นิยาย " จันทรากินรี" - เหมชาติ ทอง ( ตอนที่ 2. )













































































































.
.
    จันทรากินรี
.
.                 เหมชาติ   ทอง
.
.
               ๒.
.
.
.     พอลงมาจากบริเวณผาน้ำตก
จันทรากินรีก็ถามพี่เลี้ยง ด้วยความ
กังวล
.
.      " พี่โพระดก--
.   
แล้วนี่เราจะพูดภาษามนุษย์ได้หรือเปล่า
ก็ไม่รู้ "
.
.          " เห็นว่า...
 พอเราถอดปีกหางออก กลายเป็นมนุษย์
 .   อำนาจแห่งความเป็นกินรีแปลง สามารถ
ทำให้พวกเราเข้าใจ และพูดภาษาของมนุษย์
ได้เลยเพคะ
 .         - พ่อของพี่เคยบอก "
.
.       " จริงหรอ
.    โอย - ตื่นเต้นจังเลย ....
 เราอยูที่ไหนกันละเนี่ย ?
.          เอ๊ะ -ดูโน่นซิ
ข้างหน้าโน้น เหมือนเป็นเมืองมนุษย์นะ   "
.
.    นางพี่เลี้ยงมองตาม ลิบๆ ตรงโน้น
ดูแล้ว - เป็นเมืองๆ หนึ่ง  - ชัวร์
.
.         " ใช่เพคะ  ....
งั้นเรารีบไปกันเถอะองค์หญิง
.  อยู่ตรงนี้  พี่ดูแล้ว มันไม่มีมนุษย์
เลย
.  มีแต่ลิงค่าง  เก้งกวาง บ่างชะนี "
.
.   โพระดกนำเสด็จออกจากป่า
มุ่งหน้าสู่เมือง อย่างร้อนรน
.  นางหวังให้เจ้าหญิงได้พบกับศัตรู
ผู้นั้น
อย่างเร็วไว
.     แข่งกับวันเวลา 15 ทิวา ราตรี
ที่ฟ้าดินกำหนดมาให้
.
        *   *  *  *  *  *  *  *
.
.    สองกินรี ไม่ใส่ปีก ไม่ใส่หางบิน
ด้วยเกรงจะมีใครมาเห็นเข้า
.    จึงต้องใช้วิธีเดินเท้าอย่างมนุษย์
ทำให้ต้องเดินกันเหนื่อยพอดู
.
 ในสภาพมนุษย์มนา ทั้งสองกินรีแปลง
ได้เรียนรู้ว่า ต้องเพิ่มความระมัดระวังตนให้
มากขึ้นด้วย
.
.   เพราะเพียงเดินลุยผ่านป่าทึบ ทะลุออก
ลานทุ่งกว้างได้ครู่เดียว
.    ทันใดนั้น ก็ถูกสัตว์ป่าพุ่งตรงเข้ามาหมาย
เอาชีวิตเป็นภักษาหาร
.
.     มันคือนางเหยี่ยวรุ้งยักษ์แม่ด้อง-หรือนาง
เหยี่ยวรุ้งยักษ์แม่ลูกอ่อนที่ทำรังบนผาหินไกลๆ 
โน้น 
.  นางอยู่กับลูกน้อยสองตัว วัยน่ารัก  กำลังซน
หัดคืบคลานไปทั่ว จนพานจะตกจากรังตาย วัน
ละหลายหน
.
.       พอมองจากรังสูง ---
แบบ เบิร์ด-ส อาย วิว
.        - bird 's eye view  
.
.     นางก็เห็นร่างของมนุษย์สองคน กำลังเดิน
ฝ่าทุ่งหญ้า ที่คล้ายๆ ทุ่งหญ้าบนภูกระดึง  
.     ก็กลืนน้ำลายเอื๊อก
.
.        ลูกจิ๊บ ๆ ทั้งสอง  ที่รักของแม่จ๋า 
.   วันนี้ เจ้ากำลังจะได้ลิ้มลองอาหารชั้นเยี่ยม 
เป็นมื้อพิเศษ นะค้า
.
.    นางเหยี่ยวรุ้งไจแอ้นท์โผบินขึ้นฟ้าสูง แล้ว
ปักหัว ทิ้งดิ่ง พุ่งลงมายังเป้าหมาย--
.
.      แต่พอกำลังจะถึงตัวของสองนาง 
.  มันก็รู้ทันทีโดยสัญชาตญาณ ว่านี่คือกินรี 
วิหคชั้นสูงระดับเทพ ของนกทุกชนิด  
.           -ไม่ใช่คน !
.
.           นางเหยี่ยวตาเหลือก 
.              ร้อง ว้าย - สุดเสียง
.
.                รีบเบรกปีก - 
.       ดริ๊ฟท์-drift ห้ามล้อสองเท้า--เอี๊ยด !
.    หุบหาง เปลี่ยนทิศแบบกะทันหันในระยะเผาขน 
จนขนของนางร้อนฉ่า แทบลุกไหม้
.  
.     โพระดกกับจันทราได้ยินเสียง หวีด-วิ้ว บนหัว 
จึงพากันเงยหน้าขึ้นไปมอง 
.  
.     โพระดกนั้น พอเห็นเป็นนกด้วยกัน ก็ฉุนเฉียว
ยิ่งนัก 
.     ตะโกนใส่นางเหยี่ยวแม่ลูกอ่อนอย่างมีโมโห
.  
.         "  นี่--นางเหยี่ยวไพร  !!
.       บังอาจเยี่ยงไร ห๊ะ ?   ถึงได้มาบินโฉบศีรษะ
เจ้าหญิงกินรี เจ้านายของข้า -เช่นนี้ ? "
.
.            "  โอ---
.      ขออภัยเถิดเพคะ องค์หญิงกินรี--"
.
.      นางเหยี่ยวบินพุ้ยลมอยู่กับที่  แล้วลดตัว
บินต่ำลงมาที่ระดับตรงหน้าของสองกินรี
.     ทูลขออภัย ปากคอสั่น เพราะนกทั้งหลาย
ต่างรู้ดีว่า กินรี และกินราสามารถสาปนกด้วยกัน
ให้กลายเป็นสัตว์ชั้นต่ำ เซลเดียวได้
.
.      "  หม่อมฉันก็นึกว่า--
.   ทั้งสองท่าน เป็นมนุษย์ธรรมดาเพคะ  "
.
.             " อ๋อ -- 
.      เออ--
.           ข้าเข้าใจเจ้านะ  "
.  
.        เจ้าหญิงเมตตา  ไม่ถือสามันหรอก
กลับเห็นเป็นเรื่องขัน 
.     ก็ทรงเล่นแปลงองค์ -เสียเช่นนี้
.
.        "  ไม่เป็นไรหรอกนางเหยี่ยวรุ้ง
.  แต่เจ้าอย่าบอกใครก็แล้วกันนะ   ว่าข้า
ทั้งสองปลอมตัวเป็นมนุษย์ 
.      เข้ามาที่นี่ "
.   
.        " เพคะ  ๆ --- 
.  หม่อมฉันรับรอง จะเก็บเรื่องนี้เป็นท็อป ซีเคร็ท 
-top secret   แบบลับสุดยอด  
.    ไม่ให้ใครล่วงรู้ เลยเพคะ " 
.  
.            " ดีละ --
.    งั้นเจ้าก็ไปตามทางของเจ้าได้
.  เพราะเรามีธุระร้อน  จะต้องรีบเดินทางต่อ "
.
.      " ขอบพระทัยเพคะ องค์หญิง 
.  เชิญเสด็จเพคะ ---
       งั้น รุ้งอ้วนขอทูลลาเลยนะเพคะ "
.
.     นางเหยี่ยวรุ้งยักษ์โล่งอก รีบกระพือปีกบังคม
ก่อนจะบินจากไปทันที  
.
.    นางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ บอกกับตัวเองว่า เกือบซวย
แล้วสิกรู- เผลอจะเล่นของสูง 
.    หาเรื่องถูกสาป เป็นอะมีบ้า - Amoeba  !!
.
.
.     *   *  *  *   *   *  *   *  *
.
.       เดินลุยบุกป่าฝ่าดงนานทีเดียว
และแล้ว  ทั้งสองกินรีแปลงก็บรรลุเข้าสู่เขต
ตัวเมืองเสียที
.
.   เข้าเขตชุุมชน  บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างก็เริ่มมี
ให้เห็นมากขึ้น เป็นลำดับ
.  พอเข้าไปถึงตลาด จึงได้เดินสวนปะปนไปกับ
ชาวเมืองที่ออกมาสัญจร ติดต่อค้าขาย ดูคลาคล่ำ
.     ก็ยิ่งรู้สึกว่า เมืองนี้มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น
เป็นนครใหญ่เมืองหนึ่ง
.
.
.
( ขอบคุณกูเกิล- ภาพยืมมา ขออนุญาตใช้สมมุติ )
.
.    จันทรากินรีรู้สึกตื่นเต้นมาก ที่ได้มา
ใกล้ชิดกับชาวมนุษย์แบบนี้ 
.   นางสังเกตได้ว่า มนุษย์ กับกินรี - กินรา 
แทบจะมีรูปร่าง หน้าตาที่ไม่ต่างกันเลย 
.  เรียกว่า กลมกลืน แยกแยะกันไม่ออก
.
.  มองไปรอบๆ สถานที่ที่ทั้งสองยืนอยู่ขณะ
นี้  เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ คือลานมหาสมาคม
กลางนครนั่นเอง
.    มีอนุสาวรีย์ปูนปั้นรูปสัตว์ขนาดมหึมา
อยู่ตรงกลางลาน
สองตัว
.
.     อันนึง ทำเป็นรูปหงสที่กำลังเชิดหน้า
แหงนดูฟ้า
.    กับอีกอัน ทำเป็นอนุสาวรีย์ม้า ที่กำลัง
ผงกหัว ก้มหน้าดูดิน
.  ตรงตามตำราอุดมคติแห่งโบราณนิยม
.
.      มีอาคาร ร้านรวง - คิออสก์ - kiosk
มากมาย
เรียงรายอยู่รอบๆ ทั้งสี่ด้านของ
จัตุรัสใหญ่กลางเมือง
.
.      และขณะนี้ คงกำลังจะมีการจัดงานพิธี
ที่ยิ่งใหญ่
  เพราะเห็นมีการตกแต่ง ด้วยริ้วธง
สีต่างๆ ประดับประดาสวยงาม ละลานตา เต็ม
ทั่วบริเวณไปหมด
.
.    จันทรากินรีล้วงเอาเหรียญทองคำเล็กๆ 
อันเป็นอัฐของเมืองหิมพานต์  ส่งให้โพระดก
หนึ่งถุง
.
.         " พี่เอาอัฐทองคำนี้ถือไว้
.   จะได้ใช้แลกข้าวปลาอาหาร...
.   เพราะเราไม่มีอัฐของเมืองมนุษย์
.
.          " อุ๊ย- ดีเพคะ
.    งั้นพี่จะเอาอัฐทองคำไปขอแลกกับอาหาร
ที่ร้านน้ันตอนนี้เลย...
 .  แหม-- อาหารของชาวมนุษย์ ดูช่างน่ากิน
 จัง...
.       ทำไว้สำเร็จ ใส่ถาดใหญ่ วางล่อหน้า
ล่อตา
ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน 
.
พี่ชักหิวแล้วซีเพคะ องค์หญิงจะประทับ
รอพี่ที่นี่

.     -หรือว่า จะทรงเสด็จไปด้วยกันเลย ? "
.
.      " ให้หญิงไปกับพี่ด้วยดีกว่า
 เห็นมีหลายคน มาแอบๆ จ้องมองหญิง
นานแระ -- น่ากลัวอ่า
.        
อยู่ตรงนี้คนเดียว คงไม่ไหว "
.
.    คนที่แอบมองจันทรากินรี
คือเหล่ามนุษย์เพศชายแถวๆ นั้น
.      ด้วยพากันต่างตกตะลึง
ในความงามที่โดดเด่น สะดุดตา
กว่าสาวใดๆของเจ้าหญิง
นั่นเอง
.
      *  *  *  *  *  *  *
.
.     " พวกเรามาจากแดนไกล
เหรียญทองคำอันนี้    ใช้แลกอาหาร
ของท่าน
แทนอัฐได้ไหม "
.
.    โพระดกยื่นเหรียญทองคำให้หนุ่ม
ใหญ่เจ้าของร้านหนึ่งอัน
.
.   เจ้าของร้านรับเหรียญมา พลิกๆ ดู
อุทานว่า
.
.     " โอ- ทองคำนี้ เนื้อบริสุทธิ์นะเนี่ย
คุณภาพสูง ราวกับทองคำที่มาจากห้าง
ตั้งโต๊ะกินแห่งแคว้นเยาวราช
.     ได้สิท่าน... ข้ายินดีแลก"

