นิยาย " จันทรากินรี" - เหมชาติ ทอง ( ตอนที่ 6 . )













































































.
.
.    จันทรากินรี
.
.                    เหมชาติ  ทอง
.
.
.              ๖ .
.
.    " เอ็งเก่งมาก นังเหยี่ยน...
 พอบูชายัญด้วยสำรับจัดหนักแบบนั้น
เสด็จพี่อนันตราชก็ลุ่มหลงข้า
.      จนไม่ลืมหูลืมตา  "
.
.     ดารารายส่งสร้อยคอทองคำหนึ่งสลึง พร้อมจี้
ในกล่องตลับกลม สีแดง มีฝาปิด เป็นรางวัล
ให้นางบ่าว
.
.     เหยี่ยนรับของกำนัล เปิดตลับออกดู หยิบมา
สวมใส่ทันที
ด้วยความดีใจ
.
     " ... แต่ทำอย่างไรดี  ข้าจึงจะกำจัดนาง
จันทรากินรี ไปให้พ้นๆ เมืองนี้ได้ "
.
     "     ทูนหัวของบ่าว ----ยากปะไร
ก็ทรงออดอ้อน เพ็ดทูล ให้องค์อนันตราช
โองการออกมาซิเพคะ "
.
.     " มันไม่ง่ายอย่างที่แกคิด  แกลืมไป
แล้วหรือ  ยังมีองค์มาตารานีอยู่ทั้งคน
.    เดี๋ยวก็ออกมาบ๊งเบ๊งข้า  ให้ต้องอับอาย
อีก   ถ้านางจันทราโดนข้าเล่นงาน แบบไม่
สมเหตุสมผล..."
.
.     " ก็สร้างความผิดให้มันซิเพคะ  จะได้
สมเหตุสมผล...
.       เอาชนิดที่องค์มาตารับไม่ได้  จะได้
ไม่มาขัดขวาง"
.
.        " ให้มันผิดเรื่องไรดีล่ะ "
.
.           " ก็-- "
      นังเหยี่ยนมีหูตาแพรวพราวทันใด
   " ทำไมพระมเหสีไม่เรียกองค์เขมรัฐ
( ขะ-เม๋-รัด ) มาช่วยเรื่องนี้  ล่ะเพคะ "
.
.       "เขมรัฐ ...น้องชายของข้า  ที่ตอนนี้
ไปหางานพาร์ทไทม์ทำ    ที่ร้านโรตีของชาว
วิลาศ  ที่เมืองดึกดำบรรพ์
            ... นั้นน่ะหรา ? "
.
       " เพคะ ..."
.
.      นางเหยี่ยนยิ้มระรื่น  พักตร์หล่อ -แบบชน
แควันโคเรียของเจ้าชายวัยรุ่นคนนั้น ลอยมาใน
มโน
.
 .          " ทูลเรียกมา---
.       ให้มาแสร้งทำตัวเป็นชู้
ของเจ้าหญิง
จันทรา....
.     หาทางเข้าไปซ่อนองค์ ในตำหนักรับรอง
ให้ได้ ..."
.
.            " อุ๊ย - แกนี่---"
.    ดารารายอุทาน ด้วยความทึ่ง
" คิดการ -เรื่องใส่ร้ายคน ได้ลึกซึ้ง
อัปรีย์ดีจริง
.         แต่.. แหม
.     พอพูดถึงองค์เม๋ -น้องชายข้า
ดูแก -ระริกระรี้ ขึ้นมาเชียวนะ ...
.   ข้ารู้มาตั้งนานแล้วละ ว่าแกแอบ
ชอบองค์เขมรัฐ "
.
           " อุ๊ย--   ตรัสไรก็ไม่รู้
  บ่าวเขิน..."
.      นางเหยี่ยนอายม้วนต้วน
.          " ก็องค์เม๋ อะ...ทรงแว้นๆ ...
 เป๊คบ่าว-เลยเพคะ "
.
       " อย่า-- อย่า "
.            ทรงปรามมันทันที
   " เลิกคิดฝัน ที่จะมาเป็นน้องสะใภ้ข้า
ข้าไม่มีวันให้บ่าวอย่างแก มาเป็นเมียของ
เขมรัฐ
.           กิ๊ก -ก็อย่าหวัง "
.
       "   บ่าวก็พูดไปงั้นเอง
    ตกลงว่า เราจะใช้แผนการอุบาทว์
นี้ใช่ไหมเพคะ
.     งั้นบ่าวจะรีบไปตามองค์เม๋ที่นคร
ดึกดำบรรพ์เดี๋ยวนี้เลย
.      มันไม่ไกลมากอย่างโตนสะเรียม
 คงนำเสด็จมาถึงที่นี่ พรุ่งนี้เช้า  "
.
 .     " ว่าแต่ -- แกจำร้านโรตีของชาววิลาศ
ได้แน่หรือ ?
.    มันไม่ใช่โรตีราดนม กับโรยน้ำตาลทราย
ของร้านชาวแขกกลิง นะแก  "
.
.      "      แหม -  แหม ๆ - ๆ ๆ "
.      นังเหงี่ยนเผลอค้อนให้เจ้านายตัวเอง
แล้วรีบเถียงทันควัน
.       "  บ่าวทราบเพคะ   บ่าวไม่ได้ตกเทรนด์
-trend หนิ...
.      โรตีของร้านชาววิลาศ จะแผ่นใหญ่ๆ
หน้าชีส  หน้าไส้กรอก หน้าซีฟู้ด หน้ามัชรูม
 และ ฮาวายเอี้ยน
 .      หรือจะสั่งแบบสุพริมรวมก็ได้
  บางที ก็จะจัดรายการ ซื้อ 1 แถม 1 --และก็
มีเดลิเวอรี่ บริการส่งถึงที่ ด้วยนะเพคะ "
.
.          " หือม์..."
   ทรงค้อนให้มันบ้าง  ด้วยสุดจะหมั่นไส้
.      " รู้ดีไปซะทุกอย่าง---
.    นี่ขนาดวันๆ  มีปัญญาได้กินแค่ขนมครก
นะเนี่ย แก  "
.   
.       ว่างี้ มา --นังเหยี่ยนอาย หน้าม้าน
เลย
.
.      "  เออ--  ร้านนั้นแหละ....
 .    แกต้องไปพาเขมรัฐ มาหาข้าให้ได้
และระหว่างที่ต้องเดินทางมาด้วยกัน 
ต้องค้างแรมกลางป่า สองต่อสอง
.        ข้าขอสั่งห้าม --
. ไม่ให้แกบังอาจถูกเนื้อต้องตัวน้องชาย
ข้า โดยเด็ดขาด ! "
.
.           " เพคะ...
.  เหยี่ยนจะพยายามเตือนตัวเอง ไว้เพคะ "
.
.         นางรับคำอ่อยๆ
.
.    " แล้วมเหสี ก็ทรงอย่าลืมบูชายัญ
 นะเพคะ
.          บ่าวจับไก่สองตัว มัดตีน มัดปาก
ไว้ให้แล้วในครัว "
.
.      " เออน่ะ -- ข้าไม่ลืม..
.     ไป- แกรีบไปได้แล้ว "
.  
         *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.        กลางดึก ของราตรีนั้น...
.     โพระดกที่นั่งดูกระจกมนตรา
หวังจะตามส่องพฤติกรรมของนาง
เหยี่ยนอีกคืน
 .    ต้องตกใจ  ขนหัวลุก จนแทบ
จะหวีดร้องออกมา...
.
 .         แต่รีบกล้ำกลืนไว้
  ด้วยเกรงใจจันทรากินรี ที่บรรทมหลับอยู่
ข้างๆ
.
.      ตอนแรก กระจกฉายแต่ภาพครัว...
. รอเฝ้าดูตั้งนาน     ก็ไม่เห็นวี่แววของนาง
เหยี่ยน
.
.       เอ- มันไปไหนของมันหรือ ?
.
.     ทันใด ก็ปรากฏร่างของมเหสี  เดินถือมีด
เข้ามา
.   อัปสราดารารายก้มลงมองไปมา  คล้ายกิริยา
ของนางเหยี่ยนเมื่อคืนวาน...
.
.    และแล้ว นางก็คว้าแม่ไก่ทั้งสองตัว ขึ้นมา
เชือดคอ

.     ไก่ดิ้น ปั๊ด-ปั๊ด  สะบัดปีกไปมา-เลือดสาด
นอง
.
