พฤศจิกายน 2558

1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
เป้าหมาย (มีไว้พุ่งชน)
จั่วหัวไว้ดีมากกกกก.....ถ้าคาดหวังว่าจะได้อะไรดีๆ จากบันทึกหน้านี้ละก็ บอกไว้ก่อนเลยว่า.....ไม่มี Smiley

หลังจากความรู้สึกลั้ลลาคราวก่อน...ความกดดันก็หมดไป และนิสัยเสียอันนึงก็เข้ามา เหมือนจิตสำนึกมันคอยเตือนว่าจะไปจากที่นี่แล้ว ความตั้งใจมันเลยลดลง แต่คุณภาพก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว....เอาเถอะจะพยายามลืมๆ มันซะ อีกไม่กี่เดือนแล้ว...

ตอนนี้ยังไม่เครียดเรื่องรายได้ (ไม่เห็นโลงศพ..ไม่หลั่งน้ำตา) เฉพาะแค่ค่าขนมที่ส่งอยู่ ยังไม่พอจะให้พ่อกะแม่แต่ละเดือนเลย...เหอๆๆๆ

เอาน่า...อนาคตมันยังมาไม่ถึง พอออกแล้วเวลา 24 ชม. เป็นของเราแล้ว จะได้หาลูกค้าได้เต็มที่ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำหลายๆ อย่าง ซึ่งตอนเป็นมนุษย์เงินเดือน มันยากที่จะทำได้ 

อยากไปหาย่าตอนไหนก็ไปได้...ย่าเป็นคนที่เลี้ยงเรามา และตอนนี้ย่าก็แก่มากแล้ว อยากมีเวลาอยู่กับย่าเยอะๆ อยากพาย่าไปวัด ทำบุญ อยากมาคุย มาช่วยทำนู่นนี่ด้วย

อยากจัดเก็บบ้านให้เรียบร้อย....ตอนนี้บ้านยังกับรังหนู บันไดขึ้นชั้น 2 ตั้งแต่ขั้นแรก จนถึงเกือบจะขั้นบนสุด มีของวางทุกขั้น เหลือทางเดินไว้ให้แค่พอเดินได้เท่านั้น ห้องพระก็ยังมีสมบัติที่ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่สมกับเป็นห้องพระ จะย้ายขึ้นไปนอนข้างบน ของก็เต็มจนไม่มีที่จะให้นอน...ไม่รู้ว่าของจะเยอะไปไหน

อยากปลูกต้นไม้สวยๆ กับลองปลูกผักสวนครัว...อุตส่าห์เปลี่ยนบานหน้าต่างใหม่ กะว่าจะจัดเป็นห้องนอน ปลูกต้นไม้ตรงระเบียง ตั้งแต่ปีทีแล้วจนป่านนี้ สภาพห้องยังกับโกดังเก็บของ...สมบัติบ้าเยอะจริงๆ

อยากลองทำขนมอื่นๆ อีกตั้งหลายอย่าง ซึ่งขนมพวกนี้ ก็น่าจะสร้างรายได้ให้ได้บ้างเล็กๆน้อยๆ แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้ลงมือทำซักที

อยากฝึกฝนภาษาอังกฤษแบบจริงจังซะที.....เคยเรียนมาไม่รู้กี่คอร์ส แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว...เอ๊ะ คุ้นๆ

อยากมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น....คุณนายเค้าอีเว้นท์เยอะ เด๋วพบปะเพื่อนฝูง เด๋วเลี้ยงสังสรรค์ เด๋วกฐิน ผ้าป่า เข้าพรรษา ถวายเทียน นัดหมอเช็คความดัน และอีกสารพัด เลยต้องมีเวลาไปเฝ้าร้านแทน 

คงมีเวลาให้พ่อกะแม่มากขึ้น (รึเปล่า) ต่อไปก็คงไม่ต้องรอเทศกาล หรือหยุดยาว หรือเกาะอาไป เวลาเค้าไปบ้านกัน อยากไปตอนไหน ก็ไปหาได้ สบายๆ

อยากอ่านนิยาย ออกไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดแบบไม่ต้องรอวันหยุดยาวๆ หรือเคลียร์งานเป็นเดือนเพื่อลาพักร้อนติดกันแค่ 3 วัน ไปเที่ยววันธรรมดาสบายจะตาย

อยากมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น....ที่ผ่านมา ไม่ค่อยจะสนใจตัวเองเท่าไหร่ ทั้งร่างกายและจิตใจ น่าจะได้ออกกำลังกายบ้าง และที่สำคัญคงได้ฝึกจิตนั่งสมาธิได้มากขึ้น

อยากรู้สึกว่าเวลาปีนึงมันนานแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาปีๆ นึงผ่านไปเร็วมาก บางปีแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรไปบ้าง

มาถึงตรงนี้...ไหนล่ะ เป้าหมายแกร...เห็นมีแต่เรื่องที่ อยาก...อยาก..อยาก..แล้วก็อยาก...

