สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
14 สิงหาคม 2558
All Blog
ตลกร้าย
วันนี้มีเรื่องตลกมาเล่า......(จะขำรึเปล่า...ไม่รับประกัน) (พิมพ์เสร็จแล้วกลับมาดู...มหากาพย์ชัดๆ Smiley)


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว......(เริ่มมาก็ปัญญาอ่อนเลย.Smiley)จริงจังละ....ย้อนกลับไปซักประมาณ 3 อาทิตย์ก่อน.........ตอนเช้ามาทำงาน..

ยืนเล่นเฟสในบีทีเอส...อยู่ดีๆ ไลน์เด้งข้อความเข้าจากคนที่ไม่รุ้จัก..

หนุ่มนิรนาม   : ชื่อคุณมาอยู่ในไลน์ผมได้ยังไง
เอี้ยงน้อย      : ไม่รู้เหมือนกันค่ะ...คุณเล่นเว็ป.....รึเปล่าคะ...สงสัยไม่ใครก็ใคร                        สักคนมีการแอดชื่อเข้าไปน่ะค่ะ
หนุ่มนิรนาม   : คุณชื่ออะไร..ทำงานที่ไหน..บ้านอยู่ไหน..อายุเท่าไหร่...มีครอบ                       ครัวรึยัง....บลาๆๆๆๆ มาเป็นชุด
เอี้ยงน้อย      : ตอบไปทุกคำถามแบบงงๆ


หลังจากบทสนทนาวันนั้น....ก็เริ่มมีการพุดคุยกันเรื่อยมา ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ถามสารทุกข์สุกดิบ แบ่งปันประสบการณ์ แสดงความเอื้ออาทรต่อกัน ซักไซ้เรื่องในครอบครัว เล่าสู่กันฟังชีวิตประจำวัน และหลายสิ่งหลายอย่างที่พูดคุยกัน รวมถึงมีการแชร์รูปบ้างนิดหน่อย (พอดีมีช่วงนึงไปเที่ยวลาว..เลยส่งรูปให้ดู) หนุ่มนิรนามก็มีส่งรูปมาให้ดูบ้างเหมือนกัน...ก็เฮฮาปาจิงโกะกันไป...

ถ้าถามถึงที่มาที่ไป...ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เคยเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แม้จะไม่ซ้ำซาก แต่มันก็ยังจำได้ทุกครั้ง เวลารู้สึกเหงา รู้สึกว่าอยู่คนเดียวพอแล้ว นานเกินไปแล้ว อยากจะลองคุยกับใครบ้างแล้ว เมื่อใจรู้สึกสมองสั่ง มือก็ทำตาม เข้าเว็ปหาเพื่อน หาคู่ นู่นนี่นั่น จนมาเจอเว็ปนี้ จะรอไรล่ะ ก็เข้าไปส่องสิ ได้คุยอยู่ไม่กี่คน แต่ยังไม่เจอคนถูกจริต จนกระทั่งมีข้อความเข้าไลน์วันนั้น

ถามอีกว่า พอลองได้คุยแล้วเป็นยังไงมั่ง โอเคนะ คุยรู้เรื่องกว่าหลายๆคนก่อนหน้า ส่งมุกไป รับได้ไม่แป้ก ถามไรไปเข้าใจไม่ต้องอธิบาย ส่งติกเกอร์ไปรุ้ได้ว่ารู้สึกยังไง พูดคุยภาษาเดียวกันรู้เรื่อง เออ เข้าท่าแฮะ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ไม่รู้สึกกระวนกระวายเวลาไม่ได้คุย ไม่รู้สึกหงุดหงิดเวลาส่งข้อความไปแล้วไม่ตอบทันที รู้สึกเฉยมากกกจนแปลกใจตัวเอง แต่ชอบนะแบบนี้ มันไม่ทุกข์ดี บทสนทนาหลายๆหน ที่บ่งบอกถึงความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน หรือคนรู้จักกัน แต่เราก็ยังเผื่อๆ ไว้นะ บอกไปเหมือนกันว่าอนาคตไม่แน่นอน อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรเกินไป อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงได้ เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมามันสอนให้เราคิดแบบนั้น...

จนกระทั่ง...วันนึงหลังเลิกงาน..แวะหาหมอเสร็จ กลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านก็เปิดไลน์ เห็นมีข้อความทักเข้ามาก็เลย เปิดเข้าไปคุยด้วย แล้ววันนั้นเค้าเกิดไม่สบาย เราก็...กินยารึยัง..กินข้าวรึยัง..แล้วไล่ให้ไปนอน

สักพักนึง...เรากลับถึงบ้าน..กินข้าว..เปิดไลน์อีกรอบ...เป็นไงมั่ง...ดีขึ้นยัง...แล้วบทสนทนาก็เริ่มขึ้นและต่อเนื่องไปเรื่อย...จนวนกลับมาเรื่องอาการป่วย ถามตกลงกินข้าวยัง..กินยายัง...คำตอบคือ...ยังทั้งข้าวและยา....ข้าว ยังไม่ได้หุง ส่วนยา ที่บ้านไม่มียาอะไรเลย ก็เลยถามว่า แถวบ้านมีร้านชำมั๊ย...มี 7 ..ดีเลย ร้านนี้มีแทบทุกอย่าง แต่......ไม่มีตังค์!! ก็เลยทีเล่นทีจริงไปว่า จะให้โอนให้มั๊ย (ถามครั้งที่ 2 ครั้งแรก ปฏิเสธ บอกละอายใจ) คราวนี้บอกเกรงใจ เราเลยบอกไม่เป็นไร (แต่ใจเริ่มไม่ดีแระ)

ยัง..ยังคงโลกสวย...เค้าอาจไม่มีจริงๆ เห็นบอกไม่มีใครอยู่บ้านไปต่างจังหวัดกันหมดกลับพรุ่งนี้...ก็ยังคงคุยเรื่องหาวิธีโอนเงิน....ได้ๆ เด๋วออกไปโอนให้...แต่เรามี scb นะ ..ถามมา โอนตู้เหรอ...เราถึงนึกขึ้นได้...ปากซอยไม่มีตู้ scb นี่หว่าทำไงดีฟระ (ยัง..ยังอีกมึง) เค้าตอบกลับมาโอนเงินสดได้มั๊ย ของ bbl มันจะมีตู้โอนเงินสดและเค้าก็มีบัญชีของ bbl นึกในใจ...ปากซอยมีกรุงศรี ที่มีตู้ฝากเงินสด มันใช้โอนต่างแบงค์ได้มั๊ยว๊าาา (ยัง..ยังอีกนะมึ๊งงง) สอบถามกันไปมาด้วยข้อจำกัดของธนาคารที่แต่ละฝ่ายมี...

(ย้อนเพื่อตอกย้ำ)
แสนดี     : ตะเองโอนเป็นเงินสดมั๊ย 
เอี้ยงน้อย : ได้ๆ เด๋วออกไปโอนให้ (นึกในใจ..มีบัตรเอทีเอ็ม scb ยัดใส่ตู้กรุงศรี                   เพื่อโอนไปเข้า bbl มันจะได้มั๊ยฟระ)
แสนดี     : แต่นี่มันดึกแล้วนะ..ตะเองต้องออกไปไกลเปล่า
เอี้ยงน้อย : ไม่ไกล..น่าปากซอยเอง (อืม..ขี่จักรยานออกไปตอน 4 ทุ่มกว่าอาจะ                 ด่ามั๊ยฟระ)
แสนดี     : 999999999 กรุงเทพ
เอี้ยงน้อย : แล้วจะให้โอนให้เท่าไหร่อ่ะ
แสนดี     : แล้วแต่ตะเองอ่ะ
เอี้ยงน้อย : บอกมาดิ จะให้โอนเท่าไหร่ (ในใจคิดนะ...ซัก 200 เด๋วปั่นไปให้เลย)
แสนดี     : พันนึงได้ป่ะ
เอี้ยงน้อย : (อึ้งไป 3 วิ) ได้ๆ เด๋วออกไปโอนให้
แสนดี     : เด๋วเค้านอนรอนะ

หลังจากนั้น เอี้ยงน้อย ปิดเน็ต เดินสวยๆ เข้าครัวไปทำขนมให้คุณนาย

รู้สึกเงิบอย่างบอกไม่ถูก แต่มันยังไม่จบ ทำขนมไปได้ซักพัก เกือบ 5 ทุ่มละโทรศัพท์เข้าเดินไปรับ เป็นคุณแสนดีโทรมา ถามว่าตะเองได้ออกไปโอนเปล่า เห็นหายไปนาน เค้าเป็นห่วง เราตอบไปพอดีไม่ได้ออกไปโอนน่ะ คุณแสนดีบอกว่าไม่เป็นไรๆ  เราเลยถามมีอะไรอีกมั๊ย เค้าก็เลยบอกไม่มีแล้วขอตัวไปนอน...

วางโทรศัพท์...กลับมาทำขนมจนเสร็จ แล้วเปิดไลน์อีกรอบ...

มีข้อความมาประมาณว่า....เค้าไม่ได้อยากได้เงินตะเองนะ เด๋วตะเองจะเข้าใจผิด...ตะเองไม่ได้โอนก็ไม่น่ามาหลอกกันเลย...เด๋วตะเองจะเข้าใจผิดคิดว่าเค้ามาหลอกลวง...และอะไรอีกจำไม่ได้แล้ว

เลยตอบกลับไปว่า...ขอบคุณที่คุยกันด้วยดี และขอโทษที่ทำให้เสียเวลา แล้วก็เตือนว่า อย่าไปทำแบบนี้กับใคร ยาวอ่ะ หลายข้อความ แต่ความหมายประมาณนี้แหละ พิมพ์รวดเดียวแบบไม่ทันได้ตอบกลับ.....แล้วปิดโทรศัพท์ เดินสวยๆไปอาบน้ำ (กลัวโทรมาด่าแล้วอารับ...ชีวิตหาไม่แน่)