.          โพระดกอึ้ง -
.   ดารารายช่างแสนเลือดเย็น ตอนเชือด
คอไก่
.      ดูนางนิ่งมาก...  ไม่มีอาการยี่หระ
ไม่สะทกสะท้านเลย แม้แต่สักน้อย
.
.    " ชอบกินแกงไก่กันเหลือเกินนะ
นายบ่าวคู่นี้ "
.      โพระดกแอบนึกค่อน
.
.        แต่ครั้นเฝ้าดูต่อ....
.  ก็เห็นดารารายเทเลือด และเครื่องใน
ลงในชาม  แล้วจุดธูปบูชา
.
.     คราวนี้-- โพระดกก็เริ่มเข้าใจแล้ว
ว่ามเหสีดารารายกำลังทำคุณไสย อะไร
สักอย่าง
.
 .      พลัน -ที่เงาดำของผีวัวป่า บังเกิดขึ้น
ให้เห็น
.        โพระดกแทบหยุดหายใจ
.     เพราะมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน..
  มนตร์ดำนั้นทรงอิทธิฤทธิ์  มากเกินใคร
จะคาดคิด
.
.          ฝืนดูต่อ...จึงได้เห็นมเหสีเทน้ำมัน
หอม แตะตามเนื้อตัวหน้าโต๊ะคันฉ่อง
.   แล้วเกิดมีแสงออร่า รังสีแห่งกามรมณ์
เรื่อเรืองตามตัวนาง...
.
.     พี่เลี้ยงโพระดกจึงรู้แน่   ว่ามเหสีอัปสรา
กำลังทำเสน่ห์ยาแฝดนั่นเอง--
.
.        กระจกมนตราฉายภาพต่อ
.   ให้เห็นองค์อนันตราชเสด็จมาหานาง
ทรงสบตา และยิ้มให้นางอย่างใหลหลง
.   แล้วทรงตรงเข้าโอบกอดมเหสีอัปสรา
ดาราราย ที่ทอดกายนอนยิ้มยั่วยวน  อ้า
แขนรอรับองค์อยู่  -ในทันที
.
     *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.  โพระดกกลืนน้ำลายลงคอหนืดๆ ไม่อาจทนดู
ซีนเสน่หา เรทเอ๊กซ์นั้นต่อไปได้
.     นางจึงรีบเก็บกระจกมนตราใส่ห่อผ้า
.
.   อยากจะปลุกบรรทมเจ้าหญิงจันทรา
และเล่าความให้ทรงทราบเหลือเกิน
.    แต่ครั้นเห็นว่า ยามนี้ ก็ดึกมากแล้ว
และทรงหลับสนิทเช่นนั้น
.   ไว้ทูลเล่าทุกอย่าง พรุ่งนี้ดีกว่า
.
      *  *  *  *  *  *  *  *
.
.
.
.    " บังคมเจ้าค่ะ  เจ้าพี่ "
.
.     องค์ชายหนุ่มพนมมือไหว้มเหสีอัปสรา
ดาราราย-ผู้พี่สาว
.
.      " อ้อ-- เขมรัฐ- ( ขะ-เม๋-รัด)
.             เจ้ามาถึงแต่เช้าเลย--
.     นางเหยี่ยนมันเล่าทุกอย่าง ให้น้องฟัง
หมดแล้ว  ใช่ไหม ? "
.
.        "  เจ้าค่ะ--
.   น้องทราบทุกอย่างแล้ว  และกำลังจะปรึกษา
เจ้าพี่   ว่าน้องจะหาทางเข้าไปอยู่ในตำหนักของ
เจ้าหญิงจันทรากินรี ด้วยวิธีใด "
.
.     ดารารายมองหน้าเขมรัฐ- น้องชายผู้มีพักตร์
เฉี่ยวๆ  เข้ากับบุคลิกนิสัยยียวน
.
.        " พี่คิดไว้ให้แล้ว...
 เจ้าจะเข้าไปในตำหนักดื้อๆ ไม่ได้แน่
 .   เขาห้ามคนนอกเข้าไป   ไม่ว่าหญิง หรือ
ชาย
 .       น้องต้องร่ายเวท แปลงกายเป็นสิ่งที่
พวกมันยอมให้นำเข้าไปข้างในนั้น... "
.
 .    เห็นอีเหยี่ยนกำลังคลานเข่าเข้ามาเสนอ
หน้า   หวังจะได้อยู่ใกล้องค์เขมรัฐ- ไอดอล
ของมัน
.
 .       " อีเหยี่ยน -
.  หัวสมอง อ่องออของเอ็ง มันดีนัก...
 .    - ช่วยข้าคิดทีซิ ว่าจะให้องค์เขมรัฐ
แปลงร่างเป็นอะไรดี ?
.     -- ที่ไม่ใช่คน   และนังพี่เลี้ยงกินรี
ไม่เอะใจรู้ "
.
.          " อุ๊ย--
.  เหยี่ยนคิดเตรียมการไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
แล้วเพคะ--
.     ตอนถวายพัด วีกล่อมไล่ยุงป่า
ให้องค์เม๋
.  จนทรงหลับ แล้วฝันหวานถึงเหยี่ยน... "
.
.         " อีบ้า !
     เพ้อเอง อะ- แก "
.
.        องค์เขมรัฐด่าทันที
ทรงหมั่นไส้มัน ตั้งแต่ตอนเดินทาง
 .    ในป่ามาด้วยกันแล้ว
.
.       " อย่าไปถือสามันเลย
.   ว่าแต่... แกคิดอะไรได้ล่ะ "
.
.       "  ก็พวกมันเป็นกินรี...
 มีสัญชาตญานนกเถื่อน 
.       เราก็แปลงเป็น... "
.
      มันหันมองซ้าย-ขวา  เหมือนกลัว
มีใครมาแอบดักฟัง
.      แล้วคลานเข่า ไปกระซิบที่ข้างหู
ดาราราย
.
.    และฉวยโอกาสทอง  ตรงเข้ากระซิบ
ที่ข้างหูองค์เขมรัฐ ที่นางปลื้มสุดๆ
.
.       " โอ๊ย - นังเหยี่ยน
.   แกแอบจุมพิตข้า ---  ยี้  "
.
.      เขมรัฐโวยวาย  เอามือปัดเช็ด
แก้มซ้ายของตัวเองไปมา    อย่าง
ขยะแขยง
.
.    อัปสราดารารายฟังที่นางเหยี่ยน
กระซิบบอก   ก็ต้องยกนิ้วให้มัน
.
.     " ใช่ ---
.    เขมรัฐต้องแปลงร่างเป็นสิ่งที่เจ้า
ว่า...
.   นังโพระดกมันสัญชาตินก เห็นเข้า
 ก็คร้านที่จะรีบนำเข้าไปในตำหนัก
ทันที -แน่นอน
.
 .           จากนั้น ...
.     เจ้าต้องรีบคืนร่างเดิมนะเขมรัฐ
 แล้วแอบซ่อนตัวให้ดี
.      รอจังหวะออกมา ตอนพี่ตามไป
สมทบ "
.
      *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
จันทรากินรีฟังพี่เลี้ยงเล่าเรื่องที่มเหสี
อัปสราดารารายทำเสน่ห์ใส่อนันตราช
.  ด้วยความวิตก
.
.     " ตอนนี้ หญิงพอเข้าใจแล้ว ว่าทำไม
องค์อนันตราชถึงเปลี่ยนไปแบบนั้น
 .   แล้วนี่เราจะทำอย่างไรกันดี เราไม่มี
เวทที่จะใช้แก้เรื่องนั้นได้ "
.
.    " ก็ต้องอยู่สู้กับมันจนวินาทีสุดท้าย
ละเพคะ
.         ไหนๆ ก็ไหนๆ... "
.
.         มีเสียงเคาะประตู
โพระดกรีบเดินออกไปเปิดรับ
.
.    ทหารวังยื่นห่อใบตอง ห่อหนึ่งให้นาง
. และบอกว่า
.     " มีชาวบ้านฝากห่อหนอนไม้ไผ่
ให้ข้าเอามาให้ท่าน...
 .      เขาว่า เขาทราบว่าท่านชอบกิน
จึงมีไมตรีฝากมา "
.
 .          รับมา แกะห่อดู...
