.......ไม่มีความสุขใดจะสุขเท่า ความสุขจากใจเราเอง...
Group Blog
 
 
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 กันยายน 2552
 
All Blogs
 

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

สวัสดีจ้า...เพื่อนๆ ทุกคน หลังจากที่ห่างหายจากการเขียน blog ไปซะนาน วันนี้มีสาระน่ารู้กและประสบการณ์การที่เกิดขึ้นกับตัวเองโดยตรงมาฝากด้วยนะค่ะ....

*************************

เรื่องก็มีอยู่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อตื่นนอนตอนเช้าวันจันทร์จะเตรียมตัวมาทำงานปกติ พอตื่อขึ้นก็รู้สึกว่าทำไมหน้ามืด มองไปทางไหนทำไมบ้านหมุน เวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียร นอนตะแคงก็ไม่ได้ เอะ! นี่เราเป็นอะไรหนอ สักพักตัวเราก็เย็นและมีเหงื่อออก ผสมอาการอาเจียรอยู่พักใหญ่ จึงให้แฟนพาไปหาหมอ คุณหมอก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคน้ำในหุไม่เท่ากัน ทำให้เรางงมากเลยว่า เราเป็นโรคนี้ได้อย่างไงกัน...
วันนี้กอล์ฟเลยนำสาระน่ารู้เกี่ยวกันโรคนี้มาให้เพื่อนๆ อ่านไว้เป็นความรู้ทั่ว
และเพื่อประโยชน์ในอนาคตค่ะ... โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

สาเหตุของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน.........
เนื่องจากหูคนเราประกอบด้วยหูชั้นนอก, หูชั้นกลางและหูชั้นใน หูชั้นในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนมีลักษณะคล้ายก้นหอยทำหน้าที่รับเสียง กับส่วนที่เป็นอวัยวะรูปเกือกม้า 3 อันมารวมกันทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว หูชั้นในนอกจากจะแบ่งตามหน้าที่แล้วยังแบ่งตามโครงสร้างเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นกระดูก กับส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ส่วนที่เป็นกระดูกจะห่อหุ้มส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ภายในส่วนเยื่อหุ้มภายในจะมีของเหลวอยู่ เมื่อเกิดพยาธิสภาพของโรคมีเนีย ของเหลวที่อยู่ภายในจะคั่งมาก ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก แรงดันที่เพิ่มขึ้นในหูชั้นในจะขัดขวางการทำงานของกระแสประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัว ทำให้สูญเสียการได้ยินและสมดุลย์เกิดอาการเวียนศีรษะเมื่อแรงดันมากขึ้นผู้ป่วยจะรู้สึกตึง ๆ ในหูข้างที่ผิดปกติ

อาการของโรค
- อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นอาการที่พบบ่อยมักพบร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกเกิดขึ้นในทันทีทันใด ระยะเวลาอาจจะอยู่นานกว่า 20 นาทีถึง 2-3 ชั่วโมง อาการดังกล่าวมักเป็นรุนแรงแต่ไม่ทำให้หมดสติหรือเป็นอัมพาตเมื่อหายเวียนศีรษะผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนเป็นปกติ

- หูอื้อ อาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวร ถ้าเป็นระยะแรกการสูญเสียการได้ยินจะเป็นแค่ชั่วคราวหลังจากหายเวียนศีรษะ แล้วการได้ยินจะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยที่มีอาการเวียนบ่อย ๆ หรือเป็นมานานอาการหูอื้อมักจะถาวรบางทีหูหนวกไปเลยก็ได้

- เสียงดังในหู ผู้ป่วยจะมีเสียงดังในหูข้างที่ผิดปกติร่วมด้วย ผู้ป่วยบางคนจะบอกว่ามีเสียงเหมือนจั๊กจั่นหรือจิ้งหรีดร้อง บางคนก็บอกว่าเหมือนเสียงคำรามอยู่ในหูตลอดเวลา เสียงดังในหูอาจเป็นตลอดเวลา หรือเป็นขณะเวียนศีรษะ

- อาการตึง ๆ ภายในหูคล้ายกับมีแรงดัน เกิดจากแรงดันของน้ำในหูชั้นในที่ผิดปกติ

การรักษาทางยา
- ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดสภาวะอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน
- ยาลดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียน ควรใช้ในขณะที่มีอาการเท่านั้น
- ยากล่อมประสาท และยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและนอนหลับได้เป็นปกติ
- ยาขยายหลอดเลือด ช่วยลดอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน

นอกจากนี้การปฏิบัติตัวเพื่อให้ผู้ป่วยลดภาวะ อาการของโรคเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่
- ลดภาวะเครียด ควบคุมอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใส และลดงานบางอย่างที่มากจนเกินไป
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนหลับ ถ้ามีเสียงรบกวนในหูมากจนทำให้นอนไม่หลับ ข้อแนะนำที่ดีคือเปิดเพลงเบา ๆ ขณะนอนเพื่อกลบเสียงที่รบกวนในหูให้หมดไป
- หลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้ คือ ชา กาแฟ เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้อาการแย่ลง
- การบริหารระบบการทรงตัว เป็นการบริหารศีรษะและการทรงตัวทำให้สมองสามารถปรับตัวได้รวดเร็วขึ้น
- พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ในที่มีเสียงดัง แสงแดดจ้าหรืออากาศร้อนอบอ้าว เป็นต้น
- จัดสถานที่ที่บ้าน และที่ทำงานให้ปลอดภัย ทางเดินที่เดินเป็นประจำจะต้องปราศจากของมีคม และตกแตกง่าย
- การควบคุมอาหาร โดยลดอาหารที่มีรสเค็มโดยจำกัดเกลือ แนะนำให้เติมเกลือลงในอาหารวันละไม่เกิน 2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา)

การรักษาโดยการผ่าตัด จำเป็นในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางยาแล้วไม่ได้ผล
หวังว่าเพื่อนคงได้ประโยชน์บางไม่มากก็น้อยนะค่ะ........ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันทุกๆคนนะค่ะ ...




 

Create Date : 03 กันยายน 2552
6 comments
Last Update : 3 กันยายน 2552 15:58:00 น.
Counter : 522 Pageviews.

 

เราก็เคยเป็นค่ะ ตั้งแต่เกิดมา เป็นมาแล้ว 3 ครั้ง เพิ่งมาเป็นหลังจากมีลูกเนี่ยแหล่ะค่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตมาไม่เคยเป็นค่ะ

เป็นครั้งแรกตกใจมากๆ ไม่เคยเป็นมาก่อน กลัวว่าตัวเองจะเป็นอะไร พิกลพิการไป 555 ตอนนั้นคิดอย่างนี้จริงๆ เพราะไม่รูเลยว่าไอ้อาการที่เป็นอยู่น่ะมันคืออะไร

อาเจียน เวียนหัว ทรงตัวไม่ได้ นอนหงายไม่ได้ ต้องนอนเอาหัวตะแคงทิ่มๆลงไป แบบว่าลูกยังเล็กอยู่อ่ะจ้า เป็นห่วงลูกจะอยู่ยังไง ถ้าเราเป็นอะไรไป

ครั้งที่ 2 เป็นตอนกลางคืน ลองแข็งใจเดินไปที่เตียงกะว่าเดี๋ยวก็นอนลงเตียงแล้วไม่กี่ก้าว ปรากฏว่าล้มตึงไม่เป็นท่าเลยค่ะ มันทรงตัวไม่ได้เลยอ่ะค่ะ น่ากลัวๆ ตอนที่ล้มครั้งที่ 2 นั้น ท้องลูกคนที่ 2 อยู่ด้วย

แล้วก็ไปนอน รพ.ทั้ง 2 ครั้งค่ะ แต่พอเป็นครั้งที่ 3 นี่เริ่มรู้แกวแล้ว พอเริ่มเวียนๆตอนลืมตาตื่นมาตอนเช้าก็เรียกแฟนหยิบยาแก้วิงเวียนมากินเลย นอนพัก พอยาออกฤทธิ์ก็ดีขึ้นค่ะ

เคยถามหมอหมอบอกว่ารักษาไม่หายค่ะ เศร้าเลย แต่ถ้าร่างกายแข็งแรง อาการก็จะปกติค่ะ

รักษาสุขภาพนะคะ

 

โดย: ReEaengJa IP: 125.24.23.14 3 กันยายน 2552 20:07:16 น.  

 

ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังค่ะ....จริงๆ แล้วตอนที่เป็นก็กลัวมากนะค่ะเพราะว่าเจ้านายที่บริษัทแกก็เป็นอาการหนักมาก ยิ่งทำให้กอล์ฟกลัวว่าจะเป็นมากแบบแก ...แต่ก็ยังโชคดีค่ะที่ยังไม่รุนแรงขนาดนั้น
ถ้าเป็นอะไรไปปุ้บปั้บแบบนั้นคงเศร้าค่ะ เพราะยังไม่มีลูกสักคน อยากมีสัก 2 คน แต่ก็ยังไม่มาสักที...อิอิ

ตอนนี้ก็เลยได้พกยาแก้เวียนศรีษะไว้ตลอดเผื่อมีอาการจะได้หยิบขึ้นมาทานทันที เพราะต้องเดินทางมาทำงานไกลบ้าน กลัวเป็นเวลาขึ้นรถ ลำบากแย่เลย

รักษาสุขภาพเช่นกันนะค่ะ....หวังคงได้ร่วมแชร์ประสบการณ์อื่นๆ อีกนะค่ะ...

 

โดย: กอล์ฟ IP: 58.8.70.247 4 กันยายน 2552 9:32:30 น.  

 

เป็นเหมือนกัน เป็นตั้งแต่ปลายปี48 ตอนนี้อายุ 33 ปีแล้ว รักษาโรงบาลจุฬา อาการก็ยังเป็นๆหาย ๆ ดีเป็นบางช่วงแย่เป็นบางครั้ง แต่หู้อื้อข้างซ้ายตอนนี้แทบไม่ได้ยินแล้ว ทรมานมากบางครั้งอยากให้หมอผ่าตัดให้เลยจะได้หายจากอาการเวียนหัว อาเจียน แต่หมอบอกว่าถ้าผ่าตัดแล้วหูข้างที่เป๋นจะไม่ได้ยินเลย ไม่รู้จะทำยังไงดี

 

โดย: จูน IP: 61.19.66.203 24 กันยายน 2552 13:59:56 น.  

 

ขอบคุณทุกประสบการณ์จริงทุกๆท่านเลยค่ะ...ตกใจและกังวลมากเหมือนกัน หลับตาแล้วขอให้เสด็จพ่อปิยะช่วยพร้อมกับนอนสมาธิไปด้วย.. ตอนแรกคิดว่าจะเป็นเหมือนคุณลินดา ...หลับตา มือสองข้างกุมขมับไว้ตลอดเวลา...จริงจริงแล้วเป็นคนไม่ชอบไปหาหมอเพราะเวลาไป ต้องเล่าอาการทุกด่านเลย..คนก็ป่วยจะแย่..ทาง ร.พ.เค้าน่าจะใชวิธี record อาการที่เราเล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ถามเนอะ...(ขี้บ่นจังเยย)..เล่าถึงอาการก็เป็นเหมือนกับทุกท่านนะแหล่ะแต่หมอเค้าบอกว่าเป็นลำไส้อักเสบ..เอ้า..เอ้า..งงล่ะซี้(phetsharash hospital)...สุดท้ายตอนเนี้ยไม่รู้ว่าเวลาเป็นขึ้นมาต้องไปซื้อยาอะไรมาทานบ้าง...รบกวนทุกท่านถ้าอ่านแล้วช่วยหน่อย....ช่วยหน่อย...ขอบคุณค่ะ;)

 

โดย: nathamon IP: 124.120.145.20 14 ตุลาคม 2552 14:43:19 น.  

 

คุณ nathamon (เรียกชื่อไม่ถูก) หมอที่ รพ. เขาให้ยาแก้เวียนศรีษะมาทาน
ถ้าตัวเองจะซื้อทานเองก็ บอกเภสัชว่า
ซื้อยาแก้เวียนศรีษะ เขาก็น่จะทราบนะค่ะ....ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะค่ะ...รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ...

 

โดย: golf (ultra_manja ) 20 ตุลาคม 2552 12:31:30 น.  

 

ลูกสาวก็เป็นค่ะ ไม่ได้เรียนหนังสือ 3 วันแล้ว เป็นช่วงตื่นนอน เค้าบอกว่าบ้านหมุน ต้องยืนปิดตาร้องให้ช่วยพยุง ตอนแรกก็คิดเค้าเป็นลม เพราะพอรับจากโรงเรียนกลับมาถึงบ้าน ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็หายซนได้ตามปกติ เย็นนี้จะ
พาไปหาหมอค่ะ
ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้และคำแนะนำที่ดี

 

โดย: ลี IP: 118.173.19.207 13 มิถุนายน 2555 13:57:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ultra_manja
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เวปน้องใหม่ฝากเนื้อฝากตัวและขอบคำแนะนำในการเขียนเวปด้วยนะค่ะ ...ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ



Friends' blogs
[Add ultra_manja's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.