อาบน้ำเสร็จมาเปิดดูอีกรอบ....ตอบกลับมาเป็นชุดเหมือนกัน ก็ประมาณว่า ไม่ได้อยากได้เงินตะเองนะ ไม่ได้คิดจะมาหลอกลวง ที่ผ่านมารู้สึกดีด้วยจริงๆ แล้วก็คุยแค่คนเดียว ไม่คิดว่าตะเองจะคิดไปได้ถึงเพียงนี้ แต่เค้าก็ยังอยากเป็นกำลังใจให้ตะเองตลอดไป เค้าเสียใจและเสียความรู้สึกมากกก.....ติกเกอร์ร้องไห้

เอ่อ...คือ จากที่อ่านนี่ กรูคิดมากเกินไปใช่ป่ะ กรูเข้าใจผิดคิดเล็กคิดน้อยงี้ ไม่เสียใจนะ แต่คราวนี้งงอ่ะ คือไรเหรอ ตั้งสติ...วางถุงขนมลง คิดนะ คนเพิ่งรู้จักกัน ตัวเป็นๆ ยังไม่เคยเจอ โทรศัพท์ก็ไม่เคยโทรคุย ถึงจะคุยกันด้วยดีและปรารถนาดีต่อกันอย่างจริงใจก็เถอะ จะกล้าเอ่ยเรื่องเงินทองเหรอ ตอนบอกไม่มีตังค์ก็ยังไม่คิดอะไรนะ แต่พอลองถามว่าจะโอนให้เอามั๊ยนี่...เริ่มนึกละนะ ถ้ามันไปถึงขั้นตอนสุดท้ายนี่ จบเลย แล้วมันก็เป็นจริงๆ 

เด๋วนี้ศักดิ์ศรีไม่มีกันแล้วเหรอ (อ่อมีว่าเรื่องศักดิ์ศรีไปด้วย) คือ....ยังไงดีอ่ะ ถ้าคุณบอกว่าชอบผู้ ญ คนนึง แล้วคุณคิดจีบเค้าคุณกล้าเอ่ยเรื่องเงินกับเค้าเหรอ ...ถามจริง? เป็นเรานะ ต่อให้ไม่มีจะกิน ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวหรือเพื่อนนี่ไม่กล้าเอ่ยนะ โอเค เอ่ยไปละ....แต่ถ้าคุณบอกคุณไม่อยากได้....คุณคงไม่หาวิธีการที่จะให้เราโอนเงินไปให้จนได้หรอกมั้ง  พอขั้นตอนผ่านนี่ มาถึงให้เลขที่บัญชีมา เริ่มถึงเส้นชัยละ....ด่านสุดท้าย....จำนวนเงิน...ถ้าขัดสนจริงเรื่องข้าวเรื่องยา 200 นี่พอนะ คือไม่ได้เป็นโรคหัวใจจะผ่าตัดบายพาสป่ะ..อ่อ พันนึงคงไม่พอ...ถ้า 200 ร้อยนี่ ได้เลยนะ ปั่นจักรยานไปโอนให้เลย ได้ตังค์ด้วย ได้ใจด้วยนะ....แต่ พันนึงนี่ เราว่า.....มันเยอะไปว่ะ (ต้องทำขนมหลายถาดเลยนะกว่าจะได้น่ะ)
จบสิคะ...รอไร

ไม่รู้สำหรับคนอื่นถ้าเจอแบบนี้จะคิดยังไงนะ...แต่สำหรับเราเรื่องเงินมันไม่ใหญ่ที่สุดแต่มันก็สำคัญอ่ะ

คิดเล่นๆ ถ้าโลกสวย....แม่มเอ๊ย เงินแค่นี้ ขอกันกินยังเยอะกว่า คิดมากว่ะ มึงกะคิดเล็กคิดน้อย เค้าไม่ได้ขอ สี่ส๊าห้าพันป่ะวะ แค่พันเดียว ป๊อดชิบหาย เค้าไม่มีเจตนาจะหลอกมึงหรอกเค้าอาจเดือดร้อนจริง แล้งน้ำใจว่ะ เฝ้าคานไปเหอะ (ตอบ...เออ..กรูงก..วันไหนมึงไม่มีอย่ามายืมกรูละกัน)

โลกมืด...ผู้ชายแบบไหนวะ มาเอ่ยปากเรื่องเงินกับผุ้หญิง ดีแล้วที่ไม่โง่โอนให้เค้าไป (เออ..ถ้าออกไปโอนนี่...พรุ่งนี้อีแฉะมาเคาะประตูเรียกไปทำงานตอนเช้าแน่)

ปล.ฉันไม่ได้ต้องการคนดีเลิศประเสริฐศรี ขอแค่คุณดีเสมอฉัน แค่นั้นฉันก็พอใจแล้ว







Create Date : 14 สิงหาคม 2558
Last Update : 14 สิงหาคม 2558 15:25:47 น.
Counter : 395 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

i_mafuang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบเพ้อเอาถ้วย
MY VIP Friends