.         " ดีจังเลย และโปรดช่วยบอกข้า
เป็นวิทยาทานอีกนิด
.    ว่าในสภาพ ที่ข้าไม่มีอัฐเยี่ยงนี้ มีสิ่ง
อื่นใด นอกจากเหรียญทองคำ ที่ข้าพอ
จะใช้แลกสิ่งต่างๆ ได้ "
.
.     หนุ่มใหญ่ทำท่าคิดอยู่นิดนึง แล้วก็
ตึ๊ง! -คิดออก
.         ตอบว่า
.
.     " เอ่อ...ที่เห็นๆ เนาะ  ก็มีเอาไข่ไก่
แลกกับกะละมัง
.   หรือไม่ก็---  เอากะละมังไปขอแลกกับ
น้องหมา "
.
.           " โด๊ะ --
.   เอากะละมัง ไปแลกกับน้องหมา !"
.
.     โพระดกได้ฟัง ให้หดหู่ เพลียใจ
นางรับไม่ได้จริงๆ
.
.       " ใครช่างใจร้าย   ทำได้ลงคอ
ดูถูกชีวิตกันเหลือเกิน "
.
.           " ช่าย--"
.
.    เจ้าของร้านเห็นด้วย  กด like-ถูกใจ
ให้โพระดกทันที
.
.  " ซึ่งข้าเองนะ  ถ้าเจอพวกเร่แลกหมา
กับกะละมัง ...   ข้าก็จะกดสยองใส่ทันที
เหมือนกัน

.        ตกลงว่า ท่านจะใช้เหรียญทองคำ
ตั้งโต๊ะกินอันนี้ แลกกับอาหารแน่หรือ ?
.    ถ้าตามนี้ ...ท่านก็สามารถทานอาหาร
ร้านข้าได้ไม่อั้น   เพราะเหรียญทองคำมีค่า
สูงกว่าราคาอาหารต่อมื้อ ที่ข้าขายมากนัก "
.
.      " อ้อ-  เป็นเช่นนั้นหรือท่าน "
.
.      โพระดกรู้สึกประทับใจในความซื่อ
ไม่คดโกงของชายเจ้าของร้าน
.
.     " ข้ายืนยัน-- ท่านจงรับเหรียญทอง
ไว้เถิด ...
.      ในเมื่อท่านกล่าวสุจริตใจเช่นนี้ เรา
ก็ยินดีมอบทองคำให้ เพื่อแลกกับอาหาร
สักมื้อ
.      ว่าแต่ ที่นี่คือเมืองอะไรรึท่าน "
.
.           ทันใดนั้น--
.      ภรรยาของเจ้าของร้านที่นั่งมอง  และ
เงี่ยหูฟังทั้งสองจากในร้านมาได้ครู่หนึ่งแล้ว
.      ก็เดินตรงออกมาหา
.
.       นางมองจันทรากินรีไม่วางตา  ยิ้มให้
อย่างทอดไมตรี
.
.     "  สวัสดีจ๊ะ ท่านทั้งสอง    ที่นี่คือนคร
ไพรวัลย์ พวกท่านคงมาจากต่างเมืองสินะ
.      เอิ่ม-  ข้าขออภัยนะ  ที่จะขออนุญาต
ถามหน่อย     ว่าท่านสาวน้อยผู้นี้ มีนามว่า
กระไรหรือ ?
.        ไฉนจึงรูปงามยิ่งนัก "
.
.          " สวัสดีจ๊ะ "
.
.
   โพระดกตัดสินใจตอบตามความจริง
.
.     " พวกเรามาจากเมืองหิมพานต์
 ข้าชื่อ โพระดก เป็นนางพระพี่เลี้ยง
.        ส่วนเธอผู้นี้ เป็นเจ้านายของข้า
เธอคือ องค์หญิงจันทรากินรี "
.
.    ภรรยาเจ้าของร้านร้องอุทาน
.
 .    " เจ้าประคุณรุนช่อง  เป็นเจ้าหญิง
กินรี !!!
.       มิน่าเล่า ถึงดูสวยงาม มีสง่าราศี
ไม่เหมือนสาวมนุษย์ทั่วไป "
.
.      นางหันไปสบตากับสามี  ยิ้มให้กัน
เหมือนกำลังมีความหวัง
.
.    แล้วนางก็คว้าเหรียญทองคำจากมือ
สามี ยื่นส่งกลับให้โพระดก
.       กล่าวอย่างใจอารีว่า
.
.        " ไม่ต้องซื้อขายกันดอก  ไหนๆ ก็
มากันจากต่างดาว   อุ๊ย-โทษ ต่างแดน
.          --ที่ไกล --แสนไกล
.    ขอให้ข้า-นางเอื้อง กับนายเชียง-สามี
ได้มีโอกาสแสดงน้ำใจ
เลี้ยงอาหารต้อนรับ
พวกท่านเถิดนะ "
.
.      จันทรากินรีตรัสขอร้องนาง
.
.  " ข้าขอบใจเอื้องกับเชียงมาก แต่จงรับ
ทองคำนั้นไป
.   และถ้าจะกรุณาจริง เราขอรบกวนที่พัก
คืนนี้ด้วยได้ไหม ? "
.
.       " โอ๊ะ- ได๋ ซิเพคะ
.              -- ด้ายยย-เลย  "
.
.       ว่าแล้ว --- นางเอื้องก็รีบเก็บเหรียญ
ทองคำไว้ในถุงไถ้ ตรงชายพก
.     กุลีกุจอจัดปัดเช็ด ปูผ้าคลุมโต๊ะอาหาร
ผืนใหม่รับรอง
.    และร้องเชิญให้จันทรากับโพระดกนั่งพัก  
รอการเสิร์ฟอาหาร    ที่จะทำการเสิร์ฟแบบ
เมนคอร์ส -main course   แม้จะเป็นแค่มื้อ
เที่ยง
.  คือครบทั้งคาว หวาน และผลไม้ล้างปาก
เพราะทองคำที่ได้รับมาแทนอัฐนั้น ก็ยังมีค่า
สูงกว่าอาหารทั้งหมด ทั้งร้าน
.
.   ด้านนายเชียง รีบใช้ช้อนใหญ่ตักอาหาร
จากถาดและหม้อ ใส่ถ้วยจานมาหลายอย่าง 
.    ได้แก่   ผัดใบเหลียงป่าใส่ไข่นกไก่ฟ้า
เฟสสันท์-pheasant   แกงเห็ดเผาะใส่หน่อ
ไม้อ่อนกับปลาสลิดแห้ง    ปลากระดี่ตัวใหญ่
ทอดคลุกขมิ้น และพริกไทยกับเกลือ และมี
หมูป่าหนุ่มผัดหวานใส่หอมแดงหั่นซอย 
.    พร้อมทั้งข้าวกล้องจากไร่บนดอย  ที่หุง
สุกร้อนๆ หอมกรุ่นจากเตา ก็ถูกทยอยยกมา
วางให้ที่โต๊ะ อย่างไม่รอช้า
.   ผลไม้หลังลันช์  เป็นแตงโมสุกแดงรสชาติ
หวานฉ่ำหั่นพอดีคำ  โรยหน้าด้วยปลาแห้งป่น
ผสมน้ำตาลอ้อยร่วน 
.  กับสับปะรดสุก หั่นพอคำ ที่แต่งหน้าด้วยไส้
ทำจากเนื้อหมูป่าสับ ผัดกับถั่วดินบุบแตก  รส
หวานนำ เค็มตาม อร่อยกลมกล่อม
. ทางนครไพรวัลย์ เรียกสับปะรดทรงเครื่องนี้ว่า 
อาชาห้อ- หรือ ม้าห้อ
 (* ขอสะกดตามคำโบราณ   น่าจะหมายถึง 
   กินอร่อยมาก จนอยากควบห้อตะบึงเหมือนม้า- 
   สมัยนี้เขียนกันว่า ม้าฮ่อ กลายเป็นม้าของจีนฮ่อ
ไป)

.
.      อาหารเมืองมนุษย์มื้อแรก ของสองกินรี
แปลง --   หรูเชีย- !       
.
.
.         ... พักหลังๆ มานี้
.   นางเอื้องยกเรื่องตักอาหารขายให้เป็น
หน้าที่ของสามีมาตลอด
.     เพราะว่านางรู้ตัว เป็นคนมือหนัก
เวลาตักขายลูกค้า ชอบตักให้เยอะเกิน
ทั้งข้าว ทั้งแกง  จนทุนหาย กำไรหด
นางจึงบังคับให้นายเชียงผู้สามี
ยืนที่หน้าตู้กับข้าว ฝึกตักขายแทน
.
.      แรกๆ  เชียงก็ตักเงอะงะ ตักผิด
ตักถูก ไม่เข้าที่เข้าทาง
.  ลูกค้าสั่งแกงส้ม กลับตักแกงเหลือง
ให้
.     คนที่สั่งไข่ทอด กลับได้ไข่เจียว
ไป
.        ประมาณนี้...
.
.       แต่อยู่ๆ ไป  เชียงก็คล่องแคล่ว
กลายเป็นมือวางอันดับหนึ่ง ประเภท
ตักข้าวราดแกง  
ที่ตักแพงให้น้อยจัง
เลย- ไปเรียบร้อยแล้ว
.
       *  *  *  *  *  *  *
.
.      พอเห็นว่า จันทราและโพระดก
รับประทานกันอิ่มหนำ
.    นางเอื้องก็ค่อยๆ เขยิบใกล้  เข้ามา
ขอสนทนา
.
.  นางถือม้วนแผ่นกระดาษ ขนาดใหญ่
มาด้วย
.
.       " องค์หญิงจันทรากินรีเพคะ
ข้ากับสามี มีเรื่องที่อยากจะขอความ
ช่วยเหลือจากองค์หญิง เพคะ  "
.
.    จันทรากินรีได้ฟัง  ก็หันไปมองหน้า
พี่เลี้ยงของตน ที่กำลังแอบแคะไม้จิ้มฟัน
อยู่
.     โพระดกจึงรีบหยุดภารกิจ   ถามธุระ
ของนางเอื้องให้
.  
.    " ท่านมีสิ่งใดหรือ จงกล่าวมา
.     ขอให้เราได้ทราบสิ่งที่ท่านประสงค์
นั้นก่อน "
.
.   สามีของนางเอื้องได้จังหวะ ก็เขยิบตัว
เข้ามาร่วมสนทนาด้วยอีกคน
.
.     "  คืออย่างนี้เพคะ--
.       ขณะนี้ นครไพรวัลย์กำลังจะมีงาน
เฉลิมฉลองประจำปีในวันพรุ่งนี้
.    
ที่จัตุรัส สแควร์ ตรงกลางเวียง  "
.
.    " อ้อ-- เราก็ได้เห็น ที่เขาจัดเตรียม
สถานที่กัน "
.
 .      โพระดกบอกนางเอื้อง
.
 .       นางเอื้องจึงเล่าต่อ
.
.   "  นั่นแหละท่าน...
.       --ทีนี้  การปกครองของนคร
 ก็ได้กำหนดให้มีการประกวดสาวงาม
.    ชิงตำแหน่ง นารีแก้ว "

.     " นารีแก้ว...
.              คืออะไรรึ ? "
.
.   โพระดกถามทันที ก็นางไม่เข้าใจ
.
.    "  นารีแก้ว  ก็คือผู้หญิงที่สวยที่สุด
จะคัดเลือกจากสตรี ที่มีความงามอย่างมี
คุณค่าครบสามประการ
.     คือ งามทั้ง กาย  วาจา  และใจ "
.
.    นางเอื้องตอบอย่างคล่อง เพราะนาง
เป็น fc วงการนางงามตัวกลั่น
.
.    "  ชาวมนุษย์นี่--   ช่างคิดการอะไร
ที่แปลกดี
 .      ฟังดู คงสนุกไม่น้อย... "
.
.      โพระดกฟังแล้ว ชอบใจ
.
.   " มีรางวัลเป็นอัฐ และมีมงกุฏเพชร
ให้ผู้ที่ชนะได้ตำแหน่งด้วยนะ.."
.
.         นางเอื้องรีบบอกเสริม
.
.     แต่ครั้น  นางเห็นเจ้าหญิงจันทรา
กินรีทำกิริยาเฉยๆ ไม่นำพากับสิ่งที่นาง
ทูลเล่า
.        จึงหันไปบอกสามีว่า

