นิยาย " จันทรากินรี" - เหมชาติ ทอง ( ตอนที่ 7 . - อวสาน - )
























































.
.
.  จันทรากินรี
.
.           เหมชาติ   ทอง
.
.
.     ๗ . ( อวสาน )
.
.
.   เพียงบินลับเมฆไปได้อึดใจหนึ่ง
โพระดกก็ร้องขึ้นว่า
.
.      " คุณพระช่วย...
.     เราลืมพาตัวเจ้าชายอนันตราช
ไปหิมพานต์กับเราด้วย "
.
.    " พาไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เขาไม่ได้รักหญิง "
.
.    " เจ้าชายอนันตราชทรงรักองค์หญิง
แน่นอน  พี่รับประกัน...
.       มาเถอะเพคะ ...
. เรารีบบินกลับปพาพระองค์ ไปหิมพานต์
กับเราเดี๋ยวนี้ "
.
.    โพระดกหกหัวทันที  หมุนบินกลับ
อย่างรวดเร็ว
.      ทำให้จันทรากินรีต้องรีบทำตาม
ทรงบินตามหลังนางพี่เลี้ยงไปอย่าง
กระชั้นชิด
.
      *   *  *  *   *  *  *  *  *
.
.      อัปสราดารารายที่ยืนซวนเซ
อยู่กลางลานประหาร
.     เอาสองมือกุมลำคอตนเองไว้
แน่น...
.
.    นางต่อสู้กับสิ่งที่แฝงอยู่ในตัวนาง
อย่างสุดกำลัง
.   พลัน --
.       นางต้องบิดตัวไปมา ด้วยความ
เจ็บปวด
      นางรู้ดี ว่ามันคือตัวอะไร ที่กำลังจะ
ดันตัวออกมาจากปาก
.      เพราะหมอผีกรั๊วะเคยบอกไว้...
.
.    " วิญญาณผีวัวป่า 
 มันก็จะออกมาจากปากของแก
      ... ไล่ขวิดแกจนพุงแตก
ไส้ไหลทะลัก  ! "
.
.           ทันใด....
.    นางก็สุดจะต้านทานไหว...
.
         ดารารายแหงนหน้าขึ้นฟ้า
อ้าปากกว้าง...
.       เปล่งเสียงร้องออกมา
ดังราวกับเสียงของสัตว์ป่า
.   ....ฟังน่ากลัว จนขนหัวลุก
.
.    " อ้ากส์ส์ส์ส์ส์ ..... "
.
.    ประชาชนได้ยิน และเห็นเช่นนั้น
ต่างส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนแตกตื่น วิ่งหนีกันอลหม่าน
.
.     แล้วไปล้อมวง จับตาดูองค์มเหสี
อยู่ห่างๆ   
.
.       เห็นนางปากคอบิดเบี้ยว ส่ายหน้า
ไปมา..
.       ล้มตัวลงนอนกับพื้นลานดิน  กุม
ลำคอ เกลือกกลิ้ง ถีบเท้าดิ้นเร่าๆ....
.
.         " เจ้าพี่....
.        เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ "
.
.     องค์เขมรรัฐตกพระทัย ถลาแล่น
จากที่ประทับ
เข้าประคองพี่สาวไว้
.
       อนันตราชก็รีบวิ่งมาหา แต่ก็ต้อง
ชะงัก...
.
.        เพราะมีกลุ่มควันสีดำเข้ม ...
พวยพุ่งออกมาจากปากของดาราราย
อย่างทะลักทลาย
.     --  ต่อเนื่องไม่ขาดสาย
.       แล้วกลุ่มควันก็ก่อตัวเป็นเงาดำ
ทะมึน   รวมตัวกันชัดเจนขึ้น เป็นปีศาจ
วัวป่า...
.
.             ฉับพลัน ...
.    มันก็กลายเป็นวัวป่าตัวใหญ่จริงๆ
ใหญ่จนน่าจะต้องเป็นตัวจ่าฝูง
.
.
.
.
.   ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล- เห็บตรึมเลยนะเอ็ง )
.
.           โหนกของมันสูง และหนา
 เขาของมันทั้งคู่ ยาวโค้ง   ปลายเขาแหลม
เปี๊ยบ
.      อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่าดวงตา ที่ลุกโพลง
มีสีแดงจ้า ราวกับถ่านที่กำลังติดไฟ
       มิหนำซ้ำ ปากของมันมีน้ำลายยืดเป็น
ใยเหนียว ติดปากเป็นฟองฟอด
.         มันคือ ผีวัวป่าบ้า....
.
   ชาวบ้านหลายคนหวีดร้องด้วยสยดสยอง
กับภาพที่เห็น
   รีบอุ้มลูก ลากหลานวิ่งหนี
กันจ้าละหวั่น
.
.         และแล้ว...
มันก็พุ่งเข้าหาดาราราย กับเขมรัฐ 
.      ที่นั่งประคองกันอยู่
.
.     พอถึงร่างของมเหสี  มันก็ก้มหัวลง
ใช้เขาดัน ขวิดขึ้นอย่างแรง
.
.  ร่างของดารารายดีดลอยสูงขึ้นกลาง
อากาศ
.       นางกรีดร้องสุดเสียง ด้วยความ
เจ็บปวดรวดร้าว แสนสาหัส
.
.     " โอ๊ยยยยยย ---- "
.
.      พอร่างนางตกลงมาถึงพื้น ก็ถูกมัน
ตรงเข้าไล่ขวิด ตะบันปลายเขาใส่ซ้ำอย่าง
เมามัน
.     ร่างของอัปสราดารารายเต็มไปด้วย
บาดแผลเหวอะหวะ อาบชุ่มไปด้วยเลือด
ถูกเหวี่ยง สะบัดกลิ้งไปมา หลายตลบ
.       และแล้ว   ท้องของนางก็ฉีกขาด
เปิดเป็นแผลกว้าง
.   ทำให้ลำไส้พุ่งทะลักออกมา กระเด็น
กระจุยกระจายไปทั่วบริเวณ
.
.       ทุกคน ณ ที่นั้น ได้แต่ยืนตกตะลึง
อ้าปากค้าง
.    มองดูสิ่งตรงหน้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนทำอะไรไม่ถูก
.
.          อย่างไม่มีใครทันคาดคิด
 ผีวัวป่าพุ่งเข้าชาร์จ-charge ใส่
เขมรัฐอีกคน ทันที
.
.    เจ้าชายร้อง โอ้ยยยยย--
.     ถูกมันใช้ขาคู่หน้าทั้งสองรัวโขก
ใส่องค์ อย่างนับไม่ทัน
.