.   เห็นเป็นหนอนไม้ไผ่จำนวนหนึ่ง 
 กำลังไต่ ขี่กันยัวะเยียะ
 .   นางกินรีนกไพรจึงน้ำลายสอ
.
.      " โอ- หนอนไม้ไผ่  รถด่วน.....
 .    ของโปรดของข้าเลย  คนที่มอบให้
เขาเป็นใครหรือ "
.
 .   " ชาวบ้านนี่แหละ  คงพึงใจในอัธยาศัย
ของท่าน
  .    ได้ของกินดีๆ... ก็นึกถึงกัน "
.
    *   *  *  *  *  *  *  *  *
.
.      โพระดกถือห่อใบตอง เดินกลับ
เข้ามาหาเจ้านาย
.
.    " ชาวบ้านให้หนอนไม้ไผ่มาเพคะ
 ไว้กินกับอาหารมื้อค่ำนี้
.        พี่ขอเอาไปเก็บไว้ในครัวก่อน "
.
.     พอกลับออกมาจากครัว จันทรากินรี
ก็เรียกนาง
.  และยื่นหัตถ์ ที่สวมแหวนสีแดงเรื่อให้ดู
 .
 .     " พี่โพระดก   แหวนที่เจ้าแม่ย่าให้หญิง
ใส่ดูกาลเวลา  กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว "
.
.          " ตายล้าว ...
.     นี่ก็-แสดงว่า เราเหลือเวลาที่จะหาทาง
ข่วยให้องค์สุริยันกินราฟื้นคืนชีพ
.   เพียงพรุ่งนี้ อีก 1 วัน เท่านั้น ซิเพคะ "
.
.     เจ้าหญิงได้ฟังพี่เลี้ยงยืนยันเช่นนั้น
ถึงกับกรรแสง
.
.  " หมดหวังแน่นอน พี่จ๋า....
.   ศัตรูไม่มีความรักใดๆ   เหลือให้หญิง
สักนิด
.       ตอนนี้ แม้แต่หน้าหญิง ก็ไม่ทรง
ยอมมอง... "
.
 .    โพระดกปล่อยให้เจ้าหญิงคร่ำครวญ
ได้สักพัก จึงทูลว่า
.
.      " เพลานี้ ก็เย็นแล้ว..."
.
.      นางพยายามเปลี่ยนเรื่อง
.
.    " เมื่อตอนกลางวัน พี่เห็นตัวนางเหยี่ยน
มันแระ    มันเดินไปเดินมา อยู่แถวตำหนัก
มเหสี
.     เย็นนี้ มันคงออกไปจับไก่ที่คอกเล้า ที่
กระท่อมปลายนามาอีก
.       พี่ขอตามไปดูมันนะเพคะ--
องค์หญิงอยู่ทางนี้ ทรงระวังองค์ด้วย
.    ไง -พี่จะรีบไป และรีบกลับ  "
.
             *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.        ไปถึงเล้าไก่ ...   ตะวันยอแสง
จนทำท่าจะมืด
.       โพระดกค่อยๆ ย่องเดินวนดูรอบๆ เล้า
ก็ไม่เห็นนางเหยี่ยน
.
.    นางพี่เลี้ยงกินรีไม่กล้าเดินไปทางด้านหลัง
ของเล้าไก่
.    เพราะเลยตรงนั้นออกไปเพียงเล็กน้อย
ก็จะเป็นลานหน้าผาหิน  ที่ลึก และสูงชัน
.
.       เคยเห็นตอนกลางวัน วันก่อนแล้ว
ใครตกหน้าผาลงไป
.
.
.
.    (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.
.
.    จะกระแทกกับหินก้อนใหญ่ๆ
 ก้อนแล้วก้อนเล่า เป็นทอดๆ
.       ... ตายสถานเดียว !
.
       *  *  *  *  *  *  *
.
.     บรรยากาศปลายนา ริมผา
  เริ่มมืดเข้ามาทุกขณะ...
.
.    โพระดกลุกขึ้นจากที่ซ่อน ข้างเล้า
ไก่
 .    คิดว่า ไม่อยู่รอดูนางเหยี่ยนแล้ว
 กลับไปที่ตำหนักดีกว่า
.
.        ทันใดนั้น ....
.  นางก็ถูกตะครุบตัวจากด้านหลัง
และถูกรัดคอด้วยเชือกทันที
.
.      มันดีงกระชาก ลากนางอย่างแรง
ถูลู่ถูกังไปที่ต้นไม้ ขนาดกลางๆ ต้นหนึ่ง
ด้านหลังเล้าไก่
.     จับฝืนให้นางนั่งพิงต้นไม้ เอาเชือก
เปลี่ยนจากรัดคอ มามัดมือไพล่หลัง
. ติดกับต้นไม้ไว้
.
   *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     " นังบ่าวเหยี่ยน ! "
.
.      " ใช่ - ข้าเองนังโพระดก
แกจะมาแอบดูข้าหรือ ?
.      ดีนะ ...ที่ข้าเห็นแกเดินมาก่อน
เลยซ้อนแผนได้ทัน "
.
.         " ก็ใช่...
.    เพราะข้ารู้ ว่าแกจะมาจับไก่ เอาไป
เชือดบูชายัญ ที่ตำหนัก "
.
.       " เอ๊ะ-- แกรู้ได้ยังไง ?
.   อ้อ-- ลืมไป  เจ้าหญิงจันทรากินรี
เจ้านายของแก ก็เก่งใช่ย่อย
.       คงใช้ญาณวิเศษส่องดูพวกข้า
เหมือนวันนั้น อีกสินะ  "
.
  " พวกแกทำเสน่ห์ใส่องค์อนันตราช "
.
.      นางเหยี่ยนพยักหน้า
.
.          " ถูกต้อง....
.      ในเมื่อแกรู้ทุกอย่าง เช่นนี้
ข้าก็คงปล่อยแกไว้ไม่ได้
     เดี๋ยวข้าก็จะฆ่าแก...แล้วจะโยน
ร่างของแก ลงไปทางหน้าผานี้ "
.
.      นางเหยี่ยนชี้ไปทางหน้าผา
 ที่ยามนี้ มองเห็นเพียงลางๆ
.
 .          โพระดกใจหาย....
ถ้านางตาย - แล้วองค์หญิงเล่า ใครจะ
ดูแล ?
.
 .      " ฮี้ - ฮ่า ๆๆๆๆ "
.
           เหยี่ยนหัวร่อร่า
.
 .     " อ้อ -- ถามหน่อย
.   เมื่อตอนเย็น  แกได้รับห่อหนอนไม่ไผ่
แล้วใช่ไหม "
.
.        โพระดกสะดุ้ง
.    " แก--- ของแกหรือ ? "
.
.      " จะบอกให้แกรู้ก่อนตาย...
.      หนอนไม้ไผ่นั่น   คือร่างแปลง ของ
เจ้าชายเขมรัฐ   น้องชายสุดหล่อขององค์
อัปสราดาราราย
.     ที่เสด็จมาจากเมืองดึกคำบรรพ์ เพื่อมา
จส. 100- ร่วมด้วยช่วยกัน กับพระภคินีของ
ท่าน  กำจัดเจ้านายกินรีของแกให้พ้นไปจาก
เมืองนี้ ไงล่ะ
.      ป่านนี้ คงร่ายเวท กลับคืนร่างเดิม เป็น
เจ้าชายหนุ่มรูปงาม ผู้เข้าหาเจ้าหญิงจันทรา 
ชู้รัก--  ตามการนัดเข้าหากัน ..."
.
.    " พวกแก---
.              เลวมากกกกก !!  "
.
.    โพระดกได้ฟัง โกรธแค้นแทบกระอัก
เลือด
.            พยายามดิ้นรนไปมา
.   แต่เชือกที่มัด ก็รัดปมไว้แน่นหนามาก
.
.    "  ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ---  เดี๋ยวคืนนี้ ...
. องค์มาตารานีก็จะได้รับการเพ็ดทูลว่า
เจ้าหญิงจันทรากินรีลักลอบประพฤติผิด
จารีต  แอบนัดผู้ชายชู้เข้าหา ถึงตำหนัก
.  จะนำเสด็จไปตรวจค้นที่ตำหนัก  โดย
องค์มเหสีอัปสราดาราราย   และเจ้าชาย
อนันตราช  -- ผู้ลุ่มหลงต่อองค์ดาราราย
ของข้า จนโงพระเศียรไม่ขึ้น... "
.
.   นางเหยี่ยนเล่าเป็นฉากๆ ให้โพระดก
รับรู้    ด้วยต้องการเชือดเฉือน ทำร้าย
จิตใจเธอนั่นเอง
.