.      " พี่เชียง--   ช่วยกางแผ่นประกาศ
ให้องค์หญิง และพระพี่เลี้ยงได้ดูหน้าเพจ
ชัดๆ ทีเถิด "
.
.   สามีของนางก็คลี่ กางแผ่นกระดาษ
ให้ดูกันจะๆ บนโต๊ะ
.
.      คำบรรยายในประกาศนั้น เขียนเป็น
อักษรพิลึกกึกกือ  มองดู-หัวหางพันกันยุ่ง
เหมือนถั่วงอกที่ถูกผัดในน้ำมันร้อนๆ นาน
จนเหี่ยว   เกี่ยวรัดกันเป็นกลุ่มก้อน
.
.    แม้แต่อิทธิฤทธิ์แห่งอำนาจกินรีแปลง
ที่สามารถอ่านทุกภาษาบนโลกมนุษย์นี้ได้
ทะลุปรุโปร่ง  ก็ยังเอาภาษานี้ไม่อยู่
.  พยายามเข้าช่วย ถอดรหัส แปลให้ --ก็
เจอตีข้อมูลเด้งกลับ - เด้งกลับ 
.        ว่า --อันโนน - unknown
   ขึ้นแอเร่อ -error ซ้ำแล้ว -ซ้ำเล่า 
อยู่นั่นแล้ว
.     จึงทั้งจันทรากินรี และโพระดก ต่าง
ก็ส่ายหัวยอมแพ้ อ่านไม่ออกซักตัว 
.
.   แต่รูปบรรยากาศการประกวด ที่จัดวาง
เลย์เอ้าท์ สื่อมาในแผ่นกระดาษ  ดูแล้วก็
เข้าใจได้ดี
.        เป็นตามที่นางเอื้องบอกมา
.
.   " การปกครองนครได้ออกข้อบังคับ
ให้ร้านค้าทุกร้าน   จะต้องส่งสาวงามเข้า
ประกวด
.     มิเช่นนั้น จะถือว่าไม่ให้ความร่วมมือ
กับทางการ    และจะใช้บทอาญาลงโทษ
สั่งปิดกิจการร้านทันที "
.
.     นายเชียงโอดครวญว่า
.
.    "  เราสองคน  ก็ยังหาสาวงามที่จะส่ง
เข้าประกวดไม่ได้เลย   และจะต้องส่งชื่อ
ให้การปกครองนครในเย็นวันนี้ด้วย
.      ข้าพเจ้าและเมีย  กลัวถูกอาญาของ
การปกครองนคร สั่งปิดร้าน
เหมือนบางร้าน
เมื่อปีก่อนเหลือเกิน  "
.
.      นางเอื้องรีบพูดแซงสามี
.
.      " แต่พอเห็นท่านทั้งสอง มาถึงที่นี่
ข้าเจ้านี้ -ดีใจ๊ -ดีใจ
.       ว่าเจอแล้ว -คนที่ใช่  คนที่สวย และ
เหมาะสม  ที่ข้าจะทาบทามส่งเข้าประกวด
มิสนารีแก้ว
.    เหมือนฟ้าทรงบันดาล  เหมือนสวรรค์
ทรงมาโปรด "
.
.     นางเอื้องยกมือท่วมหัว
.             ร้อง  สาธุ-สาธุ-สาธุ
.
.         " ตายล้าววว ..."
.
.
        โพระดกอุทาน --
.
.   นางเขินจัด รู้สึกหน้าแดงปั๊ด อายจนต้อง
ยกมือทั้งสองแตะแก้มตัวเอง ส่ายหน้าไปมา
.
.       "  อย่ามาคาดหวังกันนักสิ
.  ข้าก็ไม่แน่ใจนะ ว่าข้าจะเข้าร่วมประกวด
 ชิงมงกุฎนารีแก้ว ให้พวกท่านได้ "
 .
.          "  โฮะ-"
.
.   
นางเอื้องร้อง โฮะ -ด้วยความงุนงง
รีบเบรกโพระดกทันที
.
.        " แม่นางโพระดกเจ้า --
.  ตื่น ๆ  ---  สติ ๆ 
.         สติโปรดกลับมาเจ้า
.     ข้าบะได้หมายถึงท่าน-เน่อ "
.
.   ซึ่งก็เล่นเอาดับฝันตุ้ยเล็กๆ ของโพระดก
ให้ภาพมงกุฎเพชร ที่มโนบนหัวของนาง ปลิว
ละล่อง ลอยลับ หายไปในอวกาศ
.    นางเผลอร้อง  อ่าว-- 
.     เสียงหวิวๆ ออกมา
.
.     " ข้าหมายถึงองค์หญิงจันทรากินรี
ตะหากเล่า "
.
.    นางเอื้องชี้แจงให้นางพี่เลี้ยงได้สติ
.
.        คราวนี้ โพระดกตกใจกว่าเมื่อกี้
ซะอีก
.
.          " อะไรนะ !
.       บ้าอ๊ะป่าวนางเอื้อง ?
.    นี่บังอาจ- คิดจะส่งองค์หญิงของข้า
เข้าประกวดนางงามระดับภูธร -งั้นรึ ?
.        คิดงี้ได้ไงยะ  ขอถาม ?
. ไม่ได้นะ !- พระองค์ทรงดำรงศักดิ์เป็นถึง
เจ้าหญิง   จะให้มาเดินประกวดประชันแบบ
ที่เจ้าเล่า และที่เห็นในแผ่นเพจประกาศ-
--  ได้อย่างไร ?
 .   อีกอย่าง - มงกุฎเพชรน่ะ ที่วังหิมพานต์
ของเราก็มีให้องค์หญิงใส่ถ่ายเซลฟี่เล่น- 
.    - เป็นเข่ง !  "
.
.          " โธ่--
.   โปรดเมตตาข้าทั้งสองด้วยเถิด    
.   ทางการปกครองนครกำลังรอคำตอบจาก
ร้านเราเป็นเจ้าสุดท้าย แล้วเจ้าค่ะ  "
.
.      สองสามีภรรยาวิงวอนด้วยน้ำตา
แล้วลงทุนก้มลงกราบกับพื้นถึงสามครั้ง
.
.       จันทรากินรีแอบเห็นว่า ท้ังสองกราบ
แบบทำมือบานๆ แผ่ๆ ด้วย ก็ยิ่งรู้สึกสงสาร
จับใจ
.      ทำท่าจะอ้าโอษฐ์ รับปากช่วย
.
.    แต่กลับเจอพี่เลี้ยงโพระดกมองพักตร์
และส่ายหน้าให้...
.     ยกนิ้วชี้ชู ส่ายไปมา ตรงหน้าตัวเอง
เป็นการย้ำแรงๆ ให้จันทรา บี สตรอง !
.  Be strong ! 
.              สเตย์ สตรอง !
.          Stay strong !
.
.       ว่า " อย่าเพคะ
.               --  No -- ไม่นะ ! "

.    " การประกวดทุกปี  ก็จะมีผู้สมัครจาก
แดนไกล  อิมพอร์ตมาร่วมประกวดด้วยน
เพคะ"
.
.    นางเอื้องปาดน้ำตา ฝืนเล่าอธิบายต่อ
เพื่อโน้มน้าวกล่อมองค์หญิงจันทรา ให้นึก
อยากประกวด
.
.  " อย่างปีนี้ --ก็มีสาวงามจากเมืองวิลาศ
มาประกวดด้วยหนึ่งคน "
.
.    " เมืองวิลาศ ? 
.           --  คือเมืองที่ไหนหรือ "
.
.    จันทรากินรีฟังชื่อเมืองที่แปลกหู ก็รีบ
ถาม อย่างสงสัย
.
.     " อ๋อ-  เป็นเมืองที่ไกลมากเพคะ
. เขาว่ากันว่า อยู่สุดขอบฟ้า--  ต้องข้ามน้ำ 
ข้ามมหาสมุทรไปปู้น---
.          แทบจะตกโลกใบนี้ 
.   ข้าเจ้าก็ยังบะเกยไปเมืองวิลาศเจ้า--
.    แต่ผู้คนที่นั่น ที่ดั้นด้นเดินทางไกลมาถึง
เมืองไพรวัลย์  ต่างมีผิวพรรณที่ประหลาดกว่า
คนอย่างเราๆ ที่นี่มากมาย
.  พวกเขาจะมีฮู้ดังแซ้ง (จมูกโด่ง) แหลมเลี่ยม
เหมือนปากอีกา   
.      มีผมสีทอง ราวกับฝักข้าวโพดต้ม
.   และมีหน่วยตาเป็นสีฟ้า อย่างตาของวิฬาร์
บ้าน ที่ตัวสีขาวปลอด "
.
.    " มีมนุษย์แปลกเยี่ยงนั้นด้วยรึ  ข้าอยาก
เห็นจัง "
.
.      จันทรากินรีบอกนาง
.
.          " ...ได้เพคะ
.  เดี๋ยวข้าเจ้ากับสามี จะพาท่านทั้งสองไป
ชมภาพของนางงามแห่งเมืองวิลาศ  ที่จัตุรัส 
สแควร์  ตอนนี้เลย
.     ทางการปกครองได้ให้ช่างฉายา ซึ่งก็
เป็นชาววิลาศเหมือนกัน ฉายภาพของผู้เข้า
ประกวดทุกคน   ติดประดับแสดงไว้ที่ศาลา
ให้ประชาชนได้ทัศนา  ก่อนจะประกวดจริง
ในวันพรุ่งนี้ เพคะ  "
.
.     "   งั้นก็จงรีบพาเราไปเลย ข้าไม่เคย
เห็นดวงตาที่เป็นสีฟ้า
.       -กับผมสีทองฝักข้าวโพดต้ม "
.
.   สามีของนางเอื้องรีบลุกขึ้นไปปิดประตู
ร้านที่เป็นบานเฟี้ยม พับทบไปมาได้
.        พลางอธิบายว่า
.
.    " แต่ในภาพทั้งหมด ที่แสดงไว้
 ก็ไม่ได้เป็นสีเหมือนจริงดอกท่าน
.      มันมีแค่สีขาว กับดำ   ตาและ
ผมของนางจึงแค่สีจาง ๆ
.   หากแต่ ก็ใสเป็นแก้ว ต่างจากตา
และผมของพวกเรา "
.
           *  *  *  *  *  *
.
.  สองสามีภรรยาพาเจ้าหญิงจันทราและ
นางพี่เลี้ยงโพระดกเดินดูภาพฉาย ของ
บรรดาผู้เข้าประกวด  ที่ติดตั้งจัดแสดงไว้
ที่พลับพลาใหญ่
.
.   เห็นภาพของแต่ละสาวงาม ที่ต่างส่งยิ้ม
หวานให้คนดู  ล้วนแลดูสะสวย พาให้เจริญหู
เจริญตาทั้งสิ้น    
. สมแล้วที่ต่างถูกดึงตัว และดันให้มาเข้าร่วม
ประชันโฉม
.
.        " นี่ไงเพคะ นางฟาร์ร่าห์
.     สาวงามจากเมืองวิลาศ "
.
.      นางเอื้องร้องเรียก เชิญจันทรากินรี
ให้มาดูภาพที่นางไล่หาจนเจอ
.
.   จันทรากินรีจ้องมองภาพนั้นด้วยความ
ตื่นตาตื่นใจ
.
.    เจ้าของภาพเป็นผู้หญิงที่สวยแปลกตา
กว่าผู้สมัครทุกคน 
.    นางมีจมูกที่โด่ง  นัยตาที่สุกใส มีเส้นผม
สีอ่อนที่ทิ้งตัวยาวเคลียไหล่  แล้วข้างๆ แก้ม
ทั้งสองข้างมีกลุ่มเส้นผมที่เด้งตัว  ตวัดงอขึ้น
ไล่ๆ กัน ดูนุ่มพลิ้ว 
.   เป็นทรงผมที่ชื่อว่า ทรงฟาร์ร่าห์ ฟอว์เซ็ตต์
Farrah Fawcett ที่โด่งดังของยุค-เป๊ะ

