Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
                     ฉันขอแค่คำ อธิษฐาน

 

" ในตอนนี้ฉันขอแค่คำอธิษฐาน
ฝากดาวดวงนั้น ช่วยทำให้เธอเข้าใจ
ว่ายังมีคนอีกคน ที่อยู่ไกลแสนไกล
อยากรู้เธอเป็นอย่างไร อยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบเธอ "



เพลงที่หลายคนฟังแล้วคุ้นหู มาวันนี้เพลง ๆ นี้ทำให้ผมนึกถึงคน ๆ นึง
ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ผู้หญิงคนนี่งที่ทำให้ช่วงเวลาสั้น ๆ ช่วงหนึ่ง
ในชีวิตผมเป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย แต่มาวันนี้ ไม่รู้ว่าเค้าอยู่ที่ไหน
สบายดีหรือเปล่า แล้วเค้าจะคิดถึงกันอยู่บ้างมั้ย

ภายในลื้นชักใบหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำอันของผม มีรูปถ่ายคู่
ของผมกับเธออยู่ใบหนึ่ง เมื่อหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู ความทรงจำเก่า ๆ ก็พรั่งพรูออกมา

เคยมั้ยครับที่เจอใครคนนึงที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่กลับรู้สึก
เหมือนรู้จักกันมาเป็นสิบปี สำหรับผมก็เธอคนนี้แหละครับ
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว วันแรกที่ผมเจอเธอ
ตอนนี้อาจจะเป็นการพบกันครั้งแรกที่อาจจะไม่ค่อยประทับใจเธอสักเท่าไร่มั้ง
เพราะผมไปแซงคิวตอนลงทะเบียนเรียน แต่ตอนนั้นเราก็ได้คุย
ได้ทำความรู้จักกัน บังเอิญจริง ๆ เราอยู่ในคณะเดียวกัน
เพียงแต่คนละ Major กัน ตอนที่เริ่มเรียนเทอมแรกด้วยกัน
เราเจอกันคุยกันค่อนข้างบ่อย เคยมีเพื่อนผมถามผมว่า
รู้จักเค้ามานานยัง ผมบอกว่าไม่กี่อาทิตย์ เพื่อนผมบอกว่าไม่เชื่อ
เหมือนสนิทกันอย่างกะคบกันมาเป็นปี ๆ

หลังจากนั้นต่างคนก็เริ่มสนิทกับเพื่อน ๆ ใน Major เราก็เริ่มได้คุยกันน้อยลง
แต่เมื่อไหร่ที่เจอกัน ก็ยังคุยกันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

จนกระทั้งวันหนึ่ง ที่คณะผมจัด trip รับน้อง ซึ่ง trip นี้ทุก ๆ คน
ต้องมีคู่ date เพื่อน ๆ ใน Major ว่าใครจะเป็นคู่ date ใคร
ก็ตกลงว่าผมได้คู่ date 1 คนใน Major ผมเอง เพราะคนที่เป็นคู่ Date เค้า
ตอนแรกจะไม่ไป เมื่อกลับไปอาบน้ำเสร็จแล้วผมก็มาเป็นคนแรก ๆ ของ Major
เนื่องจากบ้านผมอยู่ใกล้ คนแรกที่เจอก็คือเธอคนนั้น เธอบอกผมว่า
เธอยังไม่มีคู่ Date ผมก็นิ่ง เพราะพวกพี่ ๆ เค้าขู่กันว่า ใครเป็นคู่ Date กัน
จะไม่ได้เป็นแฟนกัน ถ้าเป็นแฟนกันก็จะเลิกกัน ไอ้เราก็กลัวดิ
เธอพูดว่า เธอยังไม่มีคู่ Date อยู่ประมาณ 3 - 4 ครั้งได้มั้ง แล้วเธอก็เลิกพูด
ด้วยเหตุนี้ผมและเธอจึงขึ้นรถคนละคันกัน เพราะ เพื่อน ๆ ใน Major
ของผมกับเธอขึ้นรถกันคนละคันกัน ตอนนั้น คำอธิษฐาน ของผมคือ

" ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟน เป็นคนรักของเธอ ก็ขอให้ได้เป็นคู่ Date กับเธอก็พอ "

และแล้วเมื่อไปถึงจุดหมาย เมื่อรุ่นพี่ถามว่าใครยังไม่มีคู่ Date
ให้ก้าวออกมาข้างหน้า สองเท้าของผมมันก็พาผมวิ่งไปหาเธอ
แล้วก็บอกเธอว่าผมจะเป็นคู่ Date ให้เธอเอง คู่ Date ผม
เลยไปคู่กับเพื่อนใน Major อีกคน (รู้สึกผิดเหมือนกันแหละ
แต่ว่าก็ดีกว่าผิดต่อความรู้สึกตัวเอง) ตลอดวันนั้นผมได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ
ที่รุ่นพี่จัดให้กับเธอ ได้เดินจูงมือเธอ (เป็นคนแรกและคนเดียวที่ผมเคยเดินจูงมือด้วย 555)

ช่วงนี้เป็นเวลาที่มีค่ามาก สำหรับผมช่วงเวลาหนึ่งในชึวิต
ตอนกลางคืนรุ่นพี่แบ่งเราเป็นกลุ่ม ๆ ให้เต้นเหมือนเธอจะเหนื่อย ๆ
เธอเลยเอาหน้ามาพิงที่หลังผม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ
แค่ 5 - 10 นาที แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ผมมึความสุขมากที่สุด
อย่างน้อยในความรู้สึกผมก็คือ หลังผมได้เป็นที่ให้คน ๆ หนึ่ง
ได้พักพิงในเวลา... (ผมไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เธอคิดยังไง 555)

หลังจากนั้นก็เข้าสู่พิธีบายศรี รุ่นพี่ก็ผูกข้อมือให้รุ่นน้อง
ก่อนเข้านอนคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินจากปากเธอก็คือ ลาก่อนนะคู่ Date
ผมไม่เข้าใจความหมายของเธอหรอก 555 แต่ช่างมันเถอะ
อย่างน้อยในวันนี้เราก็ได้เป็นคู่ Date เค้าแล้ว แม้จะแค่เวลาสั้น ๆ ก็เถอะ

ความรู้สึกหนึ่งที่คงจะเรียกว่ารักมั้ง มันก็เริ่มก็ตัวขึ้นในใจ
แต่เมื่อได้รู้จักเธอมากขี้น ความที่ผมรู้สึกว่า ฐานะเราต่างกันมาก
เธอเป็นคนน่ารัก (ในสายตาผมนะ) ส่วนผมก็เป็นแค่คนหน้าตาธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
แม่เธอขับรถเบ็นซ์มาส่ง ส่วนผมนั่งรถเมล์มาเรียน
เธอเป็นหลีดคณะ ส่วนเราแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง มันเลยทำให้ผมกลัว
แล้วกลับเป็นผมที่เริ่มพูดคุยกับเธอน้อยลง เพราะกลัวว่าจะรักเธอ
ประกอบกับต่างคนเริ่มสนิทกับเพื่อนใน Major เราก็ได้เจอกันน้อยลง
แต่เวลาที่เจอกันเราก็ยังพูดคุยกันแต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน
ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่เวลาที่ผมพยายามพูดคุยกับเธอให้น้อยลง
แววตาที่เธอมองมาที่ผมช่างดูเศร้าสร้อยจัง แต่สำหรับผมนะ น้ำตามันตกใน 555

หลังจากนั้นผมเองก็พยายามจะลืมเธอ ผมพยายามจะไปชอบคนอื่นเพื่อให้ลืมเธอ
หลายคนอาจมองว่าผมทำอย่างงี้ไม่ถูก ผมก็ยอมรับนะ ในตอนนั้นนะ
ผมอยากให้เธอเจอคนที่ดี ไม่อยากให้มาลำบากกับผม
(ต้องบอกว่าตอนนั้นฐานะทางบ้านผมแค่พอมีพอกิน ออกจะต้องกระเบียดกระเสียนด้วยซ้ำ
เพราะตอนนั้นพ่อผมเรียนปริญญาวิศวะภาคพิเศษเพิ่ม ซึ่งก็ต้องใช้เงินมากพอสมควรทีเดียว)
แต่ก็ไม่สำเร็จ มันเหมือนมีเงา ๆ นึงอยู่ในใจ ไอ้ครั้นจะกลับไปบอกเธอว่า
เราชอบเธอก็รู้สึกผิด ด้วยเหตุนี้เราทั้งคู่ก็ต่างจบการศึกษาไป
โดยที่ทั้งผมและเธอไม่มีโอกาสได้รู้ว่าเราทั้งคู่คิดยังไงกัน

แต่มาในวันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ทั้ง ๆ ทีก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด แต่เมื่อ
ได้ฟังเพลงนี้แล้วกลับคิดถึงเธอจับใจ

ในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะพร้อมและกล้าที่จะบอกความในใจกับเธอ แต่ก็ไม่สามารถทำได้
เพราะไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เธอมีใครข้างกายแล้วหรือยัง หลายคนพูดเคยพูดว่า

" ความรักมันเจ็บปวด ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า
ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ แต่มันจะเจ็บที่สุด หากคนที่คุณรัก ไม่เคยได้รู้เลยว่า คุณรักเค้า "

ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วหละครับ ว่ามันไม่ผิดเลย

แปลกนะครับทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดมาเกือบ 6 ปีแล้ว
แต่เหตุการณ์ทุก ๆ อย่างยังจำได้ติดตาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะผมไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บแบบเดียวกับผม
ถ้าผมย้อนเวลาได้ผมคงจะย้อนเวลากลับไปบอกความในใจกับเธอคนนั้น
แต่คนเราไม่สามารถย้อนเวลาได้ ดังนั้น หากคุณยังมีโอกาสที่จะบอก
คนที่คุณรักว่า คุณรักเค้า บอกไปเถอะครับ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
อย่าให้ความกลัวมาทำให้คุณไม่กล้าบอกรัก แล้วรอจนกระทั้งคุณกล้าที่จะบอก
แต่ ณ. เวลานั้นคุณอาจจะไม่มีโอกาสได้บอกเค้าอีกเลยก็ได้

คำอธิฐานอีกครั้งของผมในตอนนี้ คงได้แค่เพียง ขอให้เค้าได้เจอคนดี ๆ
ผ่านเข้ามาในชีวิด ขอให้เค้ามีความสุข แค่อยากให้เค้ารับรู้ว่า มีคน ๆ หนึ่ง
ที่อยู่ไกลแสนไกล อยากรู้เธอเป็นอย่างไร อยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบเธอ

มันก็แปลกนะคนเรามักจะรู้ค่าของสิ่งสิ่งหนึ่งก็เมื่อเสียมันไป
จริง ๆ ก็ยังแอบหวังลึก ๆ ว่า ถ้าเธอยังไม่มีใคร ก็อยากจะบอกความจริงในใจ
ให้เธอได้รู้ แต่มันก็คงเป็นได้แค่คำอธิฐานจากผู้ชายขี้กลัวคนหนึ้ง ซึ่งอาจจะไม่มีวันเป็นจริงได้เลย

ถึงมันจะไม่มีทางเป็นจริงก็อยากให้เธอรู้ไว้ เธอจะอยู่ในความทรงจำ
ของฉันตลอดไป มาถึงตอนนี้ ทำไมน้ำใส ๆ ถึงได้ไหลออกมาจาก 2 ตา

ป.ล. ขออภัยด้วยหากเขียนได้ไม่ค่อยดี ปกติไม่ค่อยชอยเขียนเท่าไหร่ นี้เป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่เขียนบทความยาว ๆ ขนาดนี้ให้คนอื่นอ่าน 555

*************************

ขอขอบคุณ...คุณนาฬิกาทรายกับสายลม ที่กล้าบอกความในใจแม้เวลาจะผ่านไปแค่เกือบ 6 ปี







Create Date : 12 กันยายน 2548
Last Update : 16 กันยายน 2548 23:21:46 น. 3 comments
Counter : 427 Pageviews.

 
ชีวิตคนเราต้องเดินหน้าต่อไปนะคะ.. คิดถึงอดีตที่สวยงามก็ได้ แต่เรื่องความเจ็บปวด..จำไว้เป็นบนเรียน


โดย: แม่จัสติน (Baby I love you ) วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:1:09:07 น.  

 
ชีวิตคนเราต้องเดินหน้าต่อไปนะคะ.. คิดถึงอดีตที่สวยงามก็ได้ แต่เรื่องความเจ็บปวด..จำไว้เป็นบทเรียน


โดย: แม่จัสติน (Baby I love you ) วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:1:12:43 น.  

 
จากหนังสือรุ่น จากเพื่อนของเพื่อน รู้จักบ้านช่องหรือเปล่า ... ติดต่อไม่ได้เลยหรือ
ฉันอยากติดต่อกิ๊กตอนสมัย ป.2
เสียดายสมัยนั้นไม่มี e-mail


โดย: Monstermon IP: 203.118.110.22 วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:20:57:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กวง อิอิ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add กวง อิอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.