Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
บันทึกนกไขลาน



เพิ่งได้อ่าน บันทึกนกไขลาน จบด้วยความรู้สึกเหมือนได้เสพสุขเต็มอิ่ม จะว่าเป็นความสุขก็ไม่เชิง แต่คล้ายเป็นการเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างมากกว่า “คุณพอจะเข้าใจไหม, มิสเตอร์นกไขลาน”

ส่วนหนึ่งที่เราหลงใหลหนังสือเล่มนี้คือ ผู้เขียนบรรยายความรู้สึกส่วนลึกของตัวละครที่หลายครั้งเราก็เป็น ไม่มีตรรกะ ไม่มีเหตุผลรองรับ และเราก็ไม่สามารถสาธยายออกมาเป็นคำได้เลย หรืออาจเพราะมันดูงี่เง่าไร้สาระเกินกว่าที่มนุษย์ปกติควรจะคิด เราก็เลยทำเป็นลืมๆมันไป ทั้งที่มันยังคงฝังตัวอยู่อย่างนั้น แน่นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน...

“ฉันไม่แน่ใจนักว่าสวนสัตว์ที่ฉันวาดภาพในใจ จะเป็นสภาพแท้จริง ฉันจะบอกอย่างไรดี? เมื่อไหร่ที่เกิดความคิดนี้ ฉันก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าในความชัดสดใสนั้น ส่วนใดเป็นจริง ส่วนใดเป็นจินตนาการที่ฉันวาดขึ้นมาเอง ฉันรู้สึกเลอะเลือนเหมือนกับว่าหลงเดินอยู่กลางเขาวงกต เรื่องเช่นนี้เคยเกิดต่อคุณหรือเปล่า?”

“หนูสะดุ้งตื่นกลางดึก โดดเดี่ยวเดียวดาย ห่างบ้าน ไกลจากคนอื่นหลายร้อยไมล์ กลางคืนมืดสนิท หนูไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรในชีวิตของหนูในอนาคต หนูกลัวจนอยากจะร้องกรีดออกมา เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่า, มิสเตอร์นกไขลาน? ในตอนที่เกิดเรื่องนี้ หนูจะบอกตัวเองว่าหนูต่อเชื่อมกับผู้อื่นกับสิ่งอื่นได้...”

“...ผมอยากออกไปอยู่นอกตัวเอง ออกไปอยู่นอกตัวตนที่เคยดำรงอยู่ก่อนแต่งงาน คูมิโกะเองก็เช่นกัน ในโลกใหม่ของเรา เราพยายามจะดำเนินชีวิตของตัวตนใหม่ให้สอดคล้องกับความรู้สึกแท้จริงในใจ เราเชื่อว่าเราจะใช้ชีวิตใหม่ที่สอดรับกับตัวตนใหม่ของเรา”

“...เรื่องราวหลากหลายไร้คำอธิบายที่เกิดในชีวิตของฉัน ความหลงใหลเข้มข้นในการออกแบบเสื้อผ้าและการเหือดหายไปกะทันหัน วิธีที่อบเชยไม่พูดออกเสียงอีกแล้ว วิธีที่ฉันพลัดหล่นเข้ามาทำงานนี้ ทุกอย่างดูเหมือนตั้งโปรแกรมแยบยลไว้แต่แรกเริ่ม ชักจูงฉันให้มาที่นี่ มาอยู่ ณ จุดนี้ในวันนี้ ความคิดที่ฉันไม่อาจสลัดให้หลุดจากหัว ฉันรู้สึกประหนึ่งว่า ทุกการเคลื่อนไหวของฉันถูกบังคับควบคุมด้วยมือยาวยื่นที่เอื้อมมือหาจากดินแดนไกลแสนไกล ชีวิตของฉันไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าช่องทางสะดวกให้เรื่องราวเหล่านั้นเคลื่อนผ่าน”


ยังมีอีกหลายตอนที่ทำให้เราประหลาดใจว่าเค้าประดิษฐ์ความคิดและถ้อยคำพวกนี้ขึ้นมาได้ยังไง รวมทั้งการอุปมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจขนาดนั้น (อันนี้ต้องให้เครดิตนักแปลที่รักของเรา คุณนพดล เวชสวัสดิ์ ด้วยนา) มันอาจเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราหลงงมอยู่กับหนังสือเล่มนี้ด้วยความกระหายอยากอ่านอยู่ตลอดเวลา (พอคิดว่าจะมีเวลาได้อ่านบันทึกนกไขลาน ก็จะรู้สึกมีความหวังและความสุขขึ้นมาน่ะ..อาจจะฟังดูประสาทไปสักหน่อย แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆอ่ะ)

“...วินาทีหนึ่ง เส้นขอบฟ้าห้อยแขวนอยู่ในความมืด จากนั้น เส้นกระถดขึ้นสูงทีละน้อย สูงขึ้นและสูงขึ้น ประหนึ่งว่ามีมือยักษ์ยืดข้ามโค้งฟ้าพลิกหยิบม่านแห่งราตรีกาลให้สูงพ้นขอบผิวโลก ภาพน่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด ขอบเขตไพศาลยิ่งใหญ่ ดั่งที่ผมบอกไว้แล้ว กว้างใหญ่ไกลเกินกว่าจิตมนุษย์อันมีจำกัดจะพึงรับได้ ผมนั่งเบิ่งตามอง รู้สึกว่าชีวิตทั้งชีวิต ตัวตนทั้งมวลเลือนหายกระจายไปในความว่างเปล่าเวิ้งว้าง ไม่เหลือร่องรอย ไม่มีสิ่งใดยืนยันนัยสำคัญของมนุษย์...”

“...ผมคิดว่าลูกจะขยายโลกของเราให้กว้างขึ้น...”

“...เสียงสลักของเมอร์เซดีสต่างไปจากรถตราอื่น สำหรับผม เสียงนั้นบ่งบอกการเริ่มวันใหม่ในบ้านสำนักงานแห่งนี้”

“...ผมใคร่ให้ท่านได้เสพรับพลังอำนาจแห่งการร่วมรับรู้ความรู้สึกเชิงกายภาพ”

“สรรพสิ่งในโลกนี้มีทั้งซับซ้อนและเรียบง่ายสามัญ...”

“...ไม่เคยสักครั้งในชีวิตที่เขาจะได้ประสบการณ์ยืนยันหนักแน่นว่าตัวเขา และเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันจนเกิดผล เขารู้สึกเสมอว่าชะตากรรมบีบบังคับให้เขาลงมือทำสนองความประสงค์ของมัน ในบางคราว หลังจากได้ความอิ่มเอมชั่วครู่ชั่วยามที่ได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง เขาจะมองเห็นว่าสรรพสิ่งล้วนแต่ตัดสินใจลงความเห็นมาล่วงหน้าด้วยพลังอำนาจนอกตัว กลบซ่อนพรางตัวให้ดูคล้ายความประสงค์อิสระ แปลงตัวเป็นเหยื่อวางไว้ในเส้นทาง ล่อให้เขาตัวสินใจทำตามรูปแบบที่ชะตากรรมกำหนดไว้แล้ว...”


เรายังหลงรักการบรรยายของเค้าอีกหลายตอนที่คงเขียนไม่หมด (ก็มีตั้งเจ็ดร้อยกว่าหน้านี่นะ) ถึงแม้มีหลายฉากที่อ่านแล้วชวนให้คิดว่าเหตุการณ์ประหลาดเหล่านั้นกำลังบอกอะไร หรือมันเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันอย่างไรกับเรื่องต่างๆ (เหมือนที่เราดูหนังยากๆแล้วสงสัยว่าไอ้ฉากนิ่งค้างเติ่งนั่นมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ฟะ) แต่ทุกการรวมตัวอักษรของมูราคามิก็ชวนให้เรารู้สึกอะไรบางอย่างเสมอ บางครั้งเป็นความอึดอัดตีบตัน อีกบางตอนที่รู้สึกสงบ สบายใจ (จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องอื่นของมูราคามิ และรู้สึกเหมือนจมดิ่งลึกลงไปความมืดของมหาสมุทร แต่เมื่อเราดิ่งลึกลงไป ลึกลงไป พลันเห็นแสงอาทิตย์ส่องจากผิวน้ำ ชวนให้สงสัยว่าเรากำลังจมสู่ก้นทะเล หรือลอยขึ้นข้างบนกันแน่... หรือบางทีก็รู้สึกคล้ายลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอวกาศน่ะ)

ถึงจะมีความสงสัยอยู่ประปรายที่ชวนให้อ่านต่อไปเรื่อยๆ โดยหวังว่าบันทึกจะบอกถึงที่มาของบางสิ่งนั้น จนหน้าสุดท้ายที่หลายเรื่องเราก็ไม่รู้เหตุผลการดำรงอยู่ของสิ่งเหล่านั้นอยู่ดี แต่เราก็รู้สึกคลี่คลาย เปี่ยมสุข ไม่ต้องการหาเหตุผล หรืออะไรก็ตามแต่ อีกต่อไป

“ลาก่อน มิสเตอร์นกไขลาน”

บันทึกนกไขลาน (The Wind-Up Bird Chronicle)
Haruki Murakami เขียน
นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
สำนักพิมพ์มติชน



ปล. ช่วงนี้เรารู้สึกพอใจกับชีวิตตัวเองนะ ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับ บันทึกนกไขลาน ด้วยรึเปล่า อาจคล้ายๆกับตอนดู สัตว์ประหลาด ตอนออกจากโรงก็ไม่ได้ชอบมากขนาดนั้น แต่เมื่อเวลาเดินไปเรื่อยๆเราก็รู้สึกได้ว่าเรามีความสุขมากขึ้น มากขึ้นอย่างอธิบายความเป็นเหตุผลของมันไม่ได้เลย

หรือตอนอ่าน Norwegian Wood จบ เราก็ทำอะไรไม่ได้เลยไป 3 วัน เหมือนกำลังซึมซับอารมณ์หรืออะไรซักอย่าง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร..ใครรู้หรือประสบเหตุการณ์อย่างเราบ้าง ช่วยบอกหน่อย ช่วยทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้บ้าไปคนเดียวอ่ะ





Create Date : 05 ธันวาคม 2549
Last Update : 5 ธันวาคม 2549 20:56:39 น. 10 comments
Counter : 545 Pageviews.

 
เราชอบตัวหนังสือของมุราคามิ ชอบคำแปลของคุณนพดล ตอนอ่านนอร์วีเจียนวูด เราก็อึ้งๆ ตื้อๆ ไปพักนึงเหมือนกัน


ปล. เราคงบ้าไปอีกคน 55


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 5 ธันวาคม 2549 เวลา:21:47:29 น.  

 
เวลาอ่านหนังสือมูราคามิจบก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ
เพื่อนเคยเรียกอาการนี้ว่า "หงุ่ยๆ "


โดย: grappa วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:6:41:41 น.  

 
ซื้อมาแต่ยังไม่ถึงคิวอ่านค่ะ

ได้อ่านแล้วจะมาคุยด้วยอีกรอบนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:14:00:42 น.  

 
ยังไม่ได้ซื้อเพราะของเก่ายังอ่านไม่หมดเลย 5 5 5


โดย: สายลมอิสระ วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:21:34:17 น.  

 
มาลงชื่อๆ มีอยุ่ในครอบครองละ แต่ยังมะด้ายอ่าน กี๊


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:8:26:02 น.  

 
ง่า..ยังไม่ถึงคิวของบันทึกนกไขลานสิคะ

เราต้องอ่านของเดือนเมษายนให้หมดก่อนง่ะ เหลืออีกประมาณสิบกว่าเล่มอะค่ะ ถึงจะถึงคิวบันทึกฯ

แต่อ่านแล้วจะมาคุยด้วยแน่ๆ ค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:12:07:12 น.  

 
I have never read this book. But from what I read above. I think that this book is a great book that could stimulate imagination and inspiration. Thanks for suggestion this book on this page. I will it soon


โดย: Dek Barn Nok IP: 61.7.217.254 วันที่: 10 ธันวาคม 2549 เวลา:10:44:57 น.  

 
เคยอ่านเล่มบางๆ Sputnik Sweetheart กับ
South of the Border, West of the Sun
ล่าสุด พอดีเจอ After the quake ในกองหนังสือลดราคา อ่านจบแล้ว ชอบครับ (โดยเฉพาะเรื่องสุดท้าย) ส่วน เล่มนี้ ดูหนาน่ากลัวไปหน่อย กลัวอดทนอ่านไม่จบน่ะครับ


โดย: calcium_kid วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:23:10:04 น.  

 
รักหนังสือเล่มนี้มากเหมือนกัน ติดตรึง ดึงดูด ถึงขั้นสะอึกสะอื้น


โดย: shady วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:16:46:10 น.  

 
ก้อดีครับ สนุก เศร้า ยืมพี่มาอ่านแต่อ่านไม่จบน่าเสียดายมากเลย ลองซื้ออ่านดู.......................


โดย: Kingly IP: 58.147.7.35 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:25:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

idLer
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add idLer's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.