.        เขมรัฐโผกายขึ้น หวังจะหนี
ก็โดนปีศาจวัวตามไล่ ตะบันเขาแหลมๆ
ใส่ร่างอย่างบ้าคลั่ง
.
      เจ้าชายหนุ่มร้องโอ๊ย --ได้อีกครั้ง
---ก็แน่นิ่ง
.     วิญญาณหลุดลอยไปจากร่าง
.
.      เจ้าปีศาจหันไปจ้องอนันตราช
แล้วมันก็ถอยหลัง...
.      เตรียมชาร์จใส่อีกองค์
  ดูราวกับนักฟุตบอล ถอยไปตั้งหลัก
เตรียมจะยิงลูกโทษ
.
.      "  อนันตราช !!"
.
.    มีเสียงเรียกเจ้าชาย จากบน
ท้องฟ้า
.
.     "  ไปหิมพานต์กับพวกเรา "
.
.        ทรงมองขึ้นไป   ก็เห็นจันทรากินรี
และโพระดก กระพือปีกลอยตัวบิน ในระดับ
ที่ไม่สูงนัก
.
.     " จันทรา...
.             เจ้ากลับมารับข้าหรือ "
.
.         ไม่มีคำตอบ...
.     แต่พลัน- ก็ถูกสองกินรีบินโฉบวูบ
ลงมา   ช่วยกันช้อนวรกายของเจ้าชาย
อนันตราช พุ่งทยานขึ้นฟ้า...
.        เฉียดฉิว ก้บวินาทีที่เจ้าผีวัว
พุ่งเข้าใส่ตำแหน่งที่อนันตราชยืนอยู่
อย่างสุดแรง
.
    ร่างของมันที่พบกับอากาศว่างเปล่า
ก็เลยเสียหลัก กลิ้งคะโร่ ...
       ตีลังกา หมุนกลิ้ง---
.       กุก กุก กุก - กุก กุก 
เจ็ด-แปด
ตลบ..
.      ม้วนติ้ว ๆ ๆ -- ยิ่งกว่ายิมนาสติก
ฟลอร์เอ๊กเซอร์ไซส์
.
         ประชาชนรีบวิ่งหลบวัวเสียหลัก
กันอุตลุด
.     พากันร้องลั่น ในตอนแรก แล้วเปลี่ยน
มาเป็นโห่-หัวเราะขำที่เห็นมันกลิ้งไม่เป็นท่า
คว่ำหงาย- คว่ำหงาย ให้ดูซะอย่างนั้น
.
.    ปีศาจวัวเขินหรือเปล่า- ไม่รู้นะ...
 แต่เห็นมันลุกขึ้น แล้วหยุดนิ่ง  คำราม
เสียงดังก้อง
        กลบอาการหน้าแตกที่คุณหมอ
คลินิก โรงบาลไหนก็ไม่รับเย็บ
.
.         แล้วทันใด---
   ร่างของมันก็สลายตัว กลายเป็น
กลุ่มควันสีดำ กลุ่มใหญ่
         แล้วจางหายไป...
.
.       " องค์มาตาเพคะ...หม่อมฉันขอ
ทูลลา
.    จะพาเสด็จพี่อนันตราชไปด้วยเพคะ "
.
      จันทรากินรีทูลลงมาจากบนฟ้า
.
.   อนันตราชที่กำลังทรงถูกหิ้วปีกพาบิน
 รีบบอกลาพระมารดา
.
.      " เสด็จแม่....ลูกทูลลาไปหิมพานต์
กับจันทรา พระเจ้าข้า .. "
.
.    องค์มาตากรรแสงด้วยความตื้นตัน
ตอนนี้ ทรงเข้าใจในทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ทั้งหมด
.      มันเป็นความจริง
ตามที่จันทรากินรี
ทูลชี้แจง  นางถูกใส่ร้าย และคนที่กระทำ
ผิดก็ได้รับเวรกรรมตามสนองแล้ว
.
.     รีบทรงโบกพระหัตถ์ให้กับลูกชาย
 และสองกินรี  ที่กำลังบินลอยสูงขึ้น
.         สูงขึ้น.....
.
.       " ไปเถิด... ขอให้บุญรักษาพวกเจ้า
ทุกคน- น้า  "
.
      *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.
.
.  "  ปล่อยให้ข้าลงเดินดินก็ได้
ข้าเป็นผู้ชาย... ตัวย่อมหนัก
.    เจ้าทั้งสองเป็นผู้หญิง แรงย่อมน้อย
ต้องบิน และประคองข้าไปด้วยอย่างนี้
   คงเหนื่อยแสนสาหัส ...
               ข้าเกรงใจ "
.
     อนันตราชที่กางแขนกอดไหล่จันทรา
และไหล่โพระดกอยู่ตัดสินใจบอกนางกินรี
.     เมื่อบินห่างนครกัลปพฤกษ์มาได้ระยะ
หนึ่ง
.
     "  ข้าเข้าใจเจตนาที่ท่านพูด
หากแต่พวกเราไม่มีเวลาเหลือพอ
     ที่จะเปลี่ยนเป็นเดินทางด้วยวิธีอื่น
เราต้องรีบบินกลับหิมพานต์ให้ทัน
และให้เร็วที่สุด
        เหนื่อยอย่างไร ก็ต้องทน "
.
.           จันทราตอบ
.      พลางชำเลืองดูแหวนของเจ้าย่า
ที่ตนสวมติดนิ้วไว้ ที่บัดนี้เป็นสีแดงสด
  เฉกเลือดนก
.
.      " เป็นธุระร้อนสำคัญมากหรือ
 เจ้าทั้งสองจึงมุ่งมั่นจะให้ถึงหิมพานต์
ไวๆ เยี่ยงนั้น "
.
.            " ใช่ ---
.     ธุระของข้า เกี่ยวข้องกับความเป็น
ความตายของคนที่ข้ารักที่สุด
.      ทุกคนที่หิมพานต์กำลังรอข้า
 -ว่าข้าจะทำมันได้สำเร็จ และทันเวลา
หรือไม่ "
.
     " ข้าฟังไม่เข้าใจที่เจ้าพูด จันทรา
แต่อยากรู้ว่า
   -นี่เจ้ามีคนรักที่หิมพานต์ แล้วหรือไร "
.
     " ไว้ทรงทราบเองที่โน่น ดีกว่าเพคะ... "
.
    พอจันทราตอบอย่างนี้ อนันตราชก็หน้า
จ๋อย  จนโพระดกที่บินไปแอบอมยิ้มไป
      ...กลั้นหมั่นไส้เจ้าชาย
.
.        *  *  *  *  *  *  *
.
.
.     บินผ่านนครไพรวัลย์
ก็เป็นเวลาตอนใกล้ค่ำแล้ว...