.    "  โทษของนางครั้งนี้ ก็คือ ถูกจับ
เผาไฟทั้งเป็น...
.   เพื่อขับไล่การกระทำอันเป็นเสนียด
จัญไรต่อนครกัลปพฤกษ์  !! "
.
.       โพระดกแค้นใจ น้ำตาคลอ
.      สงสารชะตากรรมขององค์หญิง
จันทรากินรียิ่งนัก
   พวกมันใจคออำมหิตเกินกว่าที่คิด
.
    *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.   นางเหยี่ยนเดินไปมา หาไม้ท่อนใหญ่
หยิบเลือกท่อนนั้น -ท่อนนี้
.  หาขนาดที่เหมาะมือ กะจะใช้เป็นอาวุธ
ทำร้ายนางพี่เลี้ยงกินรี
.   
.    ขณะที่โพระดกพนมมือแบบไพล่หลัง
วิงวอนฟ้าดิน ให้ช่วยคุ้มครององค์หญิง
.            พลัน -
.   ถ้อยคำหนึ่ง จากโอษฐ์องค์หญิงจันทรา
 ที่เคยตรัสถามนาง ก็แล่นผ่านมา...
.
.        แว่วหวาน---ในโสตประสาทของ
โพระดก
.
.        " เวทตัวไร ---
.  เป็นอย่างไรหรือ พี่โพระดก ? "
         *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     โพระดกรวบรวมสติได้  ก็
ตั้งสมาธิ
.  ร่ายเวท เรียกกองทัพตัวไรนก
ทันที...
.
.     นางเหยี่ยนที่ยังเดินหาท่อนไม้
ท่ามกลางความมืดสลัว
.         จู่ๆ -
.   นางให้รู้สึกคันยุบยิบ ตามร่างกาย
รีบเอามือปัดไปมาตามลำตัว ทั่วร่าง
.
.    แต่ยิ่งปัดตรงนั้น-- ตรงนี้ก็คันยุบยับ
เพิ่มอีก
.
.           เพราะตัวไรของนกโพระดก
 โฮกป๊ก - อยู่หนไหน  จำนวนเหลือคณา
นับ  พากันยกทัพมาไต่ตามตัวนางเหยี่ยน
ทั่วทุกอณูของเรือนร่าง
.
.        " โอ๊ย--
    ตัวอะไรมาไต่ตัวข้าเนี่ย ? "
.
       *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.    โพระดกยังคงสวดมนตร์ เรียกทัพ
ตัวไรนกไม่หยุด...
.
.        เหยี่ยนสุดจะทน เมื่อกองทัพตัวไร
บุกเข้าไต่ถึงในหู และลูกตา
.
.       นางโยนท่อนไม้ทิ้ง    เอามือเขี่ยหู
ขยี้ตา ทั้งสองข้าง
.      เดินโซซัดโซเซ
.
.  สะเปะสะปะ ไปทางโน้น -- ทางนี้
.     พลางร้องโอดโอยลั่น..
.
.       " โอยย...
   ข้ามองอะไรไม่เห็นแล้ว.. "
.
.     ทัพตัวไรกระหน่ำรุมไต่นาง
ไม่เลิกรา
   จนเหยี่ยนถึงกับบิดตัว
ร้องลั่น
.     กระทืบเท้า  กระโดดดิ้นไปมา
อย่างสุดจะทน ...
.
.          และแล้ว...นางเหยี่ยนก็ก้าวเท้า
พลาด 
.      ย่ำเท้าลงในที่ว่างเปล่า-- พลัดตก
หน้าผาทันที
.
.   นางกรีดร้องอย่างตกใจ   เสียงดัง
โหยหวน
.     ก่อนจะมีเสียง  ตุ๊บ...
                ตั๊บ...
.       และก็ ตุ๊บ...
              และก็ ตั๊บ...
.
.     เพราะร่างของนางกระแทกกับก้อนหิน
ใหญ่ๆ เป็นสเต็ป ๆ หลายทอด
.    จนสภาพแหลกเหลว...ไม่มีชิ้นดี 
.
.   นางเหยี่ยน -บ่าวผู้จงรัก ได้จาก
อัปสราดาราราย-ทูนหัวของมัน โดย
ที่มันไม่มีโอกาสบอกลาให้นางรู้
.        และ คืนนี้ มันก็ยังไม่ได้นำไก่
สองตัวกลับตำหนัก  เพื่อเชือดบูชายัญ
ให้นาง !!!
.
        *  *  *  *  *  *  *  *
.
.      " จันทรา....
  เปิดประตูเดี๋ยวนี้ !!! "
.
.      เสียงองค์มาตารานีดังลั่น
หน้าตำหนักรับรอง
.
.        เจ้าหญิงจันทรารีบต่างประทีป
เสด็จออกไปเปิดรับ
.
.     เห็นองค์มาตายืนพักตร์บูดบึ้ง
.       ด้านหลัง คือ อัปสราดาราราย
และอนันตราช กับทหารวัง
.
        " มีใครอยู่กับเจ้า ? "
.
     ทรงกรรโชกเสียงถาม
.
.         " อะไรเหรอเพคะ...
.    หม่อมฉันก็อยู่กับพี่เลี้ยง สองคน
แต่ตอนนี้ พี่เลี้ยงยังไม่กลับมาจากข้างนอก
.    เพคะ "
.
    " นั่นไงเพคะ -  องค์มาตา
.           นัดชายชู้มาหา
 ก็ไล่นังพี่เลี้ยงให้ออกจากตำหนัก
.        เก๋ไปอีก - เพคะ "
.
.         " ดาราราย ...
  จะมากไปแล้วนะ! ใครคือชายชู้ !--
   ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูด  "
.
.      จันทรากินรีถามกลับ เสียงกร้าว
สุดจะทนนิ่ง
.
.        ทันใดนั้น เขมรัฐก็เดินออกมาจาก
ที่ซ่อน
.     ทำกิริยาเจื่อนๆ เหมือนคนถูกจับผิด
ได้คาหนังคาเขา
.
.        " เขมรัฐ !!....
.              ตายล้าววว ....
.   อะไรกันนี่ ?   นี่เป็นเจ้าเองหรอกรึ ?
 ที่จันทรานัดให้เข้าหา... "
.
 .         ดารารายแสร้งร้องอุทาน
 ต่อว่าน้องชายตัวเอง
.
.        จันทราหันไปเห็นเขมรัฐ
  ก็ตกใจแทบสิ้นสติ
.
.         " นี่เจ้า---
.   -- เจ้าเป็นใคร ?
.       เข้ามาในนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? "
.
.   "  จันทรา....
.       ไฉนพูดกับข้าเช่นนี้ "
.
.   เขมรัฐเดินหน้าตามแผนการ
.
 " ก็เราอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่หัวค่ำแล้ว "
.
.      " ไม่จริง ! .. ข้าไม่รู้จักเจ้า  .. ? "
.
.         จันทรางุนงง
.
.      " องค์อนันตราช---
   และ องค์มาตา พะยะค่ะ..."
.
.     เขมรัฐคุกเข่าลง ต่อหน้าทุกคน
.
.      " หม่อมฉัน เขมรัฐ - ต้องขอ
ประทานอภัย
.   ที่บังอาจแอบลักลอบเข้าพบกับ
จันทรา
.   โดยปิดบังไม่ให้ผู้ใดรู้ เยี่ยงนี้ "
.
.    อนันตราชชี้หน้าจันทรา
ตรัสอย่างกราดเกรี้ยว
.
.       " นี่ถ้าข้าไม่เห็นกับตา
.  ข้าคงไม่เชื่อ ว่าเจ้าหญิงอย่างเจ้า
จะกล้าทำเรื่องเลวๆ สุดบัดสี  ในวัง
ของข้าได้ "
.
.    ดารารายแอบหลิ่วตาให้น้องชาย 
 แล้วแสร้งกล่าวแดกดันเขมรัฐว่า
.
 .          " มิน่าเล่า-- เขมรัฐ
 .   เจ้าอุตส่าห์เดินทางจากนครดึกดำ
บรรพ์  มาเยี่ยมพี่..
 .    มาแล้ว -แทนที่จะพักที่ตำหนัก
กลับมาลอบสมสู่ เริงสวาท
 .      กับชู้ของเจ้า-ที่นี่ "
.
.       จันทรากินรีร่ำไห้...
