...it was almost like a song...




It Was Almost Like a Song - Johnny Hartman


เราหันไปมองเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งข้างคนขับในรถที่จอดติดไฟแดงทางด้านขวา เด็กหญิงหน้าใสแก้มแดงในชุดนักเรียนอนุบาลที่กำลังเล่นตุ๊กตาหมีน้อยอยู่อย่างเพลิดเพลิน ทำให้เราอดอมยิ้มตามไปกับความน่ารักของปากเล็กๆ บางๆ ที่กำลังขยับพูดอะไรอยู่ เธอคงกำลังจินตนาการเรื่องราวตามประสาเด็กๆ เรื่องราวที่ไม่จำเป็นจะต้องอยู่บนหลักของความเป็นจริงเสมอไป ความเป็นจริงของเด็กๆ ก็คงหมายถึงเรื่องราวที่คนโตอย่างเราเห็นว่ามันไม่เป็นจริง

เหมือนจะรู้สึกตัวว่ากำลังมีใครมองอยู่ทางด้านข้าง เธอหันมาสบตาเรา ดวงตาเล็กเรียวมีประกายสดใส ใบหน้าขาวสะอาดกับผมยาวที่มีโบว์ผูกไว้ทั้งสองข้าง เราส่งยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู เธอยิ้มเขินตอบแต่ไม่หันหน้าหนี เราชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีพูห์ตัวโตเกือบเท่าตัวเธอ เธอกอดตุ๊กตาหมีขนสวยตัวนั้นเหมือนกับจะบอกว่าตุ๊กตาของหนูสวยมั้ย เราแกล้งหลบหน้าหลังขอบประตูก่อนกลับมาจ๊ะเอ๋กับเธอ เธอทำตามโดยเอาตุ๊กตาหมีเป็นที่กำบัง เรายิ้มกว้างให้กัน เราได้เห็นรอยยิ้มสวยกว้างของสาวน้อยที่แก้มแดงๆ ดันดวงตาเรียวเล็กให้หยีลง

เรามีความสุขทุกทีที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กๆ เหมือนกับได้พาตัวเองย้อนไปสู่วันวานที่ผ่านมานานแสนนานหากแต่ยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ ได้รับฟังความตรงไปตรงมาในคำพูดที่หลายครั้งทำให้คนโตๆ อย่างเราได้ฉุกคิดว่าเราทำความใสซื่อและจินตนาการอันกว้างไกลหล่นหายไปเสียที่ตรงไหนกัน ตรงไหนของขั้นตอนการกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้สูญเสียความเป็นเด็กไป หรือที่จริงแล้วความเป็นเด็กยังคงอยู่ในตัวของเรา และรอให้เราได้เปิดประตูให้มันได้ออกมาโลดแล่นอีกครั้ง

เสียงหัวเราะและปฏิกิริยาของสาวน้อยคงทำให้คนขับรถคันนั้นหันมามองว่าเกิดอะไรขึ้น เรากำลังจ๊ะเอ๋โดยเอาฝ่ามือปิดใบหน้าของตัวเองอยู่ ครั้นพอเลื่อนมือเปิดใบหน้าออกมา เราก็ได้เห็นใบหน้าอมยิ้มสองดวงที่กำลังมองมาทางเรา ใบหน้าหนึ่งเป็นของสาวน้อย อีกใบหน้าหนึ่งเป็นของหนุ่มใหญ่ คนที่คงจะเป็นคุณพ่อ เป็นใบหน้าที่แสนคุ้นเคย ใบหน้าที่ไม่เคยเลือนจางไปจากความทรงจำ ใบหน้าที่ทำให้เรารู้จักกับความรักและความอบอุ่น ใบหน้าของคนที่เราแสนรักและเป็นใบหน้าที่ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสเห็นอีกแล้ว

สายตาของคนโตสองคนที่สบตากันมันทำให้ความทรงจำและความหลังในสมองพรั่งพรูออกมาราวกับจะทะลักล้นออกมาทางสายตา เรื่องราวแต่หนหลังทั้งหลายทั้งปวงฉายแว่บผ่านด้วยความรวดเร็วในเพียงเศษเสี้ยวของวินาทีของความตกตะลึงของเรา รอยยิ้มกว้างเจื่อนลง แม้ในใจมีร้อยยิ้มยินดีแต่พลันก็ถูกกลบทับไปด้วยตะกอนของความเศร้า เหลือเพียงแต่รอยยิ้มฝืดๆ ให้กับใบหน้าดวงนั้นและใบหน้าดวงน้อยที่ยังยิ้มหัวอยู่ข้างๆ