.  ต่างกับสาวงามอื่นๆ ที่แลล้วนมีจมูกนิดๆ กับ
มีหน่วยตาสีดำคมขลับ 
.  และพร้อมใจ- เฮโลกัน  ทำผมทรงยกกะบัง
ที่หน้าผาก  แหงนสูง ม้วนยอดบิดกลับ มองดู
เป็นสระโอ แล้วยีเส้นผมสีเข้ม ตีโป่ง พองเป็น
วงรัศมีแห่งซุ้มเรือนแก้ว แผ่บานล้อมรอบกรอบ
หน้าเจ้าของ เหมือนๆ กันทุกนาง
.
.     แล้วนางฟาร่าห์ก็ยังวางท่าฉายภาพ ที่ดู
ประหลาดจากใครเขา  เพราะนางโพส-pose
ยืนถ่างขา อ้าออกเป็นตัววีคว่ำ 
.    ขณะที่ทุกสาวงามอื่นๆ ที่พากันยืนหนีบ 
หีบขาเอี้ยมเฟี้ยม  บิดลำตัว โพสท่าคล้ายๆ 
ตัวเอส
.   แลดูวางท่าซ้ำๆ ตามๆ กัน  เหมือนกันไป
หมดเช่นกัน 
.
.           " นางชื่อฟาร์ร่าห์หรือ ?  
.      ชื่อแปลกหู  ---
.             -- แต่เก๋  "
.
.        " เพคะ  นางชื่อฟาร์ร่าห์ "
.
.       นางเอื้องตอบเจ้าหญิง
.
.   " ประชาชนผู้ชายที่นครไพรวัลย์ชื่นชอบ
ภาพนางฟาร์ร่าห์กันมากเพคะ
.    เห็นพูดกันว่า นางทำท่ายั่วยวนกว่าสตรี
ทั้งหมด
.   แต่พวกผู้หญิงเรากลับหมั่นไส้  พวกเราว่า 
นางฟาร์ร่าห์เนี่ย--แฮ่นจัง
       แลดู -อ้อล้อ  "
.
.    " แต่ข้าว่า นางดูมั่น ดีออก..."
.
.     จันทราจ้องมองภาพนั้นอย่างถูกใจ
.
.          " ข้าคาดว่า...ปีนี้ นางฟาร่าห์
.  อาจได้ครองตำแหน่งนารีแก้ว "
.
.     โพระดกฟังอยู่ใกล้ๆ ให้นึกขวางองค์หญิง
ของตัวเอง ที่เชียร์นางงามจากเมืองวิลาศจน
ออกหน้าออกตา
.
.         " อุ๊ย--   นี่ถ้าองค์จันทราของพี่ ไม่ติด
ตรงที่ว่าเป็นเจ้าหญิง- อะนะ
.  พี่ก็จะขอดันองค์ ให้เข้าประกวดด้วยอีกคน
.          เพราะไร รู้มั้ย ?...
.  ก็เพราะเท่าที่พี่ดูมาทุกภาพ ยังไม่เห็นมี
คนไหน จะ-ปัง-เท่าองค์หญิงของพี่- ซักคน !  "
.
.       " ใช่เพคะ..ข้าเจ้าก็หันตวย
 คุณพี่เลี้ยงโพระดกอู้มาถูกต้องแล้วเพคะ "
.
.    นางเอื้องรีบพนมมือ ไหว้เจ้าหญฺิงจันทรา
ปะหลกๆ
.
 .       " ทรงศิริโฉมเช่นนี้  หาใครที่ไหน
จะมาเทียมได้
.  แรกเห็นองค์หญิง ความงามของพระองค์
ทำให้ใจข้าเจ้านึกถึงเพลงชมโฉมสาวงาม
ที่ชื่อว่า ร้อยละหนึ่ง หรือ หนึ่งเปอร์เซ็นต์ 
.     ขึ้นมาทันทีเพคะ --
 .            ที่ร้องว่า-- "
.
.      แล้วนางเอื้องก็ร้องลำนำเพลง ที่ขับ
ขานชมโฉมนั้น ให้ฟังกัน

 .    " พราว--แพรว 
.    อันดวงแก้วแวววาม
 สด-สีงาม หลายหลากมากนาม-นิยม
.         นิลกาฬ---
.  มุกดา บุศราคัม-คม  น่า-ชม   ว่างาม
เหมาะสมดี      
.     เพชร--( หื๊อ ) ----  น้ำ-หนึ่ง  
.   งามซึ้ง-จึงเป็นยอดมณี   
.       ผ่อง---แผ้ว สดสี 
.    เพชรดี- มีหนึ่ง ในร้อย--- ดวง "
.
.     น้ำเสียงนางเอื้องใช้ได้เลยทีเดียว คล้าย
เสียงร้องต้นฉบับมาก
ราวกับนางเอื้องกำลังคัฟเว่อร์-cover เพลง

.     น่าจะจับนางเอื้องมาใส่มาสก์-mask 
.ให้ออกมาร้องเพลง  จะได้ไว้ทายกันเล่นๆ 
ว่าคือใครกันหนอ ? ที่ออกมาร้อง
.
.    จันทรา และโพระดกเมื่อฟังจบ ก็ปรบมือ
ให้นางเอื้องอย่างประทับใจ
.
.    แต่นายเชียงกลับส่ายหน้า  ติงเมียตัวเอง
ทันทีว่า 
.
.        "  ข้าบอกแกกี่ที-ก็ไม่จำ  
ว่าเพลงนี้ ชื่อเพลง หนึ่งในร้อย - หนึ่งในร้อย !
.  แกก็ชอบเรียกเป็นร้อยละ1 -หนึ่งเปอร์เซ็นต์ 
- 1 % ---  อยู่เรื่อย 
.    ฟังดู- ยังกะดอกเบี้ยถูกๆ   ประเภทเงินฝาก
ออมทรัพย์ของธนาคารสมัยนี้  "
.
.     นางเอื้องส่งค้อนขวับให้สามีทันทีเหมือนกัน
หมั่นไส้ผัวนัก ที่มาหักหน้าเมียตัวเองกันแบบนี้
.    แล้วก็หันไปออดอ้อน วิงวอนขอความเห็นใจ
จากจันทรากินรีอีกครั้ง
.
.   "  เข้าประกวดนารีแก้วเถอะเพคะองค์หญิง
นึกว่าสงสารข้าเจ้ากับผัว
.    โปรดอินดู ข้าเจ้า -อีเอื้อง กับอ้ายเชียง --
ซักครั้ง -- เต๊อะเจ้า   "
.
.       แม้นางเอื้องจะเฝ้าเชียร์อัพ และอ้อนวอน
อีกรอบ  แต่จันทราก็ยืนกราน
.
.     " ข้าเอง ก็สงสารเอื้อง กับเชียงมากนะ
แต่เรื่องจะให้ข้าประกวดนางงาม -อะไรแบบนี้   
ข้าคงช่วยอะไรเจ้าทั้งสองไม่ได้จริงๆ  "
.
.    นายเชียงที่เดินนำหน้า หันมาบอกดังๆ 
ว่า
.
.       " ส่วนตรงนี้  เป็นหมู่ภาพฉาย ของคณะ
กรรมการตัดสิน  ซึ่งก็เชิญมาจากหลายที่ หลาย
เมืองเจ้าข้า "
.
.          " เอ้อ--"  
.
.     นางเอื้องร้องอุทาน ทำท่าเหมือนนึกอะไร
ขึ้นมาได้
.
.   
"  มีกรรมการท่านนึง นะเจ้าคะ 
.       --- หล๊อ-หล่อ เหลือเกิน
หล่อมากจริงๆ  
.      ทรงเป็นเจ้าชายด้วยเพคะ "
.
.   ดูนางกะปรี้กะเปร่าขึ้น ตาวาว กะพริบใสๆ 
ตอนเล่า
.
.      " ชื่อ เจ้าชายอนันตราช - 
.  แหม - ทรงหล่อ ตู้ม ! ตู้ม !  โดนใจสาวๆ 
ทุกคน
.       เนี่ยะ-  ทรงปกครองนครกัลปพฤกษ์
ที่อยู่ติดกับนครไพรวัลย์    ข้ามภูเขาสองลูก 
.   ไปทางเนียะ  "
.
.    นางเอื้องเล่า และชี้ทิศทางเมืองให้ดู
.
.      โพระดกฟังแบบผ่านหู  ไม่สนใจ
.   ชี้ให้จันทรากินรีดูภาพของผู้สมัคร
รายหนึ่ง
.         ทูลบอกขำๆ ว่า
.
.       " ดูสาวงามคนนี้ซิเพคะ    
.    ทรงว่า หน้าเหมือนนังสร้อย- กินรีที่มีรัง
อยู่ตรงต้นจิกนาใหญ่ ใกล้สระบัวที่หิมพานต์
.          --ไหมเพคะ ? "
.
.          " ไหน ? "
.
.   เจ้าหญิงจันทราทรงหันไปดู พอคิดตาม
ก็ทรงขำกิ๊ก
.
.         " ตายละ -- 
. หน้าเหมือนสร้อยจริงๆ ด้วย     
.             คิก-คิก
.        พี่นี่ก็ ...ช่างนึกเนาะ "
.
.     ขณะที่ขำกันใหญ่   ก็ยังพอได้ยินที่
นายเชียงพูดว่า
.
.     " เจ้าชายอนันตราชชอบยิงธนู แล้วธนู
ของท่านก็แปลกประหลาดเจ้าข้า
.     ลูกศรไม่เหมือนของใครเขา "
.
.       "  ใช่แล้ว ... "
.
.    นางเอื้องพูดยืนยัน บอกว่า
.
.     " ธนูของเปิ้น มีสองหัวเพคะ
. หัวนึงสีขาวเงิน - แฮ๋มหัว สีทอง "
.
.   จันทรากินรีกับโพระดกหยุดขำทันที
.      หันมามองหน้ากัน  ทั้งคู่อ้าปากค้าง
เป็นรูปตัวโอ-O
.
     *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     จันทราพยายามข่มตัวเอง ให้หัวใจ
หายเต้นรัวแรง  ขณะทรงเดินไปที่เชียง
.   แล้วถาม ด้วยน้ำเสียงที่ฝืนให้ดูเป็นปกติ
.
.   " คนไหนเหรอ  กรรมการที่เจ้าพูดถึง "
.
.     แต่โพระดก ที่รีบตามเสด็จไปติดๆ นั้น
กลับยังควบคุมตัวเองให้นิ่งไม่ได้
.    นางมือไม้สั่น จนต้องคว้ามือองค์หญิง
มากุมไว้แน่น
.
.         " คนนี้ พะยะค่ะ "
.
 .       เชียงชี้ไปที่ภาพนั้น
.
.     จันทรากินรีแทบจะหยุดหายใจ
 ทรงบีบมือพี่เลี้ยงตอบกลับ
.           ซะแน่น...
.
.             ใช่แล้ว---
.   เจ้าชายอนันตราช
  กรรมการที่จะ
ตัดสินการประกวดนารีแก้วของนคร
ไพรวัลย์
.       ก็คือชายรูปงาม  เจ้าของธนูเงิน
 ธนูทอง ที่จันทราเห็นในกระจกมนตรา
วันนั้น
.       --ร้อยเปอร์เซ็นต์...!!!!
.
.     *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
  ( บทรำพึงในใจ)
.
     " นี่ข้าจัก ทำเยี่ยงใด ได้พบเจ้า
. อนันตราช ศัตรูเก่า ผู้นี้หนอ
.      พุทโธ่-เอ๋ย กาลเวลา ไม่ท่ารอ
. แล้วข้าก็ ตอบปัดไป ไม่น่าเลย-- "
.
.
.       เห็นเจ้าหญิงทรงเหม่อ เหมือนคน
กำลังสับสน เสียดายโอกาสทองที่จะเข้าถึง
ตัวของศัตรู 
.      คิดไม่ตก ---ทำอะไรไม่ถูก
.
.       โพระดกจึงรีบทูลว่า
.
.         " องค์หญิงเพคะ-
.   อย่าว่าไรพี่นะ ถ้าพี่จะทูลว่า องด์หญิงจะเข้า
ร่วมประกวดนารีแก้ว-  ก็ได้นะเพคะ
.   พี่ว่า- ประกวดเล่นๆ ขำๆ ก็สนุกดีเหมือนกัน
ถือซะว่า    เป็นการหาประสบการณ์  เก็บเข้า
โปรไฟล์ "
.
.       ที่โพระดกพูดนำทางให้เช่นนี้ 
. เพราะนางรู้ดีว่า จันทรากินรีกำลังว้าวุ่น ไม่รู้จะ
หาทางพูดตอบรับเข้าประกวดกับนางเอื้อง และ
นายเชียงอย่างไรดี      
. ด้วยว่าเมื่อครู่นั้น ได้บอกปฏิเสธแก่คนทั้งสอง
ไปแล้วโดยสิ้นเชิง
.
.     " ประกวดนะเพคะ -องค์หญิง "
.
.     นางเอื้องได้ที เมื่อเห็นโพระดกเปลี่ยน
มาอยู่
ฝั่งนางแล้ว ตอนนี้
.
.      "  เอื้องกับเชียง จะเป็นผู้สนับสนุน ออกค่า
ใช้จ่ายให้เองเพคะ
.  แลัวเขาจะมีสายสะพาย เป็นชื่อร้านของเอื้อง 
ให้ทรงคาดตอนเดินด้วยเพคะ  "
.
.         จันทรากินรีลังเล
.
.       " จะดีหรือ ?
.          --  ข้ายังสองจิตสองใจ "
.
.       โพระดกรีบตัดบทให้แทน
.
.   " ดีแน่นอนเพคะ  เชื่อพี่โพระดกได้เลย
 .  อะ- เอื้อง  ท่านก็อย่ามัวรีรอ รีบนำเสด็จ
องค์หญิงจันทราของข้าไปสมัครเดี๋ยวนี้เลย
สิ
.   นี่ก็บ่ายใกล้เย็นค่ำ  เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา
ทางการนะ "
.
 สองสามีภรรยายิ้มแป้น หน้าระรื่น
.    รีบนำพากันไปที่สำนักงานหนึ่ง
ตั้งอยู่ด้านหลังของพลับพลา
.
.    นางจูงมือเจ้าหญิงจันทรากินรี ตรงดิ่ง
ไปหาเจ้าพนักงานธุรการ แล้วรีบแจ้งเจตนา
.   เจ้าพนักงานสตรีผู้นั้นก็รีบดำเนินการให้ 
อย่างไม่รอช้า

