Group Blog
มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
24
25
26
27
28
 
30 มิถุนายน 2555
ตีสามหรรษา

วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องอยู่คนเดียวจนถึงดึกดื่นเนื่องจากพรรณอรเพื่อนสาวที่หารค่าเช่าห้องกันกับเธอนั้นมีธุระที่สถานปฏิบัติธรรมแถวแยกลำสาลีคาดเดาไม่ได้เลยว่าคืนนี้จะกลับมานอนเป็นเพื่อนเธอหรือไม่ หลังจากฝ่ารถติดกลับมาจากที่ทำงานจิตราต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ ด้วยเพราะค่านิยมหรือแม้แต่ฐานเงินเดือนขั้นต่ำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างต่างจังหวัดกับที่นี่...กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร


เสียงโทรทัศน์ดังขึ้นเพียงเบาๆรายการที่เล่นอยู่ไม่ได้เป็นจุดสนใจแต่อย่างใดของเจ้าของห้องหญิงสาวเลือกที่จะเปิดมันเอาไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา เหลือบมองนาฬิกาเป็นเวลาสี่ทุ่มเสียงคนเดินขึ้นลงบันไดเป็นระยะๆแต่ก็ห่างกันมากขึ้นไม่เหมือนเมื่อตอนสองทุ่มที่ผู้คนในหอพักเริ่มกลับมาจากที่ทำงานจิตรานึกไพล่ไปถึงงานที่ได้ทำในวันนี้ก่อนจะหมายมาดว่าพรุ่งนี้เธอต้องสะสางงานที่คงค้างอยู่ให้เสร็จเรียบร้อย


พนักงานธุรการเงินเดือนไม่ถึงหมื่นอย่างเธอจะเอาเงินที่ไหนไปเที่ยวกลางคืนลำพังแค่จ่ายค่าห้องกับค่าน้ำค่าไฟก็แทบจะไม่มีเหลือให้สุรุ่ยสุร่ายแล้ว จิตราทอดถอนหายใจยาวๆติดกันสองครั้ง วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งเช่นกันที่หญิงสาว


รู้สึกแปลกๆ


ระยะนี้คำนี้มักวนเวียนอยู่กับเธอเสียเหลือเกินเป็นคำที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้จิตราก็หวังว่าจะไม่มีใครหาว่าเธอบ้าหรือไม่ก็หวังว่าคงจะมีใครเป็นเหมือนกันบ้าง ดวงตากลมโตกวาดไปรอบๆห้อง เริ่มจากประตูห้อง โทรทัศน์ ตู้เสื้อผ้า ประตูห้องน้ำ กองหนังสือการ์ตูนแล้วก็วนกลับมาถึงตัวเองบนเตียงนอนขนาดหกฟุตจิตราอยากจะกู่ร้องก้องโลกเมื่อเธอมองไม่เห็นอะไรที่ทำให้รู้สึกแปลกๆพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ไม่ต้องไปทำงาน จิตราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขปลายทางที่คุ้นเคย


“อรคืนนี้แกจะกลับหอมั้ย?” ไม่พูดพร่ำทำเพลง หญิงสาวยิงคำถามทันที


“กลับนะแต่คงดึกหลับไปได้เลยไม่ต้องลงกลอน แค่นี้ก่อนนะ”พรรณอรวางสายทันทีตามกติกาการประหยัดค่าโทรที่ได้ตกลงกันไว้


จิตรายิ้มกับโทรศัพท์ราวกับว่าพรรณอรนั่งอยู่ตรงหน้าคืนนี้เธอไม่ต้องอยู่คนเดียว หญิงสาวเดินสำรวจห้องนอนเล็กๆ ของเธออีกรอบก่อนจะล้มตัวลงนอนทางฝั่งขวาของเตียงหลังจากปิดประตูแต่ไม่ลงกลอนเรียบร้อยแล้วจิตราปิดไฟแต่แสงไฟจากโทรทัศน์ยังคงส่องแสงอ่อนๆ ไม่ทำให้ห้องมืดจนเกินไป


พรายน้ำบนหน้าปัดนาฬิกาผนังห้องบอกว่าเป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่งตากลมโตหรี่ปรือก่อนจะต้องยอมแพ้ต่อแรงโน้มถ่วงของโลก จิตราเคลิ้มหลับไปท่ามกลางเสียงเกมโชว์ของญี่ปุ่นเสียงพากย์ไทยที่เป็นเอกลักษณ์ก็ไม่สามารถรั้งหญิงสาวให้ตื่นขึ้นมาดูรายการได้ ปล่อยวางและหลงลืมกับภาวะแปลกๆไว้ข้างหลัง นอกระเบียงชั้นห้า ลมนิ่งสงบใบไม้หยุดอยู่กับที่ราวกับรอคอยอะไรบางอย่างเสียงจอแจเงียบหายไปตามกาลเวลา เมื่อเวลาล่วงเลย...