เสียงแตรรถคันหลังที่กดเตือนสติของเราให้กลับมา ไฟแดงที่เปลี่ยนเป็นไฟเขียวอีกครั้งหนึ่ง เหมือนชีวิตของเราที่หยุดนิ่งเพราะอดีตต้องกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครา ปัจจุบันที่ชีวิตต้องเดินต่อไป ชีวิตที่นับแต่จะก้าวห่างไกลออกไปจากอดีต แต่ละก้าวเดินที่ทอดทิ้งอดีตเอาไว้ให้เงียบเหงาอยู่เบื้องหลัง

เราหันกลับมามองที่ถนนด้านหน้าและเหยียบคันเร่งพารถให้ออกตัวไปข้างหน้า ทิ้งรถยนต์คันนั้นที่จอดอยู่ในเลนส์เลี้ยวขวาไว้ด้านหลัง อดไม่ได้ที่จะช้อนสายตามามองขึ้นที่กระจกมองหลัง เพื่อที่จะเห็นใบหน้าดวงนั้นที่กำลังมองสวนมา ใบหน้าที่ค่อยๆ เล็กลงตามลำดับและใบหน้าที่ดูเลือนลางด้วยน้ำใสๆ ในดวงตาของเราเอง


เรานึกถึงฉากที่เมอรีล สตีพนั่งอยู่ในรถคันที่สามีของตัวเองกำลังขับอยู่และมองไปที่รถคันที่คลินท์ อีสต์วูดที่กำลังเลี้ยวลับตาไป ในตอนท้ายของ the bridges of Madison county แม้ว่าเราจะไม่ได้มีใครนั่งอยู่ข้างๆ แต่เราก็อดเทียบและเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ ว่านั่นคือการตัดใจครั้งยิ่งใหญ่ ตัดใจจากคนที่ทำให้ตัวเองรู้จักคำว่ารัก แต่เป็นคนที่ใช่ที่เพิ่งจะเดินทางเข้ามาในชีวิตของเธอ ชีวิตที่เธอได้ผูกมัดเอาไว้กับชายคนอื่นเสียนานแล้ว และเขาก็ไม่ได้มีความผิดใดๆ ที่เธอจะต้องทำร้ายเขาเพียงเพื่อการเดินทางไปสู่ความต้องการของใจตัวเอง เป็นความเจ็บปวดที่เธอต้องยินดีแบกรับเอาไว้ และก็คงอีกนานที่ความเจ็บปวดนี้จะจืดจางลงไป

เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่คล้ายคลึงกันกับเรื่องราวนี้แต่อย่างใด แต่เราคิดว่าเราก็เจ็บไม่ได้น้อยไปกว่ากัน


photo from //www.fotothing.com/a0000a/photo/fc84e55b7cdd8b30eff61c08e5d5cc54/



Create Date : 18 กรกฎาคม 2551
Last Update : 18 กรกฎาคม 2551 3:11:16 น.
Counter : 254 Pageviews.

5 comments
  

อืมม ..
โดย: ภูติ วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:49:13 น.
  
โดย: โสดในซอย วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:19:45 น.
  
อ่านเรื่องของคุณแล้ว...ผมอยากกลับไปเป็นเด็กอีกสักครั้งจังเลยครับ
โดย: HIVที่รัก วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:56:49 น.
  
ใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคยนั้น อาจจะทำให้เราเจ็บและนึกถึงความหลังอย่างทะลักล้น

แต่......

บางเวลาใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคยนั้นก้ออาจจะเป็นใบหน้าที่เราอยากเห็นมากที่สุดเหมือนกันถึงแม้ว่ามันจะเจ็บก้อตาม


ควรดีใจนะคะที่อย่างน้อยก้อมีความหลังให้นึกถึง
โดย: คนอ่อนไหวกับใจอ่อนหวาน วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:02:27 น.
  
ความเจ็บปวด เป็นของที่อยู่คู่กับมนุษย์ที่ยังมีความรู้สึกอยู่
พอๆ กับความสุขสมหวังนั่นแหละ
เป็นกำลังใจให้จ้า
โดย: jmeejan วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:20:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

so straight
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



walk down the memory lane,

drink fine wine,

and live a subtle life...
กรกฏาคม 2551

 
 
1
3
4
5
7
9
11
13
16
17
19
21
22
25
27
28
30
31
 
 
18 กรกฏาคม 2551