.   แล้วยิ้มให้นางเอื้อง
 หลังรับลงทะเบียน
การสมัครเสร็จสรรพ
.
.     " รอดตัวไปจนได้นะ ร้านของท่านน่ะ     
นี่ถ้าช้าอีกนิดเดียว เราก็กำลังจะออกคำสั่ง
ปิดกิจการร้านของท่านแล้ว
.  เพราะการปกครองเฝ้ารอคำตอบจากท่าน
มาตั้งแต่วันแรกที่มีประกาศ  ขาดตอบรับ ก็
เพียงร้านท่านร้านเดียว
.   จึงโดนเพ่งเล็งว่า   อาจเพราะไม่ประสงค์
ให้ความร่วมมือกับทางการ "
.
.        นางเอื้องจึงตอบว่า
.
.  " คือ--ข้าเจ้าเส๊าะหาคนที่จะส่งเข้าประกวด
บะได้เจ้า--
.        -- เส๊าะคนงาม บะป๊ะซักคน
โชคดีที่องค์หญิงจันทรากินรีเสด็จมาจาก
นครหิมพานต์  ได้มาโจ้ยข้าเจ้ากับผัวไว้ตัน "
.
.   เจ้าพนักงานหันมาทางองค์หญิง แล้วก้ม
ศีรษะคารวะ
.
.    " ขอต้อนรับองค์หญิงจันทรากินรีแห่ง
นครหิมพานต์สู่เวทีประกวดนารีแก้วของนคร
ไพรวัลย์ ประจำปีนี้เพคะ
.   และขอให้ทรงโชดดี ได้ครองมงกุฎเพชร
นะเพคะ "
.
.        " ขอบใจท่านมาก "
.
.      จันทราก้มเศียร น้อมรับคำอวยพร
  ทรงแฮปปี้ ...ที่ผู้คนที่นี่ล้วนมีน้ำใจ
.
           *  *  *  *  *  *  *
.
.     นางเอื้องรับสายสะพายจากเค้าท์เตอร์
รีจิสเตรชั่น     เอามาคาดไหล่แบบสะพาย
เฉียงให้องค์หญิงจันทรา
.
.       พอดีกับที่ -ทันใด ก็มีเสียงพูดแปลกหู
ดังขึ้น
.
.      " This way please ,
                princess . "
.
.          คือช่างฉายฉายาชาววิลาศนั่นเอง
มือถือกล้องถ่ายรูปขาวดำรุ่นคลาสสิก
.     ที่แอ๊ปเปิ้ลเรียกปู่  ซัมซุงเรียกทวด
.
.    แกเข้ามารับใบสมัครของผู้เข้าประกวด
รายล่าสุด
จากเจ้าหน้าที่   เอาไปอ่าน ดูราย
ละเอียด
.      แล้วทูลเชิญ
.
.     เจ้าหน้าที่คนเดิมก็รีบออกมานำเจ้าหญิง
ไปที่มุมฉายภาพ
.
.    ที่ตรงนั้น เป็นราวระเบียงไม้ฉลุสวยงาม
มองทะลุเห็นจตุรัส สแควร์    ที่อยู่ด้านหลัง
ชัดเจน
.       ช่างฉายได้เลือกเป็นมุมฉายภาพของ
ผู้เข้าประกวดทุกนาง
.     และไม่อนุญาตให้พี่เลี้ยง หรือใครใด
เข้าไปรบกวนการทำงานของช่างฉาย โดย
เด็ดขาด
.
.       โพระดกรู้สึกเป็นห่วง กลัวว่าจันทราจะ
ทำอะไรไม่ถูก อาจพลาด แพ้สาวงามคนอื่นๆ
ได้
.       จึงแอบทำท่าทางอยู่ด้านหลังช่างภาพ
ส่งซิกแนลให้องค์หญิง
 .      โดยทำท่ายืนเข่าชิด บิดตัว วางมือขวา
ทับมือซ้าย  โพสท่าแบบนางงามยุคคลาสสิก
นิยม ให้จันทรากินรีดูเป็นตัวอย่าง
.
.         แต่องค์หญิงจันทราไม่สนใจ...
ทรงคิดท่าโพสเอง
.         ทรงเหวี่ยง-- หมุนองค์
แล้วโพสท่าชะงักนิ่ง  ตาจ้อง มองสู้กล้อง
.       วางสีหน้าเก๋ ...อย่างเท่
.
.     ช่างฉายถึงกับอุทาน
.
.   "  Wow !  Wonderful ..! "
.
.       พลางนุึกในใจว่า  มิสฟาร์ร่าห์ จาก
แดนวิลายาต (wilayat ) บ้านเดียวกับตน
ได้เจอคู่ท้าชิงมงกุฎตัวจริง เข้าให้แล้ว
.
.      ก็ให้จันทราโพส-pose ท่าเปรี้ยวๆ
ฉายฉายากันหลายมุม หลายช็อต 
.     จนพอใจ ช่างฉายจึงยอมเลิกงาน
.
.    ช่างชาววิลาศตรงเข้ามาจับหัตถ์จันทรา
 ทูลเป็นภาษาอินเตอร์ ว่า
.
.  " Princess ,
.         I ' m sure - you will be crowned . "
.
.       ประหลาดนัก  ที่อำนาจความเป็นกินรี
เมื่อถอดปีก ถอดหาง แปลงร่างเป็นคน ทำให้
จันทรากินรีสามารถเข้าใจภาษาวิลาศได้อย่าง
อัตโนมัติ
.   ทั้งที่เกิดมา  ไม่เคยรู้จักบ้านเมืองนี้แม้แต่
น้อย
.
.        และพอจันทราจะตอบว่า
.         " ขอบใจท่านมาก "
.
.            ดุ๊- ....
.  กลายเป็นว่า  ได้พูดตอบช่างฉายว่า
.
.      " Thank you very much . "
.
.      มีการสะกดจิต ให้จันทราออกเสียง  th-    
แบบเอาปลายลิ้น-tongue tip  แทรกระหว่าง
ฟันบน -upper teeth และฟันล่าง-lower teeth 
.   อีกทั้งยังดลใจให้เจ้าหญิงออกเสียง much-
 แบบ มัด-ฉึ ---  อย่างถูกต้องด้วย  
.
.           โอ้โห-
.     เวทมนตร์แห่งกินรีแปลง อานุภาพใช่ย่อย
-ไม่ใช่เล่นๆ แล้วนะเนี่ย
.     ทรานสเลทให้เบ็ดเสร็จ ราวกับกูเกิลแปล
เอกสาร 
.    และกูเกิล โพรนันซิเอชั่น-pronunciation
.
      *  *  *  *  *  *
.
.         " พรุ่งนี้ ตอนเช้า
.   ผู้ประกวดทุกคน จะต้องเดินสำแดงตน
ที่ลานจัตุรัสต่อสายตาประชาชน
.  ในชุดอาภรณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น
ของตน
.   แล้วกรรมการจะประกาศผู้เข้ารอบ 3 คน
เพื่อตัดสินกัน ในตอนค่ำ "
 .
.   เจ้าพนักงานกำชับบอกให้นางเอื้อง นายเชียง
รวมทั้งโพระดก และจันทรากินรี ได้รับทราบ และ
เข้าใจ
.
   *  *  *  *  *  *  *  *
.
.           เช้าตรู่....
.    ประชาชนชาวนครไพรวัลย์
แห่กันมามืดฟ้ามัวดิน  เบียดเสียด
แย่งจับจองหาที่นั่งกับพื้น
.   
รอยลโฉมสาวงาม ที่ลานจตุรัส สแควร์
จนแน่นขนัด
.
.  เขาจัดเว้นที่ทางด้านหน้าเป็นเวทีกับพื้น และ
ให้ผู้ประกวดเดินสำแดงตนตามรันเวย์ยาวรูปตัวที
- T 
.  และที่หัวตัวที ก็มีแท่นโต๊ะยาวของคณะกรรมการ
ตั้งขวางดักรออยู่ เพื่อจะได้ยลโฉม ดูแต่ละสาวงาม
แบบใกล้ชิดชัดๆ แล้วให้คะแนน
.
.      มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด
ถึงสาวงามที่เข้าร่วมประกวดเป็นคนล่าสุด
.   เมื่อบ่ายวันวาน
.
      ที่ช่างฉายก็รีบเสกภาพของนาง   นำมาติด
แสดงเพิ่มต่อจากภาพของคนอื่นๆ ได้อย่างทันใจ
รวดเร็วดีจัง
.
.    ต่างสนทนาอื้ออึงกัน ที่นางดูสวยเด่นกว่า
ทุกคน
.      ซ้ำยังทรงเป็นถึงเจ้าหญิงกินรี แห่งเมือง
หิมพานต์ อันแสนลึกลับ
.   เมืองแห่งนกมีหู หนูมีปีก  -เอ๊ย -ไม่ใช่สินะ  
-เมืองแห่งคนมีปีกมีหางอย่างนก ต่างหาก
.   ที่เคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่ร่ำลือกันมาแต่ครั้ง
โบราณกาลว่ามีจริง  แต่ก็ยังไม่เคยมีใครสักคน 
ที่ได้ไปถึงที่นั่นเลย
.
.     มีบางคน บอกเพื่อนๆ ว่า
.       เมื่อเที่ยงวันวาน ตนเองเห็นเจ้าหญิง
เสด็จมากับพี่เลี้ยง อุดหนุนร้านอาหารของ
อีเอื้องกับอ้ายเชียง  -ตนก็ยังแอบดู
.     แต่ก็ไม่นึกว่า จะทรงมาร่วมประกวด
นารีแก้วครั้งนี้ กับใครๆ เขาด้วย
.
.     *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.        และแล้ว....
.  การประกวดรอบเช้า ในชุด
ประจำถิ่น
  ถิ่นใครถิ่นมัน
.      ก็เริ่มขึ้น
.
.         เสียงฮือฮา ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ
เล่าละเอียดไป ก็ไม่หมดแน่
.
.     บอกได้แต่เพียงว่า สวยเพริศ และ 
เลิศพริ้งทุกโฉมงาม  
.    แต่ละนาง ช่างอร่ามแท้ แลตะลึง
จนหนุ่มนครไพรวัลย์หลายคน นึกอยาก
ขอหย่าเมียตัวเองอย่างสดด่วน- ณ ลาน
ตรงนั้นเลย 
.
.     เสียงปรบมือ โห่ต้อนรับ เสียงตะโกน
เรียกชื่อนางงามที่แอบเชียร์
.     แข่งกันดังลั่น จนหูแทบแตก
.
.    ยิ่งกรรมการแจ้งว่า จะคัดไว้เพียง
สามคน ไว้ตัดสินในรอบค่ำคืนนี้
.
    เสียงโห่เชียร์ ก็ยิ่งเข้มข้น ตะโกน
เรียกชื่อนางงาม เสียงดังสนั่นไปทั้งลาน
.
.         *  *  *  *  *  *  *  *
.
.       พอแสงอาทิตย์ยามเช้า
กลายจากแสงอ่อน เป็นแสงอุ่นของยามสาย
.    และเริ่มจะกลายเป็นแสงกล้าของเที่ยงวัน
 ก็ประกาศให้นางงามได้พัก
.
.   แล้วก็มีคณะกรรมการบางท่าน  นำผล
การตัดสินไปติดประกาศไว้    ที่ผนังของ
พลับพลา
        พร้อมกับภาพฉายของนางงามที่เข้า
รอบไฟนอลสามคนสุดท้าย ทั้งสามนาง
.
.        ประชาชนพากันแห่มามุงดูผลการ
คัดเลือกด้วยความตื่นเต้น
.    เสียงส่วนใหญ่ชื่นชมการตัดสินของคณะ
กรรมการ  ว่าตรงกับที่ตนคาดคิดไว้ทั้งหมด
.
.
( ขอบคุณกูเกิล- ภาพยืมมา ขออนุญาตใช้สมมุติ )
.
.    คนแรก คือ ทิพย์เกสร  สาวงามจาก
แคว้น สิงหปุระ
.     เธอใส่อาภรณ์อย่างนางพญาราชสีห์
ตามชื่อแว่นแคว้น
.     นางเป็นตัวเก็ง ที่โดนใจหลายๆ คน
แต่มีบางคนจิกนางว่า โคตรยโส  ยิ้มเชียร์
ให้  กลับเชิดหน้าใส่ ไม่ยิ้มตอบ
.    แม่ง-หยิ่งจิ๊บ-อ๋าย 
  .
.
( ขอบคุณกูเกิล- ภาพยืมมา ขออนุญาตใช้สมมุติ )
.
.        คนต่อมา คือ ฟาร์ร่าห์   สาวมั่นจาก
เมืองวิลาศ-วิลายาต (wilayat ) นั่นเอง
.    นางช่างน่ารัก ร่าเริง  ขี้เล่น ฟรุ้งฟริ้งแบบ
เฟลิต ๆ - flirt ๆ  เป็นธรรมชาติสุดๆ
.     ยิ้มหัวกับทุกๆ คน ได้ใจมากๆ
.     แต่บางคนจะติงว่า นางเดินเหิน  นั่งยืน
ไม่ค่อยจะระวัง
  ออกแนวอ้าซ่า ไม่สู้จะเป็น
กุลสตรี
.
.
.
( ขอบคุณกูเกิล- ภาพยืมมา ขออนุญาตใช้สมมุติ )
.
.          คนสุดท้าย ก็ตามคาดหมาย
คือ เจ้าหญิงจันทรากินรี
.
.      วันนี้ จันทรากินรีตัดสินใจยอมจัดเต็ม
ไม่มีกั๊ก
.       คือ นางใส่ทั้งปีก ทั้งหาง ครบไม่พอ
นางเอื้องกับโพระดกยังช่วยกันโปะ กระหน่ำ
แอคเซสซอรี่แบบคอสตูม จิวเวลรี่ ชิ้นบึ้มๆ
ลงบนตัวให้
.      จนเว่อร์วัง สุดอลังการ