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


แอ๊ดดด


จิตราปรือตาขึ้นมองไปที่ต้นเสียงประตูห้องเปิดออก แสงไฟจากโทรทัศน์ยังคงสาดมาอยู่เช่นเดิมเหมือนตอนก่อนเธอจะหลับหญิงสาวผงกศีรษะขึ้นมาเพ่งมอง ผู้หญิงรูปร่างอวบสวมกระโปรงยาวถึงตาตุ่มใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวเพื่อนของเธอยังคงสวมชุดเหมือนเมื่อตอนเช้าดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นพยายามมองพรรณอรที่ไม่ยอมเปิดไฟในห้องแต่กลับเดินผ่านโทรทัศน์ ตู้เสื้อผ้า ในใจของจิตราคิดแค่เพียงว่าเพื่อนจะเข้าห้องน้ำแล้วก็เปิดไฟห้องน้ำเหมือนเช่นเคยแต่คราวนี้กลับไม่เป็นดังคาด


“เฮ้ย!!!” จิตราร้องลั่นเมื่อเห็นว่าร่างอวบที่เดินผ่านหน้าไปนั้นเดินผ่านไปจนถึงระเบียงแล้วก็กระโดดลงไปทันที


หญิงสาวที่ตอนนี้ดวงตาเบิกกว้างจิตสั่นระรัวจิตรามั่นใจว่าเธอตื่นแล้วแน่นอน ร่างบางรีบลุกจากที่นอนวิ่งไปที่จุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วแต่เมื่อเธอชะโงกหน้าไปดูก็ต้องตกใจยิ่งกว่า ไม่มีใครเลยที่พื้นด้านล่างมือเรียวชื้นเหงื่อจับที่หน้าผากมนก่อนจะหันไปมองประตูห้องอย่างไม่แน่ใจประตูห้องที่เปิดแง้มราวกับเพิ่งมีคนเปิดมันขัดแย้งเหลือเกินกับสิ่งที่เธอเพิ่งหามันไม่เจอ!!


จิตราปลอบใจตัวเองว่าคงตาฝาดและที่ประตูเปิดแง้มอยู่ก็เพราะว่าเธอนั้นปิดมันไม่ดีเองตั้งแต่แรกก่อนล้มตัวลงนอนหลังจากที่เดินไปปิดประตูเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวเหลือบตามองนาฬิกาเรือนเดิมตีสามแล้วหรือนี่ พรรณอรยังไม่ถึงห้องเรื่องราวเมื่อสักครู่ตีกันยุ่งแล้วไม่กี่นาทีเธอก็เคลิ้มหลับไปเช่นเดิม แม้ในใจจะยังสงสัยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะที่จิตรากำลังจะก้าวเข้าสู่การหลับลึก


แอ๊ดดด


เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ไม่มีแม้เสียงเคาะประตู ร่างบางที่เพิ่งเคลิ้มหลับไปลืมตาไม่ขึ้นแต่ก็รับรู้ได้ว่ามีคนเดินเข้ามาและล้มตัวลงนอนที่นอนฝั่งของพรรณอรจิตรานอนตะแคงหันหลังให้อีกฝั่งเธอพยายามจะพลิกตัวนอนหงายอยู่หลายนาทีจนในที่สุดก็พลิกมาจนได้ หางตาข้างซ้ายเหลือบมองหาเพื่อนเมื่อไม่สมารถมองเห็นสิ่งที่มองหาได้จิตราจำต้องเปิดเปลือกตาขึ้นเต็มๆ อีกครั้งก่อนจะพยายามกวาดสายตามองเพื่อนอีกครั้งหนึ่งและครั้งนี้ก็พบกับ


ความว่างเปล่าและรอยบุ๋มของที่นอน


ขนลุกไปทั้งแขนและศีรษะจิตราพยายามจะลุกขึ้นจากที่นอนแต่ร่างกายของเธอดูราวกับไม่ใช่ของเธออีกต่อไปหญิงสาวนึกถึงพระ พ่อ แม่และเรื่องราวดีๆ ที่เคยได้ทำจิตราเหงื่อซึมไปทั้งตัวตอนนี้เธอกำลังสับสนระหว่างหลับตาไปเสียเพื่อจะได้ไม่เห็นภาพอะไรที่จะมาโผล่ตรงหน้าในภายหลังหรือจะลืมตาทำเป็นสาวใจกล้าดูผีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะหาโอกาสแบบนี้ยากเสียนี่กระไรแล้วจิตใจที่กำลังสับสนก็ต้องกลับมาสู่จุดเดิมเมื่อรอยบุ๋มข้างกายขยับเขยื้อนและสามารถทำให้เตียงขนาดหกฟุตเคลื่อนขึ้นลงราวกับมีคนขย่ม


บทสวดมนต์สารพัดพากันผุดขึ้นมาในหัวสมองแต่ดูเหมือนการสวดมนต์แผ่เมตตาแบบติดๆ ขัดๆ ของเธอจะไม่เป็นผลจิตรารวบรวมสมาธิก่อนที่สมาธิจะแตกซ่าน เมื่อเป็นนางฟ้าไม่ชอบก็ขอเป็นนางมารร้ายสักวันละวะ


‘ไอ้คุณผี สวดมนต์ให้แล้วยังจะไม่ไปอีกนะเจ้าคะอย่าให้ถึงกับต้องทำอะไรรุนแรงเลยเจ้าค่ะนะโมตัสสะ ภควะโต โอ๊ย!! ไม่ไหวแล้ว หนอย เป็นผีริอาจมาหลอกกันเหรอยะ ขอให้เป็นผีตลอดไป ไม่ได้ผุดได้เกิด ไม่มีคนทำบุญไปให้ไม่สวยไม่หล่อ ขอแช่งเลยคอยดูสิ จะเลิกอำได้หรือยังยะไอ้คุณผี อ๊ะ’


แอ๊ดดด


พรึ่บ


แสงไฟที่เปิดขึ้นพร้อมกับที่จิตราขยับตัวได้ดังเดิมหญิงสาวจ้องมองพรรณอรที่สวมชุดเดียวกับที่เธอเห็นไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้


“แกฉันมีเรื่องจะเล่า”พรรณอรเริ่มบทสนทนาหลังจากที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงทับกับรอยบุ๋มที่ยังคงไม่จางหายไป


“เช่นกันว่ะ”จิตราพยักหน้าหงึกหงักก่อนที่ทั้งสองคนจะเล่าประสบการณ์ในค่ำคืนนี้ที่บังเอิญผ่านพบเจอให้แก่กันฟัง


สรุปแล้วพรรณอรเดินเข้าซอยมาตั้งแต่ตีสามเนื่องจากหอพักไม่ได้ไกลมากจากถนน หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินเข้ามาและก็ใจชื้นขึ้นมาเมื่อมองไปเห็นว่าตรงกลางซอยมีผู้หญิงมายืนเหมือนรอใครอยู่ก้าวที่เร็วขึ้นเพื่อจะได้ไปถึงห้องไวๆ สายตาก็จับจ้องไปที่ผู้หญิงตรงกลางซอยอีกไม่ถึงยี่สิบก้าวก็จะถึงกลางซอย พรรณอรที่จ้องอยู่ไม่วางตาต้องเหงื่อตกเท้าที่ก้าวไปข้างหน้ากลับต้องถอยหลังในบัดดล


ร่างอวบที่บัดนี้หันหลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตใครจะไปคิดว่าผู้หญิงตรงกลางซอยจะหายวับไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีทางที่นินจาจากญี่ปุ่นจะเข้ามาอยู่กลางซอยของถนนนวมินทร์และไม่มีทางที่เอเลี่ยนจะส่งยานแม่มารับผู้หญิงคนนั้นขึ้นไปสู่ฟากฟ้าเป็นแน่ถึงจะงกยังไงพรรณอรก็มีผ่อนปรนกันบ้างในเวลาคับขันเช่นนี้อีกไม่กี่เมตรเธอก็จะถึงหอพักอยู่แล้ว ขอไปตั้งหลักเรียกเพื่อนยามยากของเธอที่ริมถนนก่อนก็ยังไม่สาย


แท็กซี่ที่พึ่งเดียวของคนกลัวผีคราวนี้ละ ถ้าเธอต้องถูกหลอกอีกครั้ง ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหลอกคนเดียวยังมีพี่แท็กซี่ที่ทำหน้างงๆ ว่าแค่ไปในซอยทำไมต้องโบกรถด้วยละเนี่ยแถมคนโบกรถยังหลับตาตลอดตั้งแต่รถออกยันรถจอดอีกต่างหากเมื่อจ่ายเงินค่ารถเสร็จแล้วพรรณอรใส่เกียร์หมาวิ่งขึ้นตึกทันที...




Create Date : 30 มิถุนายน 2555
Last Update : 30 มิถุนายน 2555 21:54:26 น.
Counter : 1138 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จางเอินฮุ้ย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้หญิงที่พยายามหัดเขียนนิยาย...ให้ดีเท่ากับ...ความสามารถที่ขุนสุนัขจนอวบเป็นลูกขนุนวิ่งได้ ^^
กับคำที่พูดอยู่เสมอกว่า "ติ๊กเป็นลิงเขียว" ฮ่าๆๆๆๆ