  .  เพราะทั้งสองต้องพ่วงอนันตราช
มาด้วย จึงบินได้ค่อนข้างช้ามาก
.
      " จวนถึงหิมพานต์หรือยัง "
    อนันตราชถาม เพราะรู้สึกว่าบินกัน
มานาน
.
        " ใกล้แล้วท่าน ...
  เห็นป่าทึบ ข้างหน้าโน้นไหม "
.
    อนันตราชมองตามไป ก้ร้องว่า
.       " ป่าแถวนี้ ไยคุ้นตาข้านัก 
 หรือคือป่า ที่ข้าได้เคยมาเมื่อไม่นาน
มานี้ "
.
      กินรีทั้งสองกระพือปีกช้า ๆ
พอเห็นผาน้ำตกข้างหน้า
       ก็เตรียมร่อนลงพื้นลานหิน
เบื้องล่าง
.
         " ข้านึกได้แล้ว ...
ใช่  - ป่านี้แหละ
      ที่ธนูของข้ากระเด็นจากท้องฟ้า
 แล้วพุ่งหายเข้าไปข้างใน "
.
      โพระดกฟังที่อนันตราชบอก
รีบมองพักตร์ขององค์หญิง
    เห็นทรงนิ่งเฉย จึงถอนใจโล่งอก
 ที่ทรงสะกดกลั้นอารมณ์ได้ดีขึ้น
.
        ครั้นร่อนลงมาถึงพื้นแล้ว...
 จันทรากินรีก็ยืนหันหลังให้ผาน้ำตก
.        หันหน้าเข้าหาป่าทึบรกชัฏ
แล้วเริ่มร่ายเวท  เปิดประตูป่า  
.
"  อิสรา อัมโปรนี อันโตร เม ดรา....
      อิสรา อัมโปรนี อันโตร เม ดรา....
อิสรา อัมโปรนี
     .... อันโตร --เม ดรา "
.
.          บัดนั้น...
.  ภาพป่าเบื้องหน้า ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยน
เหล่าต้นไม้สูงที่บดบังป่าเป็นแนวทึบก็ค่อยๆ
เลือนหาย...
      หายไป อย่างประหลาด
.
.   แล้วเบื้องหน้าก็มีภูเขาใหญ่ปรากฏ
ตระหง่านอยู่ มองเห็นเด่นชัด
.
.    " ประตูป่าหิมพานต์เปิดแล้ว..
ท่านจะไปหิมพานต์กับพวกเราแน่หรือ "
.
.       " ที่ใดมีเจ้า--
      ข้าจะไปที่นั่น จันทรา "
.
.       อนันตราชรีบตอบนาง
.
     " องค์หญิงเพคะ ดูนั่น  ..."
  องค์เทพปักษา กับทหารกินรา
      กำลังบินมาหาเราเพคะ "
.
.    โพระดกชี้ไปที่ท้องฟ้ายามสนธยา
ตรงหน้า ที่สาดแสงสีส้มเหลือง และสี
ต่างๆ ตามแนวเมฆ...
.      ก็แลเห็นมีเหล่ากินรา เจ็ดแปดตน
กำลังบินขยับปีกขึ้นลง ตรงมา
.
   เห็นได้ชัดว่า ตนหนึ่งสวมมงกุฎยอดสูง
ซึ่งจำได้ทันที
.      ว่านั่นคือ ท้าวเทพปักษา
.
       พอทั้งหมดร่อนลงสู่พื้น ....
 จันทรารีบเข้าไปบังคมเสด็จพ่อ
          และโผกอด
    ร่ำไห้ด้วยความดีใจ
.
.      " ท่านพ่อทราบได้อย่างไร
 ว่าลูกจะกลับมาตอนนี้... "
.
     " พ่อเองไม่ทราบหรอก แต่เจ้าย่า
ท่านบอกว่า วันนี้ จะครบกำหนด 15
ทิวาราตรี
     อย่างไรเสีย ...ลูกกับโพระดก
ก็จะต้องพากันกลับมา "
.
       ทรงมองอนันตราช ที่ถวาย
บังคมให้พระองค์ พร้อมกับจันทรา
เมื่อกี้
.        ก็ถามจันทรากินรีทันที
.
 " แล้วนี่ใครหรือ ...
           ดูเหมือน จะเป็นมนุษย์ "
.
         " เพคะ..
    ท่านผู้นี้ คือ เจ้าชายอนันตราช
 แห่งนครกัลปพฤกษ์
     ลูกพาเขามา  เพื่อ..
            -- เอ้อ "
.
       ท้าวเทพปักษาเริ่มวรกายสั่น..
ทรงเดาความนัยนั้นได้...
.
  " เพื่อภารกิจของพวกเรา ใช่ไหม
.           -- หือ
     ใช่ไหม จันทรา ? "
.
     เจ้าหญิงก้มหน้า สะอื้น ไม่ทรง
ตอบ
.
      ท้าวเทพปักษาจึงหันไปทาง
นางพี่เลี้ยงโพระดก
.
.  " โพระดก เจ้าจงบอกข้าตามตรง
 เจ้าชายผู้นี้  คือผู้ที่พวกเราติดตาม
ล่าตัวมา
        ...ใช่หรือไม่ ? "
.
.     โพระดกพนมมือไหว้ ก้มหน้า
ตอบด้วยความเกรงกลัว
.
           " เพคะ "
.
          อนันตราชงุนงง....
 เพราะไม่เคยรู้  ไม่เคยมีใครบอกเล่า
เกี่ยวกับเหตุการณ์ความตายที่เกิดขึ้น
กับสุริยันกินรา ให้ทรงทราบมาก่อน
.
      ทำไมหรือ ?....จันทราจึงต้อง
ตามล่าตนด้วย..
.
.      " ผั๊วะ !! "
.
       อนันตราชหน้าหงายไม่รู้ตัว
 เมื่อโดนท้าวเทพปักษาตบหน้า
       ฉาดใหญ่เข้าอย่างจัง
.
.      " แกฆ่าลูกชายของข้า !"
.  
.           " ท่านเทพปักษา ...
 ตบหน้าข้าทำไม ?
.  ข้าไปฆ่าลูกชายของท่านเมื่อไรกัน ? "
.
.       จันทรากินรีทำท่าจะอธิบายให้
อนันตราชฟัง
     แต่ท้าวเทพปักษาทรงโบกหัตถ์ห้าม
.
.         " ทหาร --
     รีบพาตัวอนันตราชไปที่ถ้ำค้างคาวดำ
เดี๋ยวนี้ "
.
    ทรงชี้ไปที่เสนากินราสูงวัยตนหนึ่ง
.
.       " ส่วนเจ้า ...
   -จงรีบไปใช้เวทปิดประตูป่า "
.
      "  จันทรา... เจ้ารีบบินไปกับพ่อ
 เราไม่มีเวลามากแล้ว...
