นิยาย " ม.ปลาย วุ่นวายรัก " - เหมชาติ ทอง / ตอนที่ 7.
























































" ม.ปลาย วุ่นวายรัก "
.
เหมชาติ  ทอง
.....................................................
.
ตอนที่
.
.        7.
.
.
.    รถเก๋งหรู ใหม่เอี่ยม ขับช้าๆ เข้ามา
ในบริเวณโรงเรียน
.      หน้าตารถที่ดูโฉบเฉี่ยว ไม่คุ้นตา
ทำให้ทุกคนพากันเหลียวมอง ด้วยความ
อยากรู้
.     ว่าใครเอ่ย -เข้ามาในโรงเรียน
.
.         พอจอดแล้ว คนที่ก้าวลงมา
เป็นสุภาพสตรีวัยกลางคนคนนึง แต่งกาย
ภูมิฐาน 
.        และหนุ่มน้อยคนขับ หน้าตาดี
ในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
.      พากันเดินมาสวัสดีคุณครูแถวนั้น
คุยกันแป๊บๆ ก็ถูกเชิญไปนั่งรอธุระ
.  ที่ห้องปกครอง
.
       *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.   " ขออภัยอาจารย์ทุกท่านที่กำลังสอน
นะคะ
.    บุษบัน  เตวราฯ -(ขอสงวนคำที่เหลือ)  --  
 ม. 5/1
.      ให้มาพบญาติที่ห้องปกครอง
.            ตอนนี้เลยค่ะ "
.
.  เป็นประกาศแทรกการเรียนการสอน
แสดงว่า ต้องเป็นธุระสำคัญจริงๆ
.
.      " ย่าเอียด
.   เขาประกาศชื่อหล่อนค่ะ "
.
.    เดย์หันมาบอกย้ำแก่บุษบัน
.
.  ย่าเอียด เป็นคำเรียกของภาษาเหนือ
ซึ่งก็คือยายเอียด หรือยัยเอียด ของทาง
ภาคกลางนั่นเอง
.    เพราะทางเหนือ จะเอาคำว่า "ปู่-ย่า" 
มาใช้ ไม่เอาคำว่า "ตา-ยาย"
.
.    อย่างพงษ์ หรือโยธา ก็จะเป็น ปู่พงษ์ 
ปู่โย   ไม่ใช่ ตาพงษ์-ตาโย
.    อีตาคนนี้ มันยังไงกัน ? - จะพูดเป็น
 ปู่นี้ มันอย่างไย-หา ?
.       ยัยนี่  ท่าจะโง่ -- ก็จะพูดว่า 
ย่านี้ สีท่าจะง่าว
.             
 แบบนั้น
.
.

.
.
.       เอียดยกมือไหว้ ขออนุญาต อ. ปัญญา
ที่กำลังสอน  เดินออกห้องเรียน
.       มีโยธามองตามหลัง
ไป
.   ใครมาหาเอียดเหรอ ?
.         - อยากไปดูด้วยจัง
.
             *  *  *  *  *  *  *  *
.
.   " เอียดมาแล้ว--
.         เอียด -
. จำป้าเกดได้ไหม ? "

.

.     พอบุษบันเดินเข้าห้องปกครอง สตรีผู้นั้น
ก็ร้องทักเธออย่างดีใจ
.
.     บุษบันเห็น ก็จำได้เลย
ว่าคนที่มาหาเธอคือป้าเกด
.      หรือ ป้าเกศรา - ภรรยาลุงชนันท์ เพื่อน
ของพ่อ
.     และนั่น พี่เก่ง-ประลองพล ลูกชายป้าเกด
.
.    ครูฝ่ายปกครองเห็นเอียดยกมือไหว้คนที่มาหา
ทั้งสองคน และหันมาไหว้ตนตามธรรมเนียมปฏิบัติ
ของนักเรียน
.      ก็ถามยิ้มๆ
.
.        " ป้าเหรอ บุษบัน ? "
.
.     " ค่ะ   ป้าเป็นเพื่อนคุณพ่อค่ะ "
.
.       " อ๋อ -- "
.
.     จึงหันไปทางเกศรา ยิ้มให้ บอกว่า
.
.    " เชิญตามสบายนะคะ
.             ดิฉันต้องขอตัว-- "
.
.        " ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์ "
.
.        เกศรา และประลองพลไหว้ขอบคุณ
ครูฝ่ายปกครอง    ที่ตอนนี้ ผละไปนั่งที่โต๊ะ
ทำงานตัวเอง   ปล่อยให้ได้สนทนากัน
.
    *    *   *   *   *   *    *    *

.      " เอียดดูซิ นี่ใคร
.      จำพี่เก่งได้ป๊ะ ? "

.
.        " จำได้ค่ะ " 
.
.           เอียดตอบ
.     หนุ่มรุ่นพี่ที่นั่งอมยิ้ม ดูหล่อเหลากว่าเดิม
มาก   แต่ก็ยังมีเค้าเด็กชาย   คนที่เคยเห็นกัน
มา
.
.        เกศราบอกว่า ตอนนี้ เก่ง-ประลองพล
.   กำลังเรียนวิจิตรฯ  ปี 3   มช
.
.      ลุงชนันท์สามีของเกศรา บิดาของ
ประลองพล เเป็นเพื่อนทหารรุ่นพี่ของพ่อ
บุษบัน

.     คบหา ถูกคอ จนซี้กัน ราวกับเป็นเพื่อน
รุ่นราวคราวเดียว
.
.       ลุงชนันท์เป็นคนนครศรีธรรมราช
ส่วนป้าเกดเป็นสาวอัมพวา สมุทรสงคราม
.      ป้าเกดจึงพูดใต้ไม่ได้ แต่ฟังออก 
และก็พยายามหัดพูดใต้กับใครต่อใคร
.      แต่ทุกคนฟังแล้ว จะตลกกัน 
.   เพราะป้าเกดพูดเป็นภาษาใต้ ปนๆ กับ
ภาษากลาง
.   จนมีบางคน แอบห้ามเกศรา ไม่ให้
พูดใต้อีก
.      บอกว่า " ภาษามันจะสูญพ้น "
.
.    พอเธอถามว่า ยังไงเหรอ ไม่เข้าใจ ?
.  เขาก็อธิบายว่า คือหมายถึง ภาษามันจะไป
กันใหญ่   เตลิดเปิดเปิง  กู่ไม่กลับ -ไง
.      เกศราจึงเพลาๆ การพูดใต้  หันมาพูด
กลางเป็นหลักอย่างเดิม
.
.     มีหลายครั้ง   ที่ลุงชนันท์พาป้าเกดมา
เที่ยวที่บ้านของบุษบัน    และพาพี่เก่ง- 
ลูกชายคนเดียวมาด้วย
.      พี่เก่งแก่กว่าเอียด 4 ปี  เป็นเด็กชาย
เงียบๆ ขรึมๆ เหมือนพ่อ
.
.    สองครอบครัว รู้จักสนิทสนมกันได้ร่วม 2 ปี
 และแล้ว ป้าเกดก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงชีวิต
  อย่างไม่ทันคาดคิด
.
.       ... นั่นคือ เมื่อสามปีที่แล้ว
.   พี่เก่งกำลังจะจบ ม.6 จากโรงเรียนสาธิตฯ
มหาวิทยาลัย ของจังหวัดที่บ้านเอียด
.
 .    ทุกคนช็อก - ลุงชนันท์เสียชีวิต ...
ถูกยิงหลายนัด จากเหตุการณ์ปะทะกัน
กับผู้ก่อการร้าย
.
.    ตอนนั้น เอียดกำลังเรียน ม.2 ยังไปร่วม
งานศพของลุงชนันท์ ในชุดนักเรียน
.       รู้สึกสงสารป้าเกด กับพี่เก่งมากๆ
 สองแม่ลูกกอดกัน ร้องไห้กลางพิธีงาน
.   เมื่อเริ่มการฌาปนกิจ
.
.          แล้วสักพัก-
.     ป้าเกดก็ตัดสินใจย้ายจากปักษ์ใต้
 พาพี่เก่งกลับไปอยู่ที่บ้านเดิมของท่าน
ที่อัมพวา
.    แล้วข่าวคราวของป้าเกด ก็ค่อยๆ 
เลือนหาย จนต่อมาก็เหมือนจะเงียบไปเลย
.
     *   *   *   *   *    *     *     *
.
.    " ตอนนี้ ป้าเกดมาอยู่ที่เชียงใหม่แล้วค่ะ
พอดี พี่เก่ง เอนท์ฯ ติด มช
.     ป้าเลยตัดสินใจมาซื้อบ้านอยู่ที่นี่ซะเลย --
 ไว้เดี๋ยว ป้าจะพาเอียด ไปเที่ยวบ้านของป้า
ะคะ "
.
 .        เกศรากอดบุษบัน ลูบศีรษะเธอ
อย่างรักใคร่
.      สามปีที่ผ่านมา หลานคนนี้โตขึ้น
กลายเป็นเด็กสาวที่สวยเด่น สะดุดตา
.
         *  *  *   *  *   *   *
.
.   " เอียดมาเรียนที่เชียงใหม่
ได้ไง "

.

.     ประลองพลถามบุษบัน
.
 .    ในใจนั้น นึกภาพเด็กหญิงเอียด ม.2
ที่แสนกะโปโลคนเดิมไม่ออกแล้ว
.   เพราะตรงหน้า ตอนนี้ - เอียดเป็นคนสวย
จัด  หน้าตาคมขำ มีส่วนเค้าหน้าแม่
 .   แต่ได้สูงโปร่ง สมสมัย จากพ่อ
.
.     " อ๋อ -  พอดีอานิด น้องพ่อน่ะค่ะ
 ได้งานที่เชียงใหม่
.      อานิดยังโสด ซื้อบ้านอยู่คนเดียว
  แม่เลยให้เอียดมาอยู่เป็นเพื่อนอานิด "
.
.    " อ่าว- นิดมาอยู่เชียงใหม่เหรอ ?
.  โห- ดีจัง--  ป้าจะได้เพื่อนคุยแระ "
.
  .     เกศราจำปณิศรา-น้องสาวของพ่อ
บุษบันที่เธอก็เคยสนิทกันได้
.
.   " แล้วป้าเกดรู้ไงคะ
.          ว่าเอียดมาเรียนที่นี่ "
.
.     ทีนี้ เกศราหัวเราะเลย
.  ชี้ไปที่ลูกชาย
.
.     " นี่ - คนนี้เลย
               --ที่รู้ "
.
.     เก่งยิ้ม - แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้
ว่าเหตุที่ตนได้รู้ว่าบุษบันกำลังเรียนอยู่ที่นี่
.  คงไม่เหมาะที่จะคุยบอกกันตรงนี้
.
.  " เอ่อ - เดี๋ยวค่อยคุยที่รถต่อดีกว่า
.      แม่-  น้องเอียดต้องเรียนหนังสือนะ 
  เดี๋ยวเราค่อยมาเยี่ยมใหม่
.     ที่บ้านอานิดก็ได้ "
.
.        " อ๋อ - จ้า--- "
.
.         เกศราจึงหันไปหาครูฝ่ายปกครอง
ยกมือไหว้ กล่าวขอบคุณ และลากลับ
.
.      "  เอียดไปส่งป้าที่รถด้วยกัน
- ป้ามีของฝากหนู "

.
.     เดินไปที่รถ ประลองพลก็บอกเอียดว่า
มีคนเอารูปเอียดมาให้ตนดู อย่างบังเอิญ
.
.    " เพื่อนพี่ มันทำไซด์ไลน์-sideline
เป็นโมเดลลิ่ง
.     มันชอบค้นดูภาพที่แชร์ในสื่อโซเชี่ยล
ก็เจอรูปเอียด ทางเฟสบุคของโรงเรียน
. ตอนถือป้าย งานกีฬาสี "
.
.    เก่งเอามือถือมาเปิดหาภาพ  เลื่อนหน้า
จอไปมาสองสามที
.        แล้วก็ส่งให้เอียดดู
.
.    เป็นภาพเธอ สงคราม และโยธา
ในคอสตูมนาคี นั่นเอง
.   โรงเรียนเอาลงเผยแพร่ในเฟสบุค  
 มีทั้งรูปเต็มตัว และโคลสอัพ
 .    คัดแล้ว ว่าอย่างโดนๆ
.
.     " เพื่อนมันติดใจเอียด ..
.  -กับคนเนียะ "
.
.       คนเนียะ ที่ว่า 
.            - ก็คือ โยธา
.
.     " ก็เห็นว่า จะมาติดต่อเอียด กับน้อง
อีกคนอยู่นะ
.       จะให้ไปลองแคสติ้ง ถ่ายโฆษณาแชมพู
.เพื่อน-มันกำลังจะหาเด็กใหม่มาปั้น จะใช้ดารา
 ก็ค่าตัวแพงเหลือเกิน สู้ไม่ไหว "
.
.     บุษบันฟังประลองพลบอก อดรู้สึกตื่นเต้น
ประสาเด็กวัยรุ่นไม่ได้
.
.    " พี่ดูๆ  -- ทำไมหน้าเหมือนเอียดจัง
เลย
.         แต่เอียดก็เรียนอยู่ที่ใต้ นู่น--
.         แล้วนี่ มันเชียงใหม่ ...
. พี่เลยไลน์ไปให้แม่ดู ว่าใช่เอียดรึเปล่า?
.      แล้วพอพี่เข้าเฟสฯ โรงเรียน
อ่านเจอที่เพื่อนๆ ของเอียด เข้ามาเม้นท์
.    เลยรู้ว่า ใช่เอียดจริงๆ ด้วย "
.
.    บุษบันนึกถึงคอมเม้นท์-ความเห็นเพื่อน
ที่พี่เก่งบอก
.      คงเป็นเม้นท์ของแมง แน่เลย
.
.  " เอียด- บุษบัน เตวราฯ-(ขอสงวนคำ
ที่เหลือ)  สาวใต้คนงาม เพื่อนเราเองจร้า
.   แต้ว 2 --ใสๆ ในชุดนางพญา นาคี
 .      งามแต๊ะ งามว่า-- "

.
    *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.   เกศราหยิบถุงกระดาษใบโต
ที่เบาะหลังของรถยนต์เก๋งคันงาม
.  ส่งให้บุษบัน

.       ในนั้นมีขนมเค้กแบบต่างๆ บรรจุใน
กล่องสวยหลายชิ้น
.
.   " ป้าซื้อขนมมาฝากเอียดค่ะลูก "
.
.      " เยอะเกินค่ะป้าเกด "
.
     บุษบันบอกทันที ที่รับถุง มันหนักๆ
.
.    " เอียดขอรับแค่สองชิ้นก็พอค่ะ "
.
.      บุษบันเห็นกล่อง และถุงหิ้ว พิมพ์ชื่อ
ร้านขนมสวยงาม ดูมีรสนิยม
   ก็พอเดาออก ว่าราคาสูง ให้รู้สึกเกรงใจ
.
.  " ทั้งหมดนี่แหละค่ะ ... ป้าตั้งใจซื้อมาให้
เอียดเอาไปแบ่งทานกับเพื่อนๆ นะลูก "
.
.    เอียดจึงจำต้องยอม
.        พนมมือไหว้ขอบคุณ
.
.  " และอันนี้ -- ป้าให้เอียด
.             เก็บไว้ซื้อหนมค่ะ "
.
.   เกศราเปิดกระเป๋าถือ ล้วงเงินส่งให้
บุษบัน
.
.    คราวนี้เอียดส่ายหน้า ไม่รับแบ็งค์ 
1 พันใบนั้น
.
.       " ไม่ค่ะป้าเกด ---
.        แค่ขนมก็พอแล้วค่ะ "
.
.      " น้องเอียดต้องรับครับ
 ผู้ใหญ่ให้เงิน    น้องเอียดเก็บไว้เป็น
ขวัญถุงก็ได้
 .    ที่ตอนพี่ย้ายมา  คุณพ่อกับคุณแม่
ของน้อง ก็ให้เงินขวัญถุงกับพี่ 
.     พี่ก็รับมา นะครับ "
.
.        ประลองพลบอกกับบุษบัน
.
.         เอียดจึงต้องรับมาอีก 
.   และไหว้ขอบคุณป้าเกดอีกครั้ง
.
     *  *  *  *  *   *  *  *  *
.
.    ร่ำลากัน
ก่อนจะเคลื่อนรถกลับไป
. ประลองพลบอกย้ำกับบุษบัน
.       อย่างห่วงใย

.
.     " น้องเอียด --เรื่องแคสติ้งโฆษณา
-น่ะ   ถ้าสนใจจริง ก็ต้องปรึกษาอานิดก่อน
ด้วยนะ  อย่ารับงานเอง -
.      เรายังเด็ก รู้ไม่ทันเขา  อาจโดนเขา
เอาเปรียบ สัญญาอะไร  ถ้าเกิดว่าต้องได้
ทำกัน น้องเอียดต้องให้อานิดเป็นผู้จัดการ
ดูแล  และเป็นคนทำสัญญานะ "
.
.         " ค่ะ "
.
.    เอียดรับปาก ยกมือไหว้ แอบนึกในใจ 
แล้วฉันจะได้งานถ่ายโฆษณาหรือเปล่า
.       ก็ยังไม่รู้เลย
.
.         ประลองพลส่งยิ้มหล่อให้
.     เกศราก็ยิ้มใจดี  ยกมือ นิ้วกลางและ
นิ้วนางรัวกระดิก
.    บอกว่า เดี๋ยวป้าจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ
.
         *   *  *  *  *  *   *   *   *
.
.     กลับมาที่ห้อง เป็นจังหวะเปลี่ยน
คาบเรียน  และจะต้องเปลี่ยนห้องเรียน
พอดี
.
.  เห็นเจี๊ยบหิ้วกระเป๋าของเธอ ยืนรออยู่กับ
แมง  เอียดจึงรีบตรงไปหา
.
.         "  ป้ามาเยี่ยม---
.   นี่- มีขนมมาฝากด้วย  เยอะเลย "
.
.       " ว้าว-- 
.   ลาภปากบ่าวแต๊ๆ เจ้าค่ะ "
.
.        แมงร้องอย่างตื่นเต้น
.
.      พอเห็นถุง และกล่อง เจี๊ยบก็อุทาน
.   
.     " หู-- ขนมร้านนี้แพงเน่อ  
.  อยู่ทางไป  มช น่ะ -- ร้านใหญ่ "
.
.         " อะ-
.      เลือกหยิบคนละกล่อง "
.
.     เอียดยื่นถุงไปตรงหน้าเจี๊ยบ และแมง
. เดี๋ยวเดียว เดย์ก็มาอีกคน 
.        และพงษ์อีก
.
.      เลือกหยิบกันไป เหลืออีกสองกล่อง
.
.           " โย -- "
.
.       เจี๊ยบเห็นโยธาทำท่าจะเดินเลี่ยง
ไปตามลำพัง  ก็รีบเรียก
.
           *  *  *  *  *  *  *  *
.
.    ที่จริงโยธาเห็นแล้ว ว่าเอียดกำลัง
แบ่งขนมให้เพื่อนๆ
.    แต่จิตใจของโยธาตอนนี้ เป็นอะไร
ก็ไม่รู้  บอกไม่ถูก---
.     เวลาอยู่ใกล้เอียด  หัวใจมันหวั่นไหว
รู้สึกตื้อๆ  หนึบๆ  เหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อ
กับตัว
.       ลองเลือกนั่งโต๊ะห่างไป
 ใจของโยธาก็คอยสั่ง ให้แอบมองเอียด
เป็นระยะ ๆ

.    
.      นี่ก็ตั้งใจว่า ว่าแอบปลีกตัว---
 แต่พอเจี๊ยบเรียก โยธาก็ต้องหันไป
        ใจเด็กหนุ่มเต้นแรง...
 เมื่อพบว่าเอียดกำลังมองเขาอยู่
.     ในมือเอียดถือขนมกล่องนึง
.
.  " โย -มากินหนมด้วยกัน "
.
.        เอียดร้องชวน
.
.    โยธาจึงเดินไปหา  เอียดรีบหยิบขนม
อีกกล่องชิ้นมายื่นให้เลือกเป็นคู่
.
.     " โยชอบอันไหน "
.
.      โยธายิ้มเขิน มองขนม ไม่กล้าสบตา
บุษบัน
.
.    " อันไหนก็ได้ เอียด
.            เอามาจากไหนเนี่ย ? "
.
.      " ป้าเรามาเยี่ยมไง "
.
.     เอียดส่งขนมเค้กไส้ช็อกโกแลตให้
โยธา   อีกอันที่เป็นไส้ครีม ก็เป็นของเธอ
เอง
.    เลยได้กินคนละกล่อง ครบถ้วน
.
      *    *    *    *    *    *    *
.
.    แอบยืนแทะขนมกินกันตรงนั้น
 มันให้รู้สึกว่า อร่อยมากจริงๆ ...
.    ฟิลฯ เหมือนจะอร่อยกว่านั่งกิน
ที่โต๊ะที่ร้าน
.
.        บุษบันก็นึกชั่งใจ--ว่าจะบอกโยธา
ดีไหม ?
.     เรื่องแมวมอง จากโมเดลลิ่ง-น่ะ 
.
.       ชั่ง-จนได้น้ำหนักที่ว่า -
.      อย่าพึ่งบอกโยธาตอนนี้เลย
ไว้ให้เขาติดต่อมาจริงๆ ก่อนดีกว่า
.   เดี๋ยวบอกไป เกิดเขาไม่มาติดต่อ 
ตัวเธอเองจะหน้าแตกเป็นขนมปุยฝ้าย
.
     *  *  *  *  *  *  *  *
.
.      โรงเรียนเลิกแล้ว  --
.   บุษบันนั่งรอรถรับส่งนักเรียนของตน
ที่ม้านั่งหินขัด
ใต้ต้นกาสะลอง ที่ขอบสนาม
บาส และลานซีเมนต์ที่ใช้เป็นที่เข้าแถว
.
.    รถรับส่งนักเรียนนั้น จะคิดค่าบริการ
เป็นรายเดือน   จนเด็กๆ ทางนี้เรียกกันว่า
" รถเดือน"  จะเป็นอันรู้กัน ว่าคือรถรับส่ง
นักเรียน
.
.      รถเดือนของบุษบัน จะต้องออกไป
รับนักเรียนประถมก่อน  ก็ที่โรงเรียนที่เธอ
กับเพื่อนๆ ไปตั้งแถวขบวนพาเหรดกีฬาสี--
นั่นแหละ
.      จากนั้น จึงจะขับเข้ามารับเด็กมัธยม
ที่โรงเรียนนี้
.
       *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.    เอียดนั่งเล่นมือถือฆ่าเวลา 
.   มองไปข้างหน้า --ความรู้สึกนึง
บอกกับตัวเธอว่า  ที่นี่ คือเชียงใหม่นะ
.   ไม่ใช่ทางใต้ ที่เอียดคุ้นเคย

.
.    ก็ที่สุดขอบสนามฟุตบอล หลังอัฒจันทร์
ไกลๆ นั่นไง - เป็นทิวแถวของต้นสัก ที่มีคน
ปลูกไว้นานแล้ว  จนมีลำต้นตรง ชลูด สูงโปร่ง 
และมีใบโตๆ  กว้าง ป้อมๆ
.       บอกชัดเลย ว่านี่คือป่า  และต้นไม้ของ
ทางเหนือ
 .
.      ที่โรงเรียนเดิมของเอียดทางใต  ถ้าจะ
มองหาต้นไม้ใหญ่ๆ  ดูไปรอบๆอาจจะเจอต้น
ตำเสา     ที่ทางภาคกลาง เหมือนจะเรียกว่า
ต้นกันเกรา
.       เติบโตเป็นต้นอวบ ล่ำๆ  ปั๊กๆ   มี
ใบดก 
ออกดอกเป็นช่อสวย  ที่ลำต้นจะมีเปลือกแตก
ระแหง เป็นร่องๆ
.   และอาจมีย่านลิเพา มางอกงามใกล้ๆ แล้ว
เลื้อยไต่ ขึ้นตามลำต้น ลามไปถึงกิ่งโน้น-นั้น
.     ใบลิเพาสีเขียวสด ตัดกับสีออกดำๆ ของ
เปลือกตำเสา ดูชอุ่ม  สมกับเป็นไม้ป่าดิบชื้น
แห่งป่าทางใต้
.
.        ย้ายมาใหม่ๆ ---
.    บุษบันไม่เข้าใจกับหลายๆ อย่าง
ที่แตกต่างจากที่เธอพบเห็น และปฏิบัติ
มาจากทางใต้
.
.   เป็นต้นว่า นักเรียนที่เชียงใหม่ติดจะพูด
ภาษาเหนือตลอดเวลา
.   ไม่ว่าจะเป็นการคุยกับเพื่อนๆ ไปจนถึง
การถามตอบกับครูในชั้นเรียน
.
.   คุณครูก็เถอะ สอนไปโดยพูดภาษากลาง
ได้สักสองสามประโยค  เดี๋ยวเดียวก็กลับมา
พูดภาษาเหนือแทน
.       เป๋นจะอั้น
.
.    ส่วนทางใต้ ทุกคน ทั้งครู ทั้งนักเรียน
เมื่ออยู่ในโรงเรียน  ต้องใช้แต่ภาษากลาง
ที่เป็นภาษาราชการ  เวลาที่นักเรียนจะพูด
กับครู  หรือครูต้องพูดสอน
.
   จะพูดกลางแล้ว ออกทองแดง หรือเจือ
สำเนียงใต้บ้าง ก็ฝึกไป แก้ไขกันไป
.      เป็นพรรค์นั้น-แล
.
.        พงษ์น่ะ-คนเหนือโดยกำเนิด
เป็นหัวโจก เล่าเจี้ยก้อมขำๆ จะชอบ
เล่าเจี้ย ให้เพื่อนๆ ฟังเอาฮา บ่อยๆ
.
.    เจี้ย-คือ นิทาน ...
.            ก้อม คือ สั้นๆ

.

.   เรื่องนึง พงษ์เล่าว่า  คุณครูกำลังสอน
ก็เน้นว่า เมื่อมาโรงเรียน  ก็ให้นักเรียน
ทุกคน หมั่นฝึกพูด สื่อสารเป็นภาษากลาง
.   เป็นพื้นฐาน เวลาเรียนต่อขั้นสูงต่อๆ ไป
จะได้พูดกลางกับใครๆ ได้คล่องแคล่ว 
. ส่วนภาษาเมือง-หรือภาษาเหนือ ไม่ต้อง
ฝึกพูดอีกแล้ว เพราะพูดเป็นกันทุกคน
.
.     " นี่อะไรคะ ? "
.
.    คุณครูชี้ไปที่รูปมะเขือเทศ
.
.     " มะ-เขือส้ม !"
.
.    นักเรียนตอบพร้อมกัน
.
.  " ภาษากลาง เรียกว่า มะเขือเทศ ค่า -
เรามาโรงเรียน ต้องฝึกพูดภาษากลางกัน
นะคะนักเรียน
.     เอ้า- ว่าตามครูพร้อมกัน
.          -- มะ- เขือเทศ "
.
.     เด็กๆ นักเรียนก็น่ารัก ฝึกพูดตาม
คุณครู
.
.      " มะ-เขือเทศ !"
.
.         " เก่งมาก ค่ะ--
. คราวนี้- ตอบครูมาซิ ว่ามะเขือเทศ
-เนี่ย  มันดีกินมั้ย ? "
.
.              อิ อิ --
.   ดีกิน -เป็นภาษาเหนือ นะ
.       คุณครูเผลอพูดซะเองอ่า-
แปลว่า สามารถกินได้ -ใช้รับประทาน
ได้
.
.            เด็กก็งงกัน  -
.   ไหนคุณครูว่า ให้ฝึกพูดภาษากลาง
กันไง
.
.      แต่ก็ตอบคุณครู  ด้วย
เสียงอ่อยๆ 
ลง พร้อมกันว่า
.
.       " ดี-  กิน ... " ( กินได้ )
.
.      เอียดชอบภาษาเหนือมาก
. รู้สึกว่า ท่วงทำนองภาษาฟังดูอ่อนหวาน
อ้อยสร้อย  ไพเราะ
.    สมกับที่นำมาขับ เป็นลำนำเพลงซอ
โดยคลอเสียง   ล้อให้เข้ากับเสียงซอที่สี
บรรเลงประกอบการขับ  เรียกว่า ค่าวซอ
 .       ไพเราะมาก
.
.      การที่เพื่อนๆ พูดเหนือ -อู้กำเมียง
ใส่เธอตลอด ก็ดีนะ
ทำให้เอียดเรียนรู้ และคุ้นชินภาษาเหนือ
อย่างรวดเร็ว
 .  และเริ่มหัดพูดเหนือได้บ้างแล้ว
.
.    แต่เอียดก็ภูมิใจในภาษาใต้ของตน
ไม่แพ้กัน  เรียกว่า   ชอบทั้งสองภาษา
เท่าๆ กันเลย
.    ภาษาเหนือ อ่อนหวาน นุ่มเบา 
ส่วนภาษาใต้ แข็งแรง ตรง และจริงใจ
.       รู้ -ก็บอกเลย ว่า โหร่ !
.  ไม่รู้ - ก็จะยืนยันแข็งขัน ว่า " ห้าโหร่
ไมนิ ! "

     *  *  *  *  *  *  *  *   *
.
.    กำลังนึกอะไรเรื่อยเปื่อย เล่นๆ
ก็รู้สึก เหมือนมีใครเดินมาข้างหลัง
.  และนั่งลงใกล้ๆ

.      แล้วเอาช่อดอกไม้เล็กๆ วางลงบน
กระเป๋าเป้นักเรียนของเธอ
.
.        บุษบันหันขวับ ไปมอง--
.โยธานั่นเอง
.      ที่เข้ามานั่งข้างๆ ทำหน้าตาเฉยนิ่ง
ไม่ขี้เล่นอย่างเคย
.
.          " หื้อ -- "
.    เอียดพูดออกมาแค่นี้ และนั่นก็เป็น
คำทักแล้ว
.
.       หยิบช่อดอกไม้ขึ้นมา
.    เป็นดอกปีบขาว หรือดอกกาสะลอง
แถวๆ นั้น ที่ร่วงสดลงมาใต้ต้น ไม่ได้ร่วง
อย่างแห้ง สักสิบกว่าดอก
.   ถูกโยธานำมารวมมัดเป็นช่อด้วยสายม่าน
ของต้นม่านบาหลีที่ทิ้งสายรากอากาศลงมา 
เป็นม่านสวยตรงซุ้มนั่งเล่นตรงโน้น
.
.
.
.
.                
( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.
.   
.   " เห็นเอียดชอบไง  ดอกกาสะลอง
โยเลยเก็บมาให้ "
.
.    " ใช่ เราชอบมาก
.             -- ขอบคุณนะ  "
.
.     เอียดหยิบช่อดอกกาสะลองนั้นมา
ถือไว้  หมุนช่อดอก พิศดูไปมา
.    มองดูใกล้ๆ กลีบดอกที่บานแยกออก
เป็นแฉกเล็กๆ สวยถูกใจเธออย่างบอกไม่
ถูก
.    และมีกลิ่นดอก ที่หอมรวยรินอ่อนๆ
.
.    เธอเคยรู้จักชื่อของมัน จากการเรียน
วิชาวรรณคดีไทย ว่าดอกปีบ และเคยเห็น
มาบ้าง ที่ทางใต้ 
.    ครั้นพอมาอยู่เชียงใหม่ ที่โรงเรียนนี้
ปลูกปีบไว้เป็นแนวข้างถนน  ในบริเวณ
โรงเรียน
.    ทุกต้นโตเต็มที่ แข่งกันออกดอกขาว
เป็นช่อเป็นพวง พรั่งพราวเต็มต้น
.    เพื่อนๆ บอกว่า  นี่คือ ดอกกาสะลอง
เอียดจึงนึกออก  ว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
จากเพลงๆ นึง
.
.     " แบบนี้ดอกสีขาว - เรียกกาสะลอง
เฉยๆ   แต่ถ้าอีกพันธุ์ ที่ดอกสีเหลือง ส้มๆ 
หน้าตาดอกจะต่างกันหน่อย   เป็นคล้ายๆ 
หลอด  ก็จะเรียก ก๋าสะลองคำ "
.    คำ ก็คือทองคำ - ภาษากลางเรียก ทอง 
แต่ภาษาเหนือจะเรียก คำ แบบว่าถ้าเจอทอง  
ทางเหนือจะอุทานว่า    " โห-- คำ  คำ -- ! "
ไม่ได้อุทานว่า  " โห- ทอง-ทอง ! "
.    แต่ถ้าอู้ว่า " ตอง "  ทางเหนือจะหมายถึง
ทองเหลือง
.
             *  *   *   *   *   *
.

.
     โยธานั่งมองบุษบันทุกอากัปกิริยา
อย่างหลงใหล
.  ไม่ว่าเธอจะทำกิริยาอย่างไร มันจับใจ
เขาไปทุกอย่าง
.
.      บุษบันวางช่อดอกกาสะลอง กลับไว้
บนเป้บนโต๊ะ
.    
.               พลัน --
.   ลมอะไรนะ-- พัดวูบมาอย่างแรง 
. จนช่อกาสะลองเลื่อนตัวจากกระเป๋าเป้ 
หล่นลงกับพื้นโต๊ะหินขัด 
.   และลมยังพัดแรงให้มันกลิ้งต่อ ทำท่า
จะตกจากขอบโต๊ะ
.
.    เอียดรีบเอื้อมมือไปตะครุบมันไว้ทัน 
.  แล้วจึงมีมือของโยธา ที่ตามมาช่วยจับ
ด้วยอีกคน  คร่อมทับมือของเธอ
.
.      *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.      บุษบันตกใจ -- กำลังจะรีบดึงมือกลับ
แต่โยธาไม่ยอม  กลับกดน้ำหนักอุ้งมือตัวเอง 
ตรึงมือเอียดไว้อย่างนั้น
.
.        เอียดจึงมองหน้าโยธา
.
.        ทันใด- เธอก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว 
. เมื่อต้องสบตากับดวงตาออดอ้อนของเพื่อนหนุ่ม 
ที่ขณะนี้ - จ้องมองเธออย่างอยู่ในภวังค์
.
.          เหมือนโลกใบนี้ จะหยุดหมุน
. แล้วเหมือนมีโลกใบใหม่ ที่มีเพียงเธอกับเขาอยู่กัน
เพียงลำพังสองคน เข้ามาแทนที่
.    ทั้งสองสบตากัน  จ้องมองกันและกัน 
.                นิ่ง - และนาน
.
.                 ชั่วอึดใจนี้---
.     ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่ง เงียบงัน
.
.    จนบุษบันรู้สึกตัวก่อน รีบขยับมือ พูดเบาๆ
ว่า
.
.           " ดอกไม้เกือบตกเลย-- "
.
.    โยธาจึงรีบปล่อยมือเธอ และดึงมือตัวเอง
กลับ  
.   กลืนน้ำลายลงคอหนืดๆ ก่อนพูดเบาๆ บ้าง
ว่า
.
.            "  นั่นซี --
.                    ลมแรงจัง  "
.
.      ต่างคนต่างนิ่ง ไม่พูดอะไรต่อ
.         หันไปมองกันคนละทาง
.
.        หัวใจของโยธาเต้นรัว ตึ๊ก-ตั๊ก หายใจ
ขัดๆ ไม่ทั่วท้อง
.       บุษบันเอง ก็มีความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน
.
.     *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.        ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ ช่าง
มีอานุภาพหนักหน่วงทีเดียว   
.      เพราะมันทำให้เด็กหนุ่ม และเด็กสาว
ต่างตกอยู่ในสภาวะที่ไม่รู้จะพูดคุยอะไรกัน
ต่อดี
.
.      จนเมื่อโยธาแอบหันมามองบุษบันอีกครั้ง
เห็นเธอรีบหลบตาเขา สีหน้าเจื่อนๆ
.             จึงถามว่า
.
.      " เอียดจะเอาดอกกาสะลองอีกมั้ย ?
. เดี๋ยวโยจะเก็บจากตรงนั้นมาให้อีก "
.     
.             " ไม่ต้องแล้วโย
.         พอแล้ว --  แค่นี้ก็พอ "
.
.      "  โยว่า ดอกมันสวยดีเนาะเอียด 
.     ก้านดอกก็ย๊าว-ยาว  แปลกดี "
.
.       รู้ว่าเอียดเริ่มหายอึดอัดแล้ว โยธา
. เห็นได้เรื่องที่จะชวนเธอคุยต่อ
.
.        " ใช่- สวยมากๆ
.      จริงๆ นะโย   น่าจะมีใครเอารูปทรง
ดอกกาสะลองไปออกแบบ ทำเป็นต่างหู
.     ทำเป็นแบบเกี่ยว ห้อยแตรดอกลงมา
หรือเสียบให้โผล่ก้านดอกยาวๆ ด้านหลัง
. แล้วมีแป้นดักไว้
.        เราว่า คงเป็นตุ้มหูที่สวยมากๆ "

.
.       บุษบันเริ่มผ่อนคลาย   หยิบดอกปีบ
ดอกนึงมาพิศดู
.      ยิ้มถูกใจกับมัน แล้วพูดออกมาอย่างนี้
.
.
.
.

                        ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล )
.

.
            โยธาจึงว่า
.
.             "    จริงด้วย--
.          เอียดอยากได้ ใช่มั้ย
.      ไว้ให้โยทำงาน --  มีเงินเดือน  มีกะตังค์
โยจะไปให้ร้านทอง  ทำต่างหูเป็นรูปดอกปีบ
.         --  เอามาให้เอียดใส่  "

.
.         บุษบันหัวเราะขบขัน
.
.     " นี่โยพูดจริ๊ง  ! --
.                   ไม่ได้พูดเล่นน้า... "
.
.     โยธายืนยัน และพูดต่อว่า
.
.  " เอียดน่าจะไปเรียนต่อด้านศิลปะ --
โยว่าเอียดมีหัวศิลป์
.     เนี่ย--ที่ มช  ก็มีคณะวิจิตรศิลป์นะ "
.
.   บุษบันนิ่งทันที  นึกถึงพี่เก่ง-ประลองพล
ลูกชายของป้าเกดที่กำลังเรียนที่นั่น
.    และที่เล่าว่า มีเพื่อนทำโมเดลลิ่ง
.
.    จะบอกโยธาตอนนี้เลย-ดีไหม ?
เรื่องที่จะมีคนมาหา มาติดต่อให้ลอง
ถ่ายโฆษณา
.
      *  *  *  *  *  *  *  *   *  *
.
.     ตรงฟากมุมโน้น- ใกล้ๆ หอประชุม
แอ้ม- เกวลิน แอบนั่งมองสองคนที่ม้านั่ง
หินใต้ต้นกาสะลอง อย่างใจหาย
.
.       เสียใจหรือ ?-- คงไม่หรอกนะ
แต่น้อยใจล่ะ ?  - ก็คงใช่
.
.          แอ้มตาแดงเอ่อ
..ฝืนกลืนน้ำลายลงคอหนักๆ บอกตัวเอง
ว่าให้เข้มแข็ง  ให้ stronger---
.
.    เตือนตัวเอง ว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะโกรธ
ใครได้
 .      ไม่ว่าจะ โย หรือเอียด--
.
.     ทุกอย่าง มันเป็นเรื่องของหัวใจ
ที่ใคร ก็ไม่อาจจะบังคับใจใคร
.

      *    *   *   *   *   *   *
.
.     หนึ่ง-สงคราม นั่งเหม่อข้างมอเตอร์
ไซคล์ของตัวเอง
.  ที่เพิ่งจูงออกมาจากโรงเก็บจักรยานยนต์
และจอดไว้ ริมถนนใกล้หอธรรมฯ  อันเป็น
อาคารเรียนจริยธรรมของโรงเรียน
.
.       เปลี้ยใจ- จนไม่มีแก่จิตแก่ใจ จะขี่
รถมอไซคล์กลับบ้าน ตอนนี้
.   เมื่อเห็นภาพโยธานั่งคุยกระจุ๋ง กระจิ๋ง
กับบุษบัน ตรงนั้น
.
.       ส่วนเกินใช่ไหม - เราเนี่ย ?
หนึ่งคิด
.      ถามตัวเองอย่างเศร้าๆ

.

       *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     แล้วเอียดก็ตัดสินใจบอกโยธา
เรื่องโมเดลลิ่ง ที่อาจจะมาติดต่อ
.     และบอกด้วย ที่พี่เก่งเตือนว่า
ให้ปรึกษาผู้ปกครองก่อนจะตัดสินใจ
.  และทั้งสองก็เห็นด้วยกับคำเตือน
.
.      โยธาก็ตื่นเต้น   เปิดมือถือตัวเอง
ค้นหารูปที่เอียดบอกว่า พี่โมเดลลิ่งเห็น
แล้วถูกใจ
.
.          " รูปนี้เหรอ ? "
.
.        ยื่นส่งให้บุษบันดู
.
.  เป็นรูปที่ใครคนหนึ่งโหลดมาจากหน้าเพจ
เฟสบุคของโรงเรียน  แล้วส่งไลน์มาให้เขา

.
.         " ใช่ ๆ--- รูปนี้แหละ---
.     โยเอามาจากหน้าเฟสฯ เหรอ "
.
.          โยธาพยักหน้า
.    โกหกเอียดบ้าง    คงไม่เป็นไรหรอก
คงดีกว่าบอกไปตามตรง ว่าแอ้มชิงส่ง
รูปนี้
ทางไลน์มาให้เขา  ก่อนเจี๊ยบ   ก่อนเดย์ 
ก่อนพงษ์
.
         *   *    *  *  *  *  *  *   *
.
.     เห็นรูปนั้น--กับตัวตนจริงๆ ที่กำลัง
นั่งอยู่ใกล้ๆ ของโยธา
.    บุษบันยอมรับว่า โยธาหน้าตาดีมากๆ

ถ่ายรูปขึ้นกล้องด้วย
.
.   เป็นคนหล่อคลีน  ยิ้มเห็นฟันเรียง
เต็มปาก
ขาวสะอาด ริมฝีปากนั้นแดงเรื่อเสมอ อย่างคน
สุขภาพดี  
.     เครื่องหน้า คิ้วจมูก ปากคาง ก็รับกัน
อย่างลงตัว
.    มีหลายมุมทีเดียว ที่มองผาดๆ คล้ายโอ้-
มาริโอ้ พระเอกซูเปอร์สตาร์คนดัง
.    แต่โยธาคงสูงกว่าโอ้ และตัวบางกว่า 
.
.       เวลาโยธายิ้มใสๆ ร่าเริง คนที่พบเห็น
ก็จะพลอยสดชื่นกับภาพคนหน้าตาดีตรงหน้า
.
.     แต่ที่มักทำให้หัวใจเอียดวูบวาบ
หวั่นไหว   คือยามที่โยธาหน้าเศร้า
มองสบตาเธอ นิ่ง- 
.      อย่างวิงวอน น้อยใจ
.
.  
  เป็นหลายครั้ง ที่กระชากใจบุษบัน
หนักหน่วงจนใจหาย
     ให้รู้สึกสงสาร  และอาทร  ห่วงใย
อยากเข้าไปปลอบโยน ให้โยธาหาย
จากอาการเศร้า

.
.

.
.....................................................
**  ขอยืมภาพจากกระทู้นึง หน่อยน้า---
  ถ้าติดลิขสิทธิ์ผมต้องขออภัย
และแจ้งให้ลบได้เลยนะครับ

                     ขอแสดงความนับถือ
                           18 ธ.ค. 2559
........................................................
จากใจคนเขียน :
.
.     โยธา- ในมโนของคนแต่ง ที่เพียร+
พยายาม บรรยายให้คนอ่านนึกภาพตามนั้น
ให้ออก    มันยากมากครับ
  โยธาหล่อแบบง่ายๆ น่ารักๆ ไม่แพงมาก-
- แต่มีเสน่ห์
.
.       เมื่อวาน อ่านกระทู้นึง เจอภาพนี้เข้า 
อึ้งเลย-
.      เพราะว่า   ก็นี่ไง -
.          นี่แหละ - โย
. โยธา ที่เราพยายามบรรยายหน้าตา
ในนิยาย  ก็คือ หน้าตาแบบ เจมส์ มาร์ 
นั่นเอง -
.
.     เป็นนักแสดงที่ผมชื่นชอบ ตอนเล่น
ข้าบดินทร์   แกเล่นบทออดอ้อนได้น่ารัก
น่าประทับใจเหลือหลาย
.    แต่ผมอาจติดภาพตอนแกขี่ช้าง
มีหนวดมีเครารุงรัง  และไม่ค่อยชอบตอน
แกหวีผมซะเรียบแปร้    สยขึ้นเป็นทรง
สระโอแบบนั้นเท่าไหร่
.            เลยเบลอๆ --- 
 แบบพอละครจบ ก็ลืมชื่อแกไปเลย
.
.    แต่ตามรูปนี้   เจมส์ มาร์ ตอนผมยุ่งๆ
 ธรรมชาติๆ  ดูน่ารักกว่ามากมาย
.   และบอกเลย สายตาออดอ้อน วิงวอน
ของเจมส์ มาร์ นี่-โรแมนติกมากๆ
.
 .    นี่แหละครับ โยธา-พระเอก คนชอบ
ออดอ้อน และขี้น้อยใจของผม
.          ก็สไตล์นี้เลย
.
        ไม่ได้เจตนาดึงน้องเขามาเกี่ยว
ในนิยายนะครับ แค่อยากเน้นว่า  โยธา
คือลักษณะนี้
.    สรุปคือ - คนแต่ง  เพิ่งริหัดแต่งนิยาย
ไงครับ   แล้วพอบรรยาย แบบไปไม่ค่อยถูก
 เลยหาวิธีลัด  อารูปที่โดน   มาให้คนอ่าน
ดูแทน
                    คริ คริ
.           .........................
.
.
.

.     แต่ที่ทำได้  ประสาเด็กนักเรียน
สาวสไตล์บุษบัน   คือเมื่อเธอต้องสบตา  
ก็จะหลบสายตานั้น 
.      แลัวเส มองเมินไปอีกทาง
.
.        หากเธอไม่รู้ตัว  ว่านี่แหละ--
 คือเสน่ห์ของเธอ  ที่กุมหัวใจของโยธา
ไว้แน่นหนา 
.         ให้วาดหวัง -- รอวัน ที่จะชนะใจ
ทรนงของบุษบัน
.
          *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     พอดีรถเดือนของบุษบัน ขับเข้ามา
ในบริเวณโรงเรียนแล้ว
.      -เห็นแต่ไกลเลย
.
.   บุษบันฉวยกระเป๋าเป้นักเรียน ลุกขึ้น
.  
.    " รถเดือนเรามาแระ  -- 
.              ไปนะ "
.
.      โยธาพยักหน้า 
.
.       "  ครับ--
.    --คิดถึงกัน นะครับเอียด "
.
.        เอียดไม่ตอบอีกแล้ว  แต่โยธา
ก็ชอบใจ   เพราะเอียดเป็นอย่างนี้เอง
เขาจึงชอบเธอ
.
.            *   *  *   *   *   *  *
.
.        โยธาสะพายเป้นักเรียน เดินออก
จากตรงนั้น ไปยังโรงจอดจักรยานยนต์
ของโรงเรียน
.      โรงเรียนทำไว้เป็นโรงเรือนถาวร มีตาข่าย
แบบรั้วเหล็กโปร่ง กั้นรอบทุกด้าน และมีหลังคา
กันฝนให้อย่างดี
.
.       เด็กหนุ่มส่งป้ายเบอร์จอดให้ลุงนักการดู
ที่หน้าประตู เพื่อแสดงตนว่า ได้เอารถมอไซคล์
มาจอดไว้จริง 
.
.       เดินเข้าไปจูงรถเครื่องออกมา ส่งป้ายเบอร์
ให้คนเฝ้า 
.       ใส่หมวกกันน็อค   แล้วสตาร์ทเครื่อง  แตะ
เกียร์หนึ่ง จะออกตัว
.
.          พลัน -
.    รถเครื่องคันหนึ่ง ก็ขับโฉบวูบมาใกล้
ผ่านหน้าไปอย่างเฉียดฉิว  เกือบจะเฉี่ยว
ชน
.
.     เพราะคนนั้น ใส่หมวกกันน็อคแบบครึ่ง-
ไม่เต็มใบ
.    โยธาจึงเห็นชัด ว่าคืออ้ายหนึ่ง สงคราม-
นั่นเอง
.
.        โยธาขับจี้ตามทันที  เร่งความเร็วจนทัน
ขนานกัน
.
.       " หยัง-อ้าย ? "
.
.     ตะโกนถามไปเลย  ว่า มีไรเหรอพี่ ?
.
.       หนึ่งไม่ตอบ  หน้านิ่งเฉย---
.
.        โยธาฉุนกึก-- ไม่กลัวหรอก--
รุ่นพี่ก็เหอะ
.
.      แต่ทันใด ก็นึกถึงคำที่พ่อ และแม่
สั่งสอน และตนก็รับปากไว้
.
.  " อย่ามีเรื่องที่โรงเรียนกับใครนะลูก..
อย่าเอาพิมเสน-ที่ราคาแพง
.   ไปแลกกับเกลือราคาถูกๆ
.    --มีเรื่องกัน มันไม่คุ้มหรอก
.อภัยให้คนที่มาพาลกับเรา
.      อย่าเอาตัวเราไปแลก--
. จำที่พ่อ และแม่ขอไว้ -นะโย "

.
.       โยธาจึงผ่อนความเร็วลง  ปล่อยให้
มอไซคล์ของสงครามแล่นผ่านเลยไป
.  
.
.
.
.     ( ขออนุญาตอีกรูปละกาน--- ตอนโยธา
นึกฉุน จะเป็นแบบนี้
.      --ขอบคุณเจ้าของภาพครับ ถ้าจะให้ลบ
ออก    กรุณาแจ้งมานะครับ )
.

.
.         เปลี่ยนเป็นขี่ช้าๆ
.   ผ่านรถเดือนของเอียดที่ยังคงจอดข้างทาง
ต่อแถวรถเดือนคันอื่นๆ
รอเด็กๆ ลูกค้าบางคน
อยู่
.
.          มองไปเล่นๆ...
  เห็นเอียดนั่งอยู่ ตรงท้ายๆ ของตัวรถ
.
.    ถึงเอียดจะกำลังคุยกับเพื่อน ไม่เห็น
เขา
.    แต่โยธาก็ดีใจ  ที่เห็นในมือเอียด
ยังถือ
ช่อกาสะลองนั้นไว้ ไม่ได้โยนทิ้งไป
.
.    แล้วเมื่อนึกถึงตอนที่ได้สัมผัสมือกัน  
โยธาก็บอกตัวเองว่า  ตอนนี้ เขามีเอียด
เท่านั้น ที่กุมใจเขาไว้ 
.    เป็นคนพิเศษคนเดียวของเขา
.
.
.

.    
.
.                      (  จบตอนที่ 7. )


.
.


ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ
เข้ามาเยี่ยมเยือนบล็อกของผมครับ







Create Date : 20 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 16 เมษายน 2561 7:05:30 น.
Counter : 1196 Pageviews.

0 comments

เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
พฤศจิกายน 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
9
13
14
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog