนให้เอารถมารับพ่อไปโรงพยาบาล เธอว่าให้เรียกแท็กซี่ทางนั้น ส่วนเธอจะไปรอที่นั่นเอง ยังเงื้อง่าทำอะไรไม่ถูก เจ้านายโทรมาหาพอดี ไม่ถึงสิบนาที รถมาถึงที่บ้าน และฉันได้คนมาช่วยพยุงไปด้วยกัน

ถนนหนทางไม่ติด แต่ทางไปมันทำให้เราหลง เส้นทางจากทางด่วนวิภาวดีที่จะตัดเข้าพหลโยธินเพื่อไปโรงพยาบาลเปาโล ฉันไม่ทันมองทาง จึงบอกคนขับให้สะบัดรถออกจากขวาสุดไปซ้ายสุดไม่ทัน รถวิ่งหลงไปเส้นลาดพร้าวไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากรถที่วิ่งตามมา

วนไปหนึ่งรอบที่เส้นลาดพร้าวเข้าวิภาวดี และเลี้ยวเข้าพหลโยธินอีกที รถไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีอะไรขวางทาง ได้ยินแต่เสียงดังคล้ายเสียงกรน กดโทรศัพท์อย่างเร็วด่วนถึงคนหน้าโรงพยาบาลให้ห้องไอซียูเตรียมพร้อม เพราะคนไข้หยุดหายใจแล้ว ทุกอย่างอยู่บนบ่าและหนักอึ้ง คนขับรถครัมมี่เหยียบคันเร่งไม่ออก ช็อคด้วยอาการไม่ต่างกัน เราพยายามจะพาตัวเองไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันที ที่ถึง เจ้าหน้าที่เช็คลมหายใจ ก่อนจะพยายามยกร่างอันหนัก และใหญ่เต็มเบาะรถออกอย่างยากลำบาก เพราะต้องระวังการกระทบกระแทกที่อาจเกิดขึ้นได้ อารมณ์เสียและวุ่นวายใจ ฉันมองแล้วไม่สบอารมณ์ เหมือนว่าเจ้าหน้าที่จะทำอะไรชักช้าเหลือเกิน

ฉันโทรหาพี่ชายว่าถึงไหนแล้ว ฉันโทรหาน้องต่างบ้านให้รีบมา แต่ ไม่กล้าบอกใคร ๆ ว่า ให้รีบอย่างไรก็..ไม่ทันแล้ว หมอปั๊มหัวใจอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะส่งขึ้นห้องไอซียู ร่างกาย นิ่ง เสียงแว่ว ๆ ว่า รู้อย่างนี้จะไม่ช้าเลย น่าจะโทรมาหาฉันตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ออกซิเจนที่เลี้ยงสมองไว้กับยากระตุ้นที่หัวใจ ดูเหมือนว่าร่างที่อยู่ตรงหน้ายังคงหายใจเพื่อรอ คนที่ยังมาไม่ถึง ยาทั้งหมดที่ถือมา หมอว่า เป็นยาลดความดัน ที่อาจจะทำให้โรคหัวใจไม่แสดงออก เวลาเช็คสุขภาพเราจึงไม่เจออาการ

ฉันพยักหน้าง่าย ๆ เหมือนเข้าใจ จริง ๆ แล้ว ฉันทำใจได้แล้วมากกว่า เพราะมันไม่เข้าใจหรอกว่ายาจะมีส่วนแค่ไหนยังไง หรือร่างกายคนเรามันจะทำงานได้ไม่ไหว แต่จะเรียกร้องเอาอะไร ในเมื่อคนที่ไปแล้ว ไม่ยอมฟื้นตื่นสักที ไม่มีท่าทีว่า จะลืมขึ้นมาอีกครั้ง

ผู้คนของครอบครัวมาครบแล้ว เว้นแต่แม่ฉันที่อยู่เมืองนอกและยังไม่รู้ข่าว คนเหล่านั้น ต่างร้องไห้ วุ่นวาย ทำใจกับการจากไปไม่ได้ แม่ของน้องต่างบ้านด่าทอฉันต่าง ๆ นานา ทำไมฉันถึงพาพ่อมาไกลจากบ้านเพียงนี้ ทุกอย่างหนักหนาสำหรับฉันเหลือเกิน ต้องกลั้นทน เก็บ เจ็บแค่ไหนก็ไม่พูโห้ได้ยิน .. เข้ามาไหม เข้ามา จะตบหน้าจะทำร้ายกันยังไงก็ได้ แต่อย่ามาทำหน้าคล้ายคลางแคลงใจ นี่ .. คนนี่ก็พ่อฉัน ฉันรักของฉันเหมือนกัน ไม่รู้ หรืออย่างไร น้องชายคนที่ใคร ๆ ว่าถอดแบบมาจากฉัน ถามกับแม่เค้าว่า ไม่รู้นิสัยพ่อหรือไง ถ้าพ่อดื้อ ยังไงก็ดื้อ คำไหนก็ต้องคำนั้น ใครจะหาญสู้พ่อคงไม่ได้

พ่อยังคงทรงตัวเองด้วยยาและการปั๊มหัวใจเป็นระยะ หมอเข้ามาถามว่าจะเอายังไง หลังจากการปั๊มหัวใจเป็นครั้งที่สี่ เพราะดูอาการแล้ว หมอบอกตรง ๆ ว่า ไม่น่าจะตื่นขึ้นมาได้ ฉันว่า ฉันทำใจตั้งแต่ที่มาถึงโรงพยาบาลแล้ว ให้หมอถามคนอื่นเถอะ คนที่ยังมองเห็นหมอกจาง ๆ แล้วฉันก็เดินออกไปข้างนอกห้อง อกพ่อช้ำหมดแล้ว อยากร้องไห้ ทิ้งตัวเองไม่เจรจากับใคร แต่เหมือนจะไม่มีประโยชน์ใดที่จะทำอย่างนั้น

อีกไม่กี่นาทีจะตีสองแล้ว การเดินเข้าออกห้องไอซียูเริ่มเคลื่อนไหวน้อยลง ทุกคนเริ่มนิ่งได้ กลั้นหัวใจพยายามจะไม่ร้องออกมา น้องชายสองคนโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอ แล้วเข้าใจอาการ ต่างกอดกัน พยายามที่จะปลอบใจกัน พยายามที่จะไม่เสียน้ำตา พี่ชายฉันกอดไหล่น้องสองคนไว้ แล้วร่ำไห้ด้วยกัน ฉันห่วงใครอีกคนจับใจ

ฉันคงมองทุกอย่างนิ่ง ๆ ปล่อยให้ความคิดลำดับการทำงานของตัวเองอย่างเรียบเฉย อยู่ในความเงียบของใจตัวเอง อย่างคุ้นชิน มองไปถึงอีกคนที่อยู่ตรงหน้า ฉันรู้เค้ารกพ่อมากที่สุด มากกว่าใคร มากกว่าฉันด้วยซ้ำไป ใบหน้าที่เปียกปอน น้ำตาที่ไม่รู้ไหลบ่ามาจากที่ใด สะอึกสะอื้นฟูมฟาย ร้องขอกับฉัน อยากเข้าไปกอดลา รักแค่ไหน มากแค่ไหนก็บอกใครไม่ได้ แสดงตัวออกไปไม่ได้ กอดไม่ได้ ..เห็นแล้ว ได้แต่ร้าวใจ เศร้าจนร้องไห้ไม่ออก

พยาบาลเรียกฉันให้เข้าไปหาพยักหน้าง่าย ๆ ไม่รู้ว่าอะไรยังไง แต่ฉันเดินแตะที่ปลายเท้า นิ้วเท้าที่ซีดเย็นและเริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เราคุยกันในใจ พ่อ ไหวไหม ตื่นไหวไหม ถ้าร่างกายยังอยู่ใจยังคง พยายามนะพยายามลืมตาและรู้สึกตัว แต่ .. .. ถ้าไม่ ก็ หลับเถอะ - หลับไป ขออย่าได้ห่วง ขออย่าได้กังวล คนที่อยู่ตรงนี้ จะดูแลเอง แม้จะไม่ได้ดีที่สุดแต่ก็จะทำ ฉันรู้ว่าพ่อรู้ เพราะนาทีที่คิดจบ เส้นชีพจรเป็นศูนย์ทันที ..

ทุกครั้งที่ถึงวันพ่อ ฉันจึงระลึกถึงด้วยการบอกกับคนอื่น ๆ เสมอ ถ้าพ่อคุณยังอยู่ กอดพ่อบ้างนะใกล้ชิดกับท่านบ้าง ใส่ใจกับท่านบ้าง ถึงจะเถียงกันบ้าง เสียงดังไปบ้าง แต่ดีแค่ไหนที่ยังมีเสียงให้ได้ยิน อย่าเพียงการบอกรักด้วยตัวหนังสือ ทิ้งไว้เป็นรอยขีดเขียนในกระดาษ เมื่อวันที่ท่านจากลา และมานั่งเสียใจว่า ถ้ารู้อย่างนี้ วันนั้น ฉันจะ ... อย่าให้คำพูดนี้ออกจากปากของคุณเลย

หากถามว่าเสียใจแค่ไหนที่ท่านจากลา ฉันว่าคงธรรมดาที่เราจะรู้สึกเศร้าแบบนั้นกัน แต่สำหรับฉัน เพียงรู้สึกใจหายมากกว่า คนที่คุ้นหน้าค่าตา เห็นกันอยู่ทุกวัน จู่ ๆ ก็หายไปโดยไม่ทันร่ำลา ร้องไห้ไหม ฉันไม่ได้ร้องไห้เลย เพราะเวลานั้น ทุกอย่างในสมองสั่งอย่างอัตโนมัติ จะพาพ่อไปวัดไหน จะแต่งตัวอย่างไร จะต้องซื้อหาเตรียมอะไรบ้าง เพราะนี่คือนาทีสุดท้ายที่จะให้ได้ และฉันพยายามทำอย่างดี และจะทำให้อย่างดีที่สุด และฉันเชื่ออยู่เสมอว่า เวลาที่ผ่านพ้นมาฉันทำอย่างนั้นแล้ว .. ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ได้เห็นหน้า แต่ตลอดเวลา ให้รู้ว่า พ่อก็จะอยู่ในใจเสมอ ..



Create Date : 04 ธันวาคม 2551
Last Update : 26 กันยายน 2553 15:42:59 น. 3 comments
Counter : 414 Pageviews.

 
อืมม..ขอบคุณนะ

เดี๋ยวนอนแล้ว..ตื่นขึ้นมา เราจะกลับไปหาพ่อที่ ต่างจังหวัด

ทั้งๆ ที่รู้สึกอยากนอน ตื่นสาย...พักผ่อน..

วันหลัง ก้อได้นิ

วันนี้จัดให้พ่อก่อน

คุณ...วันนี้ อย่าลืมพามามี๊ไปกินลม ชมวิวนะ
ส่วน ป๊ะป๋า...อยู่ในใจเสมอ ...


โดย: U can call me anytime IP: 202.149.25.241 วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:0:35:35 น.  

 
อืม ถูกต้องแล้วค้าบบ

ไม่ลืมหรอก
นัดกันกะพี่ชายไว้วันเสาร์นู้น ..
ว่าจะเอาแม่ไปบางปู

ไม่ได้เอาไปฝากใครเลี้ยง
แค่จะพาไปกินข้าว .. เจง ๆ นะ ((มะด้ายโกหก))

แล้วถ้าไม่เขิน ฝากคุณ กอดพ่อแน่น ๆ สักที

นะ


โดย: inmemoir วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:1:14:12 น.  

 
เขินอ่ะ
เลยไม่ได้ทำ
ตะว่า ตื่นตีห้า มารับเค้าไปกินข้าว
ร้านที่เราแสนจะไม่ชอบ
เค้าชวนทีไร เราไม่เคยยอมไป
แต่วันนี้ ..นะ...ต้อง..

แถมนอนอุตุ เป็นเพื่อนเค้าทั้งวัน
ตั้งกะ สิบโมง ยัน สามโมงเย็น ..

ก้อ มานง่วง
ร่างกายประท้วง ไม่ได้ Drink กาแฟ อย่างเคย

อืมม...
บางปู มาเล่าให้ฟังบ้างนะ ว่ายังมีสิเหน่ เหมือนเดิมรึเปล่า
ตั้งใจว่า วันอาทิตย์ จะแวะไปหาน้องนกนางนวล
...


โดย: U can call me anytime IP: 202.149.25.225 วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:22:37:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
inmemoir
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




-in memoir-

งานเขียนย่อมจัดเป็นงานวรรณกรรม
ซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์
ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6

ซึ่งให้ความคุ้มครองแก่ท่านเจ้าของลิขสิทธิ์
ในงานเขียนดังกล่าวโดยอัตโนมัติ
ไม่จำต้องจดทะเบียน
Friends' blogs
[Add inmemoir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.