.
.   โพระดกจริงจังมาก  นางแต่งตัวให้จันทรา     
พลางก็แอบกระซิบบอกย้ำเจ้าหญิงเป็นภาษา
กินรี    
.  เพราะกลัวนางเอื้องที่ยืนคอยช่วยแต่งเครื่อง
ประดับอยู่ด้วยกัน จะล่วงรู้แผนการที่แท้จริง
.
 " กนรัืสพด่้อก-ปผำยสา้เะว  ส้ยทเอห
ัอสายื้ีสบ ขจิแอดรั   แราอ่้เปตคึ่อเด้่าส
ดกำก้ร "

 ( องค์หญิงเพคะ- งานนี้ ต้องทำองค์ให้เด่น
ที่สุด ให้เจ้าชายอนันตราชสนใจ   และหลงรัก
องค์หญิง ให้ได้นะเพคะ )
.
.      จันทราพยักหน้า ตอบนางด้วยน้ำเสียง
หนักแน่น
.
.     " 0 k - รวทืเดกีาิอ้่มส  
.   ยีเดกแปผไำะ้า ทว ดสาืิแภัอแืส 
ยร่ะดดอ่า่ิ  
.   บกาืาิรนวส าพ้เ้เนรทิายรกพมด
กีทรท "
.
 ( โอเค-  หญิงสัญญา ...
.   หญิงจะพยายามทำทุกอย่างให้สำเร็จ 
ให้ได้
.  จะไม่ยอมให้เราต้องพลาดโอกาสสำคัญ
นี้ไป โดยเด็ดขาด )
.
     *  *  *  *  *  *  *  *              
.
.      การประกวดนารีแก้วรอบสุดท้าย
ในยามค่ำ
.      กำลังจะเริ่มขึ้น ณ ตอนนี้
.
.        มีการแนะนำรายชื่อคณะกรรมการ
ตัดสินในรอบไฟนอลอย่างสมเกียรติ
.
.    " ท่านผู้มีเกียรติ ทุกท่าน
.   อันดับต่อไป-- เป็นสองเซเลบฯ หนุ่ม 
ผู้โด่งดังแห่งดินแดนแสงตะวัน 
.   ที่ได้ให้เกียรติอย่างสูงแก่นครไพรวัลย์
เดินทางมาร่วมเป็นคณะกรรมการในวันนี้
ด้วย
.        โปรดปรบมือต้อนรับ  --
.  เซเลบฯ โตมิโต กูโชดะ ! 
.        และ เซเลบฯ เซ มา กูเตะ !  "
.
.     เหล่ามหาสมาคมทั้งปรบมือให้ และทั้ง
เป่าปาก ฟิ้ว-ฟิ้ว ดังลั่นทั้งลานประกวด
.
.    สองเซเลบริตี้ (celebrity)ให้ปลื้มปริ่ม 
ยิ้มกว้าง หุบไม่ลง  
.   จนรูปหน้าที่โบท็อกซ์-botox มา ให้ดูเรียว
นั้น เผลอขยาย -บานออกอย่างเดิม
.
         ดูแล้ว --
.     เอาจริงเอาจัง ยังกะเป็นการประกวด
นางงามระดับโปรฯ  และอินเตอร์เลยทีเดียว
  เพราะมีการกำหนดให้เป็นคณะกรรมการ
คนละชุด กับรอบคัดเลือกเมื่อเช้า
.
.     โดยเฉพาะเจ้าชายอนันตราช  ผู้ทรงเสด็จ
ดำเนินด้วยขบวนคชสารพระที่นั่ง มาจากนคร
กัลปพฤกษ์ และเพิ่งเช็คอิน มาถึงนครไพรวัลย์ 
หมาดๆ
.      เหมือนว่า จะทรงได้รับการยกย่อง เชิดชู
มากเป็นพิเศษ
.
.
.      " ก่อนที่จะทำการประกวด  เฟ้นหา
นารีแก้ว  จากผู้เข้าประกวดที่ผ่านเข้ารอบ
สุดท้ายทั้งสามคน

.      เราจะมีการแสดงพิเศษ  ยิงธนูแฝด
 - ธนูเงิน ธนูทอง
.        จากเจ้าชายอนันตราช  แห่งนครกัลป
-พฤกษ์  มหามิตรของเรา
.    ผู้เป็นเจ้าแห่งวงการยิงธนู ไม่มีผู้ใดในไตร
โลก มาริหาญท้าสู้ฝีมือยิงศรของพระองค์ได้ "
.
.        เจ้าชายรูปงามยืนโค้งคำนับ
รับเสียงปรบมือก้องสนั่นจากมหาสมาคม
.
.    จันทรากินรีแอบมองดูเจ้าชายอนันตราช 
จากหลังหลืบม่าน
.
.         " หล่ออะไรอย่างนี้ ..."
.
 .     ทิพย์เกสร สาวงามจากสิงหปุระ ผู้ผ่าน
เข้ารอบด้วยกัน ที่ก็มาแอบดูอนันตราชข้างๆ
จันทรากินรี  กล่าวรำพึงเสียงดัง
.
.          " เสียดาย...
.      ที่ทรงมีมเหสีซะละ "
.
.            จันทรากินรีได้ยินเช่นนั้น
ก็พลัน รู้สึกใจหายวูบ --
.            เจ็บจี๊ด ที่ดวงใจ
.    ยืนแทบไม่ติด รู้สึกเหมือนโลกจะ
ถล่มทลาย
.
.           พอได้สติ นางก็ตกใจ
  และละอายใจ     ที่ทำไมตัวเอง
ต้องรู้สึกเช่นนั้นด้วย
.
.      เจ้าชายอนันตราชเดินออกมา
 ที่ลานกว้าง  ทรงชูธนูศรขึ้น
ตรัสเสียงดังว่า
.
.  "  ที่จริง ...
.         เมื่อสามวันก่อน
 ข้าได้ลองยิงธนูเงิน ธนูทอง
    ในกลยุทธศร ชื่อ ดับสุริยัน
.
 .       แต่พอข้ายิงขึ้นไป
หมายจะดับแสงอาทิตย์ให้มืดมิด
 กลับถูกรถพระอาทิตย์ขับชนธนู
ของข้ากระเด็น
.   ธนูเปลี่ยนทิศทาง พุ่งเข้าไป
ทางป่าแห่งหนึ่ง...
.
.     พอข้าจะเรียกธนูกลับมา
 ข้าก็พบว่า ป่านั้นปิดทึบ
.   จนข้าไม่สามารถเรียกธนูกลับคืนได้
.
.     ครั้งนี้...
ข้าจะแสดง ยิงธนูเงิน ธนูทอง
      เป็นกลยุทธศร ชื่อ พิชิตจันทรา
.
 .     เมื่อข้ายิงธนูขึ้นไปบนท้องฟ้า
  จะปรากฏ แสงแห่งดาวเดือน
   ร่วงกระจาย หล่นลงมาราวห่าแสง
  .       แต่พวกท่านไม่ต้องกลัว
    เป็นเพียงแสง หาใช่วัตถุไม่... "
.
.      ก็มีเสียงโห่ร้องจากประชาชน
ที่ประสงค์ อยากจะชมการแสดงยิงธนู
.  โดยเร็ว
.
.      ยกเว้น เจ้าหญิงจันทรากินรี
 ผู้ที่แอบมองอยู่หลังหลืบ
.   ทรงถึงกับน้ำตาคลอด้วยไฟแค้น
ที่ร้อนระอุขึ้นมาทันที
.
.      "  ธนูเงิน ธนูทองของเจ้า
  มันแล่นมาปักอกของพี่ชายข้า
 .    และที่เจ้าเรียกธนูกลับคืนไม่ได้
 ก็เพราะข้าได้ร่ายเวทปิดประตูป่าไว้
  .        อนันตราช--
ข้าจะต้องล้างแค้นครั้งนี้กับเจ้า ให้
จงได้ !"
.
       *  *  *  *  *  *  *  *
.
.      อนันตราชประทับยืน
.  แล้วแผลงศรธนูแฝดขึ้นสู่ฟ้า
.
  .   เสียงแหวกอากาศของธนูแฝด
 คุ้นหูจันทรากินรี เพราะนางไม่มีวัน
ลืมเหตุการณ์ร้ายของวันก่อนนี้
.
.             พลัน...
.  แสงเดือน และแสงดาว ก็ปรากฏ
ให้เห็นประจักษ์กับสายตาของทุกคน
.
.         แล้วร่วงพรู ...
.  หล่นต่อๆ กันลงมาจากฟากฟ้า
ป็นสร้อยแสง
.     ..เต็มทั่วท้องฟ้า
.  สวยงาม ตระการตา ด้วยสีสัน
ต่างๆ
.
.    ประชาชนปรบมือกันกึกก้อง
ส่งเสียงโห่ร้อง แซ่ซ้อง สรรเสริญ
.
.     มีคนตะโกนนำกล่าวเยล - yell
แสดงความชื่นชอบการแสดง
.     แบบที่ลูกเสือเล่นรอบกองไฟกัน
ก็ไม่ปาน
.
.    " พี่น้องนครไพรวัลย์ 
. โปรดกล่าวตามข้าพเจ้าสามครั้ง 
ว่า 
.     องค์อนันตราช นี้-
.             เก่งจริงๆ !!
.
 .        เก่งจริงๆ !! 
( ฝูงชนตะโกนรับ และชูกำปั้น)
 .        เก่งจริงๆ !!  
 (  ฝูงชนตะโกนรับ และชูกำปั้น) "
..        เก่งจริงๆ !!  
 (  ฝูงชนตะโกนรับ และชูกำปั้น) "
.
.      อนันตราชโค้งวรกาย เพื่อขอบใจ
 ในคำชื่นชม
.      แล้วประทับยืนนิ่ง  ร่ายเวทเพื่อเรียก
ธนูเงิน -ธนูทอง กลับมา
.
.    และแล้ว   ก็มีเสียงธนูแฝดแหวกฟ้า 
แผดดังหวีดหวิว 
.     ราวกับเสียงไซเรนรถดับเพลิง
.
.       ลูกธนูพุ่งกลับลงมา  แลนดิ้งแบบ 
สมูธ  แอส ซิ้ลค์ -smooth as silk  -เท่ๆ
.     จอดนิ่ง ลงบนฝ่ามือของอนันตราช 
อย่างซอฟท์ ๆ
.
.      เจ้าชายโค้งรับเสียงปรบมือ ที่ดังลั่น
ขึ้นอีกครั้ง
.        แล้วเสด็จกลับมาประจำที่นั่งของ
บรรดากรรมการตัดสิน
 .
.           บัดนี้-
.   การประกวดนารีแก้ว ยามค่ำคืน
รอบตัดสิน
.     กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว จริงๆ
.
.        *  *  *  *  *  *  *
.
.         กลองรัว---
แตรเป่ายาว เสียงกังวานโหยหวน

.      และแล้ว ก็มีนักแสดงนครไพรวัลย์กลุ่มใหญ่
เป็นเด็กหนุ่ม และเด็กสาวออกมาร่ายรำเปิดเวที
.   สร้างความเร้าใจให้
คนดูฮือฮา  
กับสถานที่
ประกวดยามราตรี
.   เพราะพอจุดไฟ ปล่อยแสงสีให้ฉายสาดส่อง
เต็มเหนี่ยว
 .   กับมีระบำสนุกๆ มาส่ายท่าสวยงามประกอบ
ทำให้บริเวณลานจัตุรัสดูคึกคัก  มีชีวิตชีวากว่า
ตอนกลางวันมากมาย
.
.  
. ( คลิปภาพยืมมา ขออนุญาตใช้สมมุติ )
.
.
.
.     ( Very big thanks to YouTube & Lacey Kon )
.
.
.       ระบำจบ  นักแสดงเกือบทั้งหมดถอยหลัง
เข้าฉาก 
.     เหลือสิบกว่าคนยืนสแตนด์บาย  โพสท่านิ่ง  
รอเป็นแบ๊คกราวน์ด์ให้นางงาม
.
.        
.       " เชิญผู้มีเกียรติทุกท่าน...
พบกับสาวงามทั้งสาม
.         ได้ ณ บัดนี้ ..."
.
.
.        " สาวงามท่านแรก
นางทิพย์เกสร   จากนครสิงหปุระ
สถาบันเสริมความงาม ไพรวัลย์บิวตี้ฟูล
ฟอร์เอเว่อร์ ร่วมกับแป้งน้ำพันธุ์งาม 
.        ส่งเข้าประกวด "
.
.     ทิพย์เกสรเดินออกมา ในชุดนางสิงห์สาว
อกเสื้อเป็นกรวยแหลมเปี๊ยบ    จากอิทธิพล
การดีไซน์ของ ฌอง ปอล โกลติเยร์
 - Jean Paul Gaultier ชาววิลาศอีกคน
.
.       นางเดินเชิดหน้า คอตั้ง เม้มปากตาม
สไตล์
.        เพราะพื้นเพเป็นคนเก่งจึงติดนิสัย
ชอบยืด..ไม่ชอบยิ้ม
.
" การศึกษาสูงสุด จบชั้นอนุบาลสอง 
.จากโรงเรียนอนุบาลห่านน้อย "
.
.   คนดูร้องอู้ฮูว์ พากันปรบมือกราวใหญ่
ให้นาง
.    เพราะนานๆ จะมีนางงามที่มีการศึกษา
สูงๆ แบบนี้ หลุดเข้ามาประกวด
.   ด้วยที่ผ่านมา เหล่านางงามล้วนไม่ค่อย
เคยได้ร่ำเรียนอะไรมาเลย
.
.     นางทิพย์เกสรจับได้คำถามกรรมการ
ของศาสตราจารย์หวัง ฟันเจ้า ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการคณิตศาสตร์ขั้นสูง
.
.      ศาสตราจารย์ลุกขึ้น ตะโกนถามนาง 
ด้วยเสียงอันดังว่า

.    "     11 ยกกำลังอินฟินิตี้ 
.   
.             หาร 4 ...
.     ลบ 5  ...
.           บวก 17 
.   คูณ 0...
.
.           ได้เท่าไหร่ ?
.                      --พูด ! "
.
.    คนทั้งลานส่งเสียงโห่ ไม่พอใจคำถาม
จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิท่านนี้   
.    ที่วันๆ หัวยุ่ง หมกมุ่นแต่กับการคิดเลข
และคำนวณ
.   ถามคำถาม-แม่ง-ยาก  ราวกับจะมาแข่ง
คณิตศาสตร์โอลิมปิก ไม่ใช่ประกวดนางงาม
.
.       นางทิพย์เกสรคันหัวจี๊ดขึ้นมาทันที 
เอาเล็บนิ้วชี้เกาโคนผม ที่โผล่จากชฎาข้างหู 
ยิกๆ
.         ถามยาก-อะไรแบบนี้ ฟะ ?
 นางร้องขอกระดานไวท์บอร์ดจากเจ้าหน้าที่
.
.      ได้กระดานมา ลองขีดๆ เขียนๆ ลบๆ ถูๆ
พักนึง  --ก็อึ้ง
.      คิดต่อไม่ไหว นางทิพย์เกสรจึงตอบเสียง
สะบัด แบบส่งเดช --มั่วๆ ไป
.
.       "  ได้ 0 --- มั้ง !  "
.
.        " อะ- ถูกต้อง- 
.                  นะค้าบบบ  !! "
.
.   ศาสตราจารย์หวัง ฟันเจ้า ชูสองมือ
ยกนิ้วหัวแม่มือให้นางทันที
.
.        คนดูส่งเสียงโห่ฮิ้ว --
และปรบมือให้นางทิพย์เกสรดังสนั่น
.
.    เจ้าตัวตาเบิ่งค้าง อ้าปากหวอ--
คือ งงจ้า
.    นี่คือ ฟลุก- fluke - ใช่มะ ?
.
.    กรรมการยิ้มพอใจ  นึกชมนางทิพย์เกสร
ว่ารู้ได้ไง ว่าเลขจำนวนใดๆ ถึงจะไปทำอะไร 
ยังไงกับเลขจำนวนอื่นๆ มา แต่เมื่อต้องมาจบ
ด้วยการคูณกับศูนย์ 
.      -  ผลลัพธ์ ก็ต้องได้เป็นศูนย์ 
.    ก็พากันรุมเทคะแนนให้นาง  จนสกอร์
พุ่งพรวด ...
.
.    กรรมการคนนึงมีหน้าที่รวมคะแนน รีบ
หยิบลูกคิดรางแก้ว ขึ้นมาดีด
.      เสียงดัง   ปั๊วะ- ป๊ะ
.       .. ปั๊วะ -ป๊ะ
.
.    อนึ่ง- เวทีนี้  ไม่เล่นไฮ-โล  high - low 
แบบคิดคะแนนรวมของ ยิมฯ หรือกระโดดน้ำ
    นั่นคือ ไม่ตัดคะแนนที่ได้สูงสุดออก และ
ไม่ตัดคะแนนที่ได้ต่ำสุดออก 
.     แต่จะคิดคะแนนรวมจากทุกคะแนนของ
กรรมการ
.
.   กรรมการประกาศค่าคะแนนเฉลี่ย ของนาง
ทิพย์เกสร  ดังๆ
 .
         "  9.705 "
.
.            มีคนดูมึนนิดๆ ---
.   ว่าทำไมนางทิพย์เกสรถึงไม่ได้ 10.000
.
.      กรรมการหญิงคนนึง แอบยิ้มสะใจ
ที่จริง ตอบถูกแบบนี้ น่าจะได้เต็ม 10
.      แต่เชอะ--เจือกหยิ่งดีนัก  ทำเป็น
เดินเชิด คอแข็ง...
.     ข้าเป็นกรรมการ อุตส่าห์ยิ้มให้  ก็ไม่
ยิ้มตอบ
.        เลยงอคะแนนไว้ -
.       ---  แล้วหักซะ
.
.           .. สม !
.  
         *  *  *  *  *  *  *
.
.     "  สาวงามท่านที่สอง
นางฟาร์ร่าห์     จากเมืองวิลาศ
 โรงฆ่าสัตว์นครไพรวัลย์  ร่วมกับ
โรงรับจำนำ ตึ๊ง แอนด์ เปย์ - Tueng 
&  Pay  
.      ส่งเข้าประกวด  "
.
.   นางฟาร์ร่าห์ส่งยิ้มกว้างมาแต่ไกล
นางเดินกระดิกนิ้วมือ โบกทักทายผู้คน
ที่เชียร์นางอย่างปล่อยๆ
.        สบาย ๆ...เบิร์ด ๆ
.
.    พอเดินมาเจอกลุ่มหนุ่มนครไพรวัลย์
ที่ก็โบกมือ เรียกชื่อเธอดังลั่น
.   แล้วปรบมือ ร้องเพลงเชียร์นางเฮ้วๆ
เป็นจังหวะ
.
.     นางสุดจะปลื้ม ลืมตัว เลยตรงเข้าไป
แด๊นซ์กับพวกเขา
.    เอาสะโพกฝรั่งมังฆ้อง ขนาด 38 นิ้ว 
บั๊มพ์กระแทกใส่หนุ่มนครไพรวัลย์คนนึง
แบบก๋ากั่น
.     เรียกเสียงฮือ-จากผู้คนตรงนั้นได้ทันที
พากันปรบมือกราวใหญ่
.    ถูกใจ กดไลก์ -ชอบใจอัธยาศัยนาง
. ว่านางฟาร์ร่าห์   -แม่ง-ฮาๆ ดีว่ะ
.
.    แต่กรรมการมนุษย์ป้าท่านนึง ที่ลงทุน
ถอดแว่น หยีตามองดูนางฟาร์ร่าห์ มาตั้งแต่
ตอนนางเริ่มออกเดินโชว์ตัว
.      พอเห็นดั่งนั้น  ก็ถึงกับขนหัวลุก-ซู่ 
เกิดอาการรับไม่ได้-
.      รีบใส่แว่นกลับตามเดิม   แล้วรีบล้วงมือ 
ควานหาขวดน้ำมันเหลืองจากหีบหมาก
.  เอามาจ่อดม และแตะ -ทา -ถู  ขมับทั้งซ้าย
-ขวา
.  เพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ วิงเวียนหน้ามืด   
คล้ายจะเป็นลม
.
.              ที่สุด...
.   ถึงแม้นางฟาร์ร่าห์จะตอบคำถามผ่าน
ล่ามช่างฉายชาววิลาศ
.   ว่านางรักเด็ก รักผู้ใหญ่ และรักทุกคนที่นคร
ไพรวัลย์   รวมถึงนางชอบอาหารของที่นี่มาก 
โดยเฉพาะต้มส้มไก่บ้าน ใส่ใบชะมวง  
.     และอุตส่าห์แสดงทักษะความสามารถ
ด้วยการสาธิตเรียกสิ่งของรอบๆ ตัว เป็นภาษา
วิลาศ
.
.        " That is a chair. "
.
.       "  This is a book . "
.
.       จนทุกคนทึ่งในความสามารถ
แต่นางก็โดนกรรมการมนุษย์ป้า ผู้ไม่ปลื้ม 
กับกิริยาโดกเดก เปิ๊บป๊าบพรรค์นั้น  ลอบ
สะกัดดาวรุ่ง
.         กดหักคะแนนนาง ...
 จนหมดหวัง ที่จะได้สวมมงกุฎคืนนี้... 
.           แบบเห็นๆ
.
         " 6.055 "
.   
.
.     ทันทีที่พิธีกรประกาศเรียก
จันทรากินรี  ทั้งโพระดก และนาง
เอื้องโผเข้ากอดกัน
.
.    แล้วหันไปโบกไม้โบกมือ ส่งเสียงเชียร์
ดังลั่น
.
.     " นางงามท่านสุดท้าย..
 เจ้าหญิงจันทรากินรี ...
.        จากแดนหิมพานต์
.  ร้านข้าวแกงนางเอื้อง ลาบเมียง และ
นายเชียง จิ๊นส้ม 
.      ส่งเข้าประกวด "
.
.    ผู้คนทั้งลานร้องฮูว์--ส่งเสียงปรบมือ
ให้กำลังใจเจ้าหญิงกินรีแสนสวย
.  ผู้ก้าวออกมา พร้อมส่งยิ้มหวานไปรอบๆ
หยุดยืนนิ่ง  แล้วค่อยๆ เบี่ยงขาขวาไปด้าน
หลัง และย่อตัวลง อย่างช้าๆ นุ่มนวล
. พนมมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม
.     ตามการเทรน-train อย่างเข้มของ
นางพี่เลี้ยง และนางเอื้อง
.
.     เสียงปรบมือดังกราวสนั่น กึกก้องทั่วทั้ง
ลานจัตุรัส
. เพราะความนอบน้อมนี้ ได้ใจมหาชนเกินร้อย 
ชนิดที่ไม่ต้องประกวดต่อแระ
.  -  เอามง มาครอบลงหัวให้ไปเลยก็ได้
.
.    กรรมการมนุษย์ป้าไฮโซท่านนั้น พอเจอ
กิริยาผู้ดี มีสัมมาคารวะ นุ่มนิ่มเป็นเยลลี่-jelly
-ปีโป้ ของจันทราเข้า 
.    ถึงกับมีอาการซึ้งจุกอก ตื้นตันจนน้ำตา
นางเล็ด เอ่อเบ้า
.        นั่งมอง อมยิ้มถูกใจจังทั้งน้ำตา
.
.   แล้วประจงหยิบผ้าเช็ดหน้า ที่ถักโครเชต์
ลายลูกไม้หยักๆ รอบขอบ  และปักที่มุมข้างนึง
เป็นรูปศรเสียบปักทะลุหัวใจ  
.       ออกมาคลี่โชว์
.   ค่อยๆ ใช้มันแตะ ซับน้ำตาตัวเองอย่างช้าๆ 
ด้วยท่วงท่าประณีต ประจงเต็มบรรทัด
.
.          *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.   ฝ่ายเจ้าชายอนันตราชถึงกับตะลึงงัน
ในความงามของเจ้าหญิงจันทรากินรี 
.    ที่ส่งประกายออร่า วิบวับ
.
 .   รักแรกพบ -love at first sight
 บังเกิดขึ้นฉับพลัน   ในพระหฤทัยของ
 เจ้าชาย
.
.         *  *  *  *  *  *  *  *
.
.       จันทรากินรียิ้มหวานให้โพระดก
และนางน่อย กับนายเชื่อง
.  ที่วิ่งนำช่อดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มมามอบให้
ถือ
ยิ่งทำให้จันทราดูเด่น กว่าใครๆ
.
.      พอเดินตามรันเวย์ไปถึงหัวตัวที
จันทราถึงกับใจเต้นตึ๊กตั๊ก...
.   เพราะเจอสายตาเจ้าชู้หวานซึ้งของ
อนันตราช  ที่จ้องมองมา จับใบหน้าของ
เธอนิ่ง 
.    ...ไม่ยอมละสายตาไปไหน
.
.      จันทราล้วงโหลแก้ว จับสลากชื่อ
กรรมการที่พับไว้เป็นรูปดาว 
.     ส่งให้พิธีกร
.
.           พระเจ้า !!
.    พรหมลิขิต หรือ เดสตินี่- destiny
 กันแน่ ?
.    เพราะพอแกะดาวออกมา เธอจับได้ชื่อ 
เจ้าชายอนันตราช !
.
.
.          *  *  *  *  *  *  *  *  *