  ร้องว่า  " ไม่จริง -  ไม่จริง  !!! "
          ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
.           มันอะไรกันนี่ ?....
.   ทำไมทุกคนจึงรุมใส่ร้ายกันเช่นนี้  
.
.   " เสด็จพี่อนันตราช  และเสด็จมาตา
เพคะ
.   ทรงโปรดเห็นใจเขาทั้งสองด้วยเถิด
ที่ได้ทำสิ่งที่เป็นกาลกิณี     แก่นคร
กัลปพฤกษ์ของเรา... "
.
.     ดารารายแสร้งทูลขออภัยให้
 ทำเป็นสงสารจันทรา
.
 .     " แต่หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ
ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเลย พะยะค่ะ "
.
.      เขมรัฐรีบกล่าวแก้ตัว
.
. "  องค์หญิงจันทราทรงให้นางพี่เลี้ยง
 มานัดหมายหม่อมฉันเอง...
.    บอกว่า ทรงเสน่หาในตัวหม่อมฉัน "
.  
.    จันทรากินรีได้ฟัง ยกหัตถ์ปิดพักตร์
 สะอื้นไห้...
.       ส่ายพักตร์ไปมา ...
.
.     ทรงรันทดยิ่งนัก  เพราะสุดจะทนฟัง
คำใส่ร้ายเช่นนี้
.
.    องค์มาตาก็ชี้หน้า ประนามเจ้าหญิง
กินรี
.     ด้วยทรงเชื่อคำทูลของดาราราย
เสียสนิท
.
.         " เลวมาก...จันทรา
.   ข้าไม่อยากสัมผัสหญิงหยั่วเมือง
ในลุคของเจ้าหญิงแสนซื่ออย่างเจ้า
อีกต่อไปแล้ว
.         อนันตราช...
  เรื่องนี้-แม่รับไม่ได้จริงๆ นะ 
.     เจ้าต้องจัดการกับนางจันทรา
 ตามมณเฑียรการปกครอง ! "
.
.   อัปสราดารารายรีบทูลทันที
.
.           " ถ้าตามนั้น...
.  คือต้องจับนางเผาทั้งเป็นกลางเมือง 
.ต่อหน้าประชาชน ในวันพรุ่งนี้ เพคะ "
.
.  แล้วผายมือมาทางน้องชายของตน
.
. " สงสารก็แต่เขมรัฐ --
.    น้องชายของหม่อมฉันองค์นี้
.      มันไม่ยุติธรรมกับเขาเลย
 ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ...
.         มาถูกนางพี่เลี้ยงโพระดก
หลอกให้ลอบเข้าหาเจ้านายของตัว "
.
.     องค์มาตาทรงหันไปทางเขมรัฐ
ถามว่า
.
.     " เป็นเช่นนั้นรึ-- เขมรัฐ ? "
.
.    " พระเจ้าค่ะ- เสด็จมาตารานี "
.
.       เขมรัฐแป๋งหน้าซื่อ  ถวายบังคม
พร้อมยืนยันคำพูด
.
.   " ถ้างั้น... ข้าถือว่า องค์ขะเม๋ไม่ผิด
ไม่ต้องรับโทษ "
.
.     องค์มาตาสรุปดื้อๆ
.
.    " คนผิด ก็คือนางจันทรากินรี
-คนเดียว ! "
.
.        จันทรากรรแสงสะอื้น ...
.   ประทับยืนแทบไม่อยู่    ส่ายหน้า
ร้องปฏิเสธด้วยเสียงแหบพร่า
.    แทบจับความไม่ได้
.
.        "  ฮือ ๆๆ
  ไม่จริง....
  .           พวกเจ้าโกหก....
     พวกเจ้าใส่ร้ายข้า..
.          --  ฮือ ๆ "
.
.      " เสด็จพี่..."
      ดารารายแอบเป่าลมปาก ร่ายเสน่ห์
มนตร์ดำ
.     แล้วยกมือลูบไล้อกอนันตราชไปมา
ขณะทูลเสนอว่า
.
.   " ทรงโองการเลยซิเพคะ
.          ให้ทหารวังจับนางไปเข้าคอก
ขังคุกไว้ก่อน ในราตรีนี้...
.
.      พรุ่งนี้เช้า...ก็ให้ทหารวังพาตัวนาง
ไปมัดกับเสาหลักประหารที่ลานกลางเมือง
.       แล้วให้จุดไฟกับฟืนท่อนใหญ่ๆ
เผาให้นางตายทั้งเป็น ต่อหน้าประชาชน
.    จะได้ล้างมลทินให้กับนครกัลปพฤกษ์
ของเรา   เพคะ "
.
.         " ทหาร.... "

.    อนันตราชตรัสสั่งทันที
.
.    " ทำตามที่พระมเหสีอัปสราดาราราย
ทรงแจกแจงให้ข้าฟัง เป็นฉากๆ
  วางสเต็ปมาให้  แบบเนี๊ยบ-เนี๊ยบ -นั้น
- เดี๋ยวนี้ !! "
.
.       ทหารวัง ที่ถือหอกทวนเป็นอาวุธ
 หมู่หนึ่ง 
.   รีบตรงเข้าจับกุมเจ้าหญิงจันทรากินรี
.
.   ผู้ซึ่งพอได้ยินโองการจากอนันตราช
ก็ทรงเสียพระทัยสุดๆ
.      นางจ้องมองพระองค์อย่างไม่เข้าใจ
ว่านางไปทำอะไร ให้ ธ เธอเคืองขุ่น
.  ปรักปรำ เหมือนเป็นจำเลย แบบหัวซุก
หัวซุน

.     นี่หรือพ่อนักบุญ ?
         --- แท้จริง ธ คือคนป่า !!!
.
   หึ --
.      ไม่ขอคุกเข่าเฝ้าง้องอน  แม้ใจจะ
ขาดรอน   ขอตายดีกว่า....
.      ไม่ขอร้องใคร ให้กรุณา ไม่ขอเศร้าโศกา
หรือบีบน้ำตาอ้อนวอนใครๆ
.
.      จันทรากินรียอมพ่ายแพ้แก่ชะตากรรม
นางหลับตา หมดสิ้นเรี่ยวแรง 
.      ทรุดองค์ทอดลงกับพื้นห้องของตำหนัก
รับรอง
.          สิ้นสติ...ในบัดนั้น
.
       *  *  *  *  *  *  *  *
.
.       ที่ข้างเล้าไก่ ปลายนา
นางเหยี่ยนตายสนิท ตั้งแต่หัวค่ำ
.
     ปล่อยให้อัปสราดารารายหลงคิดว่า
นางเหยี่ยนได้ฆ่าไก่ บูชายัญให้ตน
อย่างเรียบร้อย 
.     ... แล้วออกไปไถลที่ไหนตามประสา
ไม่กลับมานอนตำหนัก
.
.     ส่วนนางพี่เลี้ยงโพระดกยังถูกมัด
ไพล่หลังติดกับต้นไม้ ...
.         นางพยายามดิ้นให้ปมมัดหลุด
แต่ก็เปล่าประโยชน์
.     จนสุดท้ายก็ปลงตก ยอมแพ้
ปล่อยเลยตามเลย
.          นั่งพิงต้นไม้ และหลับไปด้วยความ
อ่อนเพลีย...
.
.        พอตีสี่ ....
ใกล้รุ่งอรุณ....
.      บรรดาไก่ในเล้า ก็พากันร้องขัน
แข่งกันโชว์ลูกคอสิบชั้น เสียงดังลั่น...
.
.   "ก็อก ๆ ๆ ๆ ๆ ----
.           อยู่ไป - ก็รกโลก!!
.
        ก็อก ๆ ๆ ๆ ๆ----
.              อยู่ไป ก็รกโลก !! "
.
.      โพระดกลืมตาตื่นขึ้น  งงกับสภาพ
ตัวเองเล็กน้อย
.     แต่ก็หลับตานอนต่อไม่ไหว เพราะน้ำค้าง
หยดใหญ่ สองสามหยด ร่วงใส่หัวนาง...
.     แหมะ--
.                แหมะ--
.
.        รอบกาย ยังมืดๆ อยู่เลย
แต่นางก็ยังพอมองเห็นนกฮููกใหญ่
 ตัวหนึ่ง
.
.    มันกำลังยืน จ้องมองนาง อยู่บนพื้นดิน
  ตรงหน้า
.
.
.
.              (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.
.
.      นกฮูกทำตาโต เลิ่กลั่ก
เอียงคอ  ขยับหงอนหู
.     ยุกๆ ยิกๆ ไปมา
.          เหมือนอาการไม่แน่ใจ...
.
.   " ท่านเป็นมนุษย์ หรือนกกันแน่ ?
.               เหตุใด-
      ข้าถึงรูู้สึกว่าท่าน โหน๊ก-นก ? "
.
.      โพระดกดีใจมาก  รีบบอก
.
.   " ท่านนกฮูก ... ข้าคือกินรี "
.
.       " นั่นไง--
   ถึงบอก ว่า โหน๊ก-นก"

.        นกฮูกรีบว่า

.  "  แล้วทำไม ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้
 เล่ามา -ให้ข้ารูู้ "
.
.   นางพี่เลี้ยงจึงเล่าเรื่องทั้งหมด ให้นกฮูก
ฟังอย่างละเอียด
.
 .      นกฮูกฟังแล้วจิตตก  ให้รู้สึกสงสาร
เจ้าหญิงจันทรากินรียิ่งนัก
.
.       " อนิจจา--
.   ป่านนี้เจ้าหญิงกินรี  วงศ์วิหคของพวกเรา
จะเป็นอย่างไรบ้าง ก็ไม่รู้
.
.         เฮ่อ -- เชือกเส้นนี้...
 มันก็ใหญ่ ซะเหลือเกิน
.     ข้าเอง คงช่วยจิกให้มันคลายออก
ไม่ได้
.   .. แต่ท่านอย่ากลัว รอแผ๊บ --
.        ข้าจะรีบไปจับหนูนา  แล้วบังคับ
ให้มันช่วยกัดมัดเชือกให้  แลกกับชีวิต
เซอร์ไวเวอร์รอดตายของมัน.. "
.
.  " ช่างเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม
ขอบคุณท่านมาก
.     โปรดช่วยข้าเร็วๆ ด้วยเถิด
ข้าเป็นห่วงองค์หญิง "
.
.       นกฮูกรีบโผบิน ลับไป
อึดใจเดียว ก็บินกลับมา
.     คาบหนูนาใหญ่มาตัวหนึ่ง
ยังดิ้นกระแด่ว ๆ คาปาก
.
.      นกฮูกอ้าปาก วางหนูนาลงกับ
พื้น
 .     จ้องมันด้วยตากลมโต และรีบ
ออกคำสั่ง  เสียงห้าวเข้ม
.
.  " รีบจัดการกัดปมเชือกที่มัดนางไว้
ให้ขาด ให้ว่อง...
    มิฉะนั้น ข้าจะกินเจ้า  เป็นอาหารเช้า
แทนซีเรียล "
.
 .   เจ้าหนูนาตัวนั้นฟังแล้ว -ตาเหลือก
.รีบไต่ปร๊าด -ไปกัดปมเชือกให้โพระดก
.        จิ๊ก-จิ๊ก-จิ๊ก ....
.   รัวเร็ว เป็นหนูถีบจักร
.
.    ประเดี๋ยวเดียว เชือกเส้นใหญ่นั้น
ก็ขาดรุ่งริ่ง หลุดออกจากมือ
 .    โพระดกเป็นอิสระ ....
.
.      นกฮูกพูดกับหนูนาว่า
.
      " ข้าจะนับ 1 ถึง 3
 เจ้าจงรีบหนีไปให้พ้นสายตาข้า
 ไม่งั้น- เกมชีวิตเจ้ากับข้า
   ก็จะเริ่มต้นออนไลน์ใหม่
.      กันอีกรอบ  "
.
         " 1- "
.      ยังไม่ทันจะนับต่อ
หนููนาตัวนั้นก็พุ่งจู๊ดสุดชีวิต....
.      สวบ ! -เข้าพงหญ้า 
.   หายลับไปในบัดดล
.
.           นกฮูกมองตาม
ค้อนให้อย่างหมั่นไส้ ที่หนูนาลักไก่
กติกา
.       นึกด่าในใจ...
.
.       ไอ้อ่า-เอ๊ย--
.   -- ข้ายังไม่ทันได้นับ  2 ถึง 3 เล้ย
เผ่นซะแระ
.        ... เสียดาย
-นี่หากไม่ติดว่า ต้องติดคุย
กับนางกินรีต่อ  
      หึ- --- เอ็งเสร็จข้าแน่...

.
.    " ข้าต้องขอขอบคุณท่านนกฮูก
เป็นอย่างสูงที่ช่วยชีวิตข้าไว้
.      และถือว่า ท่านได้ช่วยองค์หญิง
จันทรากินรีด้วย
.     พระคุณนี้ ข้าจะไม่มีวันลืมเลย "
.   
   โพระดกก้มลงกราบนกฮูกกับพื้นดิน
อย่างสำนึกในบุญคุณ

. " ไม่เป็นไร--ไม่เป็นไร  แม่นางโพระดก 
เราต่างก็เป็นวงศ์วานวิหค -นกน่ารักด้วยกัน
. ยังไงซะ .. พวกเราก็ไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว  
มีอะไร ก็ต้องช่วยกันดิ "
.
.        นกฮูกกะพริบตา ยิบๆ
เมื่อเริ่มมีแสงอาทิตย์อ่อนๆ เริ่มส่อง
.      มาแยงตาของมัน
.
.    " โอ -นี่ก็ อรุณจะรุ่งแล้ว
สายตาข้าเริ่มไม่ค่อยสู้กับแสงแระ--
.  คอนแท็คเลนส์บิ๊กอาย จากเกาหลี
คู่ที่ข้าใส่มาวันนี้ 
.    ก็กันแสงไม่ค่อยอยู่ซะด้วยสิ
.  งั้น- ข้าต้องขอลาก่อนนะ ขอให้
ท่านโชคดี
.     --และ รีบไปช่วยองค์หญิงกินรี
เดี๋ยวนี้เลยนะท่าน "
.
.     นกฮูกรีบกระพือปีก โผบินขึ้น
 และจากไป พร้อมกับโชว์เสียงฮัมเพลง
 ฮิต จาก "เพชรตัดเพชร " 
.     ในแนวเพลงเชียร์กีฬาสี- คัลเล่อร์
เกมส์
.
.   " นกกับนก...
.          บวกนก เป็นนก
 .       .. ชัด-ชัด -ช่า  "
 .
    *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.    ฟ้าเริ่มทอแสงยามเช้า...
 โพระดกรีบวิ่งฝ่าทุ่งหญ้า
.  ลัดเลาะ กลับไปยังตำหนักรับรอง
.
.      ประตูตำหนักถูกงับไว้เฉยๆ
นางจึงรีบผลักเข้าไป
.   ก็พบกับความว่างเปล่า
.
.     คำเล่าเย้นหยันของนางเหยี่ยน
ที่กรอกหูเมื่อค่ำวาน  ยังก้องในความ
ทรงจำ
.
.  "  โทษของนางครั้งนี้ ก็คือ
จับเผาไฟทั้งเป็น...
 .    เพื่อขับไล่การกระทำ
อันเป็นเสนียดจัญไรแก่นครกัลปพฤกษ์  !! "
.
.     ยังมิทันที่โพระดกจะคิดอื่นใดได้
นางก็ได้ยินเสียงผู้คนจำนวนมากเดิน
ออกมาตามถนน
 .      เสียงคุยกัน ดังเซ็งแซ่ ...
.
.    นางรีบฉวยผ้าคลุมมาคลุมผม และรวบ
ปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง  แล้วรีบออกจากตำหนัก
แฝงกาย แทรกปะปนไปกับฝูงชน
.
.     " เขาจับนางกินรีขังคุกตั้งแต่เมื่อคืน
แล้วนำตัวไปที่หลักประหารตั้งแต่ตีห้า "
.
.       เงี่ยฟังที่เขาคุยกัน 
 โพระดกพอจะจับความได้อย่างนี้
.
.     " ตกลงจะเผานางทั้งเป็นหรือ
 น่าสงสารออก... "
.
.      " แต่ก็สมควรแล้ว...
   นางนัดให้ชู้เข้าหาถึงตำหนักชั้นใน "
.
.     " ใครกัน ชู้รักของนาง "
.
     " ก็องค์เขมรัฐ ไง-
  องค์เม๋ -น้องชายมเหสีดารารายน่ะ "
.
.   กำลังจะเดินตามกลุ่มผู้คนไปที่ลานประหาร
นางพี่เลี้ยงก็นึกอะไรได้...
.     นางหันหลัง ทำท่าจะวิ่งกลับ  แต่กลัวชาวบ้าน
จะสงสัยอาการลุกลี้ลุกลนของตน
.    จึงฝืนเดินกลับไปตำหนักอีกครั้งอย่างปกติ
   .
.        เมื่อถึงแล้ว...
.    โพระดกก็รีบเปิดดูใต้กลุ่มหมอนหลายใบ
ที่วางปกปิดสิ่งนั้นไว้อย่างมิดชิด ตลอดมา
.
.           โล่งใจ...
.    ที่ปีก และหางของเจ้าหญิงจันทรากินรี
และของนางเอง ยังอยู่ครบถ้วน !
.
         *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.      ผู้คนทั้งเมืองกัลปพฤกษ์
ต่างอุ้มลูกจูงหลาน พากันออกจาก
อาคารบ้านเรือน มาชุมนุมกันที่ลาน
ประหาร
.      
.     ปากต่อปาก บอกเล่าแก่กันและกัน
ข่าวที่จะมีการเผาเจ้าหญิงกินรีทั้งเป็น
  จึงกระจายไปอย่างรวดเร็ว ปานไฟลามทุ่ง
.
.      เพียงแค่เวลายามสายของวัน จำนวน
ผู้คนก็เพิ่มขึ้นมากมาย จนล้นหลาม
.    ต่างยืนเบียดเสียด ล้อมรอบกองฟืน
กองใหญ่กลางลาน ที่มีเสาหลักตั้งสูง
โด่อยู่ตรงกลาง
.     และมีร่างของเจ้าหญิงจันทรากินรี
ถูกมัดมือไพล่หลังให้ยืนพิงเสาไว้
.    รอการถูกเผาบูชายัญ
.
.     ทหารที่ยืนเรียงรายรอบกองฟืน
ถือคบไฟที่จุดไฟไว้แล้วในมือคนละอัน
.    รอเพียงคำสั่ง....
.
. อนันตราชประทับที่เก้าอี้ เคียงข้างด้วย
มเหสีอัปสราดารารายด้านซ้าย
 .   ส่วนด้านขวา คือองค์มาตารานี
และผู้ที่นั่งถัดต่อจากดาราราย คือ
เขมรัฐ
.
.       " อีเหยี่ยนหายหัวไปไหน ...
    ไยจึงไม่มาให้เห็นหน้า
.          ตั้งแต่ค่ำวานนี้แล้ว "
.
.       อัปสราดารารายคิด...
. และรู้สึกกังวล ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้น
  กับนางบ่าวเหยี่ยนแน่ๆ
.
      *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.   อนันตราชยืนขึ้นประกาศ
.
.   " เจ้าหญิงจันทรากินรี...
.           เจ้าได้กระทำผิด
เป็นกาลีบ้านกาลีเมืองแก่นครกัลปพฤกษ์
.        โดยเจ้าหลอกล่อเจ้าชายเขมรัตน์
ให้เข้าหาถึงตำหนักชั้นใน "
.
.        ประชาชนฟังปุ๊บ ก็โห่ร้อง
 สาปแช่งเจ้าหญิงด้วยถ้อยคำต่างๆ ทันที
.        สไตล์หมาหมู่ ...
 .   ได้ที- ขี้แพะไหล--จู๊ดด..
.
.       " โทษของเจ้า คือการถูกบูชายัญ
 เผาให้ตายทั้งเป็น
.       เจ้ายอมรับในสิ่งที่ข้าประกาศมานี้
    ทุกประการ  ใช่หรือไม่ ?
.
.          อนึ่ง ตามกฎประหาร ...
.   เจ้าก็มีสิทธิ์ที่จะกล่าวแก้ตัว
 ต่อหน้าประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายได้
.     เจ้าจะใช้สิทธิ์นั้นหรือไม่ ?  "
.
.       จันทรากินรีบอกตัวเองให้เข้มแข็ง
นางประกาศแย้งเสียงดัง
.
.       " ข้าขอปฏิเสธทุกอย่าง
.        เพราะข้าไม่ได้กระทำผิดใดๆ
.     ข้าจะขอชี้แจงให้ประขาชนทราบความจริง
.         แม้ข้าจะต้องตาย ... "
.
.     อนันตราชถอยกลับมาประทับนั่ง
.
. ดารารายตกใจมาก...
.         นางไม่รู้กฎข้อนี้มาก่อน
.
.     จึงรีบทูลเจ้าชายอนันตราชว่า
.
.     " อย่าทรงเสียเวลากับคำแก้ตัว
 ของนางจันทราเลยเพคะ
 .     ทรงรีบโองการให้ทหารจุดไฟ
เผานาง บัดนี้เถิด .."
.
.      องค์มาตาที่นั่งติดกันกับอนันตราช
ได้ยินดังนั้น ทรงตวาดห้ามดาราราย
 ด้วยเสียงอันดัง
.
.        " หยุดนะ ดาราราย !
   นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบ้านเมือง
  อนันตราชต้องทำตามขั้นตอนของระเบียบนั้น
 .         เจ้าอย่าริเสนออะไร
  ที่ขัดต่อมณเฑียรปกครอง
.      - ข้าไม่เห็นด้วย ! "
.
.         ดารารายตกใจจนหน้าซีด
   รีบยกมือไหว้มาตารานี
.
 .        " เพคะ องค์มาตา
.       หม่อมฉันขออภัยเพคะ ... "
.
.   อนันตราชออกไปยืนประกาศอีกครั้ง
.
.    " ประขาขนทั้งหลาย..."
 .        ขอให้ทุกท่านจงเงียบ
     และฟังคำของเจ้าหญิงจันทรากินรี
  .      ที่นางจะกล่าวบอกต่อพวกเรา
 .           เป็นครั้งสุดท้าย "
.
.     ทุกคนเงียบ - แทบจะไม่หายใจ
.    รอฟังเจ้าหญิงจันทรากินรีพูด...
.            เงียบจน-คิดว่า
    แม้เจ้าหญิงจะกระซิบเล่า
     ทุกคนก็คงจะได้ยิน --
.          ประมาณนั้น
.
.   จันทราตรัสด้วยเสียงดังฟังชัด
.  " ข้ากำลังจะบอกทุกคนว่า...
.       มเหสีอัปสราดารารายไม่พอใจ
ที่ข้าจะมาเป็นมเหสีอีกองค์ของที่นี่ ... "
 .
.           มีเสียงพูด
.      "นั่นไง-- กรู ว่าแล้ว "
.       ดังเบาๆ มาจากฝูงชน
.
.    "      มเหสีดาราราย จึงทำเสน่ห์
. จากวิญญาณผีวัวป่า
.          ใส่องค์อนันตราช ! "
.
.    เสียงฮือ---จากเหล่าประชาชน  ดังขึ้น
ทันที
.   องค์มาตารานี และอนันตราชสะดุ้งเฮือก
 .        อัปสราดารารายเลิ่กลั่ก
    หันไปมองหน้าน้องชาย
.
.     จันทราตรัสต่อ
.
.      " ในตัวนาง ขณะนี้
มีวิญญาณของปีศาจวัวสิงอยู่
 .    และข้าถูกนางใส่ร้าย
โดยนางให้เจ้าชายเขมรัฐ น้องชายของนาง
แปลงกายเป็นหนอนไม้ไผ่ 
.    ห่อไว้ในใบตอง ให้ทหารวังเอาห่อ
ใบตองมามอบให้นางพี่เลี้ยงของข้า
.     นำเข้าไว้ในตำหนัก "
.
.       " อะไรกันนี่...
  เป็นเช่นนั้นไหม- ห็า ดาราราย ? "
.
.    อนันตราชรู้สึกเหมือนตนเองจะเห็นด้วย
กับคำบอกเล่าของจันทรากินรี
.
.        ... เป็นเช่นนี้ เพราะมนตร์ดำ 
ยาเสน่ห์หมอผีกรั๊วะกำลังเริ่มเสื่อม
นั่นเอง
.
.       ..วิญญาณผีวัวป่ากำลังอดอยาก
มันไม่ได้รับการบูชายัญด้วยเลือด
 และเครื่องในไก่ มาตั้งแต่เมื่อคืนวาน
ที่ผ่านมา
.
.       " เอ่อ ---
.                เอ่อ... "
.
 . ความตกใจกลัว- ทำให้แทนที่อัปสรา
ดารารายจะปฏิเสธ 
.    นางกลับอึกอัก ลนลาน พูดอะไร
ไม่ถูก...
.
. "  ข้าพอนึกออกแล้ว...."
