เที่ยวสนุก กินอร่อย นอนสบาย บายทราเวลรูทคลับ
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
21 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
TRC108-เสน่ห์เมืองน่าน หนาวสะท้านดอยเสมอดาว แอ่วบ่อเกลือ ฮักบ่อเกลือ ดอยภูคา

Blog นี้ ผมจะพาทุกคนไปอยู่ในอ่อมกอดเมืองน่านกันนะครับ กับทริป TRC108-เสน่ห์เมืองน่าน หนาวสะท้านดอยเสมอดาว แอ่วบ่อเกลือ ฮักบ่อเกลือ 3 วัน 3 คืน ของทราเวลรูทคลับดอทคอม งานนี้เราไปน่านกัน 1 ตู้ อาจดูไม่เยอะเหมือนทัวร์อื่น แต่มั่นใจว่าอบอุ่นกันแน่นอนครับ

หลายปีก่อนจำได้ก้อเกือบ 8 ปีแล้ว ผมมีโอกาสพาเพื่อนๆ สนิทของผมไปเยือนน่าน คำแรกที่ผมเจอคือ น่านมีอะไรดีเหรอ ทำไมต้องพามาเที่ยวน่าน แต่หลังจากพาพวกเค้ามาเยือน เค้าก้อเข้าใจว่าทำไมต้องมาที่นี น่าน

ในวันนี้ น่านก่้อยังทำให้ผมรู้สึกได้ว่า เป็นเมืองที่มาแล้วรู้สึกเหมือนถูกกอดอยู่ตลอดเวลาด้วยทิวเขาใหญ่ที่อยู่ล้อมรอบ แถมยังมีศิลปะวัฒนธรรม วัดวาอาราม งามๆ จากสมัยล้านนา หรืออาจจะคล้ายกับเมืองหลวงพระบางเลยก่้อว่าได้ ที่สำคัญผมรู้สึกว่า น่านเป็นเมืองที่อบอุ่นจากคนเมืองที่นี่ สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมต้องกลับมาบอกใครต่อใคร ให้มาเที่ยวที่นี่ ในแบบชิลล์ ชิลล์ ที่จะไม่ทำให้เมืองเล็กๆ น่าอยู่แบบนี้ต้องเปลี่ยนไป ผมสัญญาว่าจะฮักน่านไปอีกนาน

ทริปนี้จะพาไป ขึ้นดอย ชมดาว ดูดอกไม้ อิ่มธรรมชาติที่เมืองน่าน

พวกเราออกจากรัชดา ออฟฟิศของทิสโก้ ตอนประมาณ 19.00 น. จากกำหนดการเดิม 18.00 น. แต่ด้วยความที่รถติดมากมายทำให้ล่าช้าออกไป

พวกเราหยุดทานข้าวต้มรอบดึก ที่ ร้านข้าวต้มนัดพบ นครสวรรค์ ตอนประมาณ สี่ทุ่มกว่า หลังจากนั้น มุ่งหน้าตรงสู่ น่าน ผ่านจังหวัดพิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่

สถานที่แห่งแรกที่จะพาไปเที่ยวคือ ดอยเสมอดาวและผาชู้

ดอยชื่อโรแมนติคแห่งนี้ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ใน เขต อ.นาน้อย ใน จังหวัดน่าน นั้น มีอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 7 แห่ง, วนอุทยาน 1 แห่ง และสวนรุกขชาติ 2 แห่ง

การเดินทาง ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ไปจนถึง อ.เวียงสา ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนเจ้าฟ้า เข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 1026 ระยะทางประมาณ 35 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตามถนนสาย นาน้อย-ปางไฮ ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1083 ไปอีกประมาณ 20 กม. ช่วงเส้นทางนี้ไม่มีปั้มน้ำมันนะครับ จะมีก่อนเลี้ยว เป็นปั้มน้ำมัน ปตท. และ ปั้มบางจาก