.
.     " สวัสดี--
.           เจ้าหญิงจันทรากินรี "
.
.   อนันตราชทรงยืนขึ้น ตรัสทักทาย
.
.       จันทราย่อตัว ถอนสายบัว
.
 .       " บังคมเพคะ "
.
.  " คำถามของข้า ก็คือ...
.            ถ้าองค์หญิงมีศัตรูคนนึง..."
.
.        อนันตราชแอบขยำคำถามเดิม
ที่เตรียมมาว่า คำขวัญของนครไพรวัลย์
คืออะไรทิ้งเสีย
.   นึกคำถามใหม่ ที่คิดขึ้นมาสดๆ นั้นต่อ
.
.  " แล้วศัตรูคนนั้น...
.          รักองค์หญิงสุดหัวใจ
.  และองค์หญิงเอง ก็แอบรักเขา...
.
.         ถ้ามีโอกาสเหมาะ
. ที่องค์หญิงสามารถฆ่าศัตรูผู้นี้ได้ ...
.     องค์หญิงจะฆ่าเขาลงคอไหม ? "
.
.     โพระดกร้อง " ห็า ? "
ทำไมมันช่างบังเอิญ อะไรเช่นนี้
.         หรือว่า ....
  อนันตราชรู้ตัวแล้ว ?
.
.    จันทรากินรีสบตากับอนันตราช
.
.      ทั้งสองมองตากัน นิ่ง...
 และนาน
.     เสมือนโลกนี้ มีเพียงสองเรา
.
.
 " จันทร์รูปเคียว เกี่ยวกิ่งฟ้า มาโอบรัด
. ใจกระหวัด เกี่ยวพัน อย่างมั่นหมาย
.  สองดวงใจ  สนิทซ้อน มิผ่อนคลาย
.  ดั่งคู่หมาย แต่ปางหลัง ครั้งเดิมมา "
.
.  
.    ผู้คนที่อิน-in  พากันมองตามเจ้าหญิง
และเจ้าชาย  ต่างก็มีความรู้สึกฟินมากๆ
.    บรรยากาศตรงหน้าโรแมนติกสุด
จนแทบจะร้องกรี๊ด
.    เหมือนกำลังได้ดูหนังรักอมตะ เรื่อง
" โรเมโอ กับ จูเลียต "
.         
.        แล้วจันทราก็ตอบคำถาม ของ
เจ้าชาย...
.
.      " พระองค์ทรงถามหม่อมฉัน  
เหมือนจะทรงเก็งคำตอบล่วงหน้า   
.    ว่าหม่อมฉัน จะต้องตอบว่า ฆ่าเขา
ไม่ลง...
.        แต่สำหรับหม่อมฉัน --
.  ถ้าเขามากลายเป็นศัตรู  เพราะเขา
ได้ฆ่าคนที่หม่อมฉันรักคนนึงมาก่อน
.      หม่อมฉันก็ฆ่าเขาได้เพคะ "
.
.           จันทราสะอื้นเล็กน้อย
. สบตา -มองพักตร์หล่อเหลาของเจ้าชาย
อนันตราช
.
.          " ฆ่าได้--
  แม้ว่าหม่อมฉัน   จะรักศัตรูผู้นั้น
.            ...หมดหัวใจ "
.
.     ทุกคนทั้งลาน ฟังคำตอบของจันทรา
พากันเงียบ-- อึ้ง
.
.       อนันตราชที่ยืนถาม  มองสบตาเธอ
อย่างโหยละห้อย...
.       น้อยใจในคำตอบที่ได้รับ ราวกับว่า
พระองค์เองคือศัตรูผู้นั้น
.
.     ยิ่งได้ฟังวาจาที่นางตอบอย่างมีเหตุ
มีผล  อนันตราชก็ยิ่งหลงรักจันทรากินรี
เป็นเท่าทวี...
.
.           ทรงปรบมือให้
 แล้วทุกคนก็ปรบมือให้เจ้าหญิงจันทรา
กินรีตามพระองค์ 
.     เสียงดังกราว ลั่นยาว
.
.     กรรมการที่ดีดลูกคิดรวมคะแนน
แกมีนิสัยแบบ-  จะยังไง้  -กรูก็ขอดีด
ซักหน่อย -ละวะ
.
.   รับใบคะแนนมา เหล่มองด้วยตาเปล่า   
ก็เห็นแล้ว  ว่าทุกคนให้คะแนน 10 เต็ม 
แกก็ไม่วายเอาคะแนนทั้งหมดมาดีด 
.    แป๋ง- แป๋ง
.       รวม - --แล้วหาค่าเฉลี่ย
.
.        " 10. 000 "
.
        *  *  *  *  *  *  *
.
.     โพระดกน้ำตาไหล
.   เมื่อกำลังจะได้เห็นเจ้าหญิงจันทรา
กินรีได้สวมมงกุฎ ตำแหน่งนารีแก้ว
.
.      เพราะรองอันดับสอง คือนางฟาร์ร่าห์
และรองอันดับหนึ่ง คือนางทิพย์เกสร ต่างก็
ได้รับขันน้ำและพานรองจากหัตถ์ผู้ครองนคร
ไพรวัลย์ไปเรียบร้อยแล้ว
.    เป็นขันน้ำพานรองเนื้อเงินอย่างดี ที่กอง
ประกวดได้สั่งทำโดยตรงจากร้านเจ้าประจำ
ย่านวัวลาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านช่างเงินฝีมือเยี่ยม
ของอาณาจักรล้านนา
.
.
.       พอเห็นองค์อนันตราชยิ้มกริ่ม
ลุกจากโต๊ะประทับ เดินออกมาหาจันทรา
.     มีมิสนารีแก้วของปีก่อนถือพานใส่
มงกุฎเพชร และสายสะพาย ตามติดมา
.
.     โพระดกรีบยกมือขึันพนม  ภาวนาขอให้
สิ่งที่คิดไว้จงบังเกิด
.   ตอนเจ้าชายอนันตราชสวมมงกุฎนารีแก้ว
ให้เจ้าหญิงจันทรา
.
" เพี้ยง...
.            จงรัก
.
.         เพี้ยง..
.               จงหลง "
.
       *  *  *  *  *  *
.
.    มิส "นารีแก้ว" บอกกับพี่เลี้ยง 
ในเย็นของวันรุ่งขึ้น
.
 .       "  เจ้าชายอนันตราช
   ทรงขอให้หญิงไปเป็นมเหสีของพระองค์
ที่นครกัลปพฤกษ์ "
.    
.   " ทรงมีมเหสีอยู่แล้ว แต่ยังทรงมาทูลขอ
องค์หญิงแบบนี้   แสดงว่า ทรงรักชอบองค์หญิง
ของพี่จริงเพคะ
.    พระองค์ทรงติดตามองค์หญิง ไปยังสถานที่
ต่างๆ ทุกที่  จนชาวเมืองไพรวัลย์พากันกอสซิป
-เล่าขวัญ -ร่ำลือเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์  
ณ ตอนนี้
.      ว่าเจ้าหญิงของพี่  คือ ว่าที่มเหสีองค์ใหม่ 
ของนครกัลปพฤกษ์ "
.
.               ใช่แล้ว....
.      นอกจากตอนสวมมงกุฎให้จันทรา
อนันตราชจะทรงกระซิบว่า
.
.     " เจ้าหญิงของข้า...
.           โปรดรับรักข้าได้ไหม ? "
.
.          พอวันรุ่งขึ้น---
.   มิสนารีแก้วต้องออกสื่อ
ออกงาน
ไปขอบคุณ  และปรากฏตัว  พบกับ
ประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ในนคร
ไพรวัลย์ ตามประเพณี
.        เจ้าชายอนันตราชก็ยังเสด็จ
ไปคอยยืนคู่   ฉายฉายาเคียงข้าง
จันทราแทบจะทุกซีน
.
.    คอยประกบใกล้ชิดนางในทุกๆ ที่
ทรงไม่ปิดบังว่า พระองค์กำลังสนพระทัย
และลุ่มหลงในตัวมิสนารีแก้วคนใหม่
 .
.     " ที่ทรงทูลขอองค์หญิงรวดเร็วเช่นนี้
ก็เพราะพรุ่งนี้ เป็นกำหนดที่จะเสด็จกลับ
นครกัลปพฤกษ์ สินะเพคะ "
.
.          โพระดกทูลถาม
.
.          " ใช่--
.   ทรงเร่งรัด รบเร้า    --
แต่ก็ยังอนุญาต
ให้หญิงมาปรึกษาพี่โพระดกก่อนได้
.    เพราะหญิงได้ทูลให้ทรงทราบแล้วว่า 
พี่เป็นพระพี่เลี้ยงของหญิง    ที่เสด็จพ่อ
มอบหมายให้มาติดตามดูแลหญิง ต่างสาย
พระเนตร พระกรรณ "
.
.        " เพคะ...
. ที่องค์หญิงทรงขอให้พี่โพระดกทูลตอบ
องค์อนันตราชเรื่องนี้
แทนตัวองค์หญิงเอง
ก็ดีเหมือนกันเพคะ...
.    งั้น--เพื่อภารกิจจากหิมพานต์ที่เราต้อง
 ทำให้องค์สุริยันกินราฟื้นคืนพระชนม์ชีพ
 ให้สำเร็จ
.     พี่ก็ต้องทูลตอบรับคำขอนี้ ของเจ้าชาย
อนันตราช  --ใช่ไหมเพคะ ? "
.     
.       พระพักตร์จันทรากินรีแดงซ่านทันที
ทรงเสหันมองไปทางอื่น
.
.  " ก็สุดแท้แต่พี่โพระดก
.               จะตัดสินใจ "
.
      *  *  *  *  *  *  *  *
.
.    หลังจากโพระดกได้ไป
เข้าเฝ้าองค์อนันตราช
.     และตอบรับ ยินยอมให้เจ้าหญิง
 จันทรากินรีเป็นมเหสีอีกองค์ของเจ้าชาย
.
.         เช้าตรู่ ของอีกวัน
.  ทริปขบวนช้างเสด็จของเจ้าชายอนันตราช
ก็ออกเดินทางจากนครไพรวัลย์
.  ฝ่าป่าเขาลำเนาไพร มุ่งสู่นครกัลปพฤกษ์
ที่อยู่ห่างไกล ข้ามภูเขาสูงที่อยู่ไกลลิบๆ โน้น   
ออกไปถึงสองลูก
.   โดยมี อดีตมิสนารีแก้ว และนางพี่เลี้ยง
โพระดกตามเสด็จไปด้วย
.
.
.         ใช่แล้ว--
.    เมื่อจันทรากินรี ไม่สามารถอยู่ปฏิบัติ
หน้าที่ในตำแหน่งมิสนารีแก้วจนครบเทอม
ได้ เจ้าหญิงจึงขอสละตำแหน่งนารีแก้วอัน
ทรงเกียรติ
.
.    โดยคืนมงกุฎเพชรล้ำค่า  ที่สั่งตรงมาจาก
ห้างคาร์ทิญา แว่นแคว้นวอเตอร์ เกท -Water 
Gate  แห่งทวีปสุวรรณภูมิอันแสนไกล
  และคืนสายสะพายเกียรติยศ ที่ปักอักษรนูน
โรยกากเพชรวูบวาบ    ให้แก่การปกครองนคร
ไพรวัลย์
.
.         *  *  *  *  *  *  *  *  * 
.
.   แล้วรองอันดับหนึ่ง คือนางทิพย์เกสร
ก็ถูกเชิญตัวให้มารับการสวมมงฯ แทน
ในฐานะมิสนารีแก้วตัวจริง 
.    ตามเงื่อนไขของการประกวดมืสทั้งหลาย
ในระดับอินเตอร์ -สากล  ที่ทางนครไพรวัลย์
ได้ยึดถือปฏิบัติสืบมาอย่างเคร่งครัด
.
.
.
.
( ขอบคุณกูเกิล- ภาพยืมมา ขออนุญาตใช้สมมุติ )
.
.
.   นางทิพย์เกสรนั้นดีใจมากๆ  ถึงกับร่ำไห้ 
ไม่หยุด
.   เพราะนางไม่คาดคิดมาก่อนเลย  ว่ามงุฎ
ทรงสูงหรูจะกลายเป็นของนางจนได้ในที่สุด 
 ณ วันนี้
.  
.

.

.    
.            ( จบตอนที่  ๒. )
.
.
ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ
เข้ามาเยี่ยมเยือนบล็อกของผมครับ



Create Date : 09 ตุลาคม 2559
Last Update : 10 พฤษภาคม 2561 21:28:27 น.
Counter : 1853 Pageviews.

0 comments

เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
6
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog