Group Blog
มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
รู้ยัง ! ทำไมต้องเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มเป็น บัตรชิปการ์ด..?
ช่วงเดือนที่ผ่านมา ข่าวฮอตฮิตทางการเงินที่ถูกพูดถึงกันมาก คือเรื่องของบัตรชิปการ์ด เชื่อว่าบางคนได้ไปเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตมาเป็นบัตรแบบชิปการ์ดแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปเปลี่ยน หรือยัง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเปลี่ยน และมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมบ้าง K-Expert บริการที่ปรึกษาด้านวางแผนการเงิน ธนาคารกสิกรไทย ได้สรุปรายละเอียดในเรื่องนี้มาฝาก พร้อมทั้งคำแนะนำที่ควรรู้ ดังนี้

บัตรชิปการ์ดคืออะไร และแตกต่างจากบัตรแบบแถบแม่เหล็กอย่างไร

ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ทุกธนาคารออกให้เราจะเป็นบัตรแบบชิปการ์ดทั้งหมด ซึ่งบัตรชิปการ์ดคือบัตรรูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัยมากกว่าบัตรแบบแถบแม่เหล็ก เนื่องจากข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในชิปที่ป้องกันการถูกคัดลอกข้อมูลหรือสกิมมิ่ง และการโจรกรรมข้อมูลจากบัตร ทำให้การคัดลอกข้อมูลทำได้ยากกว่าบัตรแบบแถบแม่เหล็ก นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มรหัสพิน (PIN) จาก 4 หลัก เป็น 6 หลัก ตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของสากล ส่วนการใช้งานนั้น ยังคงใช้งานได้สะดวกเหมือนเดิม ทั้งการถอน โอน จ่าย ซื้อสินค้าผ่านเครื่องรับบัตร หรือชอปออนไลน์ ทำให้เรามีความมั่นใจในการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่ยังใช้บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตแบบแถบแม่เหล็กอยู่ และบัตรของเรายังไม่หมดอายุนั้น เรายังสามารถใช้บัตรแบบแถบแม่เหล็กต่อไปได้ตามปกติ โดยสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 แต่หากใครต้องการเปลี่ยนบัตรเป็นแบบ ชิปการ์ดในขณะที่บัตรเดิมยังไม่หมดอายุก็สามารถทำได้เลยทันที โดยติดต่อไปที่ธนาคารผู้ออกบัตรที่เราใช้บริการอยู่ และสิ่งที่ต้องเตรียมไปในการเปลี่ยนบัตร คือ บัตรประชาชน สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตใบเก่า

มีค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรไหม

ค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตร และค่าธรรมเนียมในการใช้บัตรจะเป็นไปตามอัตราและเงื่อนไขที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนดไว้ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถตรวจสอบกับธนาคารเจ้าของบัตร ซึ่งในช่วงแรกนี้ หลายๆ ธนาคารได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรเป็นแบบชิปการ์ด


บัตรแบบชิปการ์ดสามารถใช้ได้กับตู้เอทีเอ็มทุกตู้ใช่ไหม

ในช่วงแรกอาจมีตู้เอทีเอ็มบางตู้ของบางธนาคารที่ยังไม่พร้อมรองรับการใช้บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบชิปการ์ดซึ่งตู้เอทีเอ็มจะแสดงข้อความให้รู้ว่า ตู้นี้ใช้บัตรชิปการ์ดได้หรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในบางครั้ง ดังนั้น ในระยะแรกอาจต้องอาศัยการจดจำตู้เอทีเอ็มที่ใช้งานอยู่บ่อยๆ ซึ่งสามารถรองรับการใช้บัตรชิปการ์ดได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการทำธุรกรรมทางการเงิน

แม้ว่าบัตรชิปการ์ดจะมีความปลอดภัยมากขึ้น แต่ในฐานะผู้ใช้งานก็ต้องไม่ประมาท ควรใส่ใจ ระมัดระวังทุกครั้งเมื่อทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ผ่านบัตร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปกป้องทรัพย์สินของตัวเราจากเหล่ามิจฉาชีพนั่นเอง

ที่มา SANOOK



Create Date : 18 มิถุนายน 2559
Last Update : 18 มิถุนายน 2559 15:12:03 น.
Counter : 697 Pageviews.

0 comments

Mimi-jaiko
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]