ไม่รู้สินะ ว่าเป้าหมายในชีวิตจริงๆ คืออะไร......
หลาย ๆ คน อาจจะตั้งเป้าหมายเอาไว้....มีบ้าน มีรถ มีครอบครัว ความสำเร็จในอาชีพการงาน เงินเดือนสูงๆ รายได้คงที่เยอะๆ ชื่อเสียง เกียรติยศ ความมั่นคงความสุขสบายของตัวเองและคนในครอบครัว ความมั่นคงในบั้นปลายชีวิต....บลาๆๆๆ นึกได้เท่านี้

ไม่รู้จริงๆ....คิดแค่ว่า อนาคตอยากทำให้สิ่งต่างๆ ที่พร่ำมาด้านบนนั่นแหละ เพราะความอยากได้อยากมีเกินกำลังมันไม่มี คือ พอใจกับสิ่งที่มีที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้ว แต่ก็ไม่แน่ ถ้าในอนาคตเกิดอยากได้อยากมีอะไรขึ้นมา ไว้จะมาเล่าให้ฟังละกัน

เคยอ่านบทความของโค้ชคนนึง จำชื่อไม่ได้ เค้าเป็นคนพูดเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายในชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ การพัฒนาตัวเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ อะไรพวกเนี้ยแหละ บทความบทนั้นเค้าเล่าว่า

"วันหนึ่งผมไปนั่งทำเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องที่จะพูด ในร้านกาแฟมีระดับร้านหนึ่ง โต๊ะตรงข้ามผมมีคุณลุงสูงอายุท่านนึงนั่งอยู่ คุณลุงนั่งดูแมคบุ๊คพร้อมกับดื่มกาแฟด้วยท่าทางสบายๆ บางครั้งคุณลุงมองหน้าจอแล้วก็อมยิ้ม แล้วผมก็นึกถึงคำถามจากเพื่อนคนนึงเคยถามผมว่า เห็นผมพูดบรรยายให้คนเป็นร้อยเป็นพันฟังเรื่องเป้าหมายในชีวิต แล้วเป้าหมายในชีวิตของมึงคืออะไรวะ... 

ผมก็มานั่งนึกตามที่ไอ้เพื่อนผมมันถาม ว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร ทุกวันนี้ผมมีบรรยายเกือบจะทุกวัน ผมพูดให้ความรู้ หลักการคิดให้คนอื่นฟัง ผมพูดให้แนวคิดกับคนอื่นเพื่อให้เค้าเอาไปประยุกต์ใช้ในอาชีพของเค้า แค่นี้ ผมรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่ทำ และก็ไม่ได้คิดถึงอนาคตข้างหน้าว่าต่อไป ผมจะทำมันไปนานแค่ไหน เมื่อไหร่ผมจะหยุด หรือตั้งเป้าว่าอีกกี่ปี่จะประสบความสำเร็จให้มากกว่านี้ ผมคิดแค่ว่าวันนี้ผมมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ ผมพอใจแล้ว ผมรู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จแล้ว

ผมกำลังนั่งคิดเพลิน ๆ คุณลุงโต๊ะตรงข้ามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุย ได้ยินเสียงคุณลุงตอบกลับไปว่า...ได้ๆ ตอนนี้ผมอยุ่ในร้านกาแฟใกล้ๆ คุณรอผมอยู่ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวผมเดินไปหานะ...หลังจากคุณลุงตัดสายโทรศัพท์ คุณลุงก็เก็บแมคบุ๊ค แล้วเดินออกจากร้านไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม"

(ถ้อยคำอาจไม่เหมือนต้นฉบับเป๊ะ...ต้องขออภัยเจ้าของบทความมา ณ ที่นี้ด้วย)

บทความจบลงแค่นี้ (หรือจะมีต่อก็ไม่แน่ใจ..อ่านในโทรศัพท์มันจบแค่นี้) หลังอ่านจบ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแท้จริงแล้ว คนเขียนบทความจะสื่อความหมายว่าอะไร แต่สมองของเราแปลความหมายได้ว่า...ถ้าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันคือความสุข บางทีเป้าหมายก็ไม่สำคัญเสมอไป

ข้อเสียอีกอย่างคือ เวลาอ่านเจอบทความดี ๆ มักจำชื่อเจ้าของบทความไม่ได้ หรือบางทีตอนอ่านเข้าใจ แต่จำ key word ไม่ได้ นอกจากความจำจะไม่ดีแล้ว ยังนำมาถ่ายทอดได้แย่ด้วย 

ต่อไปคงต้องอาศัยจดเอาไว้กันลืมซะแล้ว จะได้ให้เครดิตเจ้าของบทความด้วย

ปล.อย่าเพิ่งสรุปเนื้อหาจากหน้าปก (อันนี้เอามาจากละครสะใภ้จ้าว)





Create Date : 04 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2558 20:35:11 น.
Counter : 195 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



i_mafuang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบเพ้อเอาถ้วย
MY VIP Friends