    เจ้าแม่ย่า และทุกคน กำลังรอเจ้า
อยู่ที่ถ้ำ "
.
      กล่าวแล้ว ท้าวเทพปักษาก็กระพือปีก
ถีบเท้าออกตัว บินขึ้นฟ้าไปทันที
.
        จันทรา และโพระดก จึงรีบบินตาม
ไปติดๆ
.    ทหารกินราตนนั้น วิ่งออกไปร่ายเวท
ปิดป่า
.
      ส่วนอีกสี่นาย ตรงเข้ามาประกบ
จับกุมตัวอนันตราชไว้แน่นหนา
.         แล้วโผบินขึ้นพร้อมกัน 
.       พาร่างของเจ้าชายผ่านอากาศ
ยามใกล้ค่ำ ไปยังถ้ำค้างคาวดำ
             อย่างไม่รอช้า
.
    *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.    ทหารกินราร่อนลงหน้าถ้ำ
วางอนันตราชลงยืนกับพื้น
     แล้วผละออกห่าง ปล่อยตัวเจ้าชาย
ให้เป็นอิสระ...
.

.

.
.                                           ( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล )
.
.       อนันตราชเหลียวมองไปรอบๆ
.   ทรงตระหนักทันทีว่า  ตนกำลังตกเป็น
เป้าสายตาของหมู่มหาสมาคม
.
.     เพราะฝูงกินรา กินรี จำนวนมากมาย
รายล้อมอยู่ในถ้ำ แน่นขนัด 
.       บ้างยืน บ้างนั่ง ...
   บางตนนั่งชันเข่า ปีกลู่ เกาะโขดหิน
มองดูเหมือนเวตาล
.       และมีกินรา และกินรีรุ่นเด็กๆ ซุกซน
หลายตัว ปีนไต่ กระโดดโลดเต้นไปมาตาม
ผนังถ้ำ
.
.        พออนันตราชปรากฏองค์
.     ทุกตนก็หันมา พุ่งสายตาจับจ้อง
ประหนึ่งกำลังมองดูนักโทษประหาร
ผู้น่าชัง...
.
      แม้สายตาของจันทรา และโพระดก
ก็มองมาเช่นกัน 
.   อนันตราชยิ่งมึนงง  จนสับสนไปหมด ...
.
.      *  *  *  *  *  *  *
.
.     " จันทรากินรี ...
โปรดช่วยบอกข้าให้กระจ่าง
.         ข้าได้ทำสิ่งใดผิด ?
ข้าได้ฆ่าลูกชายขององค์เทพปักษา
    ตามที่ท่านกล่าวหา
          จริงๆ หรือ ? "
.
.   จันทรากินรีเดินออกมาที่ลานกว้าง
ของถ้ำ
       หยุดตรงหน้าอนันตราช
.
.           " อนันตราช...ที่นี่ คือถ้ำ
ค้างคาวดำ
.         และนั่นคือ ท่านปู่ค้างคาวดำ
 ผู้เป็นที่นับถือของพวกเรา - เหล่ากินรา
และกินรี  "
.
.
.
.        (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.
.       อนันตราชรีบถวายบังคมไหว้ค้างคาวดำ
ที่เกาะเพดานถ้ำ ห้อยหัวมองลงมา
.     ท่านมีร่างกายใหญ่โตมาก  เฮฟวี่เวทพอๆ
กับลูกม้ารุ่นๆ
.
.    " บังคมพระเจ้าค่ะ ...ท่านปู่ค้างคาวดำ "
.
.    "  ปันใหญ่ ปันสูง เจ้าชายอนันตราช "
.      ท่านปู่ค้างคาวอำนวยพรให้  ด้วยชอบใจ
ในความนอบน้อมของอนันตราชเป็นยิ่งนัก
.        " มือตีนอ่อนดีมาก นิ-ท่าน "
.
.      " ส่วนองค์นี้--  คือเสด็จเจ้าแม่ย่ากินรี
ของข้า "
.
     อนันตราชรีบทรุดลงกราบบังคม
.
           " บังคมพระเจ้าค่ะ "
.
   กินรีราชนิกูลเฒ่าทรงสะบัดบ๊อบหงอก
เบือนพักตร์หนีไหว้ อย่างสุดชัง
.  ทำให้อนันตราชยิ่งไม่เข้าใจสาเหตุ
.
         จันทรากล่าวต่อทันที
.
 " ท่านจงตามข้ามาที่โลงแก้วนี้ "
.
       อนันตราชรีบดำเนินตามนาง
ไปที่โลงแก้ว  ซึ่งวางตั้งเด่นอยู่บนแท่น
ไม่ไกล
   ทอดเนตรไปในโลง เห็นเป็นกินราหนุ่ม
ตนหนึ่งนอนหงายอยู่
.        ดูสภาพยังปกติ เหมือนคนที่กำลัง
นอนหลับ มากกว่าคนตาย
.
       " กินราหนุ่มรูปงาม ท่าทางสูงศักดิ์
ผู้นี้ เขาเป็นใครหรือ ? "
.
          " เขาคือ เจ้าชายสุริยันกินรา
พี่ชายร่วมสายโลหิตของข้า
.    นี่แหละ คือผู้ที่ข้าบอกท่าน ว่าเป็น
สุดที่รักของข้าละ "
.
.    อนันตราชได้ฟัง ก็รู้สึกโล่งพระทัย
ที่เฝ้าคิดกังวลว่า  จันทรากินรีคงมีคู่รัก
คู่หมาย คู่ครองแล้วที่หิมพานต์
.  ที่แท้ ก็คือพระเชษฐาสุดที่รักของนาง
นั่นเอง
.
.  " แล้วเหตุใด ถึงต้องนำพี่ชายเจ้ามาไว้
ในโลงแก้วนี้ "
.
    จันทรากินรีตบมือดังๆ  ขึ้นสามครั้ง
.
        แปะ-  แปะ - แปะ ...
.
.       ทหารกินราคนหนึ่ง รีบเดินออกมา
อย่างฉับไว     นำพานใส่ห่อผ้ายื่นถวาย
ให้นาง
.
.      จันทรากินรีแก้ห่อผ้าออก  แล้วหยิบ
ลูกศรแฝด -ธนูเงินธนูทอง
.        ชูขึ้นให้เจ้าชายดู  แล้วตรัสถาม
เสียงดังก้องถ้ำ
.
.         " อนันตราช---
.   ท่านจำสิ่งนี้
.           ได้หรือไม่ ? "
.
.     "  โอ--ธนูเงิน ธนูทอง
.    เป็นธนูของข้าเอง จันทรา  .... "
.
       เจ้าชายรับเอาธนูมาเพ่งดู
แล้วตรัสว่า
.
.        " พอดูนัมเบอร์  ที่สลักติดไว้
ที่ก้านศร
.        ข้าขอยืนยัน ว่าเป็นธนูของข้า
ที่หายไป  แล้วเรียกกลับคืนไม่ได้ 
  เพราะธนูรุ่นนี้ เป็นรุ่นลิมิตเต็ด-limited
ข้าจำได้ ทุกนัมเบอร์  ...
.
.         ข้าจะเล่าให้ทุกท่าน  ณ ที่นี้
ได้ทราบ 
.         เมื่อสักสิบห้าวันมาแล้ว
ข้ามาประพาสป่า  แล้วอากาศร้อนมาก
   อุณหภูมิแตะปรอท ที่กว่า 40 ...
 .     แสงแดดตรงหัว ส่องแรงจ้า
 จนกายข้าแสบ แทบลุกไหม้
.
.  ข้าจึงใช้ธนูนี้   เล็งยิงขึ้นไปที่พระอาทิตย์
เพื่อจะดับแสง พอให้หายคลายร้อน
ได้บ้าง
.     ธนูของข้า ก็เกิดไปกระทบกับตัวถัง
ของรถพระทินกร
      ธนูจึงกระเด็น   เปลี่ยนทิศทาง พุ่งลง
จากฟ้า และหายเข้ามาในป่า แถบบริเวณ
ผาน้ำตก... "
.
.     จันรากินรีจึงบอกเจ้าชาย
.
.       " ธนูของท่าน พุ่งมาปักอุระของ
เสด็จพี่สุริยันของข้า ถึงแก่สิ้นชีพ ...
 .     พวกเราจึงนำร่างมาไว้ในโลงแก้ว
ในถ้ำนี้ "
.
.         " โธ่เอ๋ย... "
.      อนันตราชอุทาน
.           " เป็นดั่งนี้หรือ ? "
.
.   เจ้าชายทรงตกใจ และเสียพระทัย
สุดๆ ทรงหันไปมององค์สุริยันกินรา
.      แล้วทรุดองค์ลงที่หน้าโลงแก้ว
ประนมมือ กราบกับพื้นสามครั้ง
. ตรัสขอโทษต่อเจ้าชายสุริยันกินรา
.    " สุริยันกินรา  ข้าขอโทษท่าน
ข้าเสียใจยิ่งนัก
.  ข้าสาบาน-  ข้าไม่ได้มีเจตนายิง
ท่านเลย แม้แต่น้อย
.        แต่เมื่อมันเป็นเช่นนี้ไปแล้ว
ข้าก็จะไม่ให้อภัยตัวเอง...
 .      ข้ายินดี รับโทษทัณฑ์ที่ข้าได้
ก่อไว้ทุกประการ  "
.
.      เสด็จเจ้าย่าทรงเดินออกมา
ทรงเชิดพักตร์ ตรัสบ้างว่า
.
.    " ยังดีนะ -- ที่ลิขิตแห่งสวรรค์
ทรงมีเมตตาต่อสุริยันกินรา หลานชาย
ผู้เป็นที่รักยิ่งของข้าอยู่
.    จึงประทานวิธีแก้ไข  ให้สามารถ
เรียกวิญญาณของสุริยันกลับคืนร่างได้ "
.
.      ทรงหยุดตรัส แล้วไอโขลกๆ ตาม
สภาพกินรีชราสูงวัย
.    ที่แม้ประกันภัยสุขภาพ ยังเมิน เดินหนี
ไม่ยอมรับทำ
.
.    "  โดยสวรรค์กำหนดไว้ว่า ..(ไอ)- อุ -อุ
ให้ผ่าเอาหัวใจของเจ้า--อนันตราช
.    ซึ่งพวกเรา-ชาวกินรี กินรา ถือว่าเจ้าเป็น
ศัตรูของพวกเราทุกคน 
.    เราจึงส่งจันทรากินรี  และพี่เลี้ยงโพระดก
ออกจากหิมพานต์  เพื่อไปตามล่าตัวเจ้า นำตัว
จากเมืองมนุษย์มาที่นี่
.     ให้ทันกาล ภายใน 15 ทิวาราตรี
.
.            ฟังนะ---
.   เราจะผ่าเอาหัวใจเจ้า ออกมาเพียงครึ่งดวง 
วางบนอุระของสุริยัน
.      แล้ววิญญาณของเขา ก็จะกลับเข้าสู่ร่าง
ฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง "
.
.     อนันตราชรีบทูลเสด็จย่าทันที
.
            " โอ-- เสด็จย่ากินรี
.      ข้ายินดีมอบหัวใจของข้า...
  เชิญท่านผ่าอุระข้าได้เลย  ในบัดนี้ "
.
.     โพระดกรีบทูลแจ้งเงื่อนไขอีกอย่าง
ให้ทุกคนได้รับรู้เพิ่มเติม
.                                                     
.      "  แต่สวรรค์ ---  ก็ยังมีข้อแม้ว่า
.  หัวใจครึ่งก้อนของท่าน จะบังเกิดผล
ตามบัญชาแห่งสวรรค์ได้  ก็ต่อเมื่อท่าน
มีความรัก ให้แก่องค์หญิงจันทรากินรี
ของพวกเรา
 .   และองค์หญิงเอง ก็ต้องมีความรักให้แก่
ท่านด้วยเช่นกัน เพคะ "

.
   "  ข้ามีหัวใจที่รักมั่น ต่อจันทรากินรี  "
.
.       อนันตราชตรัสยืนยัน
.
.        ท้าวเทพปักษาได้ฟัง ก็หันไปทาง
จันทรากินรี
.
    " แล้วเจ้าเล่า....
              เจ้ารักอนันตราชหรือไม่ ? "
.
.        "  พระบิดาเจ้าข้า .. "
.    จันทรากินรีทูลตอบ   สุรเสียงสั่น
ด้วยทรงยังน้อยพระทัยต่อสิ่งที่อนันตราช
ได้กระทำต่อนาง
.
   "  ลูกเกลียดชังอนันตราชผู้นี้ ยิ่งนัก --
พระองค์เกือบจะโองการ ให้ทหารเผาบูชายัญ
ลูกทั้งเป็น --- ฮือๆ
.     ลูกไม่มีวัน ที่จะรักพระองค์ เพคะ
                 ฮือ ๆๆๆ ..."
.
.        ทรงตรัสตอบ    พลางกรรแสงสะอื้น
อย่างขมขื่น
.       ทำให้ทุกคนฟังแล้วใจหาย
.