.  มาตารานีกล่าวขี้นมาบ้าง
.
.            " ใช่--
. ตอนที่ดารารายนำข้าเข้าไปตรวจค้น
ที่ในห้องของจันทรา
.   ข้าก็เห็นห่อใบตองนั้นเหมือนกัน .. "
.
.         " เจ้าพี่- "
.       เขมรัฐหน้าซีดเผือด
   ร้องขอความช่วยเหลือจากพี่สาว
.      " ช่วยน้องด้วยเจ้าค่ะ  -- " 
.
.     มเหสีดารารายตัดสินใจเด็ดขาด
  เป็นไงเป็นกัน...
.       นางลุกขึ้นจากที่ประทับ...
 เดินดุ่มๆ ...ไปหาเหล่าทหาร
   ที่ยืนเรียงรายรอบกองฟืน
.
. " ทหาร --
             จุดไฟเผานาง เดี๋ยวนี้ "
.
.           ทหารทุกคนชะงัก
เพราะไม่ใช่โองการจากอนันตราชโดยตรง
.
.        " ยังไม่ทำอีก--
 หริอพวกเจ้าทุกคน อยากหัวขาด
               ---  ใช่มั้ย  ? "
.
.   ทหารจึงรีบจุดไฟที่กองฟืน ในบัดดล
.
.      อนันตราชรีบลุกขึ้น  เดินตามมาที่
ดาราราย
.     กระชากไหล่นางให้หันมาอย่างแรง
ตวาดใส่หน้า  ด้วยสุรเสียงสุดพิโรธ
.
." นี่เจ้ากล้าดีอย่างไร -ห็า ดาราราย ?
.     ถึงได้บังอาจมาโองการแทนข้า
.  เยี่ยงนี้ "
.
.       อัปสราดารารายรู้ทันที...
.   ว่าตอนนี้ มนตร์ยาเสน่ห์หมอกรั๊วะ
ได้เสื่อมคลายเสียแล้ว !
.
       *  *  *  *  *  *  *  *
.
.  อนันตราชยืนตะลึงมองดู
กองไฟ จากฝีมือสั่งเผาของ
ดาราราย
.      ไฟได้ลุก ลามติดฟืนเร็ว
จนน่ากลัว
.
.   จะห้ามตอนนี้ ก็ไม่ทันเสียแล้ว
.   เชื้อน้ำมันต้นยางนาที่สุมไว้โดยรอบ
ทำให้กองไฟโหมสูงขึ้นทันที
.
.    จันทรากินรียืนน้ำตาไหลพราก
 เปลวไฟกำลังจะลามมาถึงตัวนาง
ในไม่ช้านี้แล้ว...
.   ทรงนึกถึงสุริยันกินรา และท้าวเทพ
ปักษาผู้บิดา
.
.       เสด็จพี่  เสด็จพ่อ ....
   น้องหญิงกำลังจะต้องตาย
.        ลูกหญิงขอลาก่อน ...
.
       *   *  *  *   *  *  *  *
.
.     " องค์หญิงงงงงงง....
รีบร่ายมนตร์กินรี
.        ...เร็วเพคะ "
.
.    มีเสียงนี้  ร้องตะโกนก้อง
           ดังแทรกออกมา ท่ามกลาง
กลุ่มฝูงชน
.
.        -ทันใดนั้น
.    ก็ปรากฏร่างของกินรีโพระดก
มีปีก มีหาง โผบินขึ้นกลางอากาศ
ออกมาจากตรงนั้น
.
.    นางกระพือปีกขึ้นสู่ท้องฟ้า
 แล้วบินตรงมาหาจันทรากินรี ที่กำลัง
จะถูกกองไฟเริ่มตีวง รุมสุม
.
.     " ร่ายมนตร์กินรี
     เดี๋ยวนี้เพคะ องค์หญิง  "
.
       *  *  *  *  *  *  *  *
.
.    จันทรากินรีได้สติ
รีบหลับตา ตั้งสมาธิ
.     ร่ายมนตร์กินรี เป็นภาษาเทพ
.
.       " โอม ศิวา ปาจเร เมฆา..เมฆา
    โอม ศิวา ปาจเร เมฆา..เมฆา
       โอม ศิวา ปาจเร เมฆา..เมฆา "
.
( ความหมาย )
.   โอม-เทวา จงบันดาล ม่านหมอกควัน
.      อย่างเร็วพลัน ให้ขาวwhite  ไปทั่วถิ่น
.       ควันจงปก -คลุมอย่างหนา บังกายิน
     กินรี ....จะโผผิน บินหนีภัย
.
.       โอม ศิวา ปาจเร
.              เมฆา..เมฆา
.                    โอม ศิวา ปาจเร  
.                 เมฆา..เมฆา
.    โอม ศิวา ปาจเร
.          เมฆา...
.   -- เมฆาาาาาาาา  "
.
 .    ก็บังเกิดกลุ่มควันหนาทึบ
ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
.    โดยทันทีทันใด
.
.     ผู้คนทั้งบริเวณลานประหารพากัน
ตกตะลึงในอานุภาพของเวทมนตร์กินรี
.        ทุกคนรู้ว่า สองกินรีกำลังจะ
บินหนี
จากหลักประหาร
.    แต่หมอกควันก็แผ่บังสายตาหนาทึบ
จนมองอะไรไม่เห็น
.
.     โพระดกรีบแก้มัดจันทรา
อย่างรวดเร็ว
.   จากนั้นก็ส่งปีก และหาง
ห้นางสวมใส่
.        
.  และแล้ว...
.   สองกินรี ก็กระพือปีกสุดแรงเกิด
เทคออฟ- พาร่างโผขึ้น  ทยานบินสู่
ท้องฟ้า
.      แหวกผ่านอากาศไป   อย่าง
สวยๆ
.
.      ช่วงนี้เอง...
หมอกควันจากเวท  ก็ค่อยๆ
จางลง
.
.   ทำให้ผู้คนชี้กันให้ดูบนท้องฟ้า
.
.
.               (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.
.       " โน่นไง -โน่นไง...
.   เจ้าหญิงกินรี กับนางพี่เลี้ยง
.     บินหนีไปโน่นแล้ว "
.
 .    " เฮ้ย ถ่ายคลิป ๆ ...
.          เอาลงยูทูบ "
.
      *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     อนันตราชวิ่งตามจันทรากินรีและ
พี่เลี้ยง
.    ร้องเรียกให้ทั้งสองบินกลับมา
.
.          ทรงได้สติแล้ว
 .    กลับมาเป็นเจ้าชายอนันตราชคนเดิม
 ที่รักเจ้าหญิงจันทรากินรีหมดฤทัย
.      ด้วยหัวใจเพียว ๆ
.
.   "  จันทรากินรี...
.               กลับมาหาข้า....
.      จันทรา -ข้าผิดไปแล้ว  "
.
.  ในที่สุด ... 
 .          อนันตราชก็หยุดวิ่งตาม
    ยืนสะอื้นฮักๆ   เมื่อเห็นสองกินรี
บินลับฟ้า หายไปกับเมฆ-- ก้อนไกลๆ
โน้น
.
.    อัปสราดารารายยืนมองอนันตราช
ที่วิ่งตาม   และร้องเรียกจันทรากินรี
ให้กลับมา
.   น้ำตาคลอ -ด้วยความน้อยใจ
.
.       นางรู้สึกว่า ตอนนี้ ตัวเองช่างดูไร้ค่า
ชีวิตทั้งชีวิต ไม่มีคุณค่าอะไรหลงเหลืออีกแล้ว...
.      มิหนำซ้ำ เวลานี้ ทุกคนก็ล่วงรู้กันหมด
ว่านางได้ทำความผิดอย่างมหันต์
 .     จนไม่อาจได้รับการให้อภัย---
.
.        ทันใดนั้น--
.      ดารารายก็ให้อัดแน่นขึ้นมาในวรกาย
.และรู้สึกเจ็บปวดในท้องยิ่งนัก
.
.    มันเหมือนมีอะไร กำลังดิ้นขลุกขลัก
อยู่ในตัวนาง
 .    และมันกำลังดันตัวเอง ขึ้นมาทาง
ลำคอ
.
.  
.
.             ( จบตอนที่ ๖. )
.
.
ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ
เข้ามาเยี่ยมเยือนบล็อกของผมครับ



Create Date : 19 ตุลาคม 2559
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2560 10:05:59 น.
Counter : 1152 Pageviews.

0 comments

BlogGang Popular Award#13



เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
6
8
10
11
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog