hummel
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




สนใจการทหารมาตั้งแต่เด็ก, อยากมี
War Museum แต่คงทำไม่ได้
จึงขอเพียงมีห้องสมุดสงครามเล็กๆ
ปัจจุบัน อยากเขียนหนังสือภาษาไทย
เผยแพร่ให้เยาวชนที่สนใจ

123glitter.com
On line:
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hummel's blog to your web]
Links
 

 

สงครามครูเสด ครั้งที่ ๓ (04): การยุทธ์ที่จาฟฟ่า

สงครามครูเสด ครั้งที่ ๓ (Third Crusade) ๑๑๘๙-๑๑๙๒

การยุทธ์ที่จาฟฟ่า (Battle of Jaffa) ๑๑๙๒

การยุทธ์ที่จาฟฟ่า เป็นการยุทธ์สำคัญครั้งสุดท้ายของสงครามครูเสดครั้งที่ ๓ การรบครั้งนี้เป็นการพบกันของสองจอมทัพแห่งยุคในสมัยนั้นคือ ซาลาดิน และพระเจ้าริชาร์ดที่ ๑ แห่งอังกฤษ หลังการรบครั้งนี้ ทั้งฝ่ายมุสลิม และฝ่ายคริสเตียนได้ตกลงทำสัญญากันโดยฝ่ายมุสลิมจะยินยอมให้ผู้แสวงบุญชาวคริสต์สามารถเข้ามาจาริกบุญได้ในกรุงเยรูซาเล็ม และกองกำลังของครูเสดยังคงควบคุมดินแดนตามชายฝั่งทะเลตั้งแต่เอเคอร์มาถึงจาฟฟ่า

ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ เกร็ดประวัติศาสตร์ของการรบครั้งนี้บันทึกไว้ว่า แม่ทัพทั้งสองฝ่ายต่างแสดงสปิริตของชายชาติทหารออกมาให้ประจักษ์ไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ความตกลงสันติภาพของทั้งสองฝ่ายสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ในที่สุด

สถานการณ์ก่อนหน้า

หลังการยุทธ์ที่อาร์ซุฟ วันที่ ๗ กันยายน ๑๑๙๑ กองทัพครูเสดได้ครอบครองดินแดนตั้งแต่อาร์ซุฟจนถึงจาฟฟ่า, พวกครูเสดได้เสริมความแข็งแรงของที่มั่นในจาฟฟ่า โดยหวังจะใช้จาฟฟ่าให้เป็นฐานในการรุกต่อไปยังกรุงเยรูซาเล็ม แม้ว่าซาลาดินจะถอยไปเยรูซาเล็มแล้ว แต่ก็ยังให้ทหารออกมาโจมตีหน่วยลาดตระเวนของครูเสดที่พยายามลาดตระเวนเส้นทางที่มุ่งสู่เยรูซาเล็มตลอดเวลา

คอนราด แห่งมองท์เฟอร์รัท กลับไปยังเมืองไทร์ และไม่สนับสนุนริชาร์ด เพราะริชาร์ดสนับสนุนกีย์ให้ขึ้นครองบัลลังก์แห่งเยรูซาเล็มต่อไป คอนราดยังแอบเจรจากับซาลาดินอีกต่างหากเพื่อจะครอบครองเมืองเบรุทและไซดอน.

คราวหนึ่ง ริชาร์ด และบรรดาอัศวินครูเสดของพระองค์มาถึง Beit Nuba ซึ่งห่างจากเยรูซาเล็มเพียง ๑๒ ไมล์เท่านั้น ฝนก็เกิดตกลงมาอย่างหนัก พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นทะเลโคลน น้ำยังทำให้อาหารที่มีอยู่เสียหายหมด ทั้งคนทั้งม้าต่างไม่มีอาหาร ม้าเริ่มตาย ถึงเวลานี้บรรดาอัศวินเทมปลาร์และอัศวินฮอลพิทัลต่างแนะนำให้พระเจ้าริชาร์ดถอนทัพก่อน สภาพกองทัพตอนนี้ไม่พร้อมที่จะไปทำการรบ การจะโจมตีเยรูซาเล็มตอนนี้ พระองค์จะต้องเผชิญกับกองทหารที่รักษาเมืองและกับกองทัพใหญ่ของซาลาดิน, หรือสมมุติว่า ยึดเยรูซาเล็มได้ก็ไม่ใช่ว่า ภารกิจจะสิ้นสุดแล้วกลับบ้านได้เลย พวกเขายังจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อรักษาเมืองเอาไว้

มาถึงตรงนี้พระเจ้าริชาร์ดจึงทรงคิดว่า หลังจากที่ได้รบกับข้าศึกแล้ว ทหารที่ทรงติดตามพระองค์มาก็บาดเจ็บล้มตายไปหลายคน ถ้าพระองค์จะยังคงเดินหน้าที่จะยึดเยรูซาเล็มให้ได้ ทุกคนที่ติดตามพระองค์มาคงไม่ได้กลับบ้านกันสักที ดังนั้นจึงคิดว่า ทรงพาพวกอังกฤษกลับบ้านดีกว่า ถึงตอนนี้ฝนก็ยังกระหน่ำตกลงมาดูท่าว่า ทุกอย่างเป็นใจที่จะทำให้ดินแดนนี้มันไม่น่าอยู่เอาซะเลย

เมื่อจัดการขับไล่กองทัพมุสลิมออกไปแล้ว พระเจ้าริชาร์ดก็ทรงนำทหารครูเสดไปตี อัสคาลอนเพื่อตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงของฝ่ายมุสลิมที่มาจากไคโร จากนั้นพวกอังกฤษก็เร่งบูรณะอัสคาลอนให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อเป็นเมืองหน้าด่านในการรับศึกกับพวกมุสลิม

ความแตกแยกของกองทัพครูเสด

ปัญหาใครควรจะได้เป็นกษัตริย์แห่งเยรูซาเล็มได้ลุกลามขึ้นอีก, เมื่อพระเจ้าริชาร์ดทรงเสด็จออกจากเอเคอร์ไป พวกทหารจากเจนัวก็เข้ายึดเขตปกครองของกีย์ แห่งลูซิยอง ซึ่งมีทหาร จากปิซ่าดูแลอยู่ และเรื่องได้ลุกลามบานปลายไปกันใหญ่เมื่อพระเจ้าริชาร์ดทรงพบกับคอนราด พระเจ้าริชาร์ด ซึ่งทรงสนับสนุนกีย์ ให้เป็นกษัตริย์แห่งเยรูซาเล็มต่อไปโดยตรัสให้คอนราดยุติความพยาบาทอาฆาตกีย์ซะ แล้วมาช่วยกันที่อัสคาลอน แต่ถูกคอนราดปฏิเสธ พร้อมทั้งออกปากเลิกสนับสนุนกองทัพครูเสด

เรื่องยิ่งบานปลายเมื่อดยุคแห่งเบอร์กันดี ซึ่งคุมทหารฝรั่งเศสสั่งให้ทหารฝรั่งเศสเลิกฟังคำสั่งของพระเจ้าริชาร์ด แล้วให้มาฟังคำสั่งจากคอนราด

ในฤดูหนาวช่วงต่อระหว่างปี ๑๑๙๑-๑๑๙๒ อากาศที่เลวร้ายทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้เปิดศึกอะไรกัน เพราะสภาพอากาศเลวร้าย เกือบทุกแห่งเต็มไปด้วยโคลน

ข่าวชิงราชบัลลังก์

ฤดูใบไม้ผลิ ปี ๑๑๙๒ พระเจ้าริชาร์ดทรงเข้ายึดป้อมปราการของมุสลิมที่ดารุม ซึ่งห่างจากอัสคาลอนไปทางใต้ ๒๐ ไมล์ ทรงหวังจะใช้ที่นี่เป็นเสมือนด่านหน้าสุดในการตัดการส่งกำลังบำรุงของฝ่ายมุสลิมจากอียิปต์ ในช่วงนี้เอง พระเจ้าริชาร์ดก็ได้รับทราบข่าวจากอังกฤษว่า เจ้าชายจอห์น พระอนุชาของพระองค์ กับพระเจ้าฟิลิป ออกุสตุส แห่งฝรั่งเศส ทรงร่วมมือกันวางแผนจะชิงราชบัลลังก์ ซึ่งประจวบเหมาะกับกำลังจะเข้าฤดูร้อน ที่จะสามารถเดินทางกลับยุโรปได้

จนกระทั่งเดือนมิถุนายน อากาศดีขึ้น พระเจ้าริชาร์ดทรงนำทหารครูเสดอังกฤษของพระองค์ออกเดินทางจากอัสคาลอน กลับไปยัง Beit Nuba อีกครั้ง ทรงพักกองทัพเพื่อรอทัพของเคาท์อองรี แห่งแชมเปญ ที่นี่มีบาดหลวงจากโบสถ์ซิสเตอร์เซี่ยนมาช่วยสร้างขวัญและกำลังใจด้วยการให้ดูเศษไม้ที่อ้างว่าเป็นชิ้นส่วนของกางเขนศักดิ์สิทธิ์ ที่พบฝังอยู่ในทราย และบอกว่า อันนี้เป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าที่ต้องการดินแดนแห่งนี้กลับคืน

หน่วยลาดตระเวนของพวกครูเสดกลับมารายงานว่า พบทหารซาราเซ็นกลุ่มหนึ่งอยู่ใกล้ๆ พระเจ้าริชาร์ดจึงรวบรวมอัศวินจำนวนหนึ่งเสด็จไปโจมตีค่ายของทหารข้าศึกกลุ่มนี้ตอนก่อนรุ่งสาง หลังจากนั้นจึงเสด็จต่อไปยังบริเวณเทือกเขา limestone ที่นี่ทรงทอดพระเนตรเห็นกำแพงและหอคอยแห่งกรุงเยรูซาเล็ม

แม้ว่า การเข้ายึดกรุงเยรูซาเล็มตอนนี้จะสามารถทำได้ แต่ปัญหาก็คือการจะยึดครองต่อไปจะทำได้แค่ไหน เพราะขณะนี้ทหารของซาลาดินก็ยังอยู่ในดินแดนแถบนี้เต็มไปหมด ทุกวันนี้กองเสบียงของพระองค์ก็ยังถูกทหารม้าซาราเซ็นลอบโจมตีอยู่บ่อยๆ

เรื่องของการจะโจมตียึดกรุงเยรูซาเล็มคืนมานั้น ตอนนี้ทางฝ่ายครูเสดเกิดมีความเห็นที่แตกแยกกัน ทางฝ่ายพระเจ้าริชาร์ดทรงคิดว่า ควรจะโจมตีจุดอ่อนของข้าศึกโดยโจมตีอียิปต์ ซึ่งเป็นแหล่งเสบียงที่จะเข้ามาสู่เยรูซาเล็ม เพื่อบีบให้กำลังของซาลาดินต้องถอนตัวออกไป แต่ทางฝ่ายดยุคแห่งเบอร์กันดี ที่คุมกำลังทหารครูเสดฝรั่งเศส เห็นว่า ควรบุกยึดกรุงเยรูซาเล็มไปเลย เมื่อแม่ทัพตกลงกันไม่ได้ พระเจ้าริชาร์ดจึงทรงสั่งให้กองทัพครูเสดของพระองค์ถอนตัวกลับไปตั้งหลักเตรียมโจมตีอียิปต์ที่จาฟฟ่า

เมื่อถึงจาฟฟ่า, พระเจ้าริชาร์ดทรงเปิดการเจรจากับซาลาดินอีกครั้ง โดยระหว่างนี้ทั้งสองฝ่ายจะพักรบ ซาลาดินเสนอว่าจะยินยอมคืนดินแดนที่เคยเป็นของฝ่ายคริสต์ให้ นอกจากอัสคาลอน ซึ่งพระเจ้าริชาร์ดไม่ยินยอม ระหว่างที่กำลังเจรจากันอยู่ พระเจ้าริชาร์ดก็ทรงนำกองทัพของพระองค์เดินทางไปยังเอเคอร์ ทิ้งกำลังไว้เล็กน้อยดูแลทางเมืองจาฟฟ่า

ซาลาดินบุกเมืองจาฟฟ่า

จังหวะที่พระเจ้าริชาร์ดยกพลออกจากจาฟฟ่าไปยังเอเคอร์ ซาลาดินก็ยกพลจากเยรูซาเล็มมายังจาฟฟ่า ทหารครูเสดที่รักษาเมืองจาฟฟ่าที่มีจำนวนไม่มากและยังเป็นทหารที่ป่วยอีกมาก ดังนั้นหลังจากที่รับมือการโจมตีจากทหารของซาลาดินอยู่สามวันก็ต้องละทิ้งแนวกำแพงเมือง แล้วถอยมายังหอคอยซึ่งเป็นที่มั่นแห่งสุดท้าย

เมื่อพระเจ้าริชาร์ดทรงทราบว่า เมืองจาฟฟ่าถูกโจมตี จึงทรงให้อองรี แห่งแชมเปญ นำอัศวินเทมปลาร์และอัศวินฮอสพิทัลรีบเดินทางกลับจาฟฟ่า ส่วนพระองค์พร้อมกับอัศวินและทหารราบที่เดินทางมาทางเรือก็เสด็จกลับจาฟฟ่าเช่นกัน (มีเรือทั้งหมด ๓๕ ลำ)

โชคดีที่มีลมส่ง กองเรือของพระเจ้าริชาร์ด เดินทางมาถึงจาฟฟ่าก่อนรุ่งสาง เมื่อพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นธงของอาหรับโบกสะบัดเหนือกำแพงเมืองจาฟฟ่า ทหารของซาลาดินอยู่ทั้งบนชายหาดและบนกำแพงเมือง ก็ทรงเข้าใจว่า จาฟฟ่าคงถูกยึดไปเรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งมีบาดหลวงว่ายน้ำมาส่งข่าวที่เรือว่า ตอนนี้ยังมีทหารที่รักษาเมืองยังคงต่อสู้เพื่อรอพระองค์กลับมาอยู่ที่หอคอยแห่งสุดท้าย

พวกทหารครูเสดที่รักษาเมืองเมื่อเห็นกองเรือของพระเจ้าริชาร์ดเสด็จกลับมาก็มีกำลังใจขึ้น ที่เคยคิดว่าคงต้องยอมแพ้ต่อซาลาดินก็เลิกคิดไป

พระเจ้าริชาร์ดทรงโจนลงน้ำทันทีโดยไม่กลัวอันตรายใดๆ ทรงว่ายน้ำฝ่าคลื่นขึ้นฝั่ง แล้วพระเจ้าริชาร์ดก็ทรงแสดงความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญให้ปรากฎอีกครั้ง ทรงนำอัศวิน ๕๔ คน ทหารราบเจนัวและปิซ่า ๒ พันคน เข้ารบชิงเมืองจาฟฟ่าทันที การรบเป็นไปอย่างรุนแรง ทหารของ ซาลาดินถูกตีกระหนาบจากทหารครูเสดอีกกลุ่มก็เกิดความระส่ำระสายขึ้น ส่วนทหารที่ถูกล้อมอยู่ในที่มั่นแห่งสุดท้ายก็เกิดฮึดสู้ขึ้นมา

ก่อนที่พระเจ้าริชาร์ดจะเสด็จมาถึงนั้น ทหารของซาลาดินเข้าเมืองได้แล้ว และสังหารทหารครูเสดที่บาดเจ็บ จนทหารครูเสดที่รักษาเมืองเหลืออยู่ราวๆ หนึ่งในสามเท่านั้น พอเริ่มตั้งตัวได้ ทหารม้าของซาลาดินก็ออกนอกเมืองเพื่อจะรบกับทหารของพระเจ้าริชาร์ดที่เพิ่งมาถึง

พระเจ้าริชาร์ด ทรงนำบรรดาอัศวินที่มีอยู่น้อยนิดตั้งรับเป็นแนวหน้ารับมือกับทหารม้าของซาลาดิน ๗ พันคน เบื้องหลังมีพลธนูคอยยิงสนับสนุน โชคดีที่ยังมีพลยิงธนูสนับสนุนอย่างหนาแน่น ทำให้ทหารม้าของซาลาดินที่ไม่ค่อยใส่เกราะถูกธนูยิงบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก แม้ว่าจะมีกำลังมากกว่า แต่ทหารม้าของซาลาดินก็ไม่สามารถจัดการทหารครูเสดที่มีอยู่ไม่เท่าไหร่ของ ริชาร์ดได้ พระเจ้าริชาร์ดทรงบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง ทรงขี่ม้าไปบัญชาการในทุกๆ จุด การรบอย่างดุเดือดตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงบ่ายทหารของซาลาดินบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จนซาลาดินต้องสั่งถอนกำลัง



จังหวะนี้เอง ซาลาดินเห็นม้าทรงของพระเจ้าริชาร์ดที่ยังไม่ได้เตรียมออกรบ(ปกติถ้าเตรียมออกรบ, ม้าของอัศวินจะมีเกราะด้วย) ถูกรุมยิงด้วยธนูจนล้ม พระเจ้า ริชาร์ดต้องลงมาสู้บนพื้นดั่งทหารราบ ก็ทรงให้ทหารนำม้าอาหรับมาให้พระเจ้าริชาร์ด จากนั้นพระเจ้าริชาร์ดทรงนำทหารบุกเข้าเมืองจาฟฟ่า ทหารของซาลาดินที่ ถอนตัวตามกองทัพใหญ่ไม่ทันยอมแพ้



การเจรจาบรรลุผล

หลังศึกที่เมืองจาฟฟ่า ทั้งสองฝ่ายต่างอ่อนล้า ตกลงว่าซาลาดินไม่สนใจจะได้เมือง อัสคาลอนแล้ว เมืองท่าต่างๆ อยู่ในความครอบครองของพวกครูเสด ส่วนดินแดนที่อยู่ลึกเข้ามาอยู่ในความครอบครองของฝ่ายมุสลิม และสำหรับผู้แสวงบุญชาวคริสต์ที่เดินทางไปแสวงบุญยังกรุงเยรูซาเล็มจะได้รับการคุ้มครอง สรุปแล้วทั้งสองฝ่ายต่างไม่เสียพระเกียรติ พระเจ้าริชาร์ดก็สามารถเดินทางกลับอังกฤษได้โดยไม่ทรงเสียหน้า

ที่มาของข้อมูล :

//en.wikipedia.org/wiki/Battle_of_Jaffa
//myweb.tiscali.co.uk/sherwoodtimes/retreatf.htm
//myweb.tiscali.co.uk/sherwoodtimes/saladind.htm




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2551
2 comments
Last Update : 3 มิถุนายน 2551 15:18:16 น.
Counter : 2758 Pageviews.

 

I Follow on your
articles lifefully

 

โดย: chanpanakrit IP: 124.120.168.2 8 มิถุนายน 2551 5:28:12 น.  

 

พระเจ้าริชาร์ดกล้าหาญจิงๆคับ

 

โดย: win IP: 180.180.6.144 5 พฤษภาคม 2554 3:07:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.