ที่ดอยเสมอดาว จะเป็นลานกว้างบนสันเขา เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ได้ในบริเวณเดียวกัน และยังเป็นจุดชมทะเลหมอกอันแสนงดงามได้ในยามเช้า แต่ช่วงที่แนะนำให้มาเยือน คือ ช่วงเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนธันวาคม เนื่องจากยังเป็นช่วงที่ป่ายังชุ่มน้ำ และมีความชื่นอยู่ จึงทำให้มีโอกาสเห็นทะเลหมอกงามๆ ได้มากกว่า

แนะนำให้มาถึงช่วงก่อนหกโมงเช้านะครับ จะได้ไม่พลาดแสงแรกของเช้าวันนั้น

Photobucket

ด้านล่างที่เราเห็นเป็นเส้นสายหมอก คือ ลำน้ำน่านนะครับ มีหมอกลอยขึ้นมาเหนือน้ำ

Photobucket

ตอนนี้แสงอาทิตย์เริ่มทำงานอย่างจริงจังแล้ว ท้องฟ้าเริ่มปรับเป็นสีส้ม

Photobucket

ไปที่ไหนๆ ถ้าไม่ได้ถ่ายกับป้าย เดียวจะลืมเอาถ้าเวลาผ่านไปนาน

Photobucket

หลังจากฟ้าสว่างแล้ว ทำให้เราเห็นภาพทะเลหมอกที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Photobucket

Photobucket

บริเวณนี้คือแนวสันเขาที่จะดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น

Photobucket

หลังจากได้เวลาสมควร ผมก้อพาลูกทริปเดินทางไป ทานอาหารเช้าที่ อช.ศรีน่าน ซึ่งขับรถเข้าไปอีกหน่อย มื้อนี้ทานกันแบบเบาๆ ก้อมีข้าวตัมหมู กาแฟ ไข่ลวก

เมื่อท้องอ่ิมก้อเริ่มมีแรง ที่ประชุมมีมติให้เดินขึ้นผาชู้ครับ ที่ต้องแหงนคอมองไปข้างบนเลยทีเดียว ผาชู้้มีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์และสายน้ำของแม่น้ำน่าน

คำว่า “ ชู้ ” ไม่ได้หมายถึงชู้สาว แต่หมายถึงคนรัก ซึ่งผาชู้แห่งนี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันมีทิวทัศน์สวยงาม และยังมีเรื่องราวเป็นตำนานในหลายเวอร์ชั่นเล่าสืบต่อกันมา

ตามตำนานที่เล่ากันมาเกี่ยวกับผาชู้กล่าวว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่าเจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดดหน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กัน และเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดดหน้าผาไปจึงรู้สึกเสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วยแต่กระเด็นห่างออกไป ด้วยความรักแท้ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสน ณ จุดที่ตกไปนั้นเอง ( “จ๋วง” เป็นภาษาเหนือแปลว่าต้นสน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ส่วนอีกตำนานหนึ่งซึ่งเป็นต้นแบบแห่งการเขียนเพลง เอื้องผึ้ง จันผา ของอ.จรัล มโนเพ็ชร ได้มีผู้เล่าต่อกันมาว่า แต่เดิมเอื้องผึ้งและจันทร์ผานั้น เป็นคู่รักกัน ทั้งสองให้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ไม่พรากจากกัน ถ้าหากแม้นคนหนึ่งตายไป อีกคนหนึ่งก็ไม่ขออยู่ต่อ และแล้วโศกนาฏกรรมก็มาถึง หนุ่มจันทร์ผา พาสาวเอื้องผึ้งไปเที่ยวที่ดอย เขาเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม งอกอยู่ที่ต้นไม้ริมผา จึงคิดจะเก็บมาให้สาวเอื้องผึ้ง คนรักของตน จึงปีนไปเก็บดอกไม้ชนิดนั้นมา แม้เอื้องผึ้งจะห้ามแต่จันทร์ผาก็ยังพยายามจะไปเด็ดดอกไม้มาให้ได้

และแล้วในที่สุดสิ่งที่เอื้องผึ้งกลัวก็เป็นความจริง จันทร์ผาพลาด ตกลงไปในเหว เลือดไหลนอง คอหัก ตายสนิท เอื้องผึ้งร่ำไห้ หัวใจแตกสลาย จึงวิ่งเอาหัวชนกับแง่หินที่หน้าผา ตายตามจันทร์ผา เหมือนที่เคยให้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ดอกไม้ที่จันทร์ผาพยายามจะเก็บนั้น ต่อมาคนให้ชื่อว่า ดอกเอื้องผึ้ง ส่วนที่ๆจันทร์ผาตกลงไปตาย ก็มีต้นไม้ชนิดหนึ่งงอกขึ้นมา ผู้คนกล่าวขานเรียกว่า ต้นจันทร์ผาเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ความรักที่ยั่งยืนของคนทั้งคู่ตลอดไป....

บ้างก็เล่าว่ามีหนุ่มสาวคู่หนึ่งเกิดรักกัน โดยที่ครอบครัวของฝ่ายหญิงมีฐานะดีกว่าฝ่ายชาย จึงถูกกีดกันจากญาติของผู้ใหญ่ ด้วยความรักกัน ฝ่ายหญิงจึงมา ณ ที่แห่งนี้แล้วได้กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย เมื่อฝ่ายชายทราบเรื่องจึงตามมาและได้พบศพของหญิงสาว จึงเสียใจและกระโดดหน้าผาตายตามกัน หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า ผาชู้ นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

แต่อีกบางตำนานก็ว่าเป็นเรื่องราวของบุตรสาวผู้เลอโฉมของเจ้าเมืองน่าน ไปหลงรักชายหนุ่มสามัญชนผู้ต้อยต่ำ แต่ถูกกำแพงแห่งชนชั้นขวางกั้น จึงพากันหลบหนีไป ฝ่ายเจ้าเมืองน่านจึงได้สั่งให้ทหารออกติดตามมาจนถึงหน้าผาแห่งนี้ ครั้นเมื่อจวนตัวทั้งสองหมดหนทางที่จะหนีต่อไปได้ จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาสูงชันลงมาสิ้นใจ เพราะไม่ต้องการพรากจากคนรัก.....ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกหน้าผาแห่งนี้ว่า “ ผาชู้ ”

และบ้างก็บอกว่า ที่มาของชื่อ ผาชู้ นั้นมาจากคำว่า ผาชูธง เนื่องจากบนยอดผานั้น มีเสาธงปักอยู่ และมีการโรยเชือกลงมาด้านล่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชักธงขึ้นสู่ยอดเสาบนผาได้ นับเป็นสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือมีความยาวถึง 200 เมตรเลยทีเดียว นอกจกนี้ที่จุดชมวิวผาชู้ ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์และแม่น้ำน่านที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามที่ราบลุ่มอย่างงดงาม

จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ยอดผาชู้ เป็นสถานที่ตั้งสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ต้องร้องเพลงชาติ 12 จบ กว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา มีความยาวของสายธงชาติประมาณ 200 เมตร จากพื้นถึงยอดผาชู้

จุดเดินขึ้นผาชู้ อยู่ตรงป้อมด่านตรวจของอุทยานแห่งชาติเลย บริเวณที่เสียเงินค่าธรรมเนียม การเดินเท้าเข้าไป แนะนำให้ขอเจ้าหน้า อช.สำหรับการนำทางเดินเท้าไปสู่ ผาชู้แห่งนี้ ถ้าช่วงหน้าฝน หรือมีน้ำค้าง ไม่แนะนำให้เดิน เนื่องจากบางช่วง จะลื่น และด้านบนสุดหินแต่ละช่วงจะมีความคมอยู่ อย่าลืมใส่รองเท้าผ้าใบไปด้วยนะครับ การเดินขึ้นแนะนำให้พกน้ำดื่มไปคนละ 1 ขวด จะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 30-40 นาที แล้วแต่ ความสามารถของแต่ละคน ระหว่างทางจะมีจุดแวะพักหายใจ ลองไปดูภาพกันนะครับ

ภาพนี้คือ พวกเราเหนื่อยแหละ รวมทั้งผมด้วย ขอพักก่อนนะ

Photobucket

ตอนนี้เดินขึ้นมาใกล้เป้าหมายเข้าไปแหละ

Photobucket

ภูเขาหิน รูปร่างแปลกตา มีให้เราเห็นมากมาย

Photobucket

นี่คือ ผู้พิชิตผาชู้แห่งนี้ รวมทั้งผมด้วย ซึ่งเป็นคนถ่ายภาพ

Photobucket

หลังจากพิชิตเรียบร้อยแล้ว ก้อใช้เวลาเดินเท้าลงมาประมาณ 20 นาที ครับ

จุดหมายต่อไปคือ เสาดินนาน้่อย เป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดครับ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาตินาน่้อย อยู่ก่อนขึ้นดอยเสมอดาว หรืออยู่ประมาณตีนดอยอะครับ เสาดินนาน้อย มีลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผี ที่ จ.แพร่ เกิดจากการกัดเซาะและพังทลายของดินเป็นบริเวณกว้างกว่า 20 ไร่ ซึ่งยังมีการกัดเซาะ และพังทะลายที่ทำให้ดินบริเวณนี้เปลี่ยนรูปร่างไปทุกๆ ปี

บริเวณนี้ยังพบโบราณวัตถุและซากฟอสซิลที่ทำให้เชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน

เค้าเปรียบเทียบเสาดินนาน้อย เป็นแกรนด์แคนย่อนนาน้อย ซึ่งย่อความอลังการงานสร้างของหุบเขาแกรด์แคนย่อนในทวีปอเมริกาเหนือ มาอยู่ที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และพบกันธรรมชาติกับ ต้นดิ๊กเดียมและหญ้าเข็มนาฬิกา

Photobucket

Photobucket

Photobucket

หลังจากเสร็จจากเที่ยวเสาดินนาน้อย ก้อต้องไปชมสถานที่อีกที่หนึ่งคือ คอกเสือ

คอกเสือนั้นอยู่ห่างจากเสาดินนาน้อยไปราว 300 เมตร มีลักษณะเป็นหลุมลึกที่ต้องไต่บันไดลงไปชม มีลักษณะเป็นหลุมลึก ในสมัยก่อนชาวบ้านเล่าว่า “ ในบริเวณนี้มีเสืออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และจะมาขโมยเอาวัว ควาย และหมูของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้กินเป็นอาหาร ชาวบ้านจึงรวมกำลังไล่ต้อนเสือให้ตกลงไปในบ่อดินดังกล่าว แล้วใช้ก้อนหินและไม้แหลมขว้างและทิ่มแทงเสือจนตาย เขาจึงเรียกบริเวณนี้ว่า "คอกเสือ"

Photobucket

Photobucket

หลังจากนั้นก้อได้เวลาหิวแล้ว เนื่องจากใกล้เที่ยงมาก แต่ด้วยโปรแกรมต้องไปทานอาหารกลางวันที่ ร้านเฮือนฮอม ใน ตัวน่าน ร้านเจ้าประจำประจำทริปน่านของผม

ร้านเฮือนฮอม มีอาหารพื้นเมืองหลายอย่างให้ลองทานดู เช่น ข้าวซอย ออร์เดริฟเมือง ขนมจีนน้ำเงี้ยว ลาบหมูคั่ว แต่ผมมีหน้าตารูป ข้าวซอยไก่ มาให้ดูแค่อย่างเดียวนะครับ

Photobucket

หลังจากท้องอิ่มกัน แล้ว จุดหมายแรก คือ วัดภูมินทร์ เพื่อชมอาคารจัตุรมุขที่เป็นทั้งอุโบสถวิหาร และ เจดีย์ของวัด ซึ่งออกแบบให้เรารู้สึกเหมือนอยู่บนหลังนาค วัดนี้สร้างในสมัยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ แต่วันนี้มีชื่อเสียงมากเพราะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือชั้นครูชาวไทลื้อที่ลือเลื่อง นั่นคือภาพกระซิบรักของ "ปู่ม่าน-ย่ามาน" ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองไปแล้ว

Photobucket

Photobucket

พระประธาน ภายในโบสถ์

Photobucket

จิตรกรรมฝาผนัง "ปู่ม่าน ย่ามาน"
Photobucket

เสร็จแล้วผมจะพาทุกท่านไปวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ สี่แยกหัวข่วง ที่โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงลังกาที่ได้รับอิทธิพลจากเจดีย์วัดช้างล้อม สุโขทัย

Photobucket

Photobucket

Photobucket

หลังจากนั้น ก้อได้เวลาเข้าที่พักแล้ว คืนแรกที่น่าน พักที่ อภิรตารีสอร์ท อยู่ทางไป วัดพระธาตุเขาน้อย

บรรยากาศภายในรีสอร์ท

Photobucket

Photobucket

ภายในห้องพัก

Photobucket

รีวิวเรื่องห้องพัก สามารถดูได้ที่กระทู้ รีวิวที่พักดีดี เกินมาตรฐาน อภิรตารีสอร์ท ได้เลยนะครับ

หลังจาก ปล่อยลูกค้าผม อาบน้ำ เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ก้อถึงเวลาท่องน่าน ในยามค่ำคืน

กับภาพนี้ ก่อนออกจากรีสอร์ท

Photobucket

Photobucket

ผมนำลูกค้ามาเดินเที่ยว กาดหมั้วคัวศิลป์ ที่อยู่บริเวณสี่แยกข่วงเมือง ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้า นำอาหาร เสื้อผ้า เครื่องดื่ม ออกมาขายกัน แต่ส่วนถนนคนเดิน ก้อแล้วแต่ช่วง แล้วแต่ละอาทิตย์ ต้องเช็คกับทางเทศบาลอีกครั้งก่อนออกเดินทางนะครับ

Photobucket

Photobucket

รูปนี้ผมมาถ่ายรูปกลางสี่แยกครับ

Photobucket

Photobucket

หลังจากนั้น ผมก้อพาลูกค้าไปทาน อาหารค่ำที่ ร้านเฮือนเจ้านาง ร้านอร่อยขึ้นชื่อของน่าน

เสร็จจากอาหารค่ำ ก้อนำสมาชิกเข้าที่พัก

กิจกรรมต่อไปก่อนเข้านอน คือ การปล่อยโคมลอย

Photobucket

Photobucket

กระทู้นี้ ขอจบแค่วันแรกของการเดินทาง หลังจากนั่งรถและท่องเที่ยวมาหลายชั่วโมง

ดูกระทู้ตอนที่สองของวันเดินทาง


Create Date : 21 มกราคม 2555
Last Update : 21 มกราคม 2555 18:16:15 น. 1 comments
Counter : 3401 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวน่านจนเพลินเลยหล่ะ


โดย: ON THE WAY (MyEos50 ) วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:9:28:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ilovetotravel
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เนื่องจากผมเป็นคนชอบเที่ยว และชอบถ่ายรูป ดังนั้นใน Blog นี้จะเป็นเรื่องเที่ยว การรีวิวที่พัก ซะเป็นส่วนใหญ่ และการชอบเที่ยว การชอบการบริการของผมนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มทำทัวร์ คือไหนๆก็เที่ยวบ่อยๆแล้ว และทุกครั้งที่ผมเห็นรอยยิ้มของผู้ร่วมทริปการเดินทางของผมแล้ว แค่นี้ก้อสุขใจ

ส่วนเรื่องการบริการของทีมงานผมไม่ต้องห่วงนะครับ เราดูแลผู้ร่วมเดินทางเป็นอย่างดีแน่นอน


New Comments
Friends' blogs
[Add ilovetotravel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.