.           "  โธ่ --จันทราเอ๋ย
.      ข้านี้ -ได้ทำตัวเลว ใจดำต่ำช้ากับเจ้า
เสียเหลือเกิน
.     เป็นเพราะข้าถูกมนตร์ดำ  ที่อัปสรา
ดารารายกระทำใส่ จนไร้สติสัมปชัญญะ
     อนิจจา --เจ้าถึงได้เกลียดแค้น ชิงชังข้า
ยิ่งกว่ากิ้งกือ ไส้เดือน เหล่ารากดินเยี่ยงนี้  "
.
    อนันตราชทรงคร่ำครวญอย่างเสียพระทัย
ไปอีกองค์
.
.      ทุกคนในถ้ำ พากันถอนหายใจ
" เฮ่ยยยยย... "  อย่างผิดหวัง..
.
ดูหรือ--
.     หนทางที่จะช่วยเรียกชีวิตองค์สุริยัน
กลับคืน  เหมือนกำลังจะเข้าวิน นอนมาใสๆ
.     กลับมาแอเร่อร์ ( error) เหมือนตอน
วิ่งแข่งสี่คูณร้อย มาส่งไม้สี่พลาดหน้าเส้นชัย
แบบนี้
.    มันสุดแสนจะเสียดายโอกาสทองนั้นมาก
จริงๆ
.
.     ท่านค้างคาวดำ ที่เกาะหลืบหินห้อยหัว
มาทั้งวัน ก็ขยับปีกไปมาสองสามยึก
.    บรรเทาอาการวิงเวียน  หน้ามืด มึนหัว
และเมื่อยขบ
.
.        แล้วกล่าวดังๆ  ด้วยเสียงที่-ทั้งห้าว
ทั้งแหบ..
.
.          " เอ....
.   แล้วจะทำอย่างไรกันดี  หัวใจของศัตรู
มีรักให้
.      แต่ฝั่งของเรา กลับไร้อารมณ์อินเลิฟ
ไปซะงั้น...
.    อีกอย่าง ที่สวรรค์กำหนดให้มีเวลาช่วย
สุริยัน เพียงในเพลา 15 ทิวาราตรี
.          แล้วตอนนี้---
.     ก็กำลังจะครบบริบูรณ์ ในอีกแค่ 100
ห้วงลมหายใจเท่านั้นนะ - จะบอกให้ "
.
.         ทันใดนั้น...
.     อนันตราชก็จับพระแสงมีดสั้น
ที่ติดองค์เองมาตลอด เงื้อชูขึ้น
.
.        ตรัสเสียงดัง ก้องถ้ำ
.
. " มาเอาหัวใจของข้าไปเถิด ! "
.
.      แล้วแทงมีดลง -
       ...  ปักฉึก
   ที่ใกล้อุระของตนเอง
.
.   " ว้ายยย...
.           อนันตราช  "
.
.       จันทรากินรีร้อง รีบตรงเข้าฉวยมือ
ของอนันตราชที่กุมมีดที่ปักคาอก...
.    เห็นโลหิตสีแดงเข้ม ไหลทะลักออกมา
พลั่กๆ
.
.    ทุกคนร้องฮือ กันอื้ออึง - องค์อนันตราช
ทรงเด็ดเดี่ยว ได้ใจเหลือเกิน
.  ทรงใช้มีดสั้นแทงองค์ เพื่อสละหัวใจให้
.
.            "  โอ--อนันตราช
      ... เจ้า -เจ้าแมนมาก
. ข้า-เทพปักษา ขอประกาศให้อภัยเจ้า "
.
.   ผู้ครองนครหิมพานต์ทรงถึงแก่หลุดโอษฐ์
ตรัสประโยคนี้ออกมา
.
          หากจันทราตัวสั่น กรรแสง  และ
ตัดพ้อ
.
.    " ทำไมท่านจึงเขลาเยี่ยงนี้....
.                ฮือๆๆๆ..
.    ทำเช่นนี้ - ก็ใช่ว่า หัวใจของท่านจะใช้
รักษาพี่ชายข้าได้ "
.
.     อนันตราชกล่าวแก่นางว่า
.
.      " เอาหัวใจข้าไปเถิด..จันทรา
ความรักที่ข้ามีต่อเจ้า มันมากมายนัก
.    อาจทดแทน ที่เจ้าไม่รักข้าเลย
ก็เป็นได้ "
.
.         " โธ่เอ๋ย...อนันตราช "
  เจ้าแม่ย่ารำพันด้วยความซาบซึ้ง
.        " ช่างกล้าหาญ เสียสละ
สมเป็นหน่อเนื้อ   เชื้อราชวงศ์แห่ง
สายเลือดขัติยา "
.
.      ท่านปู่ค้างคาวดำมีสติกว่าใคร
รีบกระพือปีก ส่งกลิ่นอับๆ อมตะ
.  กระตุ้นเตือนบอกเรื่องเวลา ที่ตั้งหน้า
ตั้งตา  ติ๊ก ต็อก - ติ๊ก ต็อก....
    แบบ- กรูต้องแคร์ใคร -อ๊ะปะ ?
.
.    "  จงรีบผ่าเอาหัวใจของเจ้าชาย
ออกมา...
.    เวลาที่สวรรค์กำหนด  กำลังหดใกล้
เข้ามาทุกทีแล้วเน่อ ... "
.
.             " จันทรา..."
         อนันตราชเรียก และสั่งนาง
. " เจ้าจงใช้มีด คว้านตรงอกข้าให้กว้างออก
 แล้วชำแหละหัวใจข้า ออกมาให้ได้ครึ่งหนึ่ง
.      ...ข้าทำเองไม่ได้ "
.
.             " โธ่... "
.          จันทราปล่อยโฮ !....
       สงสารอนันตราช ที่เจ็บปวดจนพักตร์
หล่อเหลานั้นเหยเก...
.
.         " เร็วเข้าจันทรา ... "
.      อนันตราชร้องเตือนอีกครั้ง
   " รีบลงมือทำเดี๋ยวนี้ ... เราต้องช่วย
สุริยันกินราให้ทันเวลา "
.
.       เจ้าหญิงจันทรากินรีกัดฟัน
    จับมีด กดแทงลงไปในอกเจ้าชาย
ให้ลึกกว่าเดิม
.     โลหิตจึงยิ่งไหลทะลักออกมามาก
กว่าเดิม  จนชุ่มโชกวรกายของเจ้าชาย
.
.        อนันตราชสะดุ้งเฮือก 
งอองค์  ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
.      ...ทรงฝืนองค์ยืนใหม่
 พยักหน้า ให้จันทรากระทำการต่อ
.
.  จันทราจึงดันมีดแรงๆ   กระชาก
เปิดแผลให้กว้างออก
.
.         อนันตราชหลับตาปี๋ -ย่นหน้า    
ฝืนกลั้นความเจ็บปวด   จนน้ำเนตรของ
ชายชาตรีไหลริน    อาบแก้มลงมา
เป็นทาง
.
.       " อนันตราชจ๋า...."
.   จันทราเห็นเช่นนั้น ก็สะอื้นฮัก ๆ
  " ข้าสงสารท่านเหลือเกิน 
  .         ... ฮือๆๆ "
.
    " เห็นดวงใจของข้าไหม
.               โอย---
     รีบผ่าครึ่งมันเลย จันทรา "
.
.     จันทราล้วงจับหัวใจของอนันตราช
ไว้ทั้งน้ำตาพร่า
.     -- ถอนมีดออกมาจากอก
.       กะประมาณให้ได้ครึ่ง...
  แล้วเชือด ตัดหัวใจดวงนั้น อย่างบรรจง
.
.
.     เวลานี้  กินรี กินราทุกตนในถ้ำ
ไม่เว้นแม่แต่เจ้าย่า หรือเหล่าทหาร
กินรา   ต่างร่ำไห้  สะอึกสะอื้น
.
.   สุดสงสารเจ้าชายอนันตราช ที่ยืนวรกาย
สั่นระริก...
.   ยึดจับไหล่ของจันทรากินรี  ผู้กำลังเฉือน
หัวใจ-  แบบไลฟ์ - live สดๆ  ต่อหน้าทุกคน
.       จวนจะสำเร็จ...
.
.    โพระดกยืนร้องไห้  น้ำตานองใบหน้า
ของนาง
.     สงสารเจ้าชาย และองค์หญิงสุดพรรณา
จนนางถึงแก่ละเมอ เพ้อพล่ามออกมา
.
.       " โถ--   ใจเท่าเพียงกำปั้น...
.                แล้วยังจะห้ำ จะหั่น
    จะแบ่ง  จะปัน...เพียงครึ่งใจ ..
                      ฮือ ๆ ๆ... "
.
         *  *  *  *  *  *  *  *
.
.  ทันที-ที่จันทรากินรีเฉือนครึ่งของ
หัวใจอนันตราช   ขาดหลุดออกมา
จากอุระ...
.
.         เจ้าชายก็สิ้นลม    ทรุดองค์ 
. ร่วงล้มหงาย
.
.    จันทรายืนถือหัวใจที่ยังเต้นกระดุบ-กระดุบ
ของอนันตราช   ร้องลั่น
.
.         " อนันตราช ! ...
.                   ฮือ ๆๆ "
.
.     " ทหาร-- รีบเปิดฝาโลงแก้ว !  "
.          เทพปักษาทรงตะโกนสั่ง
.     "  จันทรา  รีบเอาหัวใจไปวางบนอุระ
ของสุริยัน -เร็ว ! "
.
.          จันทรายังหันรีหันขวาง
.  ด้วยใจเป็นห่วงอนันตราช ที่เห็นล้มนอน
แน่นิ่งกับพื้นถ้ำ...
.
.     "  กำลังจะหมดเวลาแล้วนะ --จันทรา
.  รีบทำตามที่พ่อสั่ง --  เดี๋ยวนี้ ! "
.
.     เจ้าหญิงจึงรีบตรงไปที่โลงแก้ว ที่ทหาร
กินราเปิดฝารอไว้ให้
.      ทรงบรรจงวางหัวใจของอนันตราช
 ลงบนอุระของสุริยันกินรา
.      แล้วถอยวรกายออกมา
.
.              พลัน ...
.  ก็บังเกิดสิ่งอัศจรรย์ อันดับแปดของ
โลก ที่โลงแก้ว
.
 .     มีหมอกควันจางๆ สีเงินยวง แผ่ซ่าน
ออกมาจากในตัวโลง
.   แล้วตามด้วยกลุ่มละอองดาว สีฟ้า  สีเหลือง
และสีส้ม ขนาดเท่าไข่ไก่เบอร์ศูนย์ ส่งประกาย
ดาววิบวับ
.          ดูเลื่อม ระยิบระยับ  สวยงาม
.   ลอยฟุ้ง  กระจาย ขึ้นมาจากองค์ของสุริยัน
กินราไม่ขาดสาย....
.
.    และที่ยิ่งน่าอัศจรรย์  นั่นคือ ทันใดนั้น ก็แว่ว
เสียงร้อง
.
     " ก็อก-ก็อก กระโต้งโฮง !
             --ก็อก-ก็อก กระโต้งโฮง  !
                      --  ฯลฯ  "

.      ของฝูงนกยูงไพร จากป่าลึกบริเวณใกล้ๆ
ถ้ำค้างคาวดำ  ดังขึ้นเซ็งแซ่
.      และแล้ว -- นกยูงฝูงใหญ่ฝูงหนึ่ง ก็ปรากฏ
ขึ้นเหนือท้องฟ้าหน้าปากคูหาถ้ำ

.      ทุกคนหันไปมอง  ก็เห็นเหล่านกยูงพากัน
กระพือปีก บินว่อนฟ้า สวนกันไปมา จนดูคลาคล่ำ
ไปหมด
.
.
.                 (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.
.   แล้วทุกตัวก็โผจับเกาะกิ่งไม้สูง ร้องขันเสียงดัง
กังวานก้องป่า
.   ราวกับร่วมรับรู้ว่า  บัดนี้ วิญญาณของสุริยัน  
เจ้าชายกินราหนุ่มแห่งวงศ์วานสายมยูรทองกำลัง
จะก่อเกิดพระชนม์ชีพใหม่อีกครั้ง
.
.        ละอองดาวกลุ่มใหญ่ ที่ลอยขึ้นมาเหนือ
โลงแก้วนั้น  ได้ทยอยแตกตัว ดังเปรี๊ยะ-
.    สลายตัวเอง หายไป - ดวงแล้ว ดวงเล่า
.
.       พอละอองดาวทุกดวงจางหาย   นกยูงป่าก็
พรูกัน โผบินออกไปจากป่าบริเวณนั้น  -- หายไป
ทันที
.
.      และทันใด เจ้าชายสุริยันกินราก็เริ่มรู้สึกตน
ทรงขยับองค์  และกระแอมไอเบาๆ
.
.
.
.
.        " เสด็จพี่ฟื้นแล้ว !! "
.
      จันทราร้องอุทานด้วยความดีใจ
.
.     ทุกชีวิตในถ้ำ พากันชะเง้อมองที่โลงแก้ว
แล้วปรบมือ โห่ร้องแสดงความยินดี
.     เมื่อเห็นเจ้าชายกินราได้ฟื้นคืนชีพกลับมา
อีกครั้ง อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
.
.          องค์เทพปักษาทรงโผเข้ากอด
รับขวัญลูกชายที่ยังสลึมสลือ อย่างสุด
แสนจะปลาบปลื้ม
.
.     เจ้าแม่ย่ายิ้ม ระบายลมหายใจอย่าง
โล่งอก
.   ที่ตอนนี้ หลานชายแสนรักได้ฟื้นกลับมา
มีชีวิตอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อ
.      ทรงแตะองค์จันทรากินรี ตรัสชมนาง
ด้วยความเอ็นดู  
.
.        " เก่งมากจันทรา หลานย่า
.   เห็นไหม- ที่จริงแล้ว หัวใจของเจ้า
ก็รักอนันตราชนี่นา
.          รีบไปดูเจ้าชายก่อนเถิด ... 
ทางนี้ ย่าจะบอกให้สุริยันเข้าใจทุกๆ อย่าง
เอง "
.
.          จันทรารีบกลับมาที่อนันตราช
.       ทรงคุกเข่า ช้อนประคองร่างที่อ่อน
ปวกเปียกของเจ้าชายขึ้นมา
. ลูบไล้พักตร์ซีดเซียวนั้น อย่างแสนห่วงใย
.
.            " อนันตราช...
.    ท่านได้ยินที่ข้าเรียกไหม ? "
.
.                เงียบ...
.
.        ทรงเรียกอีกครั้ง
.            " อนันตราช...
   ท่านเป็นอย่างไรบ้าง  โปรดตอบข้าด้วย "
.
.           ไม่มีปฏิกริยาตอบสนอง...
.   ศอของอนันตราชไร้การควบคุม
 อ่อนพับไปมา
.     ทำให้จันทราตกใจสุดขีด ทรงหวีดร้อง
ร่ำไห้....
.
.     "    อนันตราช---
    อย่าจากข้าไปนะ  !!!
.         อนันตราช -- ข้ารักท่าน !! .. ฮือๆ  "
.
.     ทหารที่อยู่ใกล้ๆ แอบป้ายนิ้วเช็ดน้ำตา
ตัวเอง  ก่อนทูลบอกองค์หญิงว่า
.
     "  เจ้าชายสิ้นลมไป  ตั้งแต่ตอนหัวใจ
หลุดออกจากร่างแล้ว
.             - พระเจ้าค่ะ  "
.
.    จันทรากินรีกรีดร้องอีกครั้ง  น้ำเนตร
ไหลพรากๆ
.     ทรงกอดร่างของอนันตราชไว้แนบอก
เอาแต่สะอื้น...คร่ำครวญเรียกหาเจ้าชาย
        จนทุกคนต่างมารุมล้อม ปลอบโยน
ด้วยความเวทนา
.
.          แล้วเจ้าหญิง...ก็สะอื้นฮัก จนตัวโยน
 พักตร์ซีดเผือด -- เนตรทั้งคู่หลับนิ่ง
.
.     โพระดกรีบผวาเข้าหา  จึงทันรับร่างของ
จันทรากินรี ที่ไร้เรี่ยวแรง ..
.         ทรงสิ้นสติสมประดี
.
       *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     ชาวนครเทพปักษาตัดสินใจเก็บรักษา
ร่างของเจ้าชายอนันตราชไว้ในโลงแก้ว
ในสุสานที่หนาวจนเยือกแข็ง ณ ถ้ำค้างคาว
ดำ
.     เป็นการให้เกียรติอย่างสูงแก่เจ้าชาย
แห่งเมืองมนุษย์
.     ถือประหนึ่งว่า ทรงเป็นองค์ราชวงศ์
ของเหล่ากินรีกินรา พระองค์หนึ่ง
.
.     หยาดน้ำตาของเจ้าหญิงจันทรากินรี
รินหยด
.     ขณะทรงวางดอกกาสะลองคำดอกหนึ่ง
ลงบนอุระของเจ้าชายอนันตราช  เป็นการไว้
อาลัยครั้งสุดท้าย
.
.
.
.
.                  (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.

.
          ทรงถอยห่างออกมา--
สะอื้นไห้ในอ้ออมกอดของเจ้าแม่ย่า
.
       ทหารกินราปิดฝาโลงแก้ว
และผนึกขอบด้วยยางไม้ อย่างแน่นหนา
.
.       เพราะจะไม่มีวันใดอีกแล้ว
ที่เจ้าชายอนันตราช เจ้าของพักตร์ที่ทรง
เสน่ห์แสนงดงาม ผู้หล่อเหลาปานเทพบุตร
จะมีโอกาสได้ฟื้นชีพกลับมาอีก  เหมือน
อย่างเจ้าชายสุริยันกินรา
.
.    ด้วยท่านค้างคาวดำได้เพ่งอ่านลิขิต
ของสวรรค์
        กล่าวแก่จันทรา ว่าวิญญาณของ
เจ้าชาย
ได้ถูกสวรรค์เรียกคืนไปอยู่ที่นั่น
แล้ว
อย่างถาวร...
.
.
            " จันทราเอ๋ย...
   หลานอยากไปถือศีลภาวนากับย่า
ที่ถ้ำทางตะวันตกด้วยกันไหม
    จิตใจเจ้าจะได้สงบลงบ้าง " 
.
        " เพคะ เจ้าแม่ย่า..."
.
.      จันทรากลั้นกรรแสง ตอบรับ
คำย่า
.
       "โปรดชี้แนะแก่หลานด้วย
     หลานอยากลืมทุกๆ อย่างให้ได้
เสียเหลือเกิน "
.
          " โธ่เอ๋ย -หลานรักของย่า
  งั้นมาเถิด...
.            ไปกับย่า  "
.
.      สองกินรีสูงศักดิ์ยืนสงบนิ่งหน้า
โลงแก้ว อำลาอนันตราช เจ้าชายหนุ่ม
ผู้งามทั้งรูปกาย และจิตใจ  ที่จากไป
อย่างไม่วันหวนกลับ
.
.    ก่อนจะพากันบินช้าๆ ออกจากถ้ำ
ค้างคาวดำ
.    
ฝ่าแสงสีทองของอาทิตย์ยามอัสดง
ร่อนฟ้า มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
.
.
.
.       
    (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.

.     
.           ...ละทิ้งเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
      ให้จางหายไปกับกาลเวลา
.
.     เหมือนใบกาสะลองคำแห้งใบหนึ่ง
  ที่ร่วงโรย ปลิวหล่นตกที่พื้น
.       ...ก็มองเห็นได้เช่นนั้น
.
.     สักพักหนึ่ง   มันก็ถูกลืมเลือน ไม่มีใคร
จดจำ เมื่อกาลเวลาได้พาใบแห้งอื่นๆ ร่วงลงมา
ให้เห็นแทน....
.
.   
.
.
.               จบบริบูรณ์
.
.
ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ
เข้ามาเยี่ยมเยือนบล็อกของผมครับ



Create Date : 21 ตุลาคม 2559
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2560 9:51:15 น.
Counter : 1464 Pageviews.

0 comments

BlogGang Popular Award#13



เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
